ราชันย์มังกรอสูรกลืนสวรรค์ - ตอนที่ 77: เหยื่อติดกับ
ตอนที่ 77: เหยื่อติดกับ
ตูมมมมมมมมมมมมมมม!!!!!!!!!!!!!!!
เสียงกัมปนาทจากการระเบิดต่อเนื่องของ “ค่ายกลอาวุธสังหาร” ที่หลงเฉินวางไว้นั้นยังคงดังก้องสะท้อนไปมาระหว่างหุบเขาและผนังถ้ำราวกับเสียงคำรามของเทพเจ้าผู้โกรธเกรี้ยว เปลวเพลิงสีทองจาก ‘ระเบิดเพลิงโลกันตร์’ ผสมผสานกับคลื่นพลังปราณหลากสีที่แตกกระจายจากศาสตราวุธนับพันชิ้น เปลี่ยนห้องโถงหยกใต้ดินให้กลายเป็นเตาหลอมนรกในพริบตาเดียว!
แรงอัดมหาศาลกระแทกผนังถ้ำจนเกิดรอยร้าว เพดานหินสั่นสะเทือน เศษหินร่วงกราวลงมาทับถมร่างของผู้เคราะห์ร้าย ฝุ่นควันและกลิ่นคาวเลือดคละคลุ้งจนมองไม่เห็นสิ่งใด
“อ๊ากกกกกก! ขาข้า! ขาข้าขาด!”
“ตาข้าบอด! ช่วยด้วย! ร้อน! ร้อนเหลือเกิน!”
“ใครก็ได้! ช่วยข้าออกไปที!”
เสียงกรีดร้องโหยหวนดังระงมยิ่งกว่าแดนประหาร ศิษย์จากสำนักต่างๆ ที่วิ่งกรูเข้ามาด้วยความโลภเมื่อครู่ บัดนี้กลายเป็นเพียงเศษเนื้อที่กระจัดกระจาย หรือไม่ก็นอนดิ้นพราดๆ อยู่ในกองเพลิงด้วยสภาพที่ดูไม่ได้
หลังซากเสาหินขนาดมหึมาที่มุมห้อง หลงเฉิน นั่งชันเข่ามองดูภาพหายนะตรงหน้าผ่านม่านพลังป้องกันสีทองจางๆ ในมือของเขายังคงถือผลไม้ป่าที่กัดค้างไว้ รอยยิ้มเย็นเยียบปรากฏบนใบหน้าที่สะท้อนแสงไฟวูบวาบ
“ช่างเป็นภาพที่… งดงาม” หลงเฉินพึมพำ
องค์หญิงสาม เยี่ยนหรูอวี้ นั่งตัวสั่นงันงกอยู่ข้างๆ นางยกมือปิดปากเพื่อกลั้นเสียงสะอื้นและความคลื่นไส้ “เจ้า… เจ้าทำแบบนี้ได้ยังไง… คนนับร้อย… ตายในพริบตา…”
“ข้าไม่ได้ฆ่าพวกเขา…” หลงเฉินหันมาตอบด้วยแววตาที่ไร้ความรู้สึกผิด “ความโลภของพวกเขาต่างหากที่ฆ่าตัวตายเอง”
“หากพวกเขาไม่คิดจะแย่งชิงสมบัติ หากพวกเขาไม่คิดจะฆ่าข้าเพื่อเอาค่าหัว… พวกเขาก็คงไม่ต้องมาจบชีวิตที่นี่”
หลงเฉินโยนแกนผลไม้ทิ้ง แล้วลุกขึ้นยืน
“และนี่… เป็นเพียงแค่จุดเริ่มต้น”
“เจ้าคิดว่าทำไมคนถึงแห่กันมาเยอะขนาดนี้ในเวลาพร้อมกัน? ทั้งที่ห้องโถงนี้ซ่อนอยู่ลึกที่สุด?”
องค์หญิงสามชะงัก “นั่นสิ… ทำไม?”
“ย้อนกลับไปเมื่อสองชั่วยามก่อน...”
...
[ย้อนอดีต: แผนการชั่วร้าย]
ณ ป่าทึบในสุสานชั้นใน ก่อนที่หลงเฉินจะลงมายังห้องโถงใต้ดิน
หลงเฉินยืนอยู่เหนือศพของศิษย์สำนักดาบคลั่งคนหนึ่งที่เขาเพิ่งสังหาร เขาหยิบแผ่นหนังเปล่าออกมา วาดแผนที่ปลอมๆ ขึ้นมาอย่างลวกๆ แต่ลงรายละเอียดเส้นทางสู่ห้องโถงกลางไว้อย่างชัดเจน พร้อมเขียนข้อความด้วยเลือดว่า:
“เที่ยงตรง… ผนึกจะคลายตัว… กระดูกมังกรจะปรากฏ… ใครมาช้า อด!”
จากนั้น เขาก็ยัดแผนที่นี้ใส่มือศิษย์สำนักอัสนีบาตที่บาดเจ็บสาหัสคนหนึ่งที่เขานั่งทับอยู่
“เฮ้… เจ้าอยากรอดไหม?” หลงเฉินถาม
“ยะ… อยาก! ไว้ชีวิตข้าด้วย!”
“งั้นเอาแผนที่นี้ไป… แล้วรีบวิ่งไปบอกพรรคพวกของเจ้าซะ ว่าข้าเจอที่ซ่อนสมบัติแล้ว” หลงเฉินแสยะยิ้ม “ถ้าเจ้าพาคนมาเยอะๆ ข้าอาจจะแบ่งเศษสมบัติให้บ้าง”
ศิษย์คนนั้นรีบรับแผนที่แล้ววิ่งหนีไปอย่างไม่คิดชีวิต โดยไม่รู้เลยว่านั่นคือ “บัตรเชิญสู่งานศพ”
ไม่เพียงแค่นั้น หลงเฉินยังให้ เสี่ยวเฮย วิ่งไปปล่อยข่าวลือตามจุดพักต่างๆ ตะโกนปาวๆ ว่า “เจอแล้ว! ประตูมิติเปิดแล้ว! อยู่ตรงกลางหุบเขา!”
ข่าวลือเรื่องสมบัติแพร่สะพัดไปเร็วยิ่งกว่าไฟลามทุ่ง ความโลภบังตาอัจฉริยะทุกคน ทำให้พวกเขาทิ้งความระมัดระวัง และมุ่งหน้ามายังจุดนัดพบมรณะที่หลงเฉินเตรียมไว้
...
[กลับมาสู่ปัจจุบัน]
ควันไฟเริ่มจางลง เผยให้เห็นสภาพความเสียหายที่ชัดเจนขึ้น
กลางห้องโถงที่เคยปูด้วยหยก บัดนี้เต็มไปด้วยหลุมระเบิดและซากศพที่ไหม้เกรียม อาวุธที่ระเบิดออกได้เปลี่ยนพื้นที่ให้กลายเป็นทุ่งสังหารที่มีเศษเหล็กคมกริบปักอยู่ทั่วทุกตารางนิ้ว
แต่ทว่า… ยังมีผู้รอดชีวิต
“แค่ก... แค่ก... ไอ้สารเลว… หลงเฉิน!”
เสียงคำรามแหบพร่าดังขึ้นจากกองซากปรักหักพัง แสงสีทองสลัวๆ ส่องลอดออกมาจากใต้ซากหิน
เพล้ง!
หินก้อนยักษ์ถูกผลักกระเด็นออก เผยให้เห็นร่างของ ยมทูตทองคำ ที่สภาพดูไม่ได้ ชุดรัดรูปสีดำฉีกขาดวิ่น เผยให้เห็นเกราะทองคำชั้นในที่บุบสลายและดำเมี่ยมจากเขม่าไฟ หน้ากากทองคำของเขาแตกละเอียดไปแล้ว เผยให้เห็นใบหน้าที่มีรอยแผลเป็นน่าเกลียดและเต็มไปด้วยเลือด
เขาใช้ “ยันต์คุ้มกันชีพ” ระดับนภาเผาผลาญเพื่อรักษาชีวิตรอดมาได้ แต่ก็บาดเจ็บสาหัส พลังปราณลดฮวบเหลือไม่ถึงสามส่วน
ห่างออกไปไม่ไกล จางหมาน แห่งสำนักดาบคลั่ง ค่อยๆ ลุกขึ้นมาจากกองศพลูกน้อง… ใช่แล้ว เขาใช้ศพของลูกน้องตัวเองเป็นโล่กำบัง!
“บัดซบ… บัดซบที่สุด!” จางหมานตัวสั่นเทิ้ม แขนซ้ายห้อยรุ่งริ่งเพราะถูกสะเก็ดระเบิดตัดเอ็น “ข้าจะฆ่ามัน! ข้าจะฉีกเนื้อมันมากิน!” (<a href=”https://novel-lucky.com/”>อ่านนิยายก่อนใครได้ที่ Novel-Lucky</a>)
เล่ยหม่าง แห่งสำนักอัสนีบาต รอดมาได้ด้วยร่างกายที่แข็งแกร่งดุจสัตว์อสูร แต่ผิวหนังทั่วตัวไหม้เกรียมเป็นตอตะโก เขายืนหอบหายใจ ดวงตาแดงก่ำจ้องมองไปที่หลงเฉินที่เดินออกมาจากที่ซ่อนอย่างสบายใจ
“รอดมาได้ตั้งสามคนเชียวรึ?” หลงเฉินตบมือแปะๆ “สมแล้วที่เป็นยอดฝีมือ… หนังเหนียวใช้ได้”
“หลงเฉิน!” ยมทูตทองคำกัดฟันกรอด “เจ้ากล้าใช้วิธีสกปรกเช่นนี้!”
“สกปรก?” หลงเฉินเลิกคิ้ว “พวกเจ้าเป็นร้อยคนมารุมข้าคนเดียว… นั่นเรียกว่าสะอาดรึ?”
“พอที!” จางหมานตะโกน “ตอนนี้เจ้าไม่มีระเบิดแล้ว! กับดักเจ้าทำงานไปหมดแล้ว! พวกเราที่เหลืออยู่ จะรุมฆ่าเจ้า!”
“แน่ใจเหรอว่ากับดักหมดแล้ว?” หลงเฉินยิ้มมุมปาก
เขาชี้นิ้วขึ้นไปข้างบน... ไปยังเพดานถ้ำที่มีรอยร้าวขนาดใหญ่จากการระเบิด
“ข้าคำนวณโครงสร้างของถ้ำนี้ไว้แล้ว… แรงระเบิดเมื่อกี้ ไม่ใช่แค่เพื่อฆ่าพวกเจ้า…”
“แต่มันเพื่อ ‘เปิดทาง'”
เปรี้ยง!
รอยร้าวบนเพดานแตกออก แสงสว่างจ้าจากภายนอกส่องลงมา พร้อมกับ “ลำแสงสีแดงฉาน” จากกระดูกแขนขวามังกรอสูร ที่พุ่งทะลุรอยแตกนั้นขึ้นสู่ท้องฟ้า!
ลำแสงสีแดงพุ่งสูงเสียดฟ้า มองเห็นได้ไกลนับร้อยลี้ ราวกับเสาหลักแห่งสวรรค์!
“นั่นมัน… แสงสมบัติ!” เล่ยหม่างตะลึง
...
ภายนอกห้องโถงกลาง
ผู้ฝึกยุทธ์อีกนับพันคนที่ยังมาไม่ถึง หรือลังเลที่จะเข้ามา… เมื่อเห็นลำแสงสีแดงพุ่งขึ้นฟ้า พวกเขาก็เกิดอาการคุ้มคลั่งทันที!
“สมบัติ! สมบัติปรากฏแล้ว!”
“อยู่ตรงนั้น! แสงสีแดงนั่น!”
“รีบไป! ใครช้าอด!”
ฝูงชนระลอกที่สอง… ระลอกที่ใหญ่กว่าเดิม… แห่กันมุ่งหน้ามาที่ห้องโถงกลางเหมือนแมลงเม่าบินเข้ากองไฟ!
...
กลับมาที่ห้องโถงใต้ดิน
หลงเฉินกางแขนออก ราวกับวาทยกรที่กำลังควบคุมวงดนตรีแห่งความตาย
“ได้ยินเสียงฝีเท้าไหม?” หลงเฉินถาม “เหยื่อระลอกใหม่กำลังมา…”
“และพวกเขากำลังหิวโหย… พวกเขาจะเห็นพวกเจ้าที่บาดเจ็บสาหัส… และเห็นกระดูกมังกร…”
“เจ้าคิดว่า… พวกเขาจะทำยังไง?”
สีหน้าของยมทูตทองคำ จางหมาน และเล่ยหม่าง เปลี่ยนจากความโกรธเป็นความหวาดกลัวสุดขีด
ในโลกของผู้ฝึกยุทธ์… คนบาดเจ็บที่ถือสมบัติ คือเหยื่ออันโอชะที่สุด!
ตึง! ตึง! ตึง!
คนกลุ่มแรกกระโดดลงมาจากรอยแตกเพดาน และวิ่งลงมาจากบันได
“เจอแล้ว! กระดูกมังกร!”
“เฮ้ย! นั่นยมทูตทองคำบาดเจ็บหนัก!”
“ฆ่ามัน! ฆ่าพวกมันแล้วแย่งสมบัติ!”
ฝูงชนระลอกใหม่กรูเข้ามาโจมตีผู้รอดชีวิตทั้งสามทันทีโดยไม่ถามไถ่ ความวุ่นวายปะทุขึ้นอีกครั้ง!
หลงเฉินถอยหลังกลับไปยืนกอดอกดูฉากการฆ่าฟันกันเองด้วยความสำราญใจ
“ฆ่ากันเข้าไป… กัดกันให้ตาย…”
“เลือดของพวกเจ้า… จะเป็นเครื่องสังเวยชั้นดี ที่จะช่วยข้าปลดผนึกกระดูกมังกรชิ้นนี้!”
หลงเฉินหันไปมองกระดูกแขนขวาที่ลอยอยู่เหนือลาวา มันกำลังดูดซับไอเลือดที่ลอยคละคลุ้งในห้องโถง ผนึกสีแดงที่ห่อหุ้มมันอยู่เริ่มจางลงเรื่อยๆ ตามจำนวนคนที่ล้มตาย
“อีกนิดเดียว…”
“บัลลังก์ราชันย์… สร้างขึ้นจากซากศพเสมอ”