ราชันเร้นลับ 2 : วัฏจักรแห่งชะตา (Circle of Inevitability) - ตอนที่ 1011 กลับสู่แดนฝัน
- Home
- ราชันเร้นลับ 2 : วัฏจักรแห่งชะตา (Circle of Inevitability)
- ตอนที่ 1011 กลับสู่แดนฝัน
ตอนที่ 1011 กลับสู่แดนฝัน
………………..
ไม่มีใครตอบคำถามของมาดามเมจิกเชี่ยนได้ เพราะเกี่ยวข้องกับเรื่องระดับสูงเกินไป แถมยังขาดข้อมูลที่เพียงพอ
ลูเมี่ยนใช้ประเด็นนี้เป็นข้อสนับสนุน พลางครุ่นคิดว่า
“ถ้าการอยู่ร่วมกันและการย้ายออกมีความหมายเชิงสัญลักษณ์จริง เราอาจสันนิษฐานได้ไหมว่า หนึ่งในเผิงเติง กรีชา หรือเนี่ยเจิน คือพระองค์ที่ชุมนุมแสงเหนือบูชา? ในกรณีที่พระองค์เข้าสู่แดนฝันแล้ว”
เพราะพระองค์ที่ชุมนุมแสงเหนือบูชา คือผลลัพธ์จากการหลอมรวมจิตสำนึกของ ‘นักสร้างฝัน’ กับ ‘พระผู้สร้างแท้จริง’ และดูเหมือนพระองค์ยังต้องการหลอมรวมมากกว่านั้น
“เบื้องต้นจะคิดแบบนั้นก็ได้ แต่ในความเป็นจริง พระองค์อาจใช้หนึ่งในสามร่างของเผิงเติง กรีชา และเนี่ยเจิน สลับกันไปมา” มาดามจัสติสยืนยันข้อสันนิษฐานของลูเมี่ยน
ลูเมี่ยนครุ่นคิดก่อนเอ่ยต่อ
“ตอนที่เราจับตาดูเผิงเติงครั้งแรก รถเกิดเสียขึ้นมา แต่บังเอิญได้พบกับท่านผู้นั้นของศาสนจักรไอน้ำพอดี เขาช่วยซ่อมรถได้ทันที เราจึงถือโอกาสสานสัมพันธ์”
“นี่เป็นความบังเอิญที่เผิงเติงจงใจสร้างขึ้นหรือเปล่า? เขาต้องการให้เราได้รับความช่วยเหลือจากท่านผู้นั้นของศาสนจักรไอน้ำ?”
ลูเมี่ยนไม่ได้เอ่ยชื่อ ‘สเตียโน่’ ออกมาตรงๆ การพูดในแดนฝันอาจไม่เป็นไร เพราะทั้งสองฝ่ายเป็นเพื่อนใน WeChat แล้ว แต่ในโลกความจริง กระทั่งนามของเทพที่ไม่สมบูรณ์ ก็อาจนำมาซึ่งผลร้ายแรงได้
“น่าจะใช่” มาดามจัสติสครุ่นคิดสักครู่แล้วตอบ
ขณะเดียวกัน จินนาที่พอเข้าใจสถานการณ์แล้ว เริ่มตั้งข้อสงสัยว่า
“พระเจ้าจัดแจงให้ฟรังก้ากับฉันเข้าไปในส่วนใต้ดินของโรงพยาบาลมู่ซู เพื่อให้เราได้รับข้อมูลสำคัญ ค้นพบรายละเอียดสำคัญที่ละเลยไป จนสามารถถอดรหัสสัญลักษณ์ที่เหลืออยู่ ค้นพบวิธีที่ถูกต้องสำหรับลดทอนอำนาจของราชันสวรรค์และช่วยปลุกมิสเตอร์ฟูล?”
“การที่ฟรังก้ากลายเป็น ‘นางมารสิ้นหวัง’ และย่อยโอสถไปกว่าครึ่งอย่างรวดเร็ว ถือเป็นค่าตอบแทนล่วงหน้าหรือ?”
“แต่นั่นขัดแย้งกับแรงจูงใจของพระองค์ที่ชุมนุมแสงเหนือบูชา…”
“เราเคยคาดการณ์ว่า พระองค์ต้องการรักษาสมดุลไว้ จนกว่าจะบรรลุเป้าหมายในโลกความจริง ถึงค่อยปลุกมิสเตอร์ฟูล เพื่อป้องกันไม่ให้มิสเตอร์ฟูลมาแทรกแซงแผนการของพระองค์”
ท่ามกลางความเงียบชั่วขณะ ลูเมี่ยนมองไปทางอ็องโตนี
“เล่ารายละเอียดให้ฟังหน่อย ว่าคุณถูกเตะออกจากแดนฝันยังไง”
อ็องโตนีย้อนนึกแล้วเล่า
“หลังจากเผิงเติงบอกเป็นนัยว่า เขาคือเพื่อนสมัยเด็กของคนอื่นๆ ด้วย พวกเราก็ไม่ได้ลงลึกรายละเอียดต่อ แค่คุยเรื่องการตกแต่งบ้านเบื้องต้น นัดเวลาไปดูบ้านจริง เซ็นสัญญา แล้วต่างคนต่างแยกย้ายออกจากร้านกาแฟ”
“พอผมพ้นจากสายตาของเผิงเติง ก็รู้สึกเหมือนถูกเตะออกจากแดนฝัน รู้สึกเหมือนกลายเป็นหุ่นเชิดกะทันหัน ผมพยายาม ‘ปลอบโยน’ ตัวเอง ขจัดความกลัว แต่ก็ยังหลุดพ้นจากสภาวะนั้นไม่ได้ จึงเลิกต่อต้านและยอมออกจากแดนฝัน”
มาดามจัสติสกลอกตาเล็กน้อย
“นั่นแปลว่า เผิงเติงอยู่ภายใต้การจับตามองอย่างเข้มงวดของจิตใต้สำนึกของแดนฝัน”
“ถ้าเขาเป็นหนึ่งในร่างของพระเจ้าในแดนฝันจริง ก็สมควรถูกจับตามองแล้ว มีเพียงพระองค์เท่านั้นที่คู่ควรให้จิตใต้สำนึกของแดนฝันหวาดระแวง”
“ถึงว่าเผิงเติงไม่เคยนัดพบโจวหมิงรุ่ยตอนกลางคืน และไม่เคยลองทำอย่างอื่น เพราะภายใต้การเฝ้าดูที่เข้มงวด เขาทำอะไรไม่ได้เลย”
“เรื่องที่เขาเช่ากระจกวิเศษก็มีคำอธิบายที่สมเหตุสมผลแล้ว การถือกำเนิดของกระจกบานนั้น น่าจะเกี่ยวข้องกับพระเจ้าด้วยเหมือนกัน”
“ในทำนองเดียวกัน ก็มีเหตุผลเพียงพอแล้วที่ร้านขายของชำซิงเมิ่งยอมให้เขาเช่ากระจกวิเศษ”
“อา…”
มาดามจัสติสมองอ็องโตนี
“ตั้งแต่ครั้งแรกที่คุณพบเผิงเติง ก็เกิดประสาทหลอนเพราะความกลัว จนต้องออกจากแดนฝันเอง…”
“นี่อาจเป็นสิ่งที่เผิงเติงจงใจทำ เพื่อเตือนให้คุณระมัดระวังเมื่อติดต่อกับเขา ให้รอบคอบเหมือนตอนติดต่อกับโจวหมิงรุ่ย”
คาดเดามาถึงตรงนี้ มาดามจัสติสพยักหน้ากับตัวเอง
“คราวนี้เขาบอกเป็นนัยว่า ตัวเองคือเพื่อนสมัยเด็กของราชันสวรรค์…ซึ่งนี่ดูผิดปกติชัดเจน”
มาดามเมจิกเชี่ยนกับมาดามจัดจ์เมนต์สบตากันแล้วเอ่ยปาก
“เมื่อรวมกับเหตุการณ์ใต้ดินของโรงพยาบาลมู่ซู เราอาจสรุปได้ไหมว่า พระองค์ที่ชุมนุมแสงเหนือบูชาต้องการให้ ‘มิสเตอร์ฟูล’ ได้เปรียบในเร็ววัน พร้อมกับค่อยๆ ตื่นขึ้นโดยได้รับความช่วยเหลือจากพวกเรา?”
“อาจเป็นแนวโน้มของตราประทับทางจิตของพระเจ้า ซึ่งพระองค์ที่ชุมนุมแสงเหนือบูชาไม่สามารถกดไว้ได้” มาดามจัดจ์เมนต์เสนออีกหนึ่งความเป็นไปได้
ลูเมี่ยนคิดสักครู่ แล้วแย้มยิ้มมุมปาก
“อีกความเป็นไปได้คือ พระองค์ที่ชุมนุมแสงเหนือบูชา ล่วงรู้ว่าแดนฝันกำลังจะเกิดความผันผวนครั้งใหญ่ ซึ่งเป็นประโยชน์ต่อราชันสวรรค์ จึงส่งฟรังก้าลงไปใต้ดินของโรงพยาบาลมู่ซูล่วงหน้า ให้เผชิญกับเงาในใจเพื่อเป็นการถ่วงดุล”
“หรือไม่ก็…อาจเกิดปัญหาบางอย่างบนโลกความจริง เช่น เหตุการณ์วังวนครั้งก่อนอาจทิ้งภัยแฝงเอาไว้ ส่งผลให้พระองค์ที่ชุมนุมแสงเหนือบูชาต้องเริ่มแผนลดทอนอำนาจราชันสวรรค์และปลุกมิสเตอร์ฟูลเร็วขึ้น…”
“หึๆ…ฟ้ากำลังจะถล่ม จำเป็นต้องหาคนตัวสูงมาค้ำไว้?”
“ภัยแฝง…” มาดามเมจิกเชี่ยนดูเหมือนจะเดาบางอย่างได้
เธอหันมาพูดกับลูเมี่ยน
“ไม่ว่าจะออกหน้าไหน ก็ดูเหมือนทุกอย่างจะถูกร่นเข้ามา”
“จากข้อมูลสำคัญที่ว่า มิสเตอร์ฟูลเป็น ‘ผู้ข้ามมิติ’ เราสามารถคาดเดาปัญหาของพวกเผิงเติงและจางอวี่เจีย รวมถึงความพิเศษของตัวตนเกอร์มัน·สแปร์โรว์ได้…”
“สำหรับตอนนี้ ฝ่ายแรกดูเหมือนจะเป็นพันธมิตร ส่วนฝ่ายหลัง จุดร่วมตอนนี้มีแค่อันเสี่ยวเทียน”
มาดามเมจิกเชี่ยนมองมาดามจัสติสกับมาดามจัดจ์เมนต์ แล้วกัดฟันพูด
“พวกเราอนุญาตให้พวกเธอใช้เห็ดของหลี่เค่อจี่รักษาอันเสี่ยวเทียน”
ลูเมี่ยน ‘อืม’ ในลำคอ
“ตกลง”
จินนาพยักหน้าตาม แล้วเปลี่ยนไปถามประเด็นใหม่
“แต่เสียงที่โรแซนได้ยินในความฝัน น่าจะเป็นของราชันสวรรค์ฟ้าดินประทานโชค แต่พลังที่เคลื่อนย้ายพวกเราลงไปใต้ดินของโรงพยาบาลมู่ซู กลับดูไม่เหมือนของเขาเลย”
ลูเมี่ยนคลี่ยิ้ม
“ฉันเดาได้แล้วว่าเป็นฝีมือใคร”
“ใคร?” จินนารู้สึกตกใจ
เดาได้แล้ว?
ลูเมี่ยนหัวเราะในคอ
“ประธานฮวง…ฮวงเทา”
เขาเสริมต่อทันที
“หรือพูดให้ถูกต้องกว่านั้นคือ โรซายล์มหาราชในกระจก”
มาดามจัสติสกับเหล่าอาร์คาน่าใหญ่ต่างพยักหน้าให้
ลูเมี่ยนอธิบายจินนาต่อ
“โรซายล์มหาราชในกระจกร่วมมือกับซาราธุสตรา ดังนั้น หลังจากเข้าสู่แดนฝัน เขาจึงพยายามยึดครองตัวตนของประธานฮวง”
“ในขณะเดียวกัน ซาราธุสตราสงสัยมาตลอดว่าโรแซนมีปัญหา จึงแอบเตือนโจวหมิงรุ่ยอย่างลับๆ”
“และต้องไม่ลืมว่า โรซายล์มหาราชในกระจกคือเทวทูตเส้นทางผู้ส่องความลับ”
ข้อมูลเหล่านี้คือข่าวกรองที่ได้รับมาในช่วงก่อนหน้า
“จากข้อมูลข้างต้น เราสามารถอนุมานได้ว่า ซาราธุสตราน่าจะขอความช่วยเหลือจากโรซายล์ในกระจก ผู้สามารถควบคุมข้อมูลและครอบงำภาพวาด เพื่อยืนยันว่าโรแซนมีปัญหาหรือไม่…”
“โรซายล์ในกระจกจึงจัดเรียงข้อมูลของนกแก้วสีรุ้งนั่นใหม่ ควบคุมมัน สั่งให้มันคอยสอดแนมโรแซน แต่ไม่ได้ส่งข่าวกรองที่ได้รับกลับไปให้ซาราธุสตรา”
“นั่นเป็นเพราะว่า โรซายล์ในกระจกแอบร่วมมือกับพระองค์ที่ชุมนุมแสงเหนือบูชา เฉกเช่นเหตุการณ์วังวนครั้งก่อน” ลูเมี่ยนมองจินนาแล้วสรุปปิดท้าย “โรแซนถูกกระตุ้นจนเกิดเงาทางใจ และถูกพบโดยนกแก้วสีรุ้งนั่น มันจึงแจ้งโรซายล์ในกระจก…”
“จากนั้นโรซายล์ในกระจกก็ใช้ความไว้วางใจจากฝ่ายราชันสวรรค์ แอบ ‘ผลัก’ เธอเบาๆ ในที่ลับ ชักนำให้โรแซนพาคุณและฟรังก้า เป้าหมายแท้จริง ย้ายไปยังส่วนใต้ดินของโรงพยาบาลมู่ซูผ่านความฝัน”
จินนาพลันกระจ่างแจ้ง
“ทุกอย่างลงล็อกพอดี…”
ก่อนที่อ็องโตนีจะไปลองหยั่งเชิงเผิงเติง ก็ได้ฟังจากลูเมี่ยนว่ามิสเตอร์ฟูลคือผู้ข้ามมิติ รวมถึงได้ฟังสถานการณ์เมื่อคืน จึงไม่มีกำแพงความเข้าใจระหว่างกัน เขาสามารถเข้าใจบทสนทนาข้างต้นได้โดยไม่ต้องถามเพิ่ม
มาดามจัสติสมองพวกเขาแล้วพูดยิ้มๆ
“คุยเรื่องสำคัญเสร็จแล้ว ฉันจะเล่าประสบการณ์ของมิสเตอร์ฟูลให้พวกเธอฟังคร่าวๆ เริ่มจากไคลน์·โมเร็ตติก่อน…”
ความจริงแล้ว เรื่องราวพวกนี้มีกล่าวถึงในเอกสารก่อนหน้า เพียงแต่ไม่ได้ลงลึกในรายละเอียด
คราวนี้มาดามจัสติสเล่าราวกับเห็นด้วยตาตัวเอง ได้ยินกับหู เริ่มจากสมุดบันทึกของตระกูลอันทีโกนัส ไปจนถึงตอนจบของเรื่องราวที่เมืองทิงเก็น
หลังความเงียบชั่วขณะ ลูเมี่ยนถามอย่างไม่รีบพูด
“หัวหน้าดันน์กับไคลน์·โมเร็ตติ เสียชีวิตที่บริษัทรักษาความปลอดภัยหนามทมิฬ เพื่อสกัดกั้นการเสด็จเยือนของบุตรพระผู้สร้างแท้จริง?”
“ถูกต้อง” มาดามเมจิกเชี่ยนยิ้มเยาะตัวเอง “ตอนนี้ฉันเข้าใจแล้วว่า ทำไมไคลน์·โมเร็ตติถึงคืนชีพได้”
การคืนชีพหลายครั้งของ ‘โลกิ’ คือตัวอย่างที่ชัดเจน
ลูเมี่ยนจมดิ่งสู่ความเงียบ
จินนาพูดอย่างซาบซึ้ง
“ไม่แปลกใจเลยที่ในแดนฝัน นายตำรวจเติ้งเอินเป็นผู้พิทักษ์ความสงบ”
หลังจากแสดงความรู้สึก เธอก็ถามอย่างสงสัย
“เรื่องราวในช่วงสุดท้ายมีรายละเอียดเยอะมาก เป็นเรื่องเล่าจากปากของผู้รอดชีวิตในเวลานั้นหรือคะ?”
“ใช่” มาดามจัสติสพยักหน้ารับ
จินนานึกขึ้นได้ทันที
“มิสเตอร์สตาร์?”
มิสเตอร์สตาร์ อาร์คาน่าใหญ่ คือเหยี่ยวราตรีของศาสนจักรรัตติกาล!
มาดามจัสติสเพียงอมยิ้ม แต่ไม่ได้ตอบชัดเจน
มาดามเมจิกเชี่ยนเปลี่ยนเรื่องคุย
“โรแซนในโลกจริงก็เคยพูดว่า เธอเกลียดผู้วิเศษมากแค่ไหน ก็เคารพบูชาเหยี่ยวราตรีมากเท่านั้น”
จินนา ‘อืม’ ออกมา พูดอย่างรู้สึกซาบซึ้ง
“ไม่แปลกใจเลยที่โรแซนในแดนฝัน พยายามจะเป็นผู้พิทักษ์ในอุดมคติ…”
หลังจากความเงียบชั่วครู่ มาดามจัสติสกับมาดามเมจิกเชี่ยนผลัดกันเล่าเรื่องราวของตัวตนต่างๆ ของมิสเตอร์ฟูล เช่น เชอร์ล็อก·โมเรียตี้ และเกอร์มัน·สแปร์โรว์
พวกเธอไม่กล้าเล่าละเอียดนัก ได้แต่เลือกเล่าเฉพาะประเด็นสำคัญ ด้วยเกรงว่าจะเสียเวลาในเรื่องของแดนฝัน
สุดท้าย ลูเมี่ยนลุกขึ้นยืน กล่าวกับเหล่าอาร์คาน่าใหญ่และพวกพ้อง
“ฉันจะกลับไปแดนฝันก่อน”
มาดามจัสติสลุกขึ้นตามแล้วพยักหน้ารับ
“พวกเราจะแจ้งอาร์คาน่าใหญ่คนอื่นๆ ด้วย ให้ทุกคนเตรียมพร้อมสนับสนุนการช่วยเหลือ”
ลูเมี่ยนพยักหน้ารับ เดินกลับไปยังชั้น 2 เข้าห้องนอนของตัวเอง แล้วทิ้งตัวลงบนเตียง
เขามองเพดาน ไม่ได้หลับไปทันที ในหัวยังคงมีแต่เรื่องราวจิปาถะเกี่ยวกับมิสเตอร์ฟูล มีแต่เรื่องที่เหล่าอาร์คาน่าใหญ่เน้นย้ำให้ฟัง
ผ่านไปพักใหญ่ ลูเมี่ยนจึงหลับไป
……………………………………………………..