ราชันย์มังกรอสูรกลืนสวรรค์ - ตอนที่ 66: นักปรุงยาปริศนา
ตอนที่ 66: นักปรุงยาปริศนา
ลึกเข้าไปในป่าดึกดำบรรพ์ของสุสานมังกร ห่างจากเส้นทางหลักที่ผู้คนพลุกพล่าน
ในโพรงไม้ขนาดใหญ่ที่ถูกปกปิดด้วยเถาวัลย์พรางตา หลงเฉิน กำลังง่วนอยู่หน้า “เตาหลอมมังกรคะนอง” ใบเก่งของเขา แต่ทว่าในครั้งนี้ สิ่งที่เขากำลังปรุงไม่ใช่ยารักษาอาการบาดเจ็บหรือยาเพิ่มพลังปราณ
ตรงกันข้าม… วัตถุดิบที่วางรายล้อมอยู่นั้นล้วนเป็นสิ่งที่ทำให้อาเจียนได้เพียงแค่เห็น
กองมูลของ ‘ด้วงมูลสัตว์อสูร’ ที่ส่งกลิ่นฉุนกึก…
ต่อมกลิ่นของ ‘ชะมดเช็ดราคะ’…
และเกสรของ ‘ดอกราตรีรัญจวน’ สีชมพูสด…
“แหวะ! เหม็น! เหม็นบรรลัยจักร!”
เสี่ยวเฮย เอาขาหน้าทั้งสองข้างปิดจมูกแน่น ทำหน้าพะอืดพะอม “เจ้าทาส… เจ้ากำลังจะทำอะไรเนี่ย? จะปรุงยาพิษฆ่าแมลงสาบหรือไง? ข้าจะอ้วกแตกตายอยู่แล้ว!”
“อดทนหน่อย…” หลงเฉินกลั้นหายใจ มือข้างหนึ่งควบคุมเปลวไฟสีทองให้มีความร้อนในระดับ ‘อุ่น’ เพื่อเคี่ยวส่วนผสมให้เข้ากัน “นี่คือสูตรยาโบราณที่ข้าเพิ่งคิดค้นดัดแปลง… ข้าตั้งชื่อมันว่า ‘ผงเสน่ห์วานรคลั่ง'”
“สรรพคุณของมันไม่ได้ฆ่าคน… แต่มันจะส่งกลิ่นฟีโรโมนที่กระตุ้นความ ‘ตื่นตัว’ ของสัตว์อสูรประเภทลิงและวานรให้พุ่งถึงขีดสุด ในรัศมี 5 ลี้!”
หลงเฉินแสยะยิ้มชั่วร้าย พลางเทผงยาสีชมพูเรืองแสงที่ได้จากการหลอมใส่ลงในขวดหยกเล็กๆ หลายขวด
“และเป้าหมายการทดลองยาชุดแรก... ก็อยู่ไม่ไกลจากนี้พอดี”
…
ห่างออกไปทางทิศเหนือประมาณ 2 ลี้
ริมลำธารใสสะอาด กลุ่มศิษย์จาก “สำนักดาบคลั่ง” จำนวนกว่า 20 คน กำลังตั้งค่ายพักผ่อน พวกเขานั่งล้อมวงย่างเนื้อสัตว์อสูรและดื่มสุราอย่างครื้นเครง เสียงหัวเราะพูดคุยดังลั่นป่าโดยไม่เกรงกลัวอันตราย
“ฮ่าๆๆ! วันนี้พวกเราดวงดีจริงๆ! ปล้นพวกผู้ฝึกยุทธ์พเนจรได้ตั้ง 5 กลุ่ม!”
ชายหนุ่มหน้าตาเจ้าเล่ห์ ผู้เป็นหัวหน้ากลุ่ม นามว่า ‘จางซาน’ ชูถุงหินปราณขึ้นเขย่าโชว์ “ดูสิ! ได้มาเกือบพันก้อน! แถมยังมีสาวงามจากสำนักเล็กๆ ให้พวกเราหยอกล้ออีก”
ที่มุมหนึ่งของค่าย หญิงสาวสองสามคนนั่งกอดเข่าตัวสั่นด้วยความหวาดกลัว เสื้อผ้าของพวกนางฉีกขาดเล็กน้อยจากการถูกลวนลาม
“ศิษย์พี่จาง! ข้าได้ยินว่าไอ้เจ้า ‘โจรหมวกฟาง’ นั่นเพิ่งปล้นศิษย์พี่เล่ยหม่างจากสำนักอัสนีบาตไป… พวกเราต้องระวังตัวไหม?” ลูกน้องคนหนึ่งถามขึ้น
“ถุย!” จางซานถ่มน้ำลาย “ไอ้เล่ยหม่างมันโง่เองที่ประมาท! ถ้าไอ้โจรนั่นกล้าโผล่มาเจอข้า จางซานผู้นี้… ข้าจะสับมันเป็นชิ้นๆ แล้วเอาหัวมันไปขึ้นเงินรางวัล!”
“ใช่แล้ว! ศิษย์พี่จางเก่งที่สุด!” เหล่าลูกสมุนรีบประจบสอพลอ
โดยที่พวกมันไม่รู้ตัว… บนกิ่งไม้เหนือลม ห่างออกไปไม่ไกล ร่างในชุดคลุมสีเทาหมวกฟางกำลังมองลงมาด้วยสายตาเวทนา
“เก่งที่สุดงั้นรึ?” หลงเฉินแค่นเสียงในลำคอ “งั้นมาดูกันว่าเจ้าจะเก่งแค่ไหนเมื่อต้องเจอกับ ‘รักแท้’ ของฝูงลิง”
หลงเฉินหยิบขวดหยกออกมา เปิดจุกขวด แล้วเทผงสีชมพูละเอียดลงไปในสายลมที่พัดไปยังค่ายพักแรม
ฟุ่บ…
ละอองผงยาที่ไร้สีและไร้กลิ่นสำหรับมนุษย์ ลอยละล่องไปตามลม ตกลงบนเสื้อผ้า เส้นผม และอาหารของเหล่าศิษย์สำนักดาบคลั่งอย่างเงียบเชียบ
“หือ? ฝุ่นอะไรเนี่ย?” จางซานปัดผงที่ไหล่แบบไม่ใส่ใจ “ช่างเถอะ… กินต่อๆ!”
ผ่านไปเพียงไม่ถึงสิบลมหายใจ…
เจี๊ยก! เจี๊ยก! เจี๊ยก!
เสียงร้องแหลมสูงดังแว่วมาจากป่าลึก… ไม่ใช่แค่ตัวเดียว แต่เป็นสิบ... เป็นร้อย!
“เสียงอะไรวะ?” จางซานชะงัก วางจอกสุราลง
ตึง! ตึง! ตึง!
พื้นดินเริ่มสั่นสะเทือน กิ่งไม้รอบทิศทางสั่นไหวอย่างรุนแรง เงาสีดำจำนวนมหาศาลกระโดดห้อยโหนมาตามต้นไม้ด้วยความเร็วสูง ดวงตาสีแดงก่ำนับร้อยคู่จับจ้องมาที่ค่ายพักแรม
“ลิง! ฝูงลิง!” ลูกน้องคนหนึ่งชี้มือสั่นระริก “นั่นมัน… ‘ลิงกังอสูรเล็บเหล็ก’!?”
ฝูงลิงอสูรตัวสูงเท่านุษย์ กล้ามเนื้อเป็นมัดๆ กรงเล็บยาวคมกริบดุจมีดสั้น แยกเขี้ยวขู่คำราม… แต่มันไม่ได้ขู่ด้วยความโกรธ ทว่าจมูกของพวกมันฟุดฟิดดมกลิ่น ‘ผงเสน่ห์’ ที่ติดอยู่บนตัวพวกมนุษย์
สำหรับพวกมัน… กลิ่นนี้คือกลิ่นของ “นางพญาลิงสาว” ที่เย้ายวนที่สุดในสามโลก!
เจี๊ยกกกกก!!! (แปล: เจอสาวสวยแล้วโว้ย! รุมมัน!)
จ่าฝูงลิงขนาดมหึมากระโจนลงมากลางวงเหล้าเป็นตัวแรก มันไม่ได้โจมตีเพื่อฆ่า แต่มันพุ่งเข้ากอดขาของจางซานแน่น!
“เฮ้ย! ปล่อยข้า! ไอ้ลิงบ้า!” จางซานตกใจสุดขีด พยายามสะบัดขา แต่ลิงตัวนั้นกอดแน่นเหมือนปลิง แถมยังเอาหน้าถูไถกับกางเกงของเขาอย่างหลงใหล
“มันทำบ้าอะไรวะเนี่ย! ฆ่ามัน!”
แต่ยังไม่ทันได้ชักดาบ ฝูงลิงที่เหลืออีกนับร้อยตัวก็กรูลงมาเหมือนห่าฝน!
ความโกลาหลระดับนรกแตกอุบัติขึ้น!
“อ๊ากกก! อย่าดึงเสื้อข้า!”
“กางเกง! กางเกงข้าหลุดแล้ว! ปล่อยนะโว้ย!”
“ช่วยด้วย! ลิงลวนลาม! ลิงลวนลาม!”
เนื่องจากผงเสน่ห์ติดอยู่ที่เสื้อผ้า พวกลิงจึงพยายาม “ฉีกกระชาก” เสื้อผ้าเหล่านั้นออกเพื่อครอบครองกลิ่นหอม ศิษย์สำนักดาบคลั่งที่เคยหยิ่งผยอง บัดนี้ถูกฝูงลิงรุมทึ้งจนล้มลุกคลุกคลาน
ดาบที่เคยคมกล้า… ฟันไม่โดนเป้าเพราะมัวแต่ปัดป้องมือลิงที่ล้วงควักไปทั่วร่างกาย
“วิ่ง! วิ่งเร็ว!”
จางซานตะโกนลั่น ในสภาพที่เหลือแต่กางเกงในลายดอกไม้ เขาทิ้งดาบ ทิ้งถุงสมบัติ แล้ววิ่งหนีเข้าป่าไปอย่างไม่คิดชีวิต โดยมีจ่าฝูงลิงวิ่งไล่กวดตามไปติดๆ พร้อมทำปากจู๋
ลูกสมุนที่เหลือเห็นลูกพี่หนี ก็วงแตกกระเจิง ทิ้งข้าวของทุกอย่างเพื่อรักษาความบริสุทธิ์ของประตูหลัง วิ่งป่าราบหายลับไปคนละทิศละทาง
ทิ้งไว้เพียงค่ายพักแรมที่เละเทะ และหญิงสาวเชลยที่นั่งอ้าปากค้างด้วยความงุนงง (เพราะพวกนางไม่ได้โดนผงยา ลิงจึงเมินพวกนางไปอย่างสิ้นเชิง)
…
เมื่อความสงบ (และความฮา) ผ่านพ้นไป
ร่างของหลงเฉินก็ค่อยๆ ร่อนลงมาจากต้นไม้ เดินผิวปากเข้ามาในค่ายที่ว่างเปล่า
“จุ๊ๆๆ… ช่างน่าอนาถแท้ๆ” หลงเฉินส่ายหน้ามองกางเกงและเสื้อผ้าที่ฉีกขาดเกลื่อนพื้น “เป็นถึงศิษย์สำนักใหญ่ แต่กลับมีรสนิยมวิปริตกับลิงป่า… โลกนี้ช่างอยู่ยาก”
“ฮ่าๆๆๆ! โอ๊ยขำ! ข้าขำจนปวดท้อง!” เสี่ยวเฮยดิ้นพราดๆ บนไหล่หลงเฉิน “เจ้าเห็นหน้าไอ้จางซานตอนโดนลิงจูบก้นไหม? ฮ่าๆๆ! โคตรคุ้มค่าตั๋วเลย!”
หลงเฉินเดินเก็บกวาด “ขยะ” ที่พวกนั้นทิ้งไว้อย่างใจเย็น
ดาบระดับมนุษย์ขั้นสูง 20 เล่ม… เก็บ!
ถุงหินปราณที่ปล้นมา… เก็บ!
แหวนมิติที่ตกหล่น… เก็บ!
แม้แต่เนื้อย่างที่ยังร้อนๆ อยู่บนเตา…
“เสร็จข้า!” เสี่ยวเฮยงับน่องลายอย่างรวดเร็ว
หลงเฉินเดินไปหาหญิงสาวกลุ่มนั้นที่ยังนั่งตัวแข็งอยู่ เขาโยนมีดสั้นให้พวกนางเล่มหนึ่ง
“ตัดเชือกซะ… แล้วรีบหนีไปทางทิศใต้ ทางนั้นไม่มีสัตว์อสูร”
หญิงสาวเหล่านั้นมองหลงเฉินด้วยสายตาเทิดทูน “ขอบคุณท่านจอมยุทธ์! ท่านคือผู้มีพระคุณ! ขอทราบชื่อเสียงเรียงนาม…”
“ไม่ต้องรู้หรอก...” หลงเฉินโบกมือ เดินหันหลังกลับเข้าป่า
“ข้าก็แค่… นักเก็บของเก่าที่ผ่านมา”
หลงเฉินเดินจากไปพร้อมกับกระเป๋าที่ตุงกว่าเดิม และรอยยิ้มของผู้ชนะ
การปล้นครั้งนี้ลงทุนแค่สมุนไพรเน่าๆ ไม่กี่ต้น แต่ได้กำไรมหาศาล… ธุรกิจนี้ช่างหอมหวานเสียจริง!
“เอาล่ะเสี่ยวเฮย… เหยื่อรายต่อไปอยู่ทางไหน?”
(จบบทที่ 66)