ราชันย์มังกรอสูรกลืนสวรรค์ - ตอนที่ 85: สุสานถล่ม
ตอนที่ 85: สุสานถล่ม
ครืนนนนนนนนนนนนน!!!!!!!
เสียงคำรามกึกก้องที่ไม่ได้มาจากสัตว์อสูร แต่มาจาก “ท้องฟ้า” และ “ผืนดิน” ดังสนั่นหวั่นไหวไปทั่วอาณาบริเวณสุสานมังกร ท้องฟ้าสีครามสดใสเหนือหุบเขาเริ่มเกิดรอยร้าวสีดำทมิฬลามเลียไปทั่วราวกับกระจกเงาที่ถูกทุบ พื้นดินสั่นสะเทือนอย่างรุนแรงจนภูเขาหินรอบด้านเริ่มพังทลายลงมา
การนำ “กระดูกแขนขวามังกรอสูร” ซึ่งเปรียบเสมือน “เสาหลัก” หรือ “แกนกลาง” ของมิติแห่งนี้ออกไป ทำให้โครงสร้างของสุสานมังกรที่คงอยู่มานับพันปีเริ่มเสียสมดุลและกำลังจะพังทลายลงสู่ความว่างเปล่า!
“แย่แล้ว! มิติกำลังจะแตกดับ!”
“หนี! รีบหนีเร็วเข้า! ถ้าติดอยู่ในรอยแยกมิติ วิญญาณจะแตกสลาย!”
เสียงกรีดร้องด้วยความหวาดกลัวดังระงม ผู้ฝึกยุทธ์นับพันที่รอดชีวิตจากระเบิดเพลิงและคมดาบ ต่างพากันทิ้งศักดิ์ศรี ทิ้งอาวุธ และทิ้งสหายที่บาดเจ็บ วิ่งหนีตายกันจ้าละหวั่น มุ่งหน้าไปยังทางออกที่กำลังจะปิดตัวลง
หินก้อนยักษ์ขนาดเท่ารถม้าร่วงกราวลงมาจากยอดเขา บดขยี้ผู้โชคร้ายที่หลบไม่ทันจนแหลกเหลว ฝุ่นควันฟุ้งกระจายบดบังทัศนวิสัย ทำให้การหลบหนียากลำบากยิ่งขึ้น
แต่ทว่า… ท่ามกลางความโกลาหลระดับวันสิ้นโลกนี้
มีเพียง หลงเฉิน ผู้เดียวที่ยืนนิ่งสงบอยู่กลางลานประลองที่พังพินาศ ผมยาวสีดำของเขาปลิวไสวไปตามแรงลมพายุที่บ้าคลั่ง ดวงตาสีทองอำมหิตกวาดมองไปรอบๆ ราวกับพญามัจจุราชที่กำลังเลือกเหยื่อรายสุดท้ายก่อนปิดบัญชี
“จะรีบไปไหนกันเล่า…” หลงเฉินพึมพำ มุมปากยกยิ้มเย็นเยียบ
สายตาของเขาไปหยุดอยู่ที่ร่างของชายชราร่างยักษ์ผู้หนึ่ง… ผู้อาวุโสสูงสุดสำนักภูผาเหล็ก
ชายชราผู้นี้มีระดับพลัง ก่อรากฐาน ขั้น 9 และขึ้นชื่อเรื่องพลังป้องกันกายาเหล็กไหล ทำให้เขารอดชีวิตจาก “ฝนระเบิด” มาได้ แม้ผิวหนังจะไหม้เกรียมและเลือดท่วมตัว แต่เขาก็กำลังตะเกียกตะกายปีนขึ้นไปบนซากหินเพื่อหนีเอาตัวรอด
“นั่นไง…” หลงเฉินจำได้แม่น “ไอ้แก่ที่บอกว่าจะบดกระดูกข้า”
วูบ!
หลงเฉินดีดตัวพุ่งทะยานผ่านอากาศ เศษหินที่ร่วงลงมาถูกชนกระเด็นด้วยออร่าเกราะมังกรที่แข็งแกร่ง
...
“แฮ่ก... แฮ่ก... ต้องรอด… ข้าต้องรอด!”
ผู้อาวุโสภูผาเหล็กกัดฟันแน่น พยายามใช้แขนที่เหลือข้างเดียวปีนป่ายขึ้นไปบนหน้าผา “ฝากไว้ก่อนเถอะหลงเฉิน! ถ้าข้ารอดไปได้ ข้าจะยกทัพมาล้างตระกูลเจ้า!”
“ไม่ต้องลำบากขนาดนั้นหรอก...”
เสียงกระซิบที่แผ่วเบาแต่ชัดเจนดังขึ้นที่ข้างหูของเขา
ผู้อาวุโสภูผาเหล็กสะดุ้งสุดตัว ขนลุกซู่ไปทั้งร่าง เขาค่อยๆ หันหน้าไปมอง…
ใบหน้าของหลงเฉินลอยอยู่ห่างจากหน้าเขาเพียงคืบเดียว! ดวงตาสีทองจ้องมองเขาราวกับมองมดปลวก
“จะ… เจ้า!”
หมับ!
มือขวาของหลงเฉิน… มือที่เป็นเกล็ดมังกรสีแดงฉานและมีกรงเล็บแหลมคม คว้าหมับเข้าที่ข้อเท้าของผู้อาวุโสภูผาเหล็ก
“เจ้าบอกว่าจะบดกระดูกข้าไม่ใช่รึ?” หลงเฉินถามด้วยน้ำเสียงราบเรียบ “ทำไมรีบไปนักล่ะ? มาลองบดดูสิ”
“ปล่อยข้า! ปล่อยนะโว้ย!” ผู้อาวุโสภูผาเหล็กดิ้นพราดๆ เตะขาอีกข้างใส่หน้าหลงเฉิน
หลงเฉินไม่หลบ แต่เกร็งแขนขวา
กร๊อบบบบบบบ!
เสียงกระดูกข้อเท้าแตกละเอียดดังลั่น! แรงบีบจาก “หัตถ์ราชันย์ทำลายล้าง” นั้นมหาศาลเกินกว่าที่กายาเหล็กไหลจะต้านทานได้ ข้อเท้าของผู้อาวุโสบิดเบี้ยวผิดรูปจนน่าสยดสยอง
“อ๊ากกกกกก!”
“ลงมาคุยกันข้างล่างดีกว่า”
หลงเฉินกระชากร่างชายชราร่างยักษ์ลงมาจากหน้าผา เหวี่ยงฟาดลงกับพื้นหินเบื้องล่างอย่างแรง
ตูม!
ผู้อาวุโสภูผาเหล็กกระอักเลือด ตาเหลือกโพลงด้วยความเจ็บปวด
ยังไม่ทันได้ร้องขอชีวิต หลงเฉินก็ทิ้งตัวลงมา เหยียบลงกลางอกของมัน
“กระดูกเจ้าแข็งดีนี่…” หลงเฉินแสยะยิ้ม ”งั้นข้าจะช่วยสงเคราะห์ให้มันนุ่มลงหน่อย”
เปรี้ยง! เปรี้ยง! เปรี้ยง!
หลงเฉินระดมกระทืบลงไปไม่ยั้ง! ทุกครั้งที่เท้าสัมผัสร่าง เสียงกระดูกหักจะดังตามมา ผู้อาวุโสภูผาเหล็กผู้ยิ่งใหญ่ บัดนี้กลายเป็นเพียงก้อนเนื้อเละๆ ที่ไม่มีชิ้นดี (อ่านนิยายก่อนใครได้ที่ Novel-Lucky)
...
หลงเฉินละความสนใจจากศพที่เละเทะ สายตาของเขามองไปเห็นอีกเป้าหมายหนึ่งที่กำลังพยายาม “บิน” หนี
นั่นคือ ผู้อาวุโสรองสำนักดาบคลั่ง ที่รอดตายมาได้ เขาใช้ยันต์เหินเวหา พยายามบินหนีออกไปทางช่องว่างมิติที่กำลังจะปิด
คนผู้นี้แหละ… คือคนที่ตะโกนใส่หน้าหลงเฉินตอนเริ่มสงครามว่า “วันนี้ข้าจะถลกหนังเจ้า!”
“คิดจะบิน?” หลงเฉินแค่นเสียง
เขาหยิบหอกยาวเล่มหนึ่งที่ตกอยู่บนพื้นขึ้นมา… หอกระดับปฐพีที่เจ้าของเดิมตายไปแล้ว
หลงเฉินง้างแขนขวาไปด้านหลัง เกร็งกล้ามเนื้อจนเส้นเลือดปูดโปน พลังมังกรสีแดงไหลไปรวมที่ปลายหอก
“ลงมา!”
ฟิ้ววววววววว!!!!!!
หอกพุ่งแหวกอากาศด้วยความเร็วเหนือเสียง กลายเป็นลำแสงสีแดงพุ่งทะลุความโกลาหล
ฉึก!
“อั๊ก!”
ผู้อาวุโสรองสำนักดาบคลั่งสะดุ้งเฮือก ก้มลงมองหน้าอกตัวเอง… ปลายหอกทะลุออกมาจากอกเสื้อ เลือดพุ่งกระฉูด!
แรงส่งของหอกพาเขาร่วงละลิ่วลงมาจากท้องฟ้า ราวกับนกปีกหัก ตกลงมาแทบเท้าหลงเฉิน
ตุบ!
เขายังไม่ตาย แต่ลมหายใจรวยริน เขาเงยหน้ามองหลงเฉินที่เดินเข้ามาหาด้วยสายตาพร่ามัว
“ยะ… อย่า…”
หลงเฉินก้มตัวลง นั่งยองๆ ข้างๆ เขา มือขวาที่เป็นกรงเล็บมังกรลูบไล้ไปที่ใบหน้าของผู้อาวุธโสเบาๆ กรงเล็บคมกริบกรีดผิวหนังจนเลือดซึม
“จำได้ไหม?” หลงเฉินกระซิบ “เมื่อครึ่งชั่วยามก่อน... เจ้าตะโกนเสียงดังฟังชัดมาก”
“เจ้าบอกว่า… ‘วันนี้ข้าจะถลกหนังเจ้า!'”
ผู้อาวุโสรองตัวสั่นเทิ้ม น้ำตาไหลพรากด้วยความกลัว “ข้า… ข้าพูดเล่น… ไว้ชีวิตข้าเถอะ…”
“แต่ข้าไม่เล่น”
หลงเฉินลุกขึ้นยืน กางกรงเล็บออก
“เจ้าอยากได้หนังข้า… แต่ข้าจะเอาหนังเจ้า!”
ฉัวะ!
หลงเฉินตวัดกรงเล็บวูบเดียว!
ไม่มีเสียงกรีดร้อง… เพราะมันเร็วเกินไป
ศีรษะของผู้อาวุโสรองสำนักดาบคลั่งหลุดกระเด็นออกจากบ่า เลือดพุ่งเป็นน้ำพุ ร่างกายกระตุกสองสามครั้งก่อนจะแน่นิ่งไป
“ชำระบัญชีครบ…”
หลงเฉินสะบัดเลือดออกจากกรงเล็บ เขาเงยหน้ามองท้องฟ้าที่ตอนนี้รอยแยกมิติกำลังขยายตัวกว้างขึ้นเรื่อยๆ หินถล่มลงมาหนักหน่วงขึ้น พื้นดินเริ่มแยกออกเป็นเหวลาวา
“ได้เวลาไปแล้ว…”
หลงเฉินหันกลับไปตะโกนแข่งกับเสียงถล่มของสุสาน
“เสี่ยวเฮย! องค์หญิง! เกาะข้าไว้แน่นๆ! เราจะซิ่งฝ่ามิตินรกนี้ออกไป!”
“มาแล้วลูกพี่! อย่าทิ้งข้านะ!”
เสี่ยวเฮยในร่างเต่ายักษ์วิ่งตะบึงเข้ามา โดยมีองค์หญิงสามที่แบกถุงสมบัติพะรุงพะรังเกาะอยู่บนหลัง
หลงเฉินกระโดดขึ้นไปบนหลังเสี่ยวเฮย มือข้างหนึ่งโอบเอวองค์หญิงสามไว้กันตก อีกมือชี้ไปที่รอยแยกมิติที่กำลังจะปิดตัวลง
“ไปเลย! ทะลวงออกไป!”
สุสานมังกรแห่งนี้กำลังจะกลายเป็นอดีต… แต่ตำนานของ “ราชันย์มังกรอสูร” ผู้ฆ่าล้างบางยอดฝีมือ 5 สำนักใหญ่และพังทลายสุสานโบราณ… กำลังจะถูกจารึกให้โลกได้รับรู้!