ราชันเร้นลับ 2 : วัฏจักรแห่งชะตา (Circle of Inevitability) - ตอนที่ 1012 ชุดคำใบ้รอบใหม่
- Home
- ราชันเร้นลับ 2 : วัฏจักรแห่งชะตา (Circle of Inevitability)
- ตอนที่ 1012 ชุดคำใบ้รอบใหม่
ตอนที่ 1012 ชุดคำใบ้รอบใหม่
แผนกบริหาร บริษัทอินทิส
โจวหมิงรุ่ยในชุดเสื้อยืดสีดำเดินเข้ามา กวาดตามองรอบๆ อย่างไม่ใส่ใจ แล้วพูดกับโรแซน
“ปีนี้ร้อนจริงๆ เปิดเทอมแล้วยังไม่มีทีท่าว่าอากาศจะเย็นลงเลย”
โรแซนพยักหน้าหงึกๆ แสดงความเห็นด้วย พร้อมชมประสิทธิภาพของเครื่องปรับอากาศในบริษัท
โจวหมิงรุ่ยมองไปทางด้านหลังเล็กน้อยแล้วถาม
“วันนี้ลั่วฝูไม่มาหรือ?”
เขาตั้งใจจะพบลั่วฝูวันนี้ เพื่อถามว่า ทำไมเมื่อคืนเธอถึงไปอยู่ที่ชั้นใต้ดินของโรงพยาบาลมู่ซู แต่ทำงานมาเกือบชั่วโมงแล้ว เธอก็ยังไม่ปรากฏตัวสักที
โรแซนมองซ้ายมองขวา แล้วกระซิบกระซาบ
“ลั่วฝูจะลาออกแล้ว”
“เธอทำงานยังไม่ถึงเดือนเลยนี่ ยังไม่พ้นช่วงทดลองงานก็จะลาออกแล้วหรือ?” โจวหมิงรุ่ยแปลกใจเล็กน้อย แต่ก็คิดว่าเป็นเรื่องปกติ
คนลึกลับอย่างลั่วฝู มาทำงานที่บริษัทคงไม่ได้หวังเงินเดือน แต่มีจุดประสงค์อื่น พอบรรลุเป้าหมายแล้ว หรือเห็นว่าทำไม่สำเร็จและอาจเกิดอันตราย ก็ต้องชิงลาออกทันทีแน่นอน
“ใช่ค่ะ มีธุระทางบ้าน ไม่งั้นใครจะอยากลาออกจากงานดีๆ แบบนี้ล่ะคะ?” โรแซนพูดจากใจจริง “ลั่วฝูยื่นรายงานไปแล้ว พรุ่งนี้จะมาทำเรื่องลาออก”
การลาออกของลั่วฝูทำให้โรแซนรู้สึกว่าตนเองคงไม่ถูกไล่ออกในเร็ววัน
“พรุ่งนี้จะมาหรือ?” โจวหมิงรุ่ยพยักหน้าอย่างครุ่นคิด
เขาคาดการณ์ได้ว่า การลาออกของลั่วฝูคงไม่ราบรื่นนัก คนที่เพิ่งรับเข้ามาทำงานยังไม่ครบเดือนก็จะลาออก นี่มันเหมือนตบหน้าฝ่ายรับสมัครชัดๆ
แถมยังส่งผลต่อการประเมินผลของฝ่ายบุคคลด้วย
โจวหมิงรุ่ยหันไปถามโรแซน
“ตอนนี้ลั่วฝูเป็นยังไงบ้าง? ทำไมเมื่อคืนถึงไปอยู่โรงพยาบาลมู่ซูได้ล่ะ?”
เขาพูดด้วยน้ำเสียงห่วงใยเพื่อนร่วมงาน
“ตอนนี้เธอดีขึ้นแล้ว แค่อารมณ์ยังไม่กลับมาเป็นปกติ” โรแซนไม่กล้าเปิดเผยอะไรมากเพราะยังไม่ได้รับ ‘คำสั่ง’
เธอเลี่ยงที่จะตอบคำถามหลัง
โจวหมิงรุ่ยเห็นท่าทีดังกล่าว จึงยิ้มอย่างสุภาพ
“หมดเวลาทำตัวเอื่อยเฉื่อยแล้ว ผมขอกลับไปทำงานต่อนะ”
“บ๊ายบาย” โรแซนโบกมือตามความเคยชิน
โจวหมิงรุ่ยหมุนตัว เดินไปทางประตูแผนกบริหาร
การลาออกของลั่วฝูทำให้เขายิ่งมั่นใจว่า มีกระแสใต้น้ำในเงามืดเบื้องหลัง
จากเท่าที่สังเกต เพื่อนร่วมงานคนนี้คงเข้ามาทำงานในบริษัทเพราะเขา ตัวเธอยังไม่คุ้นชินกับงานในแผนกบริหารเลยด้วยซ้ำ แต่กลับได้กินข้าวกับเขาสองครั้ง มีการส่งสัญญาณบางอย่าง แถมระหว่างที่เขาไปสำรวจ เธอยังปรากฏตัวอย่างไร้เหตุผลที่ชั้นใต้ดินของโรงพยาบาลมู่ซู
“เหตุการณ์เมื่อคืนเป็นสาเหตุให้ลั่วฝูลาออกหรือ?”
“ส่วนใต้ดินของโรงพยาบาลมู่ซูซ่อนอะไรไว้กันแน่ ทำไมลั่วฝูกับโรแซนถึงไปที่นั่น?”
“ลั่วฝูเจออะไรมากันแน่?”
“ตอนนี้แม้แต่การแข่งขันในที่ทำงาน ก็ต้องพึ่งพาศาสตร์เร้นลับกันแล้วหรือ?”
โจวหมิงรุ่ยบ่นในใจ ยิ่งอยากเจอลั่วฝูเพื่อเอ่ยถาม
เขาเริ่มรู้สึกว่า เรื่องราวรอบตัวชักจะแปลกประหลาดขึ้นทุกที!
“ทั้งลั่วฝูและโรแซนนี่พอกันเลย แสดงความหวังดี มอบคำใบ้ที่มีประโยชน์ แต่ทำไมไม่บอกความจริงกับเราตรงๆ?”
“ทุกคนต่างก็มีพลังเหนือธรรมชาติ มีอะไรที่พูดไม่ได้อีก?”
“ทำไมไม่พูดกันตรงๆ ปรึกษากันอย่างเปิดอก ถึงเราจะไม่เชื่อทั้งหมด แต่ไม่มีทางเพิกเฉย ต้องจำประเด็นสำคัญไว้แล้วค่อยๆ พิสูจน์ทีละเรื่องในอนาคต”
“พวกเธอไม่ยอมพูดอะไรให้ชัดเจนแบบนี้ แล้วเราจะช่วยได้ยังไง?”
“กำลังเล่นละครทีวีกันอยู่หรือ ความเข้าใจผิดแค่เล็กน้อย แต่ถ่ายยาวได้ยี่สิบตอน?”
“พวกเธอทำเพียงบอกใบ้ ไม่ยอมพูดตรงๆ เพราะมีเหตุผลอยู่เบื้องหลัง?”
“มีพลังอะไรที่กำลังขัดขวางไม่ให้พวกเธอพูดความจริง?”
“มีคนอื่นคอยจับตาดูรอบๆ ตัวเราหรือเปล่า?”
โจวหมิงรุ่ยเงยหน้าโดยไม่รู้ตัว มองไปรอบๆ แต่ไม่พบสิ่งผิดปกติใด
“พลังที่คอยสอดแนมมาจากระดับเหนือธรรมชาติ? ถึงขั้นสามารถดักฟังบทสนทนาส่วนตัวระหว่างเรากับลั่วฝูและโรแซนได้?”
“ในตอนที่ลั่วฝูแสดงอาการผิดปกติครั้งแรก โรแซนบอกใบ้ให้เรารออีกสองวันค่อยคุยกับเธอ…เรื่องเกิดหนึ่งวันหลังจากที่เรานัดกินข้าวกับเธอครั้งแรก ในมื้อนั้น ลั่วฝูบอกใบ้ถึงการมีอยู่ของพลังเหนือธรรมชาติและอันตรายในอนาคตของเครื่องดื่ม ‘นักลอบสังหาร’…”
“เป็นเพราะเธอบอกใบ้เรื่องพวกนี้กับเรา ถึงได้เกิดปัญหาตามมา?”
โจวหมิงรุ่ยกลับไปนั่งที่โต๊ะทำงาน มองภาพบนหน้าจอ คิดอย่างจริงจังเกี่ยวกับวิธียืนยันว่า มีการสอดแนมรอบตัวเขาหรือไม่
ถ้ามี ต่อไปจะหลบเลี่ยงอย่างไร จะพบกับลั่วฝูและโรแซนอย่างลับๆ ด้วยวิธีใด เพื่อคุยกันในสภาพแวดล้อมที่ปลอดภัย
ในแผนกบริหาร โรแซนหยิบโทรศัพท์ขึ้นมา ส่งข้อความถึง ‘ดาบซ่อนแขนแท้’
“โจวหมิงรุ่ยมาถามเรื่องของคุณ เขาไม่ได้ไม่สงสัยเรื่องเมื่อคืน แค่กำลังรอโอกาสถาม”
…………
ณ ลานจอดรถกลางแจ้งใต้ตึกเทคโนโลยี ซึ่งเป็นที่ตั้งสำนักงานใหญ่ของบริษัทอินทิส
ฟรังก้าที่รวบผมหางม้า อ่านข้อความ WeChat ที่โรแซนส่งมา
แต่เดิม เธอวางแผนจะพาลุดวิกไปรอแถวๆ บริษัทภาพยนตร์ฮอลล์ เผื่อจินนาในแดนฝันเกิดความผิดพลาด จะได้ช่วยแก้ไขทันที แต่คิดไปคิดมา สุดท้ายก็ตัดสินใจมาที่ใกล้ๆ บริษัทแทน
จินนาในแดนฝันเป็นคนที่ผ่านการเรียนมาอย่าง ‘ถูกวิธี’ ฝีมือการแสดงไม่ด้อยไปกว่าจินนาตัวจริง อีกทั้งยังสืบทอดความทรงจำของจินนาเมื่อครั้งสมัครงานที่บริษัทภาพยนตร์ฮอลล์ รวมถึงการเซ็นสัญญา
อีกทั้ง ความฝันของเธอคือการเป็นนักแสดงที่ดี ดังนั้น ตราบใดที่ไม่เกิดเหตุเหนือความคาดหมายเหมือนเมื่อคืน เธอก็ไม่มีปัญหา
นอกจากนี้ บริษัทภาพยนตร์ฮอลล์มีเถ้าแก่ที่ดี ดูแลอย่างเข้มงวด บรรยากาศภายในดีมาก ขอเพียงไม่ออกไปแคสต์กับทีมถ่ายทำภายนอก จินนาในแดนฝันแทบไม่มีโอกาสพบเจอเรื่องน่าเกลียดน่ากลัวในวงการ
แน่นอน ถึงมีเรื่องแบบนั้น ฟรังก้าก็ไม่กังวลว่าจินนาในแดนฝันจะยอมรับ เธอกลับกังวลว่าจินนาจะตอบโต้รุนแรงเกินไป ป้องกันตัวเกินกว่าเหตุจนถูกตำรวจจับ เช้านี้เธอได้ทดสอบนิสัยอีกฝ่ายแล้ว รู้ว่าถ้าจินนาเจอเรื่องสกปรก คงคว้าอาวุธทุกอย่างที่หาได้ ให้คนพวกนั้นรู้ว่าทำไมดอกไม้ถึงแดงนัก
เทียบกันแล้ว ฝั่งโรแซนอันตรายยิ่งกว่า
กลุ่มที่ก่อเหตุเมื่อคืน ชัดเจนว่าจับตาโรแซนอยู่ ไม่สำเร็จครั้งนี้ก็จะมีครั้งหน้า ฟรังก้าไม่อยากพลาดแม้แต่ครั้งเดียว จนโรแซนต้องประสบ ‘เหตุไม่คาดฝัน’ ตายคาที่ หรือกลายเป็นหุ่นเชิดของราชันสวรรค์!
หลังอ่านข้อความจากโรแซน พลางฟังเสียงลุดวิกกินอาหาร ฟรังก้าพิจารณาครู่หนึ่ง แล้วพิมพ์ตอบกลับ
“คุณลองแนะนำให้โจวหมิงรุ่ยดูหนังชุด ‘เทอร์มิเนเตอร์’ สิ”
เมื่อได้รับคำตอบ โรแซนตกตะลึงทันที
เธอเข้าใจแล้วว่า เหตุใดเรื่องที่ลั่วฝูแต่งในตอนแรก ถึงฟังดูคุ้นหูนัก!
ส่วนใหญ่เป็นฉากในหนังนี่เอง!
คล้ายกันหลายส่วนทีเดียว…โรแซนคิดสองสามวินาที แล้วคลิกเข้ากล่องข้อความหาโจวหมิงรุ่ย
“พวกเรากำลังดูหนังเก่าอย่าง ‘เทอร์มิเนเตอร์’ กันอยู่ มันดีกว่าหนังฮอลลีวูดปัจจุบันมาก คุณจะลองดูซ้ำก็ได้นะ”
โจวหมิงรุ่ยรับข้อความประหลาดนี้ แล้วจมอยู่กับความคิด
เขาลืมรายละเอียดหนังชุด ‘เทอร์มิเนเตอร์’ ไปหมดแล้ว แต่ยังพอจำแก่นเรื่องได้บ้าง
ผ่านไปครู่หนึ่ง เขาพึมพำกับตัวเองเงียบงัน
“หรือพวกเธอกำลังบอกว่า ฉันคือคนที่จะกอบกู้โลก?”
ชั้นล่างของตึก ในลานจอดรถเปิดโล่ง
ฟรังก้ามองโทรศัพท์สลับกับสำรวจรอบข้าง รอเวลาพักเที่ยงอย่างใจเย็น
ความกังวลใจตอนนี้ไม่ใช่เรื่องของโรแซน หรือเรื่องที่เธอจะไปทำให้ใครสิ้นหวัง แต่เป็นเรื่องการเปิดแอร์รอในรถน้ำมัน สิ่งนี้อันตรายอย่างยิ่ง!
ทันใดนั้น ใครบางคนเปิดประตูรถออก แล้วนั่งลงบนเบาะข้างคนขับ
พลังวิญญาณฟรังก้าสัมผัสได้ล่วงหน้าแล้วว่า อีกฝ่ายคือลูเมี่ยน
ลูเมี่ยนกลับเป็นร่างชายและปลอมตัวแล้ว ไม่ถึงกับทำให้จำได้ทันทีว่าเป็นคนเดียวกับยามหลี่หมิง
“คุณรู้ได้ยังไงว่าฉันอยู่ที่นี่?” ฟรังก้าถามทั้งสงสัยทั้งอยากรู้
‘กระจกตัวแทน’ ที่พวกเขามอบให้กันและกัน บัดนี้ยังไม่ถูกเติมพลัง!
ลูเมี่ยนหัวเราะ ยกมือขวาชี้ศีรษะตัวเอง
“มันเดายากตรงไหน?”
ฟรังก้าช้อนตามอง
“ฉันก็แค่ขี้เกียจคิด”
ลูเมี่ยนไม่ได้แขวะเธอต่อ เพียงเล่าผลการหารือระหว่างพวกตนกับไพ่อาร์คาน่าใหญ่ และประสบการณ์ในอดีตของมิสเตอร์ฟูล เฉพาะประเด็นสำคัญ
“ยังกับเรื่องราวในตำนาน…” ฟรังก้าอุทานจากใจ
ลูเมี่ยนพยักหน้ารับ
“ยังมีรายละเอียดอีกเรื่อง…”
“ตอนนั้นฉันบอกให้จินนากับโรแซน ไปพาโจวหมิงรุ่ยลงใต้ดินโรงพยาบาลมู่ซู แต่จินนานึกได้ระหว่างทางว่าตอนนั้นเป็นเวลากลางคืน กลัวว่าถ้าติดต่อโจวหมิงรุ่ยตรงๆ จะเกิดเรื่องไม่ดี จึงให้โรแซนไปคนเดียว”
“โจวหมิงรุ่ยตกลงช่วย พอออกจากศูนย์ฉุกเฉิน จินนาก็ถูกเตะออกจากแดนฝันทันที แต่ตลอดกระบวนการ เธอไม่เคยปรากฏในสายตาโจวหมิงรุ่ยเลย เขาไม่รู้ด้วยซ้ำว่ามีคนแบบนี้อยู่”
ฟรังก้าเข้าใจสิ่งที่ลูเมี่ยนต้องการสื่อแล้ว
“การจ้องมองของราชันสวรรค์ล็อกเป้าผู้เตือนทางอ้อมได้?”
“เมื่อเราให้โรแซนบอกความจริงกับโจวหมิงรุ่ย ต้องเตรียมพร้อมที่คนเกี่ยวข้องจะถูกเตะออกจากแดนฝัน…”
“ฉันเป็นคนสั่งให้โรแซนกับจินนาไป ฉันคือตัวการ แต่ฉันไม่ได้ถูกเตะออกจากแดนฝัน” ลูเมี่ยนเสริม
“บางทีการล็อกเป้าผู้เตือนทางอ้อม อาจมีขอบเขตหรือข้อจำกัด หรือเพราะตอนนั้นคุณอยู่ชั้นใต้ดิน 2 ของโรงพยาบาลมู่ซูแล้ว…ที่นั่นรบกวนการจ้องมองของราชันสวรรค์ได้?” ฟรังก้าเสนอความเป็นไปได้สองข้อ
ลูเมี่ยนอมยิ้ม
“ถ้าใต้ดินโรงพยาบาลมู่ซูรบกวนการจ้องมองของราชันสวรรค์ได้จริง ในช่วงสำคัญเราอาจใช้ประโยชน์จากจุดนี้”
นี่คือการเก็บรวบรวมรายละเอียด พวกมันอาจมีประโยชน์หรือไม่มีผลใดเลย
แต่ถ้าไม่รวบรวม โอกาสลองผิดลองถูกก็จะไม่มี!
ฟรังก้า ‘อืม’ ในลำคอ แล้วหยิบโทรศัพท์ขึ้นใหม่
“ฉันต้องบอกเรื่องจักรพรรดิโรซายล์ในกระจกให้ ‘ราชินีเงื่อนงำ’ ทราบ เตือนเธอให้ระวังพฤติกรรมขัดแย้งของประธานฮวง”
พอคลิกเข้าเพื่อนใน WeChat ชื่อ ‘แบร์นาแดต’ ฟรังก้าก็ปรับอารมณ์นิดหน่อย ส่งอีโมจิร่าเริงไปหา
“ได้เวลาทำควิซ!”
“ได้โปรดตอบว่า ห้าห้วงสมุทรหมายถึงทะเลอะไรบ้าง!”
เธอไม่แน่ใจว่าอีกฝั่งของ WeChat ตอนนี้คือ ‘ราชินีเงื่อนงำ’ แบร์นาแดต หรือมิสฮวงเป่ยเป่ย จึงส่งคำถามที่มีแต่คนนอกรู้คำตอบ เพื่อยืนยันตัวตนก่อน
ผ่านไปครู่หนึ่ง ‘แบร์นาแดต’ ตอบ
“ทะเลโซเนีย ทะเลหมอก ต้องให้ฉันพูดต่อไหม?”
“ปิ๊งป่อง! ตอบถูก!” ฟรังก้าจึงเล่าถึงเหตุการณ์เมื่อคืน รวมถึงบทบาทที่จักรพรรดิโรซายล์ในกระจกอาจมี และเหตุผลที่พวกเธอคาดการณ์ไว้
ไม่รู้ผ่านไปนานเท่าไร ‘แบร์นาแดต’ ตอบกลับมา
“ฉันอยากคุยเรื่องนี้อย่างละเอียด…บ่ายสองโมงตรง มาเจอกันที่คลังหนังสือ บ้านเลขที่ 15 ถนนจิ่นหัว”
……………………………………………………..