ราชันเร้นลับ 2 : วัฏจักรแห่งชะตา (Circle of Inevitability) - ตอนที่ 1013 คำสั่งของราชินี
- Home
- ราชันเร้นลับ 2 : วัฏจักรแห่งชะตา (Circle of Inevitability)
- ตอนที่ 1013 คำสั่งของราชินี
ตอนที่ 1013 คำสั่งของราชินี
ฟรังก้าให้ลูเมี่ยนดูข้อความตอบจาก ‘ราชินีเงื่อนงำ’ แล้วถามความเห็นเขา
“ฉันควรไปไหม?”
ลูเมี่ยนตอบทันทีโดยไม่ลังเล
“ฉันไปเอง”
“ตกลง” ฟรังก้าเข้าใจความหมายของลูเมี่ยน
ตอนนี้เธอต้องอยู่เบื้องหลัง คอยสนับสนุนเท่านั้น เว้นแต่จะสบโอกาสทำให้คนอื่นสิ้นหวัง เธอควรหลีกเลี่ยงการพบหน้าบุคคลสำคัญให้มากที่สุด
บางครั้ง การให้ลุดวิกไปยังดีกว่าเสียอีก!
ฟรังก้าใคร่ครวญเล็กน้อย ก่อนกดพิมพ์ข้อความอย่างคล่องแคล่ว
“ฉันมีธุระสำคัญตอนบ่าย ขอให้ลูเมียนนาไปพบคุณแทนได้ไหม?”
หลังส่งข้อความออกไป ฟรังก้ามองลูเมี่ยนแวบหนึ่ง แล้วพิมพ์เสริมไปอีกประโยค
“ถ้าเป็นเรื่องนี้ เธอรู้รายละเอียดมากกว่าฉัน”
“ไม่มีปัญหา” ราชินีเงื่อนงำตอบกลับในทันที
ฟรังก้าจึงหันไปบอกลูเมี่ยน
“ไปพบ ‘ราชินีเงื่อนงำ’ ในร่างผู้หญิง อย่าเพิ่งเปิดเผยตัวตนยามหลี่หมิง แม้ ‘ราชินีเงื่อนงำ’ เป็นพันธมิตรเรา แต่ก็ไม่ควรให้เธอรู้ทุกอย่าง โดยเฉพาะตัวตนที่ยังต้องแฝงอยู่”
ครั้งก่อนที่ร่วมมือกับ ‘ราชินีเงื่อนงำ’ ต่อกรกับซาราธุสตรา ลูเมี่ยนก็เคยแปลงเป็น ‘นางมารสิ้นหวัง’
ลูเมี่ยนเลิกคิ้วเล็กน้อย พลางเดาะลิ้นก่อนจะพูด
“ในสถานการณ์ที่คุณจะตายเพราะคลุ้มคลั่งถ้าถูกเตะออกจากแดนฝัน ดูเหมือนสมองของคุณจะทำงานดีเป็นพิเศษเลยนะ”
ฟรังก้าชินกับการเย้ยหยันกันไปมากับลูเมี่ยน จึงเดาะลิ้นเช่นกัน
“นี่หมายความว่าอะไร? แสดงว่าฉันฉลาดโดยธรรมชาติ แค่ปกติขี้เกียจคิด เพราะคุณก็ไม่โง่ ให้คุณทำแทนได้สบาย”
ลุดวิกที่นั่งเบาะหลัง เพิ่งกินแฮมเบอร์เกอร์เสร็จ เงยหน้าขึ้นแสดงความเห็นด้วยอย่างยิ่ง
“ใช่ๆ”
นี่ทำให้ฟรังก้าเงียบไปทันที
การที่เด็กคนนี้เห็นชอบ ดูเหมือนจะไม่ใช่เรื่องที่ถูกต้องนัก…
“ไปซื้ออาหารกลางวันให้พวกคุณก่อน จากนั้นฉันจะไปสำรวจพื้นที่ แล้วรอพบ ‘ราชินีเงื่อนงำ’” ลูเมี่ยนที่ปลุกอารมณ์ฟรังก้าอีกครั้ง จนเธอมีชีวิตชีวาขึ้น ผลักประตูรถออกแล้วเดินจากไป
…………
บ่ายสองโมง บ้านเลขที่ 15 ถนนจิ่นหัว
ลูเมี่ยนเปลี่ยนเป็นเสื้อเชิ้ตสตรี กับกางเกงขายาวหลวม สวมแว่นกันแดดและหน้ากาก อาศัยการ ‘เทเลพอร์ต’ หลบยามประตู ไปปรากฏในคลังหนังสือโดยตรง ‘ลูเมียนนา’ ยังคงเป็นผู้ต้องหาที่ถูกออกหมายจับ ย่อมไม่อาจหาข้ออ้างเข้าไปอย่างเปิดเผย
ในคลังหนังสือไม่มีใครอยู่เลย ลูเมี่ยนมองกองสินค้าที่ห่อไว้ สลับกับชั้นเหล็กสูงๆ แล้วเดินไปข้างหน้าอย่างไม่รีบร้อน
ตรงหน้าเขาพลันปรากฏป่าท้อเขียวชอุ่ม เต็มไปด้วยดอกไม้บาน มีสายน้ำคดเคี้ยวไหลผ่านเข้าสู่เทือกเขาสูง แล้วหายเข้าไปในถ้ำเล็กๆ
สิ่งนี้แยกลูเมี่ยนออกจากโลกภายนอก
ถัดมา ‘ราชินีเงื่อนงำ’ แบร์นาแดตก็เดินออกมาจากป่าท้อ
ผมสีน้ำตาลเป็นลอนของเธอมัดอย่างเรียบง่าย สวมเสื้อยืดสีขาวลายกราฟิกหลวมๆ ผูกปมตรงเอว ดูสดใสเป็นวัยรุ่น มีความเป็นนักเรียน ไม่มีใครจะสงสัยว่าฮวงเป่ยเป่ยโตเร็วเกินวัย
“ทิวาสวัสดิ์ ท่านแบร์นาแดต” ลูเมี่ยนถอดแว่นกันแดดกับหน้ากากออก แล้วกล่าวทักทาย
สำหรับจักรพรรดิโรซายล์ เขายังคงเคารพบูชาอยู่มาก จึงเคารพ ‘ราชินีเงื่อนงำ’ ค่อนข้างมากเช่นกัน
แบร์นาแดตพยักหน้ารับ
“ทิวาสวัสดิ์”
เธอไม่มัวอารัมภบท รีบเข้าเรื่องทันที
“เล่าเหตุการณ์เมื่อคืนทั้งหมดให้ฉันฟัง ไม่ใช่แค่เรื่องของ ‘คนในกระจก’”
ลูเมี่ยนปิดบังเฉพาะรายละเอียดบางส่วนเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงของตน โดยเริ่มจากตอนที่โรแซนใช้พลังของ ‘นักข่าว’ แล้วบังเอิญได้ยินฟรังก้าคุยกับจินนา พบว่าตัวเองเป็นเพียงภาพสะท้อนในแดนฝันของคนอื่น จนถึงการกลับไปโรงพยาบาลมู่ซู การเห็นกรีชา เพื่อนร่วมห้องของเผิงเติง อยู่ในจุดเกิดเหตุผ่านคลิปสั้นของคนอื่น และปัญหาเกี่ยวกับนกแก้วในภาพสีน้ำมัน
‘ราชินีเงื่อนงำ’ เงียบฟังไม่ขัดจังหวะ ไม่ซักถามรายละเอียด
จนกระทั่งลูเมี่ยนหยุดพูด เธอจึงเอ่ยถาม
“ลั่วฝูเป็นผู้ข้ามมิติหรือ?”
‘ราชินีเงื่อนงำ’ ก็รู้เรื่องผู้ข้ามมิติด้วยสินะ…ก็ใช่ หลายปีมานี้ ผู้ข้ามมิติทำอะไรไว้ไม่น้อย อาจเคยช่วยเธอแปลไดอารีของจักรพรรดิด้วยซ้ำ แถมเธอยังเข้าออกเมืองแดนฝันของมิสเตอร์ฟูลได้…ลูเมี่ยนพยักหน้ารับ
“ใช่”
“ในเมื่อลั่วฝูเห็นตัวเองในอดีตอยู่ใน ‘รังไหม’ บนประตูแสง เธอคิดว่าทุกคนในรังไหมเป็นผู้ข้ามมิติด้วยหรือเปล่า?’” ราชินีเงื่อนงำถามต่อ
“คิดเหมือนกัน” ลูเมี่ยนพอเดาได้แล้วว่า ‘ราชินีเงื่อนงำ’ เจตนาถามสิ่งใด แต่ก็ยังตอบอย่างร่วมมือ
“แล้ว ‘รังไหม’ สามอันที่ว่างอยู่ ลั่วฝูคาดเดาอะไรบ้างไหม?” ใบหน้าเปี่ยมเสน่ห์วัยรุ่นของ ‘ราชินีเงื่อนงำ’ ยังคงนิ่งสงบ
มาแล้ว คำถามที่แท้จริง…ลูเมี่ยนพึมพำในใจ แล้วตอบตามความจริง
“เธอสงสัยว่าเป็นเทพสุริยันบรรพกาล จักรพรรดิโรซายล์ และมิสเตอร์ฟูล”
สีหน้าของแบร์นาแดตเปลี่ยนไปเล็กน้อย แต่ไม่มีท่าทีตกใจแต่อย่างใด
เธอบอกกับลูเมี่ยน
“เทพสุริยันบรรพกาลอาจไม่ได้ออกมาจาก ‘รังไหม’…พระองค์มีที่มาอื่น”
“เอ่อ…” ลูเมี่ยนตกตะลึง
ถ้าไม่ใช่เทพสุริยันบรรพกาล แล้วใครกันที่ออกมาจาก ‘รังไหม’ นั่น?
แบร์นาแดตไม่ได้อธิบาย เพียงแค่เอ่ยประโยคนี้
เธอพูดด้วยน้ำเสียงเหมือนถอนหายใจ
“ถึงว่าทำไม ในความฝันของมิสเตอร์ฟูล เต็มไปด้วยนิทานและตำนานที่ฉันเคยได้ยิน”
“ถึงว่าทำไม นิทานและตำนานเหล่านั้น มีอำนาจในเชิงศาสตร์เร้นลับ…”
ลูเมี่ยนปิดปากสนิท ไม่รู้จะตอบสนองอย่างไรดี
หลังจากเข้าร่วม ‘สมาคมวิจัยลิงบาบูนขนหยิก’ เขาก็ทราบที่มาของสิ่งประดิษฐ์ งานเขียน และวาทะอมตะของจักรพรรดิโรซายล์
หลังจากเข้าสู่เมืองแดนฝัน เขายิ่งแน่ใจในข้อนี้
แต่กระนั้น เขายังคงเทิดทูนโรซายล์ เชื่อว่าจักรพรรดิผู้นี้เริ่มจากสามัญชน ก้าวสู่บัลลังก์เทพ เป็นชีวิตที่หาได้ยาก สร้างแรงบันดาลใจ และทำให้ผู้คนใฝ่ฝัน
จักรพรรดิได้เปลี่ยนกระแสยุค สถานการณ์โลก และทุกมุมของอินทิส ผลงานของเขายังถูกกล่าวถึงจวบจนปัจจุบัน ยังเป็นประโยชน์ต่อชนชั้นกลางและล่าง และยังเปลี่ยนโชคชะตาผู้คนอีกนับไม่ถ้วน
แบร์นาแดตเอนกาย มองป่าดอกท้อสีชมพูสว่างไสวราวเมฆไฟยามค่ำ แล้วพึมพำว่า
“อันที่จริง เขาแทบไม่เคยบอกฉันว่า ตัวเองเขียนนิทานกับตำนานพวกนั้นมากับมือ…”
“ส่วนใหญ่เขามักบอกว่า…”
“พ่อเรียบเรียงนิทานที่เคยฟังตอนเด็ก เล่าเรื่องที่เคยฟังจากยายให้ลูกฟังใหม่…”
“มันเคยเป็นความเพ้อฝันของพ่อ เสริมสร้างจินตนาการให้พ่อ…”
“พ่อหวังว่ามันจะทำให้วัยเด็กของลูก ทั้งงดงามและเต็มไปด้วยความฝัน…”
“เวลาเขาพูดแบบนี้ เหมือนกำลังมองผ่านฉัน หวนนึกถึงวัยเด็กตัวเอง…”
ลูเมี่ยนอมยิ้มแล้วก้มหน้าตอบ
“พี่สาวฉันก็เคยเล่านิทานให้ฟัง ทุกครั้งที่เธอเล่า ฉันก็มีความรู้สึกคล้ายกัน”
บัดนี้ เขามีความรู้สึกร่วมกับ ‘ราชินีเงื่อนงำ’ อย่างมาก
คนหนึ่งมีพ่อเป็นผู้ข้ามมิติ อีกคนมีพี่สาวเป็นผู้ข้ามมิติ ทั้งสองล่วงลับไปแล้ว แต่ยังมีความหวังคืนชีพอยู่บ้าง
‘ราชินีเงื่อนงำ’ แบร์นาแดตหันมามองลูเมี่ยน แล้วพยักหน้ารับ
“จนกระทั่งเข้ามาในเมืองแดนฝัน และลองใช้ชีวิตสักระยะ ฉันถึงได้เข้าใจเขาอย่างถ่องแท้”
“ทางนี้ก็เหมือนกัน” ลูเมี่ยนตอบพร้อมยิ้มเยาะตัวเอง
‘ราชินีเงื่อนงำ’ รีบสลัดความรู้สึกสะเทือนใจเมื่อครู่ออกไป พลางเอ่ยกับลูเมี่ยน
“ฉันอยากรบกวนพวกคุณสักเรื่องหนึ่ง”
“เรื่อง?” ลูเมี่ยนกระตือรือร้นทันที
‘ราชินีเงื่อนงำ’ เงียบไปสักพักแล้วจึงเอ่ยปาก
“ไม่ว่าตอนนี้ เธอจะร่วมมือกับผู้ที่ชุมนุมแสงเหนือนับถือ หรือกลับไปเข้าฝ่ายราชันสวรรค์ หรือกำลังโยกไปมาระหว่างสองฝ่าย จุดประสงค์สุดท้ายของเธอก็ไม่ใช่สิ่งที่ฉันอยากเห็นหรือยอมรับได้”
“ฉันลังเลมาสักพักแล้ว วันนี้ถึงคราวตัดสินใจหนักแน่น ว่าต้องรีบผลักเธอออกจากแดนฝันโดยเร็ว ไม่เปิดโอกาสให้เธอหาประโยชน์จากแดนฝันแท้จริงแห่งนี้…”
“เพื่อการนั้น ฉันยอมรับผลที่จะไม่ได้กลับมาเมืองนี้อีก”
“คุณคิดจะลงมือกับจักรพรรดิโรซายล์ในกระจกแล้วสินะ?” ลูเมี่ยนเข้าใจทันที
เขาสังเกตว่า ‘ราชินีเงื่อนงำ’ เรียกจักรพรรดิโรซายล์ในกระจกโดยไม่ได้ใช้ ‘พระองค์’ ที่หมายถึงเทวทูต แต่ใช้ ‘เธอ’ ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของสตรี
“ใช่” ‘ราชินีเงื่อนงำ’ พยักหน้ารับ “แค่ตัวฉันเอง แม้มีสมบัติปิดผนึก ก็ยากจะขับไล่เธอออกจากแดนฝัน จึงต้องการความช่วยเหลือจากพวกคุณด้วย”
“ไม่มีปัญหา ในเรื่องซาราธุสตรา ท่านช่วยพวกเราไว้มาก” ลูเมี่ยนตอบรับทันที
จักรพรรดิโรซายล์ในกระจกมีจุดยืนไม่แน่นอน ลูเมี่ยนไม่กล้าเสี่ยงว่าพระองค์จะเข้าข้างมิสเตอร์ฟูล จึงควรกำจัดความเสี่ยงไว้ก่อน
‘ราชินีเงื่อนงำ’ เสริมว่า
“สำหรับความช่วยเหลือนี้ ฉันจะจ่ายค่าตอบแทนล่วงหน้า…”
ไม่ต้องใจกว้างขนาดนั้นก็ได้ ตอนจัดการกับซาราธุสตรา พวกเรายังไม่ได้ให้ค่าตอบแทนเลย…ลูเมี่ยนยังไม่ทันตอบ ก็ได้ยิน ‘ราชินีเงื่อนงำ’ บอกจำนวนเงิน
“ห้าแสน”
เท่าไรนะ? ลูเมี่ยนสงสัยโสตประสาทของตนทันที
แต่ไม่นานก็เข้าใจว่า ‘ราชินีเงื่อนงำ’ กำลังอาศัยเรื่องนี้ ส่งเงินให้พวกตนอย่างสมเหตุสมผล
แถมยังทะลุข้อจำกัดที่เคยเข้าใจว่าเป็นสามหมื่นต่อครั้ง
กล่าวอีกนัยหนึ่ง ‘ราชินีเงื่อนงำ’ ตัดสินใจละทิ้งอนาคต พร้อมถูกเตะออกจากแดนฝันครั้งที่สามแล้วหรือ? ลูเมี่ยนถามหยั่งเชิง
“จะลงมือเมื่อไร?”
“เร็วเท่าไรก็ยิ่งดี” แบร์นาแดตตอบสั้นกระชับ
ลูเมี่ยนชั่งน้ำหนักคำพูดแล้วตอบ
“ระหว่างบ่ายสามโมงพรุ่งนี้ ถึงบ่ายสามโมงมะรืน”
“ซึ่งบ่ายสองโมงครึ่งพรุ่งนี้ ฉันจะไปร้านซิงเมิ่ง เช่าของมาชิ้นหนึ่ง มันอาจมีประโยชน์เมื่อโจวซาซามาถึงเมืองหยาง”
โจวซาซาจะมาถึงเมืองหยางด้วยรถไฟด่วนในเที่ยงวันมะรืน
ลูเมี่ยนหวังเช่าครั้งเดียวใช้สองรอบ ทั้งไล่จักรพรรดิโรซายล์ในกระจกออกจากแดนฝัน ทั้งรับมือความผิดปกติเมื่อโจวซาซาเข้าเมืองแดนฝัน
“ตกลง” ราชินีเงื่อนงำไม่พูดวกวน
เธอคิดสักครู่แล้วเอ่ยต่อ
“ในเมื่อพวกฮวงเจียเจียกลายเป็นหุ่นเชิดของราชันสวรรค์แล้ว อีกทั้งหลู่หย่งอัน สาวกองค์มารดาผู้ยิ่งใหญ่ ก็พบความเท็จในสถานะบุตรแห่งเทพของคุณ หมายความว่า คุณต้องระวังเรื่องที่พวกเขาจะชิงลงมือกับหลี่เค่อจี่ เพื่อตัดความหวังสุดท้ายในการรักษาอันเสี่ยวเทียน”
เมื่อได้ยินประโยคดังกล่าว ลูเมี่ยนพลันตึงเครียดขึ้นมา
จริงด้วย!
หลังเหตุการณ์คืนวาน ไม่ว่าจะเป็นราชันสวรรค์ที่พยายามกำจัดความเสี่ยง หรือ ‘องค์มารดาผู้ยิ่งใหญ่’ ที่ต้องการรักษาสมดุล หลี่เค่อจี่ก็มีแนวโน้มจะตกเป็นเป้าโจมตีหลัก!
เดิมทีลูเมี่ยนวางแผนไปหาหลี่เค่อจี่คืนนี้ตอนดึก เพื่อดูว่าเห็ดดอกนั้นตรงตามเงื่อนไขหรือไม่
แต่ปัจจุบัน เขาต้องรีบไปทันที ต้องไปเดี๋ยวนี้เลย!
……………………………………………………..