ราชันเร้นลับ 2 : วัฏจักรแห่งชะตา (Circle of Inevitability) - ตอนที่ 1015 ‘รักษา’
- Home
- ราชันเร้นลับ 2 : วัฏจักรแห่งชะตา (Circle of Inevitability)
- ตอนที่ 1015 ‘รักษา’
ตอนที่ 1015 ‘รักษา’
เมื่ออ้อมตึกหลักมา ลูเมี่ยนเห็นตึกเล็กแยกต่างหากที่เป็นแผนกจิตเวช โทรศัพท์ของเขาก็สั่นขึ้น
เป็นข้อความ WeChat จากฟรังก้า
“ฉันมาถึงแถวโรงพยาบาลมู่ซูแล้ว จอดรถอยู่ฝั่งตรงข้าม”
“อาฮะ…ฉันกำลังจะเข้าแผนกจิตเวช” ลูเมี่ยนตอบด้วยการพิมพ์ผ่านเสียง
จากนั้น เขาตั้งโทรศัพท์เป็นโหมดเครื่องบิน เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุไม่คาดคิดระหว่างปฏิบัติการ อาทิ โทรศัพท์ดังรบกวน
เขาพลันกระตุ้นรอยประทับสัญญาใต้ไหล่ซ้าย แปรร่างตัวเองเป็นสัตว์เงา
ปัจจุบัน เขายังไม่รู้ว่าหลี่เค่อจี่ถูกขังอยู่ห้องไหนในแผนกจิตเวช จึงไม่สามารถ ‘เทเลพอร์ต’ ไปหาตรงๆ ได้ ต้องค้นหาก่อน และการ ‘แปรเงา’ ย่อมซ่อนตัวได้ดีกว่า ‘พรางตัวในเงา’ ยากที่จะถูกคนพบเห็น
ร่างของลูเมี่ยนเริ่มบางลง กลายเป็นสีดำสนิท หลอมรวมเข้ากับเงาของตัวเองที่ทอดไปตามพื้นปูน กลายเป็นเงาหนึ่งนอนนิ่งอยู่บนพื้น
เขาเคลื่อนที่ว่องไว อาศัยเงาตามมุมกำแพง ข้างต้นไม้ และในโถงทางเดิน จนมาถึงแผนกจิตเวช แล้วแทรกเข้าไปในห้องใกล้ๆ
“ฮ่าๆ! ฮ่าๆ!” คนไข้ในห้องนั้นหัวเราะไม่หยุด หัวเราะจนตัวงอ น้ำตาไหลออกมาจากหางตา
ด้วยเหตุผลบางประการ ลูเมี่ยนพลันรู้สึกอยากหัวเราะบ้าคลั่ง ราวกับถูกอารมณ์ของอีกฝ่ายลามมาติด
เขาสแกนคนไข้ด้วยสายตา เมื่อแน่ใจว่าไม่ใช่หลี่เค่อจี่ ก็รีบถอยออกจากเงาใต้ช่องประตูทันที
พอกลับมาถึงโถงทางเดิน สภาพจิตใจของเขาก็กลับมาเป็นปกติในทันที
ลูเมี่ยนไม่รอช้า รีบแทรกตัวเข้าไปในห้องถัดไป
เขาพลันกลายเป็นคนอารมณ์ร้อน อยากจะพุ่งออกจากเงา ตรงไปยังเคาน์เตอร์พยาบาล บังคับให้พวกเธอส่งตัวหลี่เค่อจี่มา
จากนั้น เสียงตะโกนของใครบางคนดังก้องในโสตประสาทของเขา
“ฉันไม่ได้บ้า! ฉันไม่ได้บ้า!”
“ความระมัดระวังอาจเหมาะสมในสถานการณ์ส่วนใหญ่ แต่ไม่สามารถแก้ไขปัญหาได้ทั้งหมด”
“เวลาที่ต้องเสี่ยง ก็ต้องเสี่ยง!”
ลูเมี่ยนพอจะทราบว่าคนไข้ในห้องเป็นใคร จึงถอยกลับออกมาสู่โถงทางเดินของแผนกจิตเวชอย่างเงียบเชียบ
เขาเคลื่อนที่ไปตามเงาของสิ่งต่างๆ ก่อนจะเลี้ยวเข้าไปในห้องผู้ป่วยอีกห้อง
ฉากตรงหน้าคือคนไข้ที่ถูกล็อกไว้บนเตียง นิ่งงันราวกับรูปปั้น
ลูเมี่ยนพลันตระหนักว่า ความเศร้าและความทุกข์ค่อยๆ ก่อตัวภายในใจ จนเขาอยากคลุ้มคลั่ง อยากทำร้ายตัวเอง
นี่มัน…เขายังคงรักษาสติ ไม่อยู่ในห้องนี้นาน
หลังจากกลับมาถึงโถงทางเดินและสงบอารมณ์ลงได้ ลูเมี่ยนครุ่นคิดอย่างจริงจังถึงสิ่งที่เพิ่งเผชิญ
“แค่เข้าไปในห้องผู้ป่วย ก็จะถูกอาการทางจิตของคนไข้แพร่เชื้อใส่หรือ?”
“อาการทางจิตกลายเป็นโรคติดต่อ คล้ายกับลักษณะของสมบัติปิดผนึกรูปมนุษย์ที่เคยเจอมาก่อนหน้านี้…”
“เข้าใจแล้ว…ที่นี่โดยแก่นแท้คือแดนฝัน คนป่วยทางจิตก็มีสัญลักษณ์ที่สอดคล้องกัน”
“พวกเขาเป็นสัญลักษณ์แทนอารมณ์และจิตใจเชิงลบของจิตใต้สำนึกแดนฝัน ทั้งความบ้าคลั่ง ความไร้เหตุผลสุดโต่ง…”
“การมีปฏิสัมพันธ์ในแดนฝันคือการแลกเปลี่ยนทางวิญญาณ ดังนั้นเมื่อเข้าใกล้ ก็จะถูกครอบงำทันที…”
“แล้วทำไมหมอกับพยาบาลถึงยังปกติดีล่ะ?”
“พวกเขาเป็นสัญลักษณ์ของ ‘พลังกดทับความบ้าคลั่งและสุดโต่ง’ ในจิตใต้สำนึกแดนฝันหรือ?”
“จากมุมมองนี้ ความคิดที่กดทับความบ้าคลั่งและอารมณ์สุดโต่ง ก็อาจแพร่เชื้อได้เช่นกัน ผลลัพธ์ก็คือ บางครั้งแพทย์หรือพยาบาลก็เกิดบ้าขึ้นมา?”
“อา…ทั้งหมอ พยาบาล ยา และเครื่องมือแพทย์ต่างๆ ของที่นี่ สามารถใช้ต่อกรกับความบ้าคลั่งและอารมณ์สุดโต่งของแดนฝัน เพราะพวกมันเป็นสัญลักษณ์ของพลังที่สอดคล้อง…”
ลูเมี่ยนมองรถเข็นอุปกรณ์การรักษาใกล้ๆ มองไปยังหลอดฉีดยาและยาที่วางอยู่ด้านบน
เขารู้สึกว่า ในสถานการณ์พิเศษแบบนี้ พวกมันอาจมีประโยชน์และมีประสิทธิภาพมากกว่ายารักษาที่เขากับพวกพ้องพกติดตัว
พวกมันคือส่วนหนึ่งของพลังแดนฝัน
ลูเมี่ยนเข้าใจถึงสถานการณ์พิเศษของแผนกจิตเวช ยังคงรักษาสภาพ ‘สัตว์เงา’ เอาไว้ เคลื่อนไหวไปมาเร็วขึ้น แค่มองแวบเดียวในแต่ละห้อง เพื่อหลีกเลี่ยงการติดอารมณ์จากคนไข้
แต่เขาไม่พบหลี่เค่อจี่ และไม่พบเห็ดด้วย
ไม่ได้อยู่ในแผนกจิตเวชหรือ? ลูเมี่ยนรีบออกจากแผนก มาถึงประตูรั้วเหล็กตรงมุมกำแพง แล้วเข้าไปใหม่โดยอ้างว่ามาเยี่ยมคนไข้ ตรงไปทางเคาน์เตอร์พยาบาล
เขาสวมแว่นดำและหน้ากาก บอกกับพยาบาลเวร
“มาเยี่ยมหลี่เค่อจี่”
“รอสักครู่นะคะ คนไข้ถูกส่งไปรับการรักษา ยังไม่กลับห้อง” พยาบาลคนนั้นเงยหน้ามองลูเมี่ยนแวบหนึ่ง
“ส่งไปรักษาที่ไหน?” ลูเมี่ยนพลันเกิดลางสังหรณ์ไม่ดี
พยาบาลคนเดิมอธิบายสั้นๆ
“ชั้นใต้ดินของตึกหลัก ที่นั่นมีอุปกรณ์ขนาดใหญ่เฉพาะทาง”
ชั้นใต้ดินของตึกหลัก…ลูเมี่ยนพยักหน้ารับ หมุนตัวกลับ เดินออกจากแผนกจิตเวช
ระหว่างทางไปยังตึกหลักของโรงพยาบาลมู่ซู เขาเปิดสัญญาณโทรศัพท์ ส่งข้อความถึงฟรังก้า
“หลี่เค่อจี่ถูกส่งไปชั้นใต้ดิน ฉันกำลังจะไปหา”
“ถ้าภายในสิบห้านาที ฉันยังไม่ส่งข้อความถึงคุณ ให้บอกลุดวิกมาหาแม่ด้วย วิธีนี้น่าจะได้ผลมากกับชั้นใต้ดิน”
“ในกรณีฉุกเฉิน เทียนน้ำมันศพยังใช้ได้อีกครั้ง นามอันทรงเกียรติของอธิบดีย่าก็ยังเอ่ยได้”
ลูเมี่ยนชี้แจงรายละเอียดมากมายเพื่อจะบอกฟรังก้าว่า ตัวเขายังมีทางถอย อย่าเสี่ยงเข้ามาช่วย
ผ่านไปพักใหญ่ ฟรังก้าจึงตอบกลับสั้นๆ
“ระวังตัวด้วย ความปลอดภัยของตัวเองสำคัญที่สุด”
ลูเมี่ยนตั้งโทรศัพท์เป็นโหมดเครื่องบินอีกครั้ง แปรร่างเป็นสัตว์เงา แทรกตัวเข้าสู่ตึกหลัก
คราวนี้ เขาไม่เลือกลิฟต์ แต่เคลื่อนตัวลงไปทีละขั้นๆ ตามช่องทางหนีไฟอันมืดสลัว
มาถึงชั้นใต้ดิน พอเลี้ยวเข้าโถงลิฟต์ เขาก็เห็นประตูกระจกบานใหญ่ตรงทางออก
ประตูกระจกถูกเปิดแง้มไว้ ตรงทางเข้ามีรถเข็นวางอยู่ บนรถเข็นมีคนนั่งอยู่
ร่างกายของชายคนดังกล่าวพันด้วยผ้าพันแผลสีขาวรอบตัว ดูราวกับมัมมี่มีชีวิต
ลูเมี่ยนรู้สึกคุ้นเคยขึ้นมาทันที
ลางสังหรณ์ทางพลังวิญญาณบอกเขาว่า คนบนรถเข็นคือ ‘เพื่อนร่วมงาน’ ของตน ลุงติงที่บาดเจ็บจากอุบัติเหตุฟ้าผ่า
ทำไมลุงติงถึงมาอยู่ที่ชั้นใต้ดิน? ญาติของเขาล่ะ? ลูเมี่ยนค่อยๆ เลี่ยงผ่านเงามืดข้างลุงติงไปอย่างระมัดระวัง
วินาทีถัดมา เขาเห็นลุงติงยื่นมือขวาออกมาอย่างยากลำบาก สัมผัสกับกระดาษขาวแผ่นหนึ่ง ซึ่งติดอยู่บนประตูกระจกที่เปิดแง้มครึ่งหนึ่ง
บนกระดาษขาวเขียนข้อความว่า
“สถานพยาบาล บุคคลที่ไม่เกี่ยวข้องห้ามเข้า”
ลูเมี่ยนละสายตากลับ ไม่หยุดการแทรกซึมของตัวเอง
ขณะที่เคลื่อนตัวไปตามเงาข้างทาง เดินมุ่งหน้าไปยังจุดที่คาดว่าจะมีคนไข้อยู่ ลูเมี่ยนเริ่มเกิดความไม่สบายใจขึ้นมา
เขาก้มมองโดยไม่รู้ตัว พบว่าตัวเองหลุดออกจากสภาวะเงาตั้งแต่เมื่อไรไม่ทราบ กลับเป็นมนุษย์อีกครั้ง
พลังพันธสัญญาของเขาสลายไปโดยอัตโนมัติ!
ลูเมี่ยนยังสังเกตเห็นว่า เสื้อผ้าบนร่างกายก็เริ่มแปรเปลี่ยน กลายเป็นชุดมาตรฐานของพนักงานพยาบาลโรงพยาบาลมู่ซู
“นี่มัน…” ลูเมี่ยนนึกถึง ‘มัมมี่’ ลุงติงตรงทางเข้า นึกถึงป้ายประกาศนั่น นึกถึงห้วงลึกเสมือนใต้ดิน นึกถึงคุณสมบัติพิเศษของเส้นทาง ‘มารดาพฤกษาแห่งแรงกระหาย’ จนเกิดข้อสันนิษฐานในเวลาไม่นาน
บริเวณนี้มีคำสาปรุนแรง!
เนื้อหาของคำสาปคือ: บุคคลไม่เกี่ยวข้องห้ามเข้า!
นั่นหมายความว่า ‘ผู้ไม่เกี่ยวข้อง’ ที่เข้ามา จะกลายเป็น ‘ผู้เกี่ยวข้อง’ กลายเป็นพนักงานพยาบาลที่เข้าออกเป็นประจำ กลายเป็นหุ่นเชิดของห้วงลึกเสมือน? หลังจากที่ลูเมี่ยนคิดเรื่องนี้ให้กระจ่าง ก็พลันเข้าใจทันทีว่า ต้องทำอย่างไรจึงจะทำลายคำสาปได้
แต่เขาไม่กล้าลงมือทำ
วิธีทำลายคำสาปที่คิดไว้คือ ตะโกนออกมาเลยว่า ‘ท่านแม่ ข้าคือบุตรของท่าน!’
แก่นแท้ของประโยคนี้คือการยอมรับว่า ตัวเองคือบุตรแห่งเทพตัวจริง
และ ณ ชั้นใต้ดินของโรงพยาบาลมู่ซูมีพลังกับอิทธิพลของ ‘องค์มารดาผู้ยิ่งใหญ่’ อยู่อย่างชัดเจน หลักฐานคือการ ‘เกิดใหม่’ ในห้องเก็บศพ
ภายใต้เงื่อนไขดังกล่าว บุตรแห่งเทพของ ‘องค์มารดาผู้ยิ่งใหญ่’ ย่อมไม่ใช่ ‘บุคคลไม่เกี่ยวข้อง’ !
ลูเมี่ยนรู้สึกว่า ความผิดปกติบนร่างกายเริ่มลุกลามเร็วขึ้น และตัวเขาเองก็คิดวิธีอื่นไม่ออกในตอนนี้ จึงได้แต่กระตุ้นรอยประทับสีดำบนไหล่ขวา ‘เทเลพอร์ต’ หนีออกจากชั้นนี้ไป
เขาปรากฏตัวในทางหนีไฟชั้น 1 ซึ่งรอบๆ ไม่มีใครอยู่
“ยังดีที่สามารถ ‘เทเลพอร์ต’ ออกมาจากชั้นใต้ดินได้ ไม่อย่างนั้นคงต้องใช้เทียนน้ำมันศพ หรือท่องนามของมาดามเมจิกเชี่ยนหรืออธิบดีย่าสักคน…ไม่สิ ด้วยความเร็วของการลุกลามเมื่อครู่ พิธีพันธลับคงไม่ทันได้ออกฤทธิ์หรอก…” ลูเมี่ยนก้มลงสำรวจตัวเอง พบว่าเสื้อผ้าได้กลับคืนสู่สภาพปกติแล้ว
เขาแปลงกายเป็นสัตว์เงาอีกครั้ง มาถึงทางเข้าของช่องทางหนีไฟ ขณะสังเกตการขึ้นลงของลิฟต์ ก็คิดว่ามีวิธีไหนบ้างที่สามารถเข้าไปในชั้นใต้ดินได้ลึก โดยไม่ต้องกลายเป็นบุตรแห่งเทพตัวจริง เพื่อช่วยหลี่เค่อจี่ออกมา
ขณะที่ความคิดกำลังสับสน ลูเมี่ยนเห็นลิฟต์พิเศษขึ้นมาจากชั้นใต้ดิน เจ้าหน้าที่พยาบาลคนหนึ่งเข็นเตียงเคลื่อนย้ายออกมา
ข้างเตียงเคลื่อนย้ายมีพยาบาลยืนอยู่ข้างละคน บนเตียงมีชายคนหนึ่งนอนอยู่ หนวดเคราดกหนา ตาปิดสนิท สวมชุดผู้ป่วยลายทางสีฟ้าขาว
ไม่ใช่ใครนอกจากหลี่เค่อจี่
“การ ‘รักษา’ จบลงแล้วหรือ?” ลูเมี่ยนหรี่ตาลง
สุดท้ายก็มาไม่ทัน?
เขามองหลี่เค่อจี่ถูกเข็นออกจากห้องลิฟต์ แล้วตามหลังไปในเงาตลอดทาง ออกจากตึกหลัก กลับไปยังแผนกจิตเวช
หลังจากยืนยันห้องพักของหลี่เค่อจี่แล้ว ลูเมี่ยนกลับออกไปข้างนอกก่อน ยืนอยู่หลังแนวต้นไม้สีเขียว หยิบโทรศัพท์ออกมา เปลี่ยนโหมดแล้วส่งข้อความถึงฟรังก้า
“ฉันลงไปใต้ดินลึกมากไม่ได้ ข้างในมีคำสาป ฉันถูกบังคับให้ออกมาก่อนกำหนด”
“ตอนนี้หลี่เค่อจี่ได้รับการ ‘รักษา’ แล้ว กลับมาที่ห้องพักแล้ว ฉันว่าจะแทรกซึมเข้าไปเพื่อตรวจสอบ หากเกินเยียวยาแล้ว ก็จะกำจัดทิ้งตามแผนเดิม”
ไม่นานนัก ฟรังก้าตอบกลับมา
“ถ้าการสังหารยุ่งยากเกินไป จะยอมแพ้ก่อนก็ได้ ค่อยพาลุดวิกไปลองดู”
“ฉันคิดว่าเขาจัดการกับศัตรูประเภทอาหารได้ดี เช่นพวกเห็ด”
มีเหตุผล…ลูเมี่ยนตอบกลับด้วยคำว่า ‘ตกลง’ แล้วยัดโทรศัพท์ใส่ ‘กระเป๋านักเดินทาง’
ถัดจากนี้อาจจะมีการต่อสู้ ต้องปกป้องโทรศัพท์ให้ดี
ไม่นานนัก ลูเมี่ยนในร่างสัตว์เงาได้แทรกเข้าไปตามช่องประตูห้องของหลี่เค่อจี่ แล้วค่อยๆ ยืดตัวสูงหน้าเตียงนอน
เขามองไปรอบตัว แล้วมองหลี่เค่อจี่ซึ่งยังคงหลับสนิท เริ่มประเมินสภาพของอีกฝ่าย
ทันใดนั้น หลี่เค่อจี่เบิกตาโพลงพร้อมกับลุกขึ้นนั่ง
เมื่อเห็นว่าเป็นลูเมียนนา เขาก็ยิ้มอย่างจริงใจ
“ผมค้นพบแก่นแท้แล้ว!”
“ผมประสบความสำเร็จแล้ว!”
สีหน้าของลูเมี่ยนเปลี่ยนไปทันที
เขาเห็นหน้าอกของหลี่เค่อจี่โป่งนูนขึ้นมา เห็ดขนาดใหญ่สองดอกดันชุดผู้ป่วยจนพอง มีน้ำนมไหลออกมา
ตรงหน้าท้องของหลี่เค่อจี่ เห็ดที่ดูราวกับก่อตัวจากเลือดเนื้อ กำลังยุบพองฉีกเสื้อผ้า คล้ายกับพยายามสร้างมดลูกสีเลือดที่สมจริง
……………………………………………………..