ราชันเร้นลับ 2 : วัฏจักรแห่งชะตา (Circle of Inevitability) - ตอนที่ 1019 ใครคือพ่อ
- Home
- ราชันเร้นลับ 2 : วัฏจักรแห่งชะตา (Circle of Inevitability)
- ตอนที่ 1019 ใครคือพ่อ
ตอนที่ 1019 ใครคือพ่อ
ฟู่ว…ลูเมี่ยนถอนหายใจ พลิกตัวลงจากเตียง แล้วเดินออกจากห้อง
ที่ห้องนั่งเล่นชั้นหนึ่ง มาดามจัสติสกำลังเชิญมาดามเมจิกเชี่ยน มาดามจัดจ์เมนต์ จินนา และอ็องโตนี ดื่มชายามบ่ายตามแบบฉบับโลเอ็นขนานแท้
นี่ก็เป็นการปลอบโยนจิตใจ ปลอบโยนสภาพจิตของผู้เป็นอาร์คาน่าเล็กทั้งสอง ช่วยให้พวกเขาผ่อนคลายลง และซึมซับความเป็นจริงอย่างชัดเจน
“ทำไมคุณถึงออกจากแดนฝันอีกล่ะ?” จินนามองประตูห้องนั่งเล่นที่ลูเมี่ยนยืนอยู่ สีหน้าแฝงความประหลาดใจ
“โดนเตะออกมาน่ะ” ลูเมี่ยนยิ้ม
เมื่อเทียบกับการถูกเตะออกมาอย่างสมบูรณ์ การที่ตอนนี้ยังสามารถกลับเข้าไปในแดนฝันได้ใหม่ ถือเป็นเรื่องที่น่ายินดีอย่างยิ่ง
“เพราะหลี่เค่อจี่หรือ?” มาดามเมจิกเชี่ยนถามอย่างครุ่นคิด
“ใช่” ลูเมี่ยนหาที่นั่ง แล้วเล่าเรื่องข้อตกลงระหว่างตนกับราชินีเงื่อนงำ รวมถึงเรื่องที่หลี่เค่อจี่ถูกย้ายโรงพยาบาล ได้รับการรักษาอย่างน่าเวทนา และคำพูดของอามุนด์บนรถที่เรียกผ่านแอปฯ ให้ทุกคนฟังอีกครั้ง
หลังจากฟังคำอธิบายของอามุนด์ เกี่ยวกับความหมายเชิงสัญลักษณ์ของภาพสะท้อนแดนฝันอย่างพวกเผิงเติงและกรีชา มาดามจัสติสพูดอย่างเขินๆ
“ในด้านนี้ ฉันไม่ใช่ผู้เชี่ยวชาญจริงๆ”
“เป็นเรื่องปกติ” มาดามเมจิกเชี่ยนพูดพลางยิ้ม “การตีความของคุณพาลีสจะมาถึงในอีกไม่ช้า เราจะได้เปรียบเทียบกับของอามุนด์พอดี”
พูดจบ เธอก็พยักหน้าให้ลูเมี่ยนเล่าต่อ
ลูเมี่ยนเล่าต่อถึงการเปลี่ยนแปลงของหลี่เค่อจี่ การปรากฏตัวของคุณนายปัวริสในฐานะผู้อำนวยการคนใหม่ของโรงพยาบาลมู่ซู การปรากฏตัวของทารกโอมีเบล่า และสิ่งที่เกิดขึ้นหลังจากที่เขาท่องนามอันศักดิ์สิทธิ์ของมิสเตอร์ ‘ประตู’
“การเอาอกเอาใจได้ผลด้วยหรือ?” เมื่อได้ยินว่าลูเมี่ยนไม่ได้ถูกเตะออกจากเมืองแดนฝันอย่างถาวร ยังสามารถกลับเข้าไปได้ใหม่ มาดามเมจิกเชี่ยนก็ถามด้วยความประหลาดใจปนขบขัน
ถ้ารู้อย่างนี้ตั้งแต่ต้น เธออาจจะลองต่อรองเพื่อผลลัพธ์ที่ดีกว่าเดิมได้!
ในมุมมองของมาดามจัสติส เรื่องนี้แท้จริงแล้วสะท้อนถึงความแตกต่างของนิสัย
การถูกเตะออกจากแดนฝันอย่างถาวรไม่ได้ทำให้เสียชีวิต ในภายหลังยังสามารถทำตามคำชี้แนะของโชคชะตา ส่งมอบเหรียญทองนำโชค หาผู้ช่วยคนใหม่ และดำเนินการสำรวจและทดลองในเมืองแดนฝันต่อไป ดังนั้น มาดามเมจิกเชี่ยนจึงไม่มีทางคิดแบบ ‘หมาจนตรอก’ ดิ้นรนอย่างสิ้นหวัง จึงยอมรับผลของการกระทำได้ง่าย
แต่ลูเมี่ยนแตกต่างออกไป เขาเคยมีประสบการณ์เร่ร่อน ในชีวิตแบบนั้น ทุกทรัพยากรและทุกโอกาสล้วนมีความสำคัญอย่างยิ่ง เขาจึงไม่คุ้นเคยกับการยอมแพ้ และจะดิ้นรนโดยสัญชาตญาณจนกว่าความล้มเหลวจะมาถึงอย่างแท้จริง
“ได้ผล” ลูเมี่ยนนึกทบทวนพลางเล่า “อธิบดีย่าตอบสนองมากที่สุดต่อเรื่องเกี่ยวกับตระกูลอับราฮัมและการปกป้องเมืองแดนฝันไม่ให้ถูกเทพมารรุกราน ผลตอบรับเป็นไปในเชิงบวกอย่างมาก อา…นามของ ‘จักรพรรดิโลหิต’ และอามุนด์ก็กระตุ้นเขาในระดับหนึ่ง ปลุกความคุ้นเคยจากก้นบึ้งจิตใจ แต่กับเรื่องมลทินขององค์มารดาผู้ยิ่งใหญ่ เขาดูไม่มีปฏิกิริยาสักเท่าใด”
“เรื่องเกี่ยวกับตระกูลอับราฮัม…การปกป้องเมืองแดนฝันไม่ให้ถูกเทพมารรุกราน…” มาดามเมจิกเชี่ยนพลันรู้สึกสะท้อนใจ
มาดามจัดจ์เมนต์กล่าวกับลูเมี่ยน
“หลังจากผ่านเหตุการณ์ที่อามุนด์เถลิงบัลลังก์เทพ มลทินขององค์มารดาผู้ยิ่งใหญ่คงไม่ปรากฏบนตัวอธิบดีย่าแล้ว”
“และมีเพียงเธอเท่านั้นที่สามารถทำให้อธิบดีย่าเกิดปฏิกิริยาได้ ผ่านการเอ่ยนาม ‘จักรพรรดิโลหิต’ และอามุนด์”
ลูเมี่ยนเข้าใจความหมายของมาดามจัดจ์เมนต์
มีเพียงคนที่ครอบครองออร่าตกค้างของ ‘จักรพรรดิโลหิต’ และได้รับพรจากอามุนด์อย่างเขาเท่านั้น ที่พูดเรื่องเหล่านี้แล้วจะมีความน่าเชื่อถือ จนสามารถสร้างการกระตุ้นอย่างแท้จริงได้
“หวังว่าสิ่งที่เธอพูดถึง จะทำให้ตราประทับวิญญาณของมิสเตอร์ ‘ประตู’ บนตัวอธิบดีย่ากระตือรือร้นขึ้นอีกหน่อย และคงอยู่สักระยะหนึ่ง ซึ่งจะมีประโยชน์ต่อการทดสอบและทดลองในอนาคตของพวกเรา” มาดามจัสติสพยักหน้าเห็นด้วย
เธอรู้สึกอย่างเลือนรางว่า การที่เหรียญทองนำโชควนเวียนจนถึงมือลูเมี่ยน แท้จริงแล้วเป็นการชี้นำของโชคชะตา
มีเพียงบุคคลเดียวบนโลกเท่านั้นที่มีคุณสมบัติครบทั้ง ‘นักล่า’ ‘นางมาร’ ครึ่งเทพ พรจากอามุนด์ ออร่าตกค้างของ ‘จักรพรรดิโลหิต’ สายเลือดของโอมีเบล่า ตราผนึกของ ‘นักพรตโลกแห่งความตาย’ ญาติของ ‘ผู้ข้ามมิติ’ และความเกี่ยวข้องกับตระกูลอับราฮัม
ในเวลานี้ จินนาที่กังวลกับอีกเรื่องหนึ่งมากกว่า ตัดสินใจเอ่ยถามออกมา
สิ่งนี้จะส่งผลอะไรต่อลูเมี่ยนบ้าง?
“ตอนที่ฉันไปถึงหมู่บ้านกอร์ตู เตียงเด็กว่างเปล่าไปนานแล้ว เบาะแสมีแค่คำกล่าวอย่าง ‘บุตรแห่งเทพได้ถือกำเนิดในโลกวิญญาณแล้ว’…แหล่งที่มาแรกเริ่มก็คือลูกที่ ‘หายไป’ ของคุณนายปัวริสนั่นแหละ” มาดามเมจิกเชี่ยนส่ายหน้าช้าๆ
ลูเมี่ยนนึกย้อนแล้วเล่าต่อ
“ปีที่แล้ว ในกรุงทรีอาร์ คุณนายปัวริสเคยพูดว่า เด็กคนนั้นตายไปนานแล้ว ถูกพ่อของเธออย่างอธิการโบสถ์สังหารเองกับมือ ซึ่งหลวงพ่อไม่รู้ว่านั่นเป็นลูกของเขา…”
“ครั้งนี้ คุณนายปัวริสพูดอีกว่า พ่อของเด็กภายนอกดูเหมือนจะเป็นหลวงพ่อ แต่ความจริงแล้วเป็นคนอื่น จะเป็นใครกันนะ?”
มาดามเมจิกเชี่ยนครุ่นคิดอยู่พักใหญ่ ก่อนจะพูดด้วยสีหน้าที่ดูแปลกๆ
“บางที ในตอนนั้น ทารกโอมีเบล่าอาจจะต้องตาย เพราะเธอยังไม่มีคุณสมบัติเพียงพอ ไม่อาจถือกำเนิดในโลกความจริง และการถูกบิดาสังหารอาจเป็นสัญลักษณ์สำคัญของการได้รับชีวิตใหม่ จนกระทั่งสืบเนื่องถึงความเป็นจริงในภายหลัง”
“เธอมีข้อสันนิษฐานเกี่ยวกับบิดาที่แท้จริงของโอมีเบล่าแล้วใช่ไหม?” มาดามจัสติสมองหน้ามาดามเมจิกเชี่ยน ไม่ปิดบังความอยากรู้อยากเห็นของตน
มันเป็นข้อสันนิษฐานแบบใดกัน ถึงทำให้สีหน้าของมาดามเมจิกเชี่ยนเปลี่ยนไปอย่างชัดเจนและแปลกประหลาดขนาดนั้น?
เมื่อเห็นพวกลูเมี่ยนและจินนาต่างมองมาทางตน มาดามเมจิกเชี่ยนจึงกระแอมเล็กน้อยแล้วเอ่ยตอบ
“เป็นแค่ข้อสันนิษฐาน ไม่รับประกันว่าถูกต้อง”
“ใครกัน?” มาดามจัดจ์เมนต์ถามต่อด้วยความร่วมมือ
มาดามเมจิกเชี่ยนเงยหน้ามองท้องฟ้า แล้วลดเสียงลงพูดว่า
“สุริยันเจิดจรัส”
หา? ทั้งจินนาและอ็องโตนีต่างอึ้งไป
มาดามจัสติสและมาดามจัดจ์เมนต์ก็ประหลาดใจเช่นกัน
สุริยันเจิดจรัส? ลูเมี่ยนมองมาดามเมจิกเชี่ยน ในใจมีความคิดเดียว
เธอเชื่อมโยงมาถึงจุดนี้ได้อย่างไร?
นี่น่ะหรือนักเขียนนิยาย?
มาดามเมจิกเชี่ยนลุกขึ้นยืน เดินไปมาพลางเอ่ยปาก
“กิโยม·เบเนต์เป็นอธิการโบสถ์ของศาสนาสุริยันเจิดจรัสในหมู่บ้านกอร์ตู เปรียบเสมือนตัวแทนของสุริยันเจิดจรัสในเขตมุขมณฑลนี้ คำอธิบายนี้ถูกต้องไหม?”
“ไม่ถูก” จินนาส่ายหน้าโดยอัตโนมัติ
นี่เป็นความรู้พื้นฐานทางเทววิทยา
มาดามเมจิกเชี่ยนมองไปทางลูเมี่ยน
“เธอเห็นคุณนายปัวริสกับหลวงพ่อเล่นชู้กันในโบสถ์สินะ?”
“ใช่” ลูเมี่ยนพยักหน้ารับ
“การมีเพศสัมพันธ์กับตัวแทนของสุริยันเจิดจรัสในโบสถ์ของสุริยันเจิดจรัส ใกล้กับแท่นบูชา จนกระทั่งตั้งครรภ์ มันอาจทำให้บิดาของเด็กชี้ไปยังสุริยันเจิดจรัสได้จริง แต่เงื่อนไขคือ สุริยันเจิดจรัสต้องยินยอมหรือรู้เห็นเป็นใจด้วย ซึ่งเป็นไปไม่ได้ใช่ไหม?” มาดามจัดจ์เมนต์รู้สึกว่า นี่ไม่ใช่สิ่งที่ลำดับสูงของเส้นทางสุริยันจะทำ
มาดามเมจิกเชี่ยนอมยิ้ม
“ตอนนั้นสุริยันเจิดจรัสคงไม่ได้ยินยอมหรือรู้เห็นเป็นใจแน่นอน อาจจะไม่รู้เรื่องนี้ด้วยซ้ำ นี่ก็เป็นหนึ่งในเหตุผลที่ทารกคนนั้นต้องตายหลังคลอดที่หมู่บ้านกอร์ตู สัญลักษณ์ที่เกี่ยวข้องยังไม่สมบูรณ์”
“แล้วเหตุการณ์ในภายหลังล่ะ พวกคุณยังจำได้ไหม? สุริยันเจิดจรัสแสร้งร่วมมือกับองค์มารดาผู้ยิ่งใหญ่ ช่วยให้มาดามจันทราแห่งชุมนุมท่องราตรี ตั้งครรภ์บุตรแห่งเทพ”
“ในภายหลัง ประสูติการและการเสด็จเยือนของบุตรแห่งเทพองค์นั้น ได้ช่วยให้ ‘เทวทูตสีชาด’ เมดีซีสามารถสังหารฟอม็องดา·เซารอนสำเร็จ และได้ตะกอนพลังของผู้พิชิตมา”
“บุตรแห่งเทพองค์นั้นเสียสละตัวเองไปไม่นาน คุณนายปัวริสในทรีอาร์ยุคที่สี่ก็หายตัวไป ไม่ได้ถูกกวาดล้างในภายหลัง”
“เหตุการณ์เหล่านี้หากมองแยกกัน ก็ไม่มีปัญหาอะไร แต่ถ้าเชื่อมโยงกัน ก็จะพบการชี้นำบางอย่าง”
มาดามจัสติสพยักหน้าอย่างครุ่นคิด
“สุริยันเจิดจรัสหลอกใช้องค์มารดาผู้ยิ่งใหญ่เพื่อให้แผนการของ ‘เทวทูตสีชาด’ เมดีซีสำเร็จ แต่ก็ถูกองค์มารดาผู้ยิ่งใหญ่หลอกใช้ด้วยหรือ?”
มาดามเมจิกเชี่ยนถอนหายใจแล้วกล่าว
“สิ่งที่องค์มารดาผู้ยิ่งใหญ่ต้องการตั้งแต่แรก ไม่ใช่ทารกในท้องของมาดามจันทรา หากแต่เป็นการกระทำที่ ‘สุริยันเจิดจรัสทำให้มาดามจันทราตั้งครรภ์บุตรแห่งเทพ’ สัญลักษณ์นี้ต่างหาก”
“เมื่อบุตรแห่งเทพองค์นั้นเสียชีวิต ทารกที่ตายไปนานแล้วอย่างโอมีเบล่า ซึ่งมีสัญลักษณ์เพียงพอ ได้สืบทอดความสัมพันธ์นี้ไปแทน ได้รับการเกิดใหม่ และช่วยให้คุณนายปัวริสหลบหนีการกวาดล้างในภายหลัง”
“จนกระทั่งเวลานั้น ทารกโอมีเบล่าถึงได้ประสูติอย่างแท้จริง แต่ยังไม่สมบูรณ์ ยังต้องหาสื่อกลางเพื่อลงมาสู่โลกความเป็นจริง…”
“หลังจากนั้น ไม่ว่าจะเป็นบาทหลวงมอนต์เซอร์รัต หรือไข่นกในส่วนลึกของโลกแห่งความตาย น่าจะล้วนกำลังเตรียมการสำหรับเรื่องนี้”
“สำหรับตอนนี้ ฉันคือสื่อกลางที่ดีที่สุดหรือ?” ลูเมี่ยนพลันเข้าใจเหตุผลที่คุณนายปัวริสให้เขาไป บอกว่าลูกต้องการเขา
จินนาฟังจนงุนงง ต้องใช้เวลาพักใหญ่จึงเรียบเรียงความสัมพันธ์ได้
เธอถามอย่างสงสัย
“แต่การทำให้ความสัมพันธ์ของบิดาของลูกมาดามจันทราถูกสืบทอดโดยทารกโอมีเบล่าที่ตายไปนานแล้ว ดูไม่เหมือนอำนาจขององค์มารดาผู้ยิ่งใหญ่เลย”
“ราชันสวรรค์…ตอนนั้นองค์ผู้ยิ่งใหญ่ทั้งสองคงร่วมมือกันแล้ว” มาดามเมจิกเชี่ยนตอบอย่างกระชับ
“ถ้าคิดตามนี้ สุริยันเจิดจรัสก็อาจเป็นบิดาของทารกโอมีเบล่าในอ้อมแขนของคุณนายปัวริสจริงๆ…” ลูเมี่ยนอดพึมพำไม่ได้ “ตอนนั้นหลวงพ่อบอกว่า การเล่นชู้ถือเป็นกิจอันศักดิ์สิทธิ์ของศาสนจักร ก็ไม่ได้พูดผิดเลยนี่…แม้ว่าตัวเขาเองก็อาจไม่รู้ความหมายที่แท้จริง…นี่ก็เป็นการแสดงออกเชิงสัญลักษณ์อีกรูปแบบหนึ่งด้วยหรือ?”
ภายในห้องนั่งเล่น ทุกคนพลันเงียบลง
ผ่านไปพักใหญ่ มาดามจัดจ์เมนต์ทำลายบรรยากาศ
“ต้องรายงานเรื่องนี้ให้ศาสนจักรสุริยันเจิดจรัสทราบ”
นี่ไม่ใช่การแจ้งให้บุคลากรของศาสนจักรสุริยันเจิดจรัสรับรู้ ‘เรื่องอื้อฉาว’ แต่เป็นการเตือนเทพแท้จริงอย่างสุริยันเจิดจรัสให้หันมาสนใจปัญหา
องค์มารดาผู้ยิ่งใหญ่ทำให้บิดาของโอมีเบล่าเป็นเทพ ไม่ใช่เพียงเพื่อให้ศักดิ์ของเด็กสูงส่ง กลายเป็นบุตรแห่งเทพอย่างแท้จริงเท่านั้น จะต้องมีจุดประสงค์อื่นแอบแฝงแน่นอน!
“แต่จะพูดกับบุคลากรของศาสนจักรสุริยันเจิดจรัสยังไงดี? ด้วยความคลั่งไคล้และความบริสุทธิ์ของพวกเขา ฉันคงได้ถูกชำระล้างทันที” มาดามเมจิกเชี่ยนเผยสีหน้าลำบากใจ
ถูกต้อง จะให้ไปบอกพวกหลวงพ่อ บิชอป อาร์ชบิชอปเหล่านั้นว่า เทพของพวกคุณถูกเทพมารล่อลวงแล้ว! ก็คงจะไม่ได้…ลูเมี่ยนรำพันในใจ
“บอกไปแค่ว่า คุณนายปัวริสปรากฏตัวอีกครั้ง มีลูกอยู่ระหว่างความจริงกับความเพ้อฝัน นามว่าโอมีเบล่า และโดยเปลือกแล้ว บิดาของโอมีเบล่าคือกิโยม·เบเนต์ อธิการโบสถ์ประจำหมู่บ้านกอร์ตู แต่ความจริงแล้วเป็นคนอื่น” มาดามจัสติสชั่งน้ำหนักคำพูดอย่างระมัดระวัง “จากนั้นก็เล่าเรื่องที่ทารกนั่น ความจริงแล้วตายไปตั้งแต่อยู่ในหมู่บ้านกอร์ตู เสียชีวิตเพราะเรื่องของหลวงพ่อ…”
“ด้วยสมองอันเฉียบแหลมของ ‘เทวทูตสีชาด’ เมดีซี คงไม่ยากที่จะเชื่อมโยงและคาดเดาได้”
“อืม” มาดามเมจิกเชี่ยนพยักหน้าอย่างจริงจัง
หลังจากตกลงแล้ว อาร์คาน่าใหญ่รายนี้กล่าวอย่างซาบซึ้งจริงใจ
“อย่างนี้นี่เอง…ทุกคนที่คิดจะหลอกใช้องค์มารดาผู้ยิ่งใหญ่ สุดท้ายจะถูกองค์มารดาผู้ยิ่งใหญ่หลอกใช้”
……………………………………………………..