ราชันเร้นลับ 2 : วัฏจักรแห่งชะตา (Circle of Inevitability) - ตอนที่ 1020 เตรียมการ
- Home
- ราชันเร้นลับ 2 : วัฏจักรแห่งชะตา (Circle of Inevitability)
- ตอนที่ 1020 เตรียมการ
ตอนที่ 1020 เตรียมการ
เมื่อได้ยินความรู้สึกลึกซึ้งของมาดามเมจิกเชี่ยน ทุกคนต่างมองมาที่ลูเมี่ยน
ลูเมี่ยนอมยิ้มแล้วเอ่ยปาก
“องค์มารดาผู้ยิ่งใหญ่ไม่ได้หลอกใช้เราก็พอแล้ว เมื่อถึงเวลา ก็ให้พวกพระองค์ตัดสินแพ้ชนะกันไปเถอะ”
สำหรับเรื่องที่ไม่สามารถแก้ไขได้ในปัจจุบัน และไม่ถึงกับมีคนตาย เขามักจะมีท่าทีเช่นนี้เสมอ หากไม่แล้ว สภาพจิตใจและอารมณ์คงระเบิดไปนานแล้ว
“แต่ก็ต้องเพิ่มความระมัดระวัง พยายามอยู่ห่างจากคนโปรดขององค์มารดาผู้ยิ่งใหญ่เข้าไว้” มาดามจัดจ์เมนต์เตือนเป็นพิเศษ
ลูเมี่ยนยิ้มเยาะตัวเอง
“บางครั้ง มันไม่ใช่ว่าฉันอยากหลีกเลี่ยงแล้วจะหลีกเลี่ยงได้”
ลางสังหรณ์ทางพลังวิญญาณของเขาบอกว่า แม้ว่าในภายหลังจะไม่ไปโรงพยาบาลมู่ซูอีก แม้ว่าคุณนายปัวริสและทารกโอมีเบล่าต่างถูกสายตาของอธิบดีย่าบังคับให้ออกไปจากแดนฝันแล้ว แต่ในอนาคตอันใกล้ ในโลกความจริง เขาก็จะได้พบกับพวกเธออีกครั้ง
เรื่องนี้ดูเหมือนจะเป็นชะตากรรมที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ หลังจากที่เขากินเศษสายสะดือของโอมีเบล่าและได้สัมผัสกับไข่นกจากส่วนลึกของโลกแห่งความตาย รวมถึงสมบัติปิดผนึกที่เรียกว่า ‘พรแห่งแผ่นดิน’
…………
เมืองแดนฝัน หน้าสถานีตำรวจ
นักกฎหมายสองคนที่มีท่าทางสง่างาม ได้ประกันตัวลูเมียนนาที่ช่างน่าเวทนาออกมา
ณ ชั้น 1 ของตึกหลักสถานีตำรวจ เติ้งเอินยืนอยู่หลังหน้าต่าง มองลูเมียนนาที่ก้มตัวขึ้นรถเก๋ง ขมวดคิ้วพูดกับอธิบดีย่าเก่อคีว่า
“ท่านอธิบดี ทำไมถึงไม่ปฏิเสธคำร้องขอประกันตัวของเธอล่ะครับ?”
ย่าเก่อคีก็ยืนอยู่ริมหน้าต่างเช่นกัน ยิ้มอย่างจนปัญญาพลางเอ่ยตอบ
“ผมก็อยากตีตกเหมือนกัน แต่เธอไม่ได้เป็นคนฆ่าซาราธุสตราจริงๆ มีทั้งพยานบุคคลและพยานวัตถุ”
“ตอนนั้น เธอกับเด็กต่างก็อยู่ในสายตาของนักแสดงเปลี่ยนหน้ากาก”
“ส่วนเรื่องที่อาจมีผู้สมรู้ร่วมคิด พวกคุณก็ลองสอบปากคำแล้วไม่ใช่หรือ? ถามอะไรก็ไม่ได้ ดูเหมือนเธอจะสูญเสียความทรงจำจริงๆ แม้แต่ในจิตใต้สำนึกก็ไม่มีความทรงจำเรื่องนี้เลย”
“นับแต่นี้ไป พวกคุณลองเริ่มจากความสัมพันธ์ทางสังคมของเธอ ทำการตรวจสอบอย่างละเอียด”
“ครับ ท่านอธิบดี” เติ้งเอินเห็นด้วยกับแนวทางการสืบสวนนี้
ย่าเก่อคีคิดอยู่สองวินาที ก่อนจะพูดอย่างช้าๆ
“เพิ่มโรงพยาบาลมู่ซูเข้าไปในเป้าหมายการสืบสวนสำคัญด้วย แต่ให้ทำอย่างลับๆ”
“มีอะไรเกิดขึ้นหรือครับ?” เติ้งเอินถามอย่างระแวดระวัง
ย่าเก่อคีมองลงไปยังด้านล่างอีกครั้ง
“หลี่เค่อจี่ถูกส่งกลับไปที่โรงพยาบาลมู่ซูแล้วกลายเป็นสัตว์ประหลาด ผมจัดการเขาไปแล้ว และการที่เขากลายเป็นสัตว์ประหลาด มีความเกี่ยวข้องอย่างมากกับผู้อำนวยการคนใหม่ของโรงพยาบาลมู่ซู”
“อีกไม่นาน โรงพยาบาลมู่ซูน่าจะมาแจ้งความว่าหลี่เค่อจี่หายตัวไป”
“ครับ จุดที่ศพในคราวก่อนเดินไปก็คือห้องเก็บศพของโรงพยาบาลมู่ซูเหมือนกัน” เติ้งเอินพยักหน้าด้วยสีหน้าเคร่งเครียด
…………
ทรีอาร์ ภายในคฤหาสน์หรูหรา
จินนาผลักประตูห้องรับแดดบนชั้นดาดฟ้าเปิดออก เห็นลูเมี่ยนนั่งอยู่บนระเบียงกว้าง จ้องมองแม่น้ำเซอเรนโซ่ที่ไหลเงียบๆ อยู่ไม่ไกลอย่างใจจดใจจ่อ
ในยามนี้ พระอาทิตย์กำลังลับขอบฟ้า ห่มคลุมตึกโบราณฝั่งตรงข้ามแม่น้ำด้วยเสื้อคลุมสีทองอมแดง ทำให้จุดแสงสว่างเล็กๆ วิ่งไปตามผิวน้ำมืดสลัวสู่ตำแหน่งห่างไกล
เสียงหวูดไอน้ำของเรือกลไฟที่กลับเข้าท่า คอยดังขึ้นเป็นระยะ
“กำลังคิดอะไรอยู่?” จินนาถามด้วยความอยากรู้ขณะเดินไปริมระเบียง
สายตาที่เหม่อลอยของลูเมี่ยนค่อยๆ กลับมามีจุดโฟกัส พลางพูดอย่างครุ่นคิด
“กำลังคิดถึงสองประโยคที่อามุนด์พูดไว้”
“สองประโยคไหน?” จินนายืนริมขอบระเบียง เอนพิงราวกั้น ชื่นชมแม่น้ำเซอเรนโซ่ยามพระอาทิตย์ตกด้วยเช่นกัน
ลูเมี่ยนนึกย้อนแล้วเอ่ยตอบ
“ประโยคหนึ่งคือ สิ่งที่เผิงเติงต้องการจะบอกเป็นนัย แท้จริงแล้วคือเรื่องอื่น”
“อีกประโยคคือ ต้องรู้จักแยกแยะการก่อกวนออกจากข้อมูลที่ซับซ้อน เพื่อมองเห็นข้อเท็จจริงแก่นแท้”
พูดถึงตรงนี้ ลูเมี่ยนพึมพำกับตัวเอง
“ข้อเท็จจริงแก่นแท้…”
จินนาหันตัวครึ่งหนึ่ง เตรียมจะพูดถกเถียงว่าคำพูดเช่นนี้ของอามุนด์ ซึ่งเป็นหัวหน้าแก๊งต้มตุ๋นระดับสูง ควรเชื่อถือได้หรือไม่ ควรเชื่อมากน้อยแค่ไหน แต่กลับเห็นลูเมี่ยนลุกพรวดขึ้น เดินปรี่ออกไปนอกห้องรับแดด
เธอตกตะลึงไปชั่วขณะ รีบวิ่งตามหลังไป
ลูเมี่ยนมาถึงห้องนั่งเล่นชั้น 1 แล้วพูดกับมาดามเมจิกเชี่ยนที่กำลังอ่านหนังสืออยู่
“ฉันคิดอะไรออกแล้ว…หลังกลับไปที่แดนฝัน ทางนี้ตั้งใจจะวางแผนเตะตัดขาราชันสวรรค์ พร้อมกับปลุกมิสเตอร์ฟูลในเร็ววัน…”
“เมื่อถึงตอนนั้น คงต้องรบกวนการสนับสนุนจากพวกคุณด้วย”
มาดามเมจิกเชี่ยนลุกพรวดขึ้นยืน ไม่ทันได้ถามลูเมี่ยนว่ามีการคาดเดาและความคิดใหม่แบบใด เพียงเอ่ยถามตามจริง
“มั่นใจมากแค่ไหนว่าทิศทางนี้ถูกต้อง?”
ลูเมี่ยนหัวเราะในลำคอ
“ก็ไม่มาก ส่วนใหญ่เป็นการตรวจสอบสมมติฐานของฉันเอง”
“พวกเรารวบรวมข้อมูลมาเพียงพอแล้ว ได้รับทรัพยากรก็ไม่น้อย และโจวซาซากำลังจะมาถึงเมืองหยาง นี่เป็นสัญลักษณ์ว่า สถานการณ์ในแดนฝันได้พัฒนาถึงจุดเปลี่ยนแล้ว ถึงเวลาที่พวกเราต้องลงมือกระทำบางสิ่งเชิงรุก จะมัวแต่ตั้งรับฝ่ายเดียวไม่ได้”
“ถ้าประสบความสำเร็จ ผลลัพธ์จะทำให้ทุกคนพึงพอใจ ถึงแม้ไม่อาจปลุกมิสเตอร์ฟูลได้อย่างสมบูรณ์ แต่ก็แสดงว่าเราค้นพบเส้นทางที่ถูกต้องแล้ว ในภายหลังก็แค่เดินหน้าต่อไปในทิศทางนี้ แต่ถ้าล้มเหลว เราก็สามารถตัดการคาดเดาที่ไม่ถูกต้องและทิศทางที่ผิดออกไปได้ ต่อไปก็ไม่ต้องเดินทางผิดแบบนี้อีก หึๆ…ฉันเหลือโอกาสเข้าสู่แดนฝันครั้งสุดท้ายแล้ว ถ้าเกิดล้มเหลวจริง ก็แค่ส่งต่อเหรียญทองนำโชคออกไป ไม่เป็นอุปสรรคต่อผู้ที่มาภายหลัง”
จินนาเตรียมจะอ้าปากถามรายละเอียดสำคัญ แต่มาดามเมจิกเชี่ยนได้ช่วยถามแทน
“แล้วสองถ้วยล่ะ? โอสถ ‘สิ้นหวัง’ ของเธอยังไม่ถูกย่อยอย่างสมบูรณ์”
ลูเมี่ยนยิ้ม
“ครั้งนี้เธอไม่ต้องออกหน้า ถ้าการทดลองล้มเหลว แดนฝันก็จะยังคงอยู่ ไม่ส่งผลต่อการย่อยโอสถในภายหลัง แต่ถ้าสำเร็จ โอสถ ‘สิ้นหวัง’ ก็ควรจะย่อยเสร็จทันที ของฉันก็เหมือนกัน”
“อา…เพื่อความปลอดภัย ตอนนั้นขอให้มิสเตอร์ซันยืนอยู่ข้างเตียงฟรังก้า เตรียมพร้อมช่วยเหลือเธอสกัดตะกอนพลัง ‘นางมารสิ้นหวัง’ ออกมา”
“ตกลง” มาดามเมจิกเชี่ยนตอบรับคำขอของลูเมี่ยน
แล้วถามต่อไปว่า
“ข้อสันนิษฐานกับแผนการใหม่ของเธอคืออะไร?”
“ตอนนี้ยังบอกคุณไม่ได้” ลูเมี่ยนเผยรอยยิ้ม
แล้วอธิบายต่อทันที
“พวกคุณมีความเชื่อมโยงแน่นแฟ้นกับมิสเตอร์ฟูล ซึ่งหมายความว่า พวกคุณก็มีความเชื่อมโยงแน่นแฟ้นกับราชันสวรรค์เช่นกัน”
“แม้ว่าคนส่วนใหญ่ในพวกคุณจะไม่ได้รับอิทธิพล แต่ก็อาจถูกราชันสวรรค์เฝ้ามองอย่างเงียบเชียบ ทำให้พระองค์ได้รับข้อมูลบางอย่างไป”
“รอให้ปฏิบัติการเริ่มต้นอย่างเป็นทางการ ฉันค่อยเล่าความคิดและแผนการให้ฟัง”
เรื่องนี้ มาดามเมจิกเชี่ยนตระหนักได้ดีกว่าใครทั้งหมด จึงพยักหน้ารับแล้วกล่าว
“ปัญหาของฉันกับคุณพาลีส เกิดจากเส้นทางและศักดิ์ของพวกเราเป็นหลัก แต่กับคนอื่น…อันที่จริงพวกเขาก็เข้าๆ ออกๆ เหนือหมอกสีเทาเป็นประจำ สวดวิงวอนต่อมิสเตอร์ฟูลเป็นครั้งคราว”
“เข้าใจแล้ว ตอนนี้พวกคุณอยู่ในเมืองแดนฝัน และเธอเป็นหัวหน้าทีม ก็ให้เธอเป็นผู้นำเถอะ”
…………
เมืองแดนฝัน กลางดึกสงัด
จินนาที่กลับมาใหม่ พาลุดวิกออกจากห้อง 2303 ตึก 5 สวนเต๋อชวง ส่วนฟรังก้าอยู่เฝ้าดูแลลูเมียนนา
แม้ว่าฟรังก้าจะคอยจับตาดูโรงพยาบาลมู่ซูช่วงบ่าย จนพบว่ารอบๆ มีคนที่ดูเหมือนตำรวจนอกเครื่องแบบเพิ่มจำนวนพอสมควร คิดว่าพวกลัทธินอกรีตด้านในโรงพยาบาลน่าจะสงบเสงี่ยมไปสักระยะหนึ่ง แต่ก็ยังเชื่อว่าไม่ควรประมาท ลูเมียนนาอาจยังถูกสายเลือดของโอมีเบล่าดึงดูดอยู่ แล้วแอบหนีไปที่นั่น
เธอไม่พบข่าวการเปลี่ยนตัวผู้อำนวยการโรงพยาบาลบนเว็บไซต์ของโรงพยาบาลมู่ซู ช่องทางโซเชียลมีเดียทางการ หรือช่องวิดีโอทางการ
ณ มุมอับสายตาที่ไม่ไกลจากโรงพยาบาลหงเยว่
จินนาหยิบ ‘เครื่องรางน้ำแข็ง’ ที่ฟรังก้ามอบให้ตนออกจาก ‘กระเป๋านักเดินทาง’ ฟรังก้าที่กลายเป็น ‘นางมารสิ้นหวัง’ แล้ว ไม่จำเป็นต้องอาศัยตัวช่วยภายนอกอีก สามารถมุดเข้าสู่มิติหลังกระจกได้โดยตรง แล้วท่องไปใน ‘โลกในกระจก’ ได้อย่างอิสระ จึงส่งมอบยันต์ประเภทนี้ทุกใบให้จินนา
หลังจากจัดวางกระจกแต่งหน้าเรียบร้อย จินนาใช้มือข้างหนึ่งจับลุดวิก อีกมือถือ ‘เครื่องรางน้ำแข็ง’ แล้วกระตุ้นพลังของมัน
ในแสงวาบวับเหมือนแก้ว ทั้งสองพลันมุดเข้าไปในกระจกที่ซ่อนอยู่ตามมุม เดินทางไปยังด้านหลังวัตถุคล้ายกระจกที่อยู่นอกห้องพักเดิมของหลี่เค่อจี่
เฝ้าจับตาดูอยู่สองสามวินาที จินนาพาลุดวิกออกจากวัตถุคล้ายกระจก กระโดดเบาๆ เข้าสู่โถงทางเดิน
เนื่องจากห้องพักว่างอยู่ ยังไม่มีคนไข้ใหม่ ประตูเหล็กจึงไม่ได้ล็อก จินนาดึงประตูให้เปิดออกเป็นช่องแง้มเล็กๆ แล้วแทรกตัวเข้าไป
จากนั้น เธอหันมาพูดกับลุดวิก
“ลองดูว่าที่นี่มีอะไรกินได้บ้าง”
ลุดวิกรีบชี้ผ้าห่มบนเตียงนอน
“มันกินได้”
อีกวินาทีต่อมา เขาก็เปลี่ยนไปชี้เตียงนอนพร้อมกับกล่าว
“มันก็กินได้เหมือนกัน”
“…” จินนาพูดไม่ออกชั่วขณะ ผ่านไปสองสามวินาทีจึงปรับเปลี่ยน “ฉันหมายถึงอาหารที่ดีกว่านี้ เช่นเห็ด”
ลุดวิกมองไปรอบห้อง ไม่มองข้ามจุดต่างๆ อย่างเพดานและร่องกระเบื้องพื้น
ไม่มี…จินนาฉวยโอกาสในขณะที่ผลของ ‘เครื่องรางน้ำแข็ง’ ยังคงเหลืออยู่ พาลุดวิกออกไปจากห้อง
ไม่นานนัก เธอทำตามวิธีเดิม ปรากฏตัวพร้อมกับลุดวิกในห้องผู้ป่วยของหลี่เค่อจี่ ณ แผนกจิตเวชของโรงพยาบาลมู่ซู
“แล้วที่นี่ล่ะ? มีอาหารดีๆ คล้ายเห็ดบ้างไหม?” จินนาหันไปมองลุดวิกอีกครั้ง
ลุดวิกค้นหาอย่างตั้งใจ ดมไปรอบๆ แล้วให้คำตอบ
“ไม่มี”
ทั้งสองที่ไม่มีผลงานชิ้นสุดท้ายของหลี่เค่อจี่…จะทำยังไงดีล่ะ? จินนาไม่กล้าอยู่ในห้องผู้ป่วยของโรงพยาบาลมู่ซูนานเกินไป รีบออกจากแผนกจิตเวช มายังถนนที่มีต้นไม้ให้ร่มเงาด้านนอก ตั้งใจจะอ้อมไปด้านหน้าตึกหลัก เพื่อไปนั่งรถริมถนนกลับบ้าน
พลังในการเดินทางผ่านโลกในกระจกของ ‘เครื่องรางน้ำแข็ง’ หมดลงแล้ว จินนาไม่อยากใช้ยันต์แผ่นใหม่โดยไม่จำเป็น
ขณะจูงมือลุดวิกเดินไม่เร็วไม่ช้า จินนาครุ่นคิดถึงความเป็นไปได้ว่าเห็ดรักษาอาจอยู่ที่ใด
“มันหลอมรวมกับหลี่เค่อจี่แล้ว และสลายไปเป็นเถ้าธุลีต่อหน้าสายตาของอธิบดีย่าหรือเปล่า?”
“หรือว่า ก่อนที่หลี่เค่อจี่จะได้รับ ‘การรักษา’ เขาได้โยนมันไปที่มุมใดมุมหนึ่งของชั้นใต้ดินโรงพยาบาลมู่ซู?”
“ชั้นใต้ดินของโรงพยาบาลมู่ซูไม่ต้อนรับคนที่ไม่เกี่ยวข้อง…จะหาอย่างไรล่ะ?”
“ใช้คาถา ‘เลโอเดโร’ ทำลายทิ้ง แต่นั่นจะทำให้เห็ดนั้นถูกทำลายไปด้วย…”
จินนาคิดมาถึงตรงนี้ พลันเกิดลางสังหรณ์ทางพลังวิญญาณ
เธอหันร่างกายไปด้านข้าง เงยหน้ามองตึกหลักของโรงพยาบาลมู่ซูที่อยู่ใกล้แค่เอื้อม มองไปยังห้องหนึ่งบนชั้นสูง
ด้านหลังกระจกที่จมอยู่ในความมืด พลันปรากฏใบหน้าหนึ่ง พันด้วยผ้าพันแผลสีขาวจนมิด เหลือเพียงดวงตาและรูจมูก
ท่ามกลางความตกใจกลัวของจินนา มีบางสิ่งทะลุผ่านกระจก แล้วลอยลงมาแผ่วเบา
ใบหน้าที่พันด้วยผ้าพันแผลสีขาวจนมิด ห่างออกไปจากหน้าต่าง
จินนาผู้มี ‘เนตรมองกลางคืน’ และสายตาเฉียบคมราวกับเหยี่ยว รีบแยกแยะได้ทันทีว่า สิ่งที่ลอยลงมาคืออะไร
เป็นเห็ดรูปแมงกะพรุนแห้ง เหี่ยวย่น ไร้ซึ่งความมีชีวิตชีวา
ซากเห็ดนี้ตกลงมาเร็วกว่าใบไม้ เพียงไม่กี่วินาทีก็ถูกลุดวิกยื่นมือออกไปรับไว้ได้
จินนาเห็นดังนั้น หัวใจสั่นไหว จึงถามลุดวิกออกไปโดยแทบไม่คิด
“มันกินได้ไหม?”
……………………………………………………..