ราชันเร้นลับ 2 : วัฏจักรแห่งชะตา (Circle of Inevitability) - ตอนที่ 1014 ย้ายโรงพยาบาล
- Home
- ราชันเร้นลับ 2 : วัฏจักรแห่งชะตา (Circle of Inevitability)
- ตอนที่ 1014 ย้ายโรงพยาบาล
ตอนที่ 1014 ย้ายโรงพยาบาล
โรงพยาบาลหงเยว่ แผนกจิตเวช
ลูเมี่ยน ‘เทเลพอร์ต’ มาถึงหน้าห้องพักของหลี่เค่อจี่
ตอนนี้เขาสวมแว่นตาดำและหน้ากากอีกครั้ง
ขณะที่ยังไม่มีใครเดินผ่านมา ลูเมี่ยนเคาะประตูเหล็กดังปังๆ
แทบจะในเวลาเดียวกัน ลางสังหรณ์ทางพลังวิญญาณก็แจ้งว่า
ในห้องนี้ไม่มีคนแล้ว!
ลูเมี่ยนพลันตึงเครียด รีบ ‘แฟลช’ เข้าไปในห้องพัก
ด้านในว่างเปล่า ไม่มีคน ไม่มีเห็ด ผ้าห่มพับเรียบร้อย
ลูเมี่ยนหยิบกระจกออกมา เตรียมจะทำนายเพื่อตามหาหลี่เค่อจี่
ทันใดนั้น เขาขมวดคิ้ว คิดทบทวนแล้วล้มเลิกความคิดดังกล่าว ด้วยเกรงว่าจะทำนายเห็นภาพที่เกินรับไหว
เขา ‘เทเลพอร์ต’ ออกจากแผนก ยังคงสวมแว่นตาดำและหน้ากาก เดินไปทางเคาน์เตอร์พยาบาลแล้วกล่าวเสียงทุ้ม
“ฉันมาเยี่ยมคนไข้ หลี่เค่อจี่อยู่ห้องไหน?”
พยาบาลที่กำลังจัดเรียงประวัติคนไข้เงยหน้ามอง แล้วถามกลับอย่างแปลกใจ
“คุณไม่รู้เหรอ?”
“หลี่เค่อจี่ย้ายกลับโรงพยาบาลมู่ซูแล้ว เขาได้รับการวินิจฉัยว่ามีปัญหาทางจิต แม้ไม่ต้องติดคุก แต่ต่อไปต้องถูกกักตัวรักษา”
ย้ายกลับโรงพยาบาลมู่ซูแล้ว? ลูเมี่ยนใจหายวูบ รีบถามต่อทันที
“เกิดขึ้นเมื่อไร?”
“เมื่อเช้านี้เอง” พยาบาลคนนั้นเริ่มรำคาญ “ถ้าจะเยี่ยมเขาก็ไปโรงพยาบาลมู่ซูสิ”
เมื่อเช้า…ตอนนั้นเรากลับโลกความจริงไปรายงานสถานการณ์ จินนาและอ็องโตนีก็ถูกเตะออกจากแดนฝัน เหลือแค่ฟรังก้าที่สภาพไม่ดีกับลุดวิกคอยปกป้องโรแซนอยู่ในที่ลับ ไม่มีทางดูแลฝั่งหลี่เค่อจี่ได้ อีกอย่าง เหตุการณ์เมื่อคืนวิกฤตมาก และต้องจัดการปัญหาจิตใจฟรังก้าต่อ ไม่มีทางนึกถึงการแจ้ง ‘ราชินีเงื่อนงำ’ ได้เร็วนัก…พวกเขาจับจังหวะได้แม่นจริงๆ… ลูเมี่ยนถามต่ออีกประโยค
“ใครมาดำเนินเรื่องย้ายโรงพยาบาล?”
“ก็ญาติคนไข้สิ แม่ของเขา” พยาบาลคนนั้นมองสำรวจหน้ากากกับแว่นตาดำที่ปิดบังใบหน้าลูเมี่ยนด้วยสายตาคลางแคลง
แม่ของเขา…มารดา…ลูเมี่ยนรู้สึกขนหัวลุก แกล้งถามอย่างขบขัน
“พวกคุณรู้ได้ยังไงว่าเป็นแม่เขา?”
ถ้าฉันบอกว่าฉันเป็น พวกคุณจะเชื่อไหม?
พยาบาลที่ถูกถาม ตอบอย่างขำๆ ปนหงุดหงิด
“มาพร้อมทะเบียนบ้านเชียวนะ!”
“แถมยังมีเถ้าแก่ของคนไข้มาเป็นพยานด้วย!”
ฮวงเจียเจียร่วมมือกับ ‘แม่’ ของหลี่เค่อจี่จัดการย้ายโรงพยาบาล? ลูเมี่ยนไม่ถามต่อ หมุนตัวเดินออกจากแผนกจิตเวช
ปฏิกิริยาแรกของเขาคือ รีบหามุมเงียบๆ แล้ว ‘เทเลพอร์ต’ ไปโรงพยาบาลมู่ซูทันที ดูว่าจะได้เห็ดรักษาและช่วยหลี่เค่อจี่ออกมาทัน ก่อนที่เขาจะกลายเป็นลูกของแม่จริงๆ หรือไม่
ถ้าช่วยตัวไม่สำเร็จ ก็เปลี่ยนเป็นลอบสังหาร กำจัดภาพในความฝันนี้ให้สิ้นซาก ไม่ทิ้งให้ ‘องค์มารดาผู้ยิ่งใหญ่’
ขณะเตรียมจะกระตุ้นรอยประทับสีดำบนไหล่ขวา ลูเมี่ยนก็ผุดความคิดใหม่
ตอนนี้เขาไม่มีผู้ช่วย ต้องหาผู้ช่วยสักคน
จากนั้น เขาหยิบโทรศัพท์ออกมา เข้าแอปฯ เรียกรถ เลือกเส้นทางจากโรงพยาบาลหงเยว่ไปโรงพยาบาลมู่ซู
ระหว่างนั้น เขาเดินออกจากโรงพยาบาลหงเยว่ พลางส่งข้อความถึงฟรังก้า
“หลี่เค่อจี่ถูกย้ายกลับโรงพยาบาลมู่ซูแล้ว คุณพาลุดวิกไปรอที่หน้าโรงพยาบาลมู่ซู ถ้าจำเป็นอาจต้องให้ลุดวิกมาช่วยฉัน”
“อย่าลืมบอกโรแซนให้ตื่นตัวช่วงบ่ายด้วย ระวังตัวให้มาก ควรไปพูดคุยกับโจวหมิงรุ่ยบ่อยๆ”
“เราจะปล่อยให้มีฝั่งไหนตายระหว่างช่วยอีกฝั่งไม่ได้ จะช่วยหลี่เค่อจี่แล้วเสียโรแซนไม่ได้”
“ตกลง” ฟรังก้าตอบกลับสั้นกระชับ
ไม่ถึงสองนาที รถเช่าสีขาวคันหนึ่งก็จอดตรงหน้าเขา
ลูเมี่ยนเปิดประตูฝั่งผู้โดยสาร แล้วรีบเข้าไปนั่ง
สายตาเขาเหลือบมองคนขับ พอดีเห็นอีกฝ่ายหยิบแว่นตาคริสตัลขาเดียวมาสวมไว้ตรงเบ้าตาขวา
ลูเมี่ยนไม่ประหลาดใจเลย นี่คือสิ่งที่เขารอคอย
เมื่อคนขับสตาร์ทรถ ลูเมี่ยนก็พูดเหมือนเผอิญนึกได้
“ไม่ได้เจอกันเสียนาน”
“ไม่นานหรอก ข้าคอยจับตาพวกเจ้าอยู่เสมอ” อามุนด์ที่กำลังขับรถ ไม่ได้ใช้พลังวิเศษใดเลย ขับรถตามปกติเหมือนคนทั่วไป
“พวกเราน่าจะตีความสัญลักษณ์ของเผิงเติง กรีชา และคนอื่นๆ ในแดนฝันได้แล้ว” ลูเมี่ยนกลั้นความกระวนกระวายในใจ กล่าวอย่างตรงไปตรงมา
“เล่าให้ฟังหน่อย” อามุนด์เจอรถข้างหน้าขับช้า จึงบีบแตรดังปี๊บๆ
เห็นได้ชัดว่า พระองค์ปรับตัวเข้ากับเมืองแห่งความฝันนี้ได้ดีมาก
ลูเมี่ยนเลือกถ้อยคำมาอธิบายข้อสันนิษฐานของมาดามจัสติสอย่างเรียบง่าย
อามุนด์หัวเราะรับ
“‘ผู้ชม’ ไม่ใช่ ‘นักถอดรหัส’ ที่ดีนักหรอก ถึงความคิดและทิศทางไม่ผิด แต่คิดไม่ลึกซึ้งพอ ถ้ามีพาลีสน้อยอยู่ด้วย ก็คงตีความสัญลักษณ์ได้ทั้งหมดแล้ว”
“ผิดตรงจุดไหน?” ลูเมี่ยนถามเพื่อต้องการคำยืนยันจากอามุนด์
จากการคาดเดา ด้วยเหตุผลบางประการ ตอนนี้อามุนด์และบิดาไม่ต้องการรักษาสมดุลอีก แต่หวังลดทอนอำนาจราชันสวรรค์ เร่งให้มิสเตอร์ฟูลตื่นเร็วขึ้น นั่นหมายถึงทั้งสองฝ่ายเป็นพันธมิตรชั่วคราว
อามุนด์เหลือบมองเขา ยิ้มพลางกล่าว
“ก็ตามที่ ‘ผู้ชม’ คนนั้นบอก การทอร่างจริงเป็นไปตามตัวตนและบุคลิก ไม่ใช่ตามเส้นทาง”
“พระบิดาข้า, ‘พระผู้สร้างแท้จริง’, อาดัม, พระเจ้าองค์แรก, รองเจ้าสวรรค์, พระหัตถ์ซ้ายของเทพ, ผู้นำราชาเทวทูต, ‘เทวทูตมืด’ ซาสเรีย…นับดูมีกี่อัตลักษณ์?”
“ห้า” ลูเมี่ยนตอบอย่างครุ่นคิด “ที่แท้ ‘เทวทูตมืด’ หนึ่งในแปดราชาเทวทูต ก็แยกมาจากเทพสุริยันบรรพกาลเหมือนกัน…”
นี่เป็นข้อมูลที่เขาไม่เคยรู้มาก่อน
อามุนด์บีบแว่นตาข้างเดียวตรงตาขวา กล่าวโดยไม่เปลี่ยนรอยยิ้ม
“เมื่อมองแบบนี้ การตีความสัญลักษณ์ที่เกี่ยวข้องก็ไม่ยากเลย”
“เถ้าแก่บริษัทแสงเหนือคือสัญลักษณ์ของ ‘พระผู้สร้างแท้จริง’ ได้รับอิทธิพลจากการรับรู้ของ ‘เดอะฟูล’ ทำกิจกรรมใกล้สำนักงานใหญ่อินทิส เผิงเติงกับกรีชาคือสัญลักษณ์ของ ‘คนที่เจ้าเกลียดที่สุด’ กับพระเจ้าองค์แรก แต่ตำแหน่งไม่คงที่ พระองค์สลับกันได้ตลอด เป็นสัญลักษณ์การหลอมรวมและต่อต้าน เนี่ยเจินคือสัญลักษณ์ของ ‘เทวทูตมืด’ แทนส่วนที่แยกจากพระบิดาข้า โดยที่ซี่โครงของอาดัมคือเอวา”
“‘พระผู้สร้างแท้จริง’ กับอาดัมหลอมรวมจิตสำนึกแล้ว ไม่ต้องอยู่ร่วมกันอีก อาศัยการรับรู้ของ ‘เดอะฟูล’ ทำงานด้วยตัวตนที่ต่างกัน แต่ความคิดยังเชื่อมถึงกัน”
‘นักสร้างฝัน’ อาดัม? ลูเมี่ยนพยักหน้ารับ
“จางอวี่เจียคือสัญลักษณ์แทนพระบิดาท่าน เทพสุริยันบรรพกาล?”
“วิหารซากศพเป็นของพระองค์มาแต่ไหนแต่ไร จางอวี่เจียเตร็ดเตร่นอกเมืองแดนฝัน แสดงว่าพระบิดาข้าถอนตัวจากเวทีนี้แล้ว ตอนนี้ทายาทพระองค์กับพระเจ้าองค์แรกกำลังต่อสู้กัน นี่คือการรับรู้ของ ‘เดอะฟูล’” อามุนด์พูดเยาะหยัน “ส่วนความหมายของการอยู่ร่วมและย้ายออก คงไม่ต้องให้ข้าอธิบายใช่ไหม?”
คำอธิบายนี้ช่วยให้เห็นภาพชัดเจนขึ้น แต่ก็ไม่อาจเชื่ออามุนด์ได้ทั้งหมด…ลูเมี่ยนหัวเราะ ‘ฮะฮะ’ แล้วกล่าว
“ทำไมภาพสะท้อนแดนฝันของบิดาท่านถึงเป็นสตรีล่ะ?”
“เป็นเพราะมิสเตอร์ฟูลมีเพื่อนสมัยเด็กเป็นสตรีจริงๆ หรือเพราะว่าตามการรับรู้ของมิสเตอร์ฟูล บิดาของท่านให้กำเนิดท่านกับ ‘เทวทูตจินตภาพ’ โดยหลังจากนั้นยังแยกตัวเป็น ‘เทวทูตมืด’ คือมารดาที่ประสบความสำเร็จ?”
อามุนด์หัวเราะ
“คนล่าสุดที่ตีความสัญลักษณ์แบบนี้ ก่อนจะพูดก็ขำออกมาเหมือนกัน…พวกเจ้าคล้ายคลึงกันมากทีเดียว”
“ใคร?” ลูเมี่ยนถามอย่างระแวง
“เจ้าเดาไม่ออกหรือ?” อามุนด์เหล่มองลูเมี่ยน “เทวทูตสีชาด เมดีซี”
“พระองค์ก็เข้าสู่ความฝันของมิสเตอร์ฟูลได้เหมือนกันหรือ?” ลูเมี่ยนขมวดคิ้ว
หรือว่า ‘เทวทูตสีชาด’ หันไปเข้ากับราชันสวรรค์?
ตอนนี้เห็นได้ชัดว่า นอกจากเทพแท้จริงกับผู้ถือเหรียญทองของมิสเตอร์ฟูล มีเพียงบุคคลพิเศษที่ได้รับพรจากราชันสวรรค์เท่านั้น จึงจะเข้าสู่เมืองแดนฝันนี้ได้
อา…ดูเหมือนว่าตอนนี้ ผู้ยิ่งใหญ่รายอื่นๆ จะส่งลูกน้องหนึ่งถึงสองคนเข้ามาผ่านห้วงลึกเสมือนใต้โรงพยาบาลมู่ซูแล้ว เช่น หลู่หย่งอัน แต่ ‘เทวทูตสีชาด’ คงไม่ร่วมมือกับ ‘องค์มารดาผู้ยิ่งใหญ่’ และพวกเทพมาร ในเหตุการณ์หอพัก พระองค์เพิ่งหลอกพวกนี้ไปหมาดๆ…
“พระองค์มีร่างในเมืองแดนฝัน และได้รับความช่วยเหลือจากนักสานฝันระดับสูงสุด แน่นอนว่าเข้ามาได้” อามุนด์อธิบายเสียงเบา
“ความช่วยเหลือจากนักสานฝันระดับสูงสุด…” ลูเมี่ยนพลันเกิดความคิด “ไม่ใช่ ‘เทวทูตจินตภาพ’ ช่วยพระองค์เข้ามา แต่เป็นพระเจ้าองค์แรก?”
“ศัตรูของศัตรูคือมิตร” อามุนด์พูดยิ้มๆ “แต่ศัตรูของศัตรูก็อาจเป็นศัตรูได้ เช่นเจ้ากับเมดีซี”
“ในแดนฝัน เทวทูตสีชาดทำตัวเงียบเชียบได้ขนาดนี้เชียว? พระองค์ทำอะไร วางแผนอะไรอยู่?” ลูเมี่ยนที่สวมแว่นดำและหน้ากากถามต่อ
อามุนด์ส่ายหน้า
“เจ้าไปหาพระองค์เอง ไปถามพระองค์เอง”
ไม่รอให้ลูเมี่ยนถามต่อ อามุนด์หัวเราะ
“เผิงเติงเสี่ยงเปิดเผยตัวตน ไม่ใช่แค่ให้พวกเจ้ารู้ว่าพระองค์เป็นใคร”
“สิ่งที่พระองค์ต้องการบอกใบ้ เจ้าตีความออกหรือไม่?”
สิ่งที่ต้องการบอกใบ้…ลูเมี่ยนจมอยู่ในห้วงคิด
ผ่านไปสิบกว่าวินาที เขาเปลี่ยนเรื่องถาม
“เจ้าของเมืองแดนฝันมีหลายร่างแยกกัน?”
“อธิบดีย่า ท่าน และโจวหมิงรุ่ย?”
อามุนด์แสดงสีหน้ายินดี
“เจ้าเห็นข้าเป็นเจ้าของแดนฝันหรือ?”
พระองค์พูดเสียงสั่งสอน
“เจ้าต้องรู้จักขจัดสิ่งรบกวนจากข้อมูลซับซ้อน เพื่อให้เห็นความจริงแก่นแท้”
“ความจริงแก่นแท้คือ ‘เดอะฟูล’ ไม่เคยปรองดองเอกลักษณ์ของเส้นทาง ‘ข้อผิดพลาด’ และ ‘ประตู’ แต่ราชันสวรรค์เคย”
นี่มัน…ลูเมี่ยนเริ่มเข้าใจคร่าวๆ ถึงสิ่งที่อามุนด์กำลังบอกใบ้
ขณะที่เขาเตรียมใช้คำพูดคลุมเครือเพื่อยืนยัน รถก็หยุดลง
“ถึงโรงพยาบาลมู่ซูแล้วครับ” อามุนด์พลันเปลี่ยนเป็นน้ำเสียงคนขับรถมืออาชีพ
ลูเมี่ยนครุ่นคิดสองวินาที แล้วผลักประตูลงจากรถ
“อย่าลืมให้ดาวเยอะๆ ด้วยนะครับ!” อามุนด์โบกมือ แล้วขับรถจากไปทันที
“เอ่อ…” ลูเมี่ยนได้แต่ยืนงงงัน
จุดประสงค์แท้จริงที่เขาเรียกรถคือ ต้องการแรงสนับสนุนจากอามุนด์เพื่อช่วยหลี่เค่อจี่ แต่อีกฝ่ายกลับจากไปเฉยๆ!
จากไป…
ตัวแทนเอกลักษณ์เส้นทาง ‘ข้อผิดพลาด’ อย่างอามุนด์ ไม่สามารถยุ่งเกี่ยวกับเรื่องราวได้โดยตรง ทำได้แค่ช่วยทางอ้อม? ลูเมี่ยนครุ่นคิดพลางละสายตา
เขาที่สวมแว่นดำและหน้ากาก มองโรงพยาบาลมู่ซู ไม่ลังเลอีกต่อไป ก้าวเดินตรงไปยังแผนกจิตเวชด้านหลังตึก
……………………………………………………..