ราชันเร้นลับ 2 : วัฏจักรแห่งชะตา (Circle of Inevitability) - ตอนที่ 1021 หนึ่งคืนผ่านไป
- Home
- ราชันเร้นลับ 2 : วัฏจักรแห่งชะตา (Circle of Inevitability)
- ตอนที่ 1021 หนึ่งคืนผ่านไป
ตอนที่ 1021 หนึ่งคืนผ่านไป
จินนาค้นพบว่า เห็ดรูปร่างคล้ายแมงกะพรุนได้เหี่ยวเฉาตายไปแล้ว ไม่อาจนำมาใช้รักษาอันเสี่ยวเทียนได้ จึงถามลุดวิกว่าเห็ดนี้กินได้หรือไม่
แน่นอน เธอไม่ได้ตั้งใจจะให้อันเสี่ยวเทียนกิน เพราะเขากลายเป็นเจ้าชายนิทราเต็มรูปแบบแล้ว ไม่มีความสามารถในการเคี้ยวหรือกลืนอาหาร และการบดเห็ดให้เป็นผงหรือคั้นเป็นน้ำ เพื่อให้ทางสายน้ำเกลือแก่อันเสี่ยวเทียน ก็เป็นเรื่องที่เธอไม่มีความรู้ ไม่อาจตัดสินว่าจะได้ผลหรือไม่ เหล่า ‘นางมาร’ มักจะถนัดแต่เรื่องการแพร่โรคและโรคระบาด ไม่มีความรู้ความสามารถทางการแพทย์
สิ่งที่จินนาต้องการถามจริงๆ คือ ลุดวิกสามารถกินเห็ดนี้ได้หรือไม่ และหลังจากกิน จะได้รับพลัง ‘รักษาคน’ ที่อยู่ในสภาวะเจ้าชายนิทราหรือเปล่า
ลุดวิกจ้องมองเห็ดที่เหี่ยวแห้งในมือ เลียริมฝีปากแล้วพูดว่า
“กินได้”
เขาหยุดชั่วครู่ ลังเลสองวินาทีแล้วกล่าวต่อ
“แต่ไม่รู้ว่าจะได้รับอะไร”
แม้แต่ผู้เชี่ยวชาญด้านการวิเคราะห์วัตถุดิบ ยังมองไม่ออกถึงวิธีการปรุงและผลลัพธ์? เห็ดนี้ช่างพิเศษจริงๆ…จินนาเพิ่งรู้สึกตัว รีบพูดกับลุดวิกว่า
“เก็บเห็ดไว้ก่อน”
“เอามาให้ฉัน…เดี๋ยวจะเก็บไว้ใน ‘กระเป๋านักเดินทาง’”
ลุดวิกกำมือแน่นทันที
เขาส่ายศีรษะไปมา พร้อมกับยัดเห็ดใส่กระเป๋าเสื้อโค้ตของตัวเอง ราวกับว่ามันคือหนูแฮมสเตอร์ตัวน้อย เป็นสัตว์เลี้ยงของเขา
จินนาก็ไม่มีความคิดที่จะบังคับเอาเห็ดรูปร่างคล้ายแมงกะพรุนนั้นมา เพียงจูงมือลุดวิก เดินเร่งฝีก้าวไปยังทางออกของโรงพยาบาลมู่ซู
จนกระทั่งตอนนี้ เธอถึงมีพลังงานสำหรับครุ่นคิดถึงเหตุการณ์ที่เพิ่งเกิดขึ้น
“เห็ดรูปร่างคล้ายแมงกะพรุนของหลี่เค่อจี่ ตกไปอยู่ในมือของคนที่พันผ้าพันแผลสีขาวเต็มตัว และคนคนนั้นยังมอบเห็ดให้พวกเรา…”
“จริงสิ ลูเมี่ยนเคยพูดไว้ เพื่อนร่วมงานของเขา ลุงหวังและลุงติง หลังจากถูกฟ้าผ่า ปัจจุบันก็มีรูปร่างน่ากลัวแบบนี้ ครั้งที่แล้วเมื่อเขามาเยี่ยมที่โรงพยาบาลมู่ซู ลุงหวังดูเหมือนจะขอความช่วยเหลือ…เมื่อคราวก่อนที่ทางเข้าชั้นใต้ดินของโรงพยาบาลมู่ซู เขาก็เจอกับลุงติงอีก…”
“ตอนนั้นลุงติงแอบบอกใบ้ให้เขาสังเกตประโยค ‘บุคคลที่ไม่เกี่ยวข้องห้ามเข้า’ สินะ?”
“เมื่อกี้คนที่โยนเห็ดลงมาเป็นลุงหวังหรือลุงติง? ถ้าเป็นลุงติง ก็พอเข้าใจได้ ตอนที่หลี่เค่อจี่ถูกส่งไปชั้นใต้ดินเพื่อ ‘รักษา’ ลุงติงก็อยู่ด้วย…”
“แต่ถ้าอยู่ใต้ดินได้นานขนาดนั้น แสดงว่าเขาไม่ใช่บุคคลที่ไม่เกี่ยวข้องแล้ว…”
“ตอนนี้ลุงหวังและลุงติงในเมืองแดนฝัน คือสัญลักษณ์ของอะไรกันแน่?”
“ทำไมถึงช่วยพวกเรา?”
“ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าเห็ดแห้งดอกนี้เป็นผลงานสุดท้ายของหลี่เค่อจี่หรือเปล่า…”
ระหว่างที่ความคิดสับสนว้าวุ่น จินนาพาลุดวิกนั่งแท็กซี่กลับไปที่สวนเต๋อชวง ตึก 5 ห้อง 2303 แล้วเล่าเหตุการณ์ที่พวกตนเผชิญให้ฟรังก้าฟัง พร้อมกับบอกให้ลุดวิกนำเห็ดแห้งออกมาแสดง
ฟรังก้าจ้องมองเห็ดดอกนั้น ครุ่นคิดชั่วครู่แล้วเอ่ยปาก
“ลางสังหรณ์ทางพลังวิญญาณของฉันบอกว่า มันน่าจะเป็นเห็ดเวอร์ชั่นสุดท้ายที่หลี่เค่อจี่สร้างเพื่อการรักษา แต่จะมีผลอย่างไรนั้น ก็ไม่อาจทราบได้ แม้แต่การใช้วิธีทำนาย ก็ไม่สามารถหาคำตอบได้เหมือนกัน”
นี่ไม่เพียงเพราะว่าเป้าหมายในการรักษาคืออันเสี่ยวเทียน แต่ยังเป็นเพราะตัวเห็ดเองก็นับว่าพิเศษ
“ผมจะกินตอนนี้เลยไหม?” ลุดวิกถามอย่างกระตือรือร้น
เขามีสีหน้าเหมือนกับว่า วัตถุดิบระดับสุดยอดควรจะปรุงด้วยวิธีเรียบง่ายที่สุด
กินสด!
ฟรังก้าและจินนาสบตากันแล้วเอ่ยปาก
“รอพ่อทูนหัวของนายกลับมาก่อนค่อยกิน”
พวกเธอไม่ได้ไม่กังวลว่า เรื่องเกี่ยวกับเห็ดเกิดการเปลี่ยนแปลงใดๆ ในอีกสิบกว่าชั่วโมงข้างหน้า แต่เป็นเพราะสถานการณ์ตอนนี้ไม่เหมาะที่จะทำการ ‘การทดลอง’ อันหน้าสิ่วหน้าขวาน
ในตอนนี้ ลูเมี่ยนและอ็องโตนีอยู่นอกแดนฝัน ลูเมียนนาก็ตกใจกลัวจนต้องเฝ้าดูอย่างใกล้ชิด และฟรังก้าเองก็ยังทนรับเหตุการณ์ร้ายแรงไม่ได้ ไม่อาจทดลองอะไรเสี่ยงๆ ดังนั้น ถ้าลุดวิกกินเห็ด แล้วดันเกิดเรื่องเหนือความคาดหมายขึ้นมา ทุกอย่างที่ทำมาอาจจะพังทลายลง
“อื้อ…” ลุดวิกยัดเห็ดที่เหี่ยวแห้งกลับเข้าไปในกระเป๋าอย่างอาลัยอาวรณ์ ท่าทีค่อนข้างต่อต้าน
จินนามองไปทางห้องนอน แล้วถามฟรังก้าด้วยเสียงที่กดต่ำลง
“ลูเมียนนาเป็นยังไงบ้าง?”
“ถูกตำรวจจับ ‘อย่างไร้เหตุผล’ แน่นอนว่าเธอตกใจกลัว มีอาการเหม่ออยู่บ่อยๆ และตอบสนองเกินกว่าเหตุอยู่บ้าง ก่อนคุณจะกลับมายังแดนฝันเพียงสองนาที เธอเพิ่งจะหลับสนิทจริงๆ” ฟรังก้าตอบเสียงเบา
จากนั้น เธอพูดกับจินนา
“ตอนนี้เธอไปเยี่ยมอันเรย์หน่อย ดูว่าสถานการณ์ทางเขาเป็นยังไง”
หลังจากอ็องโตนีถูกเตะออกจากแดนฝัน ความจริงแล้วฟรังก้ากังวลเกี่ยวกับร่างในแดนฝันของ ‘อันเรย์’ มาตลอด แต่เธอแทบไม่มีเวลาไปเฝ้าจับตาดูและปกป้องเขา ช่วงเช้าเธอต้องพาลุดวิกไป ต้องดูแลโรแซน ช่วงบ่ายแรกๆ ก็ต้องไปที่นอกโรงพยาบาลมู่ซูเพื่อรอสนับสนุนลูเมี่ยน แล้วก็ยุ่งอยู่กับการขอให้ ‘ราชินีเงื่อนงำ’ ช่วยประกันตัวลูเมียนนา แม้แต่ร่างในแดนฝันของจินนาก็ยังไม่มีเวลาดูแล ดังนั้นไม่ต้องพูดถึงอันเรย์
“ได้” จินนาก็มีความกังวลแบบเดียวกัน เพียงแต่ก่อนหน้านี้ เธอต้องให้ความสำคัญกับการหาเห็ดที่หลี่เค่อจี่อาจทิ้งไว้
ตั้งแต่กลับมายังเมืองหลวงแดนฝัน เธอก็ทำงานไม่หยุดหย่อน แทบไม่ได้พักผ่อนเลย
…………
หมู่บ้านซินหง ในห้องเช่า
ร่างของจินนาปรากฏออกมาจากความมืด
เธอมองไปยังห้องนอนเล็กสุด ซึ่งอยู่ใกล้กับห้องครัวมากกว่า ได้ยินเสียงหายใจที่ค่อนข้างสม่ำเสมอ
ลางสังหรณ์ทางพลังวิญญาณแจ้งกับเธอว่า คนที่หลับอยู่ข้างในคืออันเรย์
จินนารู้สึกโล่งอก แล้วเริ่มสำรวจสภาพภายในห้อง
เธอเห็นบนโต๊ะอาหารมีแก้วไวน์วางอยู่ กับจานอาหารวางเรียงราย อาทิ จานถั่วลิสงเกลือกรอบ จานเนื้อหมูเย็นที่ยังกินไม่หมด และจานมันบดที่เหลือแต่เศษอาหาร
นี่เข้ากันดีกับระดับฝีมือการทำอาหารของอันเรย์
มันบดเป็นอาหารอร่อย มีทั้งในโลกความจริงและแดนฝัน ส่วนเนื้อหมูเย็นกับถั่วลิสงเกลือกรอบสามารถซื้อได้จากร้านแผงลอยข้างนอก
ภาพหนึ่งปรากฏในหัวของจินนาทันที
อันเรย์อารมณ์ดี ซื้อเหล้ามาขวดหนึ่ง กินพร้อมกับถั่วลิสง เนื้อหมู และมันบด ดื่มไปสองแก้ว หลังจากนั้นก็เมานิดหน่อย จึงตัดสินใจว่าค่อยเก็บจานชามพรุ่งนี้
“ดูมีความสุขจัง อันเรย์รู้จักใช้ชีวิตจริงๆ…” จินนารำพันในใจ
แล้วเธอก็นึกขึ้นมาได้
อ็องโตนี ต้นแบบของตัวละครอันเรย์ หากไม่มีแรงกดดันจากภารกิจ ในยามส่วนตัวก็จะเป็นแบบนี้หรือ?
จินนาพลันตระหนักว่า อ็องโตนีไม่ได้เป็นแค่ ‘นักจิตบำบัด’ ที่สงบนิ่งอยู่เสมออีกต่อไป
ท่ามกลางความรู้สึกดังกล่าว เธอไม่ได้ละเลยความระมัดระวัง รีบตรวจสอบว่าสถานการณ์เช่นนี้ถือว่าผิดปกติหรือไม่ และอันเรย์ที่นอนหลับอยู่ในห้องมีปัญหาซ่อนเร้นใดหรือเปล่า
หลังจากผ่านไปประมาณเจ็ดแปดนาที จินนาที่แอบเข้าไปในห้องนอนสองครั้งก็เริ่มเบาใจ แล้วออกจากที่นั่นมา
…………
เช้าวันรุ่งขึ้น
หลังจากจินนาตื่นนอน ก็บรรจงลงจากเตียงอย่างระมัดระวัง กลัวจะรบกวนลูเมียนนาที่นอนอยู่ข้างๆ
แต่ไม่คาดคิดว่า ลูเมียนนานอนหลับตื้น เธอลืมตาตื่นทันทีพร้อมกับหันศีรษะมา
เมื่อเห็นว่าเป็นจินนา เธอก็ผ่อนคลายลงอย่างเห็นได้ชัด แย้มรอยยิ้มที่ยังดูงัวเงียอยู่บ้าง
“ฉันฝันร้าย ฝันว่าถูกตำรวจจับ บอกว่าฉันไปฆ่าคน วางเพลิง เผยแพร่ลัทธินอกรีต ทำเรื่องชั่วร้ายต่างๆ นานา…”
พูดถึงตรงนี้ ลูเมียนนาก็ชะงักไป
ไม่นาน เธอก็พยุงตัวขึ้น พึมพำกับตัวเอง
“นานา…เมื่อวานฉันถูกจับจริงๆ”
“ไม่ยุติธรรมเลยให้ตายสิ ฉันแค่ไปแสดงมายากลที่ร้านหม้อไฟ พวกเขาก็บอกว่าฉันฆ่าคน!”
เมื่อเห็นฉากตรงหน้า จินนาก็วางเข่าลงตรงขอบเตียง โน้มตัวลง แล้วกอดลูเมียนนาอย่างอบอุ่น
“ไม่เป็นไร ยังไงก็ถูกปล่อยตัวมาแล้ว”
“หลังจากนี้จะมีนักกฎหมายระดับสุดยอดช่วยคุณ ผู้บริสุทธิ์ย่อมพิสูจน์ตัวเองได้”
ฟรังก้าที่นอนบนพรมเมื่อคืน และเพิ่งเข้ามาเพราะได้ยินเสียงเคลื่อนไหว แทบจะหลุดหัวเราะออกมาเมื่อได้ยินคำพูดของจินนา
ผู้บริสุทธิ์ย่อมพิสูจน์ตัวเองได้?
ประโยคนี้ไม่มีปัญหาหรอก แต่การตายของซาราธุสตราเป็นฝีมือพวกเราจริงๆ นะ สกปรกจนไม่มีอะไรจะสกปรกไปกว่านี้แล้ว!
เธอฝืนกลั้นหัวเราะ แล้วเข้าร่วมกลุ่มปลอบโยนลูเมียนนา
หลังจากผ่านไปสักพัก ลูเมียนนาก็รู้สึกดีขึ้น เธอมองหน้าจินนากับโรแซน แล้วช้อนตามองซ้ายขวาอย่างลับๆ ล่อๆ ก่อนพูดเสียงเบา
“ฉันไม่ได้พูดถึงพวกคุณที่สถานีตำรวจเลยนะ”
เธอทำหน้าทำนองว่า ‘ฉันเก่งไหม? ฉลาดใช่ไหม?’
“เก่งมาก!” ฟรังก้าและจินนาชมอย่างพร้อมเพรียง
เมื่อเห็นลูเมียนนาอารมณ์ดีขึ้นมาก ฟรังก้าก็ฉวยโอกาสบอกกับเธอ
“เดี๋ยวคุณหนูฮวงจะมารับคุณ สองสามวันนี้คุณต้องอยู่บ้านเธอไปก่อน”
เพื่อไม่ให้ลูเมียนนาพัวพันกับฟรังก้าและจินนา ราชินีเงื่อนงำได้หานักกฎหมายมาประกันตัวเธอออกมา แถมยังจัดหาที่พักใหม่ให้ด้วย แต่เพราะเมื่อคืน ‘ราชินีเงื่อนงำ’ ต้องเตรียมการเรื่องการเนรเทศจักรพรรดิโรซายล์ในกระจก จึงไม่มีเวลาดูแลลูเมียนนา ฟรังก้าที่กังวลว่าลูเมียนนาจะเที่ยวเพ่นพ่าน จึงเสี่ยงพาเธอกลับมาด้วยกันก่อน พักอยู่ที่บ้านเป็นเวลาหนึ่งคืน
ตอนนี้ ‘ราชินีเงื่อนงำ’ มีเวลาว่างแล้ว
และพอถึงช่วงบ่าย ลูเมี่ยนก็จะกลับมายังเมืองแดนฝันแล้วเช่นกัน
หลังจากลูเมียนนาถูก ‘ราชินีเงื่อนงำ’ พาตัวไป จินนาก็ออกไปทำงานที่บริษัทภาพยนตร์ฮอลล์
อ็องโตนีที่กลับมายังแดนฝัน รับหน้าที่ดูแลลุดวิกต่อ ฟรังก้าจึงว่างเสียที เธอเรียกแท็กซี่ไปยังตึกเทคโนโลยีเพื่อเตรียมดำเนินการลาออก
สำหรับเธอแล้ว ขั้นตอนหาได้สลักสำคัญ สิ่งสำคัญคือ เงินเดือนที่ทำงานมาเกือบครึ่งเดือนต้องได้รับ!
ณ แผนกบุคคล
อาจเป็นเพราะคุณหนูฮวงโทรมาล่วงหน้า ฟรังก้าจึงไม่ต้องเดือดร้อนไปทำตราประทับปลอมที่เมืองจิ่นเฉียว เพื่อมาประทับเอกสารแจ้งผ่าตัดญาติและเอกสารอื่นๆ
เธอสามารถผ่านทุกขั้นตอนได้เร็ว ไม่มีใครคอยก่อกวนหรือทำให้เธอลำบากใจ
สุดท้าย เธอถือเอกสารรับรองจากฝ่ายบุคคล แล้วเดินไปหาฝ่ายการเงินเพื่อสะสางเงินเดือน
หลังจากหักโน่นหักนี่ เธอได้รับเงิน 3,500 หยวน
“ก็ไม่เลว…เงินเดือนก้อนแรกในชีวิตจากงานที่เป็นทางการ ถึงแม้จะอยู่ในความฝันก็เถอะ…” ระหว่างที่จิกกัดตัวเอง ฟรังก้าก็ออกจากฝ่ายการเงิน
เธอตั้งใจจะแวะไปฝ่ายธุรการเพื่อทักทายโรแซน แล้วก็จะออกจากตึกเทคโนโลยี ซ่อนตัวในเงามืดฉากหลังโดยสมบูรณ์
เพิ่งจะเดินผ่านฝ่ายเทคนิค ยังไม่ทันใกล้ฝ่ายธุรการ ฟรังก้าที่ยังคงสวมแว่นตากรอบดำซึ่งทำให้ดูมีอายุ พลันได้ยินเสียงหนึ่งทันที
“ลั่วฝู”
ฟรังก้าหันศีรษะฉับพลัน เห็นโจวหมิงรุ่ยเดินออกมาจากฝ่ายเทคนิค
“บังเอิญจังนะ ได้ยินว่าคุณจะลาออกหรือ?” โจวหมิงรุ่ยถามด้วยความห่วงใย
ฟรังก้าสังเกตเห็นว่า ในแววตาของโจวหมิงรุ่ยมีความมุ่งมั่นบางประการ ราวกับเขาตัดสินใจแน่วแน่แล้วว่าจะลงมือทำบางสิ่ง
อย่าบอกนะว่าเขาจะถามเราเรื่องโรงพยาบาลมู่ซูเมื่อวันก่อน? อย่าบอกนะว่า เขาจะถามถึงจุดประสงค์แท้จริงที่เราเข้าทำงาน? ฟรังก้าพลันรู้สึกหนาวสั่น
แย่แล้ว ตอนนี้ฉันไม่กล้าพูดอะไรเลย!
……………………………………………………..