ราชันย์มังกรอสูรกลืนสวรรค์ - ตอนที่ 73: ปะทะยอดฝีมือ
ตอนที่ 73: ปะทะยอดฝีมือ
หลังจากกวาดทรัพย์สินในวิหารพันศาสตราจนเกลี้ยงเกลา หลงเฉิน องค์หญิงสาม และเสี่ยวเฮย ก็มุ่งหน้าลึกเข้าไปในเส้นทางลับหลังวิหาร บรรยากาศรอบตัวเริ่มเปลี่ยนแปลงไปอย่างชัดเจน จากโถงกว้างที่โอ่อ่ากลายเป็นทางเดินหินสีดำทมิฬที่แคบและยาวเหยียด ผนังทั้งสองด้านสลักลวดลายมังกรที่ดูน่าเกรงขามและมีชีวิตชีวาราวกับจะกระโจนออกมา
อากาศในทางเดินนี้เย็นยะเยือกจนเสียดกระดูก แม้แต่องค์หญิงสามที่มีวรยุทธ์ระดับหนึ่งยังต้องเดินกอดอกตัวสั่น
“หลงเฉิน… ข้ารู้สึกไม่ดีเลย” องค์หญิงสามกระซิบเสียงแผ่ว “ทางเดินนี้มันเงียบเกินไป… เงียบจนผิดปกติ”
“ความเงียบคือลางบอกเหตุของพายุ…” หลงเฉินตอบโดยไม่หันกลับมามอง ฝีเท้าของเขายังคงมั่นคง แต่ประสาทสัมผัสทุกส่วนตื่นตัวถึงขีดสุด
“เจ้าทาส… ข้าได้กลิ่น…” เสี่ยวเฮยที่เกาะอยู่บนไหล่หลงเฉิน จู่ๆ ก็หดหัวเข้าไปในกระดอง “กลิ่นจิตสังหาร... เข้มข้นมาก! มันไม่ได้มาจากสัตว์อสูร… แต่มาจากมนุษย์!”
วูบ!
ทันทีที่สิ้นเสียงเสี่ยวเฮย ประกายแสงสีทองสายหนึ่งก็พุ่งแหวกความมืดออกมาจากเงามืดด้านหน้า รวดเร็วดุจสายฟ้าฟาด เล็งเป้าเข้าที่ลำคอของหลงเฉินอย่างแม่นยำ!
“ระวัง!”
หลงเฉินเบี่ยงตัวหลบด้วยสัญชาตญาณสัตว์ป่า เพียงเสี้ยววินาที แสงสีทองนั้นก็เฉียดแก้มเขาไป ทิ้งรอยแผลเล็กๆ ที่มีเลือดซึมออกมา ก่อนจะพุ่งไปปักที่กำแพงหินด้านหลัง ฉึก! ลึกจนมิดด้าม
มันคือ “เข็มทองคำ” ขนาดยาวเท่าฝ่ามือ!
“ปฏิกิริยาตอบสนองไม่เลว… สำหรับหนูสกปรกตัวหนึ่ง”
เสียงราบเรียบแต่เย็นชายิ่งกว่าน้ำแข็งดังขึ้นจากความมืด เบื้องหน้าของหลงเฉิน ร่างของบุรุษผู้หนึ่งค่อยๆ เดินออกมาจากเงามืด
เขาสวมชุดรัดรูปสีดำสนิท แต่สิ่งที่โดดเด่นสะดุดตาคือ “หน้ากากทองคำ” ที่ปิดบังใบหน้าทั้งหมด เหลือเพียงช่องดวงตาที่ฉายแววอำมหิตไร้ความรู้สึก ในมือของเขาถือแส้หางม้าสีทองที่ดูเหมือนอาวุธของนักพรต แต่ปลายแส้กลับเป็นใบมีดตะขอคมกริบนับร้อย
“หน้ากากทองคำ…” องค์หญิงสามเบิกตากว้าง ร่างกายสั่นสะท้านยิ่งกว่าเดิม ”นะ… นั่นมัน… ‘ยมทูตทองคำ’! นักฆ่าอันดับหนึ่งของหอสังหารเงาโลหิต!”
“หอสังหารเงาโลหิต?” หลงเฉินเลิกคิ้ว “พวกรับจ้างฆ่าคนสินะ… ใครจ้างเจ้ามา? เย่กู่เฉิง? หรือพวกสำนักดาบคลั่ง?”
บุรุษหน้ากากทองไม่ตอบคำถาม เขาเพียงแค่สะบัดแส้ในมือเบาๆ เกิดเสียงหวีดหวิวบาดหู
“คนตาย… ไม่จำเป็นต้องรู้ชื่อคนฆ่า”
ตูม!
ยมทูตทองคำระเบิดพลังปราณออกมา แรงกดดันมหาศาลกระแทกใส่หลงเฉินจนต้องถอยหลังไปครึ่งก้าว ระดับพลังของมันไม่ใช่แค่ก่อรากฐานธรรมดา…
“ระดับ ‘ก่อรากฐาน ขั้น 8’…” หลงเฉินหรี่ตาลง สีหน้าเคร่งเครียดขึ้นมาทันที “ไม่ธรรมดาจริงๆ… แข็งแกร่งกว่าพวกจางหมานหรือต้วนลางคนละเรื่องเลย”
“จบกันแค่นี้แหละ”
ยมทูตทองคำสะบัดข้อมือ แส้สีทองในมือยืดขยายออกราวกับงูยักษ์ พุ่งเข้าใส่หลงเฉินพร้อมกับแยกตัวออกเป็นเงาสายแส้นับร้อยสาย ปกคลุมทั่วทิศทาง ไม่มีช่องว่างให้หลบหนี
“วิชาแส้ทองคำ… พันธนาการวิญญาณ!”
“หลบไป!” หลงเฉินผลักองค์หญิงสามให้กระเด็นออกไปพ้นรัศมี แล้วประสานแขนขึ้นรับการโจมตี
เคร้ง! เคร้ง! เคร้ง!
เสียงโลหะปะทะเกล็ดมังกรดังสนั่นหวั่นไหว แส้ทองคำคมกริบกรีดผ่านผิวหนังของหลงเฉิน แม้กายามังกรอสูรจะแข็งแกร่ง แต่ด้วยระดับพลังที่ห่างชั้นกันเกินไป ทำให้เกล็ดมังกรเริ่มมีรอยร้าว เลือดสดๆ สาดกระจาย
“อึก!” หลงเฉินกัดฟันกรอด ความเจ็บปวดแล่นพล่าน แต่เขากลับแสยะยิ้ม “แค่นี้รึ? ยมทูตอันดับหนึ่ง?”
“ปากดี!”
ยมทูตทองคำเพิ่มพลังปราณเข้าไปในแส้ แส้นั้นเปล่งแสงสีทองเจิดจ้า รัดพันแขนของหลงเฉินแน่นขึ้นเรื่อยๆ หมายจะบดขยี้กระดูกให้แหลกละเอียด
“เจ้าแพ้แล้ว… ระดับหลอมรวมปราณอย่างเจ้า ไม่มีทางเอาชนะข้าได้” ยมทูตทองคำกล่าวเสียงเย็น
“ใครบอกว่าข้าจะชนะด้วยพลังปราณ…”
หลงเฉินเงยหน้าขึ้น ดวงตาสีดำเปลี่ยนเป็นสีแดงฉานที่มีขีดแนวตั้งสีทอง… เนตรราชันย์มังกร เบิกโพลง!
“เสี่ยวเฮย! ถอยไป!”
หลงเฉินระเบิดพลังที่ซ่อนเร้นไว้ออกมา
“เพลิงวิญญาณแก่นพสุธา… ผลาญสวรรค์!”
พรึ่บ!!!!!
เปลวไฟสีทองอร่ามลุกโชนขึ้นจากร่างของหลงเฉินราวกับภูเขาไฟระเบิด! ความร้อนแรงของไฟวิญญาณระดับปฐพีพุ่งสูงขึ้นอย่างฉับพลัน ทำให้อากาศในทางเดินหินบิดเบี้ยว
“อะไรกัน! ไฟวิญญาณ!?” ยมทูตทองคำตกใจสุดขีด รีบชักแส้กลับ แต่มันสายเกินไป (<a href=”https://novel-lucky.com/”>อ่านนิยายก่อนใครได้ที่ Novel-Lucky</a>)
เปลวไฟสีทองลามเลียไปตามสายแส้ เผาผลาญพลังปราณสีทองของมันจนมอดไหม้ และลามเข้ามาถึงมือของยมทูตทองคำ!
“อ๊ากกก!”
ยมทูตทองคำต้องทิ้งแส้คู่กายเพื่อรักษาแขนตัวเอง มันกระโดดถอยหลังไปสิบก้าว มองดูอาวุธระดับปฐพีของตนถูกหลอมละลายกลายเป็นน้ำเหล็กหยดลงพื้น
“เจ้าซ่อนเขี้ยวเล็บไว้สินะ…” ยมทูตทองคำเสียงสั่นเครือ “เพลิงวิญญาณระดับนี้… เจ้าไม่ใช่แค่ขยะดวงดี!”
หลงเฉินยืนอยู่ท่ามกลางกองเพลิง ร่างกายปกคลุมด้วยเกล็ดมังกรสีแดงที่ส่องประกายวาววับ บาดแผลตามตัวเริ่มสมานเข้าหากันด้วยความเร็วที่มองเห็นด้วยตาเปล่า
“ข้าบอกแล้วไง…” หลงเฉินก้าวเดินไปข้างหน้า ทุกย่างก้าวทิ้งรอยเท้าที่ลุกเป็นไฟไว้บนพื้นหิน
“ว่าอย่าเอาข้าไปเทียบกับเหยื่อกระจอกที่เจ้าเคยฆ่า”
“ตอนนี้… ถึงตาข้าบ้าง”
หลงเฉินกำหมัดแน่น พลังมังกรสองชีพจรอัดแน่นอยู่ที่กำปั้นขวา ผสานกับเพลิงวิญญาณแก่นพสุธา จนเกิดเป็นหัวมังกรเพลิงขนาดมหึมาครอบคลุมแขนทั้งข้าง
“หมัดราชันย์มังกรเพลิง… ทลายปฐพี!”
หลงเฉินพุ่งตัวเข้าใส่ด้วยความเร็วที่เพิ่มขึ้นทวีคูณจากการระเบิดพลัง
ยมทูตทองคำรู้ตัวว่าประมาทไม่ได้อีกต่อไป มันประกบมือเรียก “กริชทองคำคู่” ออกมา ไขว้กันเป็นรูปกากบาทสร้างโล่พลังปราณที่แข็งแกร่งที่สุด
“โล่ทองคำพิทักษ์กาย!”
ตูมมมมมมมม!!!!!!!
หมัดเพลิงของหลงเฉินปะทะเข้ากับโล่ทองคำอย่างจัง! แรงระเบิดทำให้ทางเดินหินสั่นสะเทือนราวกับแผ่นดินไหว เศษหินร่วงกราวลงมาจากเพดาน ฝุ่นควันฟุ้งกระจายไปทั่ว
ร่างของยมทูตทองคำปลิวกระเด็นไปกระแทกกำแพงด้านหลัง โครม! จนกำแพงยุบตัวลงไปเป็นหลุมลึก หน้ากากทองคำของมันมีรอยร้าวแตกออกเป็นเสี่ยงๆ เผยให้เห็นดวงตาที่เต็มไปด้วยความตื่นตระหนก และมุมปากที่มีเลือดไหลซึม
“แฮ่ก... แฮ่ก...”
หลงเฉินยืนหอบหายใจ หมัดขวาของเขาสั่นระริกจากการปะทะ พลังปราณถูกใช้ไปมหาศาล แต่เขายังคงยืนหยัดได้อย่างมั่นคง
“ย… ยังไม่ตายอีกรึ?” องค์หญิงสามที่หลบอยู่หลังโขดหินชะโงกหน้าออกมาดูด้วยความตะลึง
ยมทูตทองคำค่อยๆ ยันกายลุกขึ้นจากซากกำแพง หน้ากากซีกหนึ่งหลุดร่วงลงพื้น เผยให้เห็นใบหน้าซีกซ้ายที่มีแผลเป็นน่ากลัว
“หลงเฉิน…” ยมทูตทองคำกัดฟันกรอด “ข้าประเมินเจ้าต่ำไปจริงๆ… วันนี้ข้าอาจจะฆ่าเจ้าไม่ได้…”
“แต่เส้นทางข้างหน้า... คือหลุมฝังศพของเจ้า”
“จงจำไว้… คนที่ต้องการชีวิตเจ้า ไม่ได้มีแค่ข้าคนเดียว”
วูบ!
ยมทูตทองคำปาระเบิดควันลงพื้น บึ้ม! ควันสีทองฟุ้งกระจายบดบังทัศนวิสัย
“คิดจะหนี!?” หลงเฉินสะบัดมือสร้างลมพัดควันออก แต่พบว่าตรงนั้นว่างเปล่าแล้ว เหลือทิ้งไว้เพียงรอยเลือดหยดหนึ่ง
“หนีไปได้…” หลงเฉินขมวดคิ้ว “วิชาตัวเบาระดับสูง… ไล่ตามไปตอนนี้คงไม่ทัน และอาจจะเข้าทางกับดักของมัน”
“เจ้าทาส… เจ้าเป็นไรไหม?” เสี่ยวเฮยโผล่หัวออกมาดูแขนหลงเฉินที่ไหม้เกรียมจากการใช้ไฟเกินขีดจำกัด
“ข้าไม่เป็นไร…” หลงเฉินหยิบยาฟื้นฟูขึ้นมากิน “แค่เสียพลังไปหน่อย”
เขาหันไปมองทางเดินที่ทอดยาวลึกเข้าไปในความมืด แววตาคมกริบยิ่งกว่าเดิม
“ยมทูตทองคำ… ก่อรากฐานขั้น 8… นั่นคือระดับของศัตรูที่เราต้องเจอข้างในสินะ”
“ดูเหมือนว่า… การใช้กำลังอย่างเดียวจะไม่พอแล้ว”
หลงเฉินแสยะยิ้มเจ้าเล่ห์
“ถ้าสู้ซึ่งหน้ามันเหนื่อยนัก… ก็ต้องใช้วิธีที่ฉลาดกว่านั้น”
“เสี่ยวเฮย… เตรียมตัววาง ‘ของเล่น’ ที่เราเตรียมมาได้แล้ว”
“ข้างหน้านี้แหละ… คือเวทีประหารที่ข้าเลือกไว้!”
หลงเฉินก้าวเดินต่อไป มุ่งหน้าสู่ห้องโถงกลาง ไม่ใช่ในฐานะผู้ท้าชิง แต่ในฐานะ “ผู้คุมเกม” ที่กำลังจะเปลี่ยนสุสานมังกรให้กลายเป็นนรกสำหรับศัตรูทุกคน!