ราชันเร้นลับ 2 : วัฏจักรแห่งชะตา (Circle of Inevitability) - ตอนที่ 1022 เหตุการณ์เร่งด่วน
- Home
- ราชันเร้นลับ 2 : วัฏจักรแห่งชะตา (Circle of Inevitability)
- ตอนที่ 1022 เหตุการณ์เร่งด่วน
ตอนที่ 1022 เหตุการณ์เร่งด่วน
“ใช่ค่ะ ที่บ้านมีเรื่องนิดหน่อย” ฟรังก้าตอบคำถามของโจวหมิงรุ่ยก่อน จากนั้นคิดไวทำไวในยามคับขัน รีบชิงพูดขึ้นว่า “ฉันกำลังจะไปหาโรแซน พอจัดการเรื่องที่บ้านเสร็จแล้ว จะเลี้ยงอาหารอำลาพวกคุณ ถึงตอนนั้นค่อยคุยกัน ‘อย่างเต็มที่’ นะ”
เธอเน้นหนักที่คำว่า ‘อย่างเต็มที่’
โจวหมิงรุ่ยมองลั่วฝูอยู่สองสามวินาที ราวกับกำลังชั่งใจและพิจารณาบางสิ่ง
ท้ายที่สุด เขาก็พยักหน้ารับ
“ตกลง ไว้ค่อยคุยกัน”
เขาสัมผัสได้ว่า ตอนนี้ลั่วฝูไม่อยากพูดอะไร คล้ายกำลังหวาดกลัวบางสิ่งที่ไม่รู้จัก
ฟรังก้าค่อยๆ ผ่อนลมหายใจโล่งอก โบกมือส่งด้วยความจริงใจ
“ไว้เจอกันนะ!”
หลังจากหันหลังให้ เธอก็พึมพำเงียบงันอย่างโล่งอก
โชคดีที่โจวหมิงรุ่ยไม่ใช่คน ‘หัวแข็ง’ อย่างที่ชาวเมืองหยางเรียกกัน เขาอ่านสีหน้าคนออก และรับฟังคำพูดของคนอื่น!
…………
บริษัทภาพยนตร์ฮอลล์ แผนกศิลปิน
ในช่วงพักของคลาสฝึกการเคลื่อนไหวร่างกาย จินนาเดินออกจากห้องเรียน มุ่งหน้าไปยังห้องน้ำสาธารณะ
ระหว่างทาง เธอพบกับเจียงเยว่ ผู้รับผิดชอบดูแลเธอ รวมถึงเหล่านักแสดงหน้าใหม่คนอื่นๆ
เมื่อเห็นเจียงเยว่กำลังง่วนอยู่กับงาน เธอจึงถามด้วยความอยากรู้
“กำลังยุ่งอยู่หรือคะ?”
“หน้าร้อนจบแล้ว ‘โจรสลัดใหญ่ 3’ กำลังจะออกจากโรง ต้องเตรียมงานเลี้ยงฉลองความสำเร็จ การพัฒนาต่อยอด และเรื่องต่างๆ อีกเพียบ” เจียงเยว่เงยศีรษะขึ้น เมื่อเห็นเป็นจินนา ท่าทีจึงค่อนข้างเป็นมิตร
โจรสลัดใหญ่ 3 กำลังจะลงจากโรงแล้วหรือ? จินนาชะงักไปชั่วขณะ
จากสามัญสำนึกที่เธอได้เรียนรู้หลังจากเข้ามาในเมืองแดนฝัน เธอมองว่านี่เป็นเรื่องปกติ แต่ก็รู้สึกว่ามันมาไม่ถูกจังหวะเอาเสียเลย
พอลูเมี่ยนกลับมายังแดนฝัน พวกเขาจะลองให้ลุดวิกกินเห็ดแห้งดอกนั้น เพื่อดูว่าจะได้รับพลังรักษาหรือไม่ จะได้นำไปปลุกอันเสี่ยวเทียนที่นอนเป็นเจ้าชายนิทรา ซึ่งอันเสี่ยวเทียนก็เกี่ยวข้องกับเกอร์มัน·สแปร์โรว์
ในช่วงสำคัญแบบนี้ ภาพยนตร์ ‘โจรสลัดใหญ่ 3’ ที่ช่วยเสริมสร้างภาพจำของเกอร์มัน·สแปร์โรว์ให้ชัดเจน จนชื่อเสียงถูกเผยแพร่อย่างกว้างขวาง กลับจะต้องออกจากโรงอย่างถาวรแล้วหรือ?
นี่เป็นการซ่อนสัญลักษณ์บางอย่างหรือเปล่า?
จินนาชั่งน้ำหนักคำพูดสักครู่ แล้วถามอย่างไม่ตั้งใจ
“ละครเวทีของ ‘โจรสลัดใหญ่ 3’ กำลังจะถูกบรรจุในกำหนดแสดงอย่างเป็นทางการแล้วหรือคะ?”
“ใช่ ตอนนั้นคุณก็ลองเสี่ยงดวงดูสิ บางทีอาจจะได้บทสำคัญ” เจียงเยว่แนะนำจินนาเป็นนัยๆ
…………
ภายในอพาร์ตเมนต์กว้างขวาง สว่าง และตกแต่งแบบสมัยใหม่
แบร์นาแดตเพิ่งเข้ามา ก็เห็นลูเมียนนากึ่งนอนกึ่งนั่งบนเบย์วินโดว์ เอนกายพิงหมอน อาบแสงแดด กำลังอ่านหนังสือในมืออย่างผ่อนคลาย
“กำลังอ่านอะไรอยู่หรือ?” แบร์นาแดตเดินเข้าไปหา เอ่ยถามแบบไม่ใส่ใจนัก
“นิยายรักเล่มหนึ่ง แนวน้ำเน่าหน่อยๆ” ลูเมียนนาปิดหนังสือด้วยท่าทางเขินอายเล็กๆ
เธอพยายามอธิบาย
“ฉันอาจจะถูกขังคุกในอนาคตอันใกล้ จากเท่าที่ตรวจสอบดู หนังสือส่วนใหญ่ในเรือนจำเป็นหนังสือเรียน ตอนนี้ก็เลยอยากเสพหนังสืออ่านเล่นให้มากเข้าไว้น่ะ!”
แบร์นาแดตมองออกไปนอกหน้าต่าง
“คุณคงไม่ถูกตัดสินจำคุกหรอก เพราะไม่ได้เป็นคนร้ายในคดีที่พวกเขากำลังสืบสวน”
“ทำไมไม่ออกไปเดินเล่นสักหน่อยล่ะ? วันนี้มีลม ไม่ร้อนเท่าไร”
“ตอนเช้าฉันวิ่งจ๊อกกิ้งในหมู่บ้านมาแล้ว” ลูเมียนนาลงจากเบย์วินโดว์ ยิ้มพลางงอแขนเพื่อโชว์กล้ามไบเซ็ปส์ที่ไม่ค่อยเห็นชัด “ฉันชอบออกกำลังกายมากนะ”
พูดถึงตรงนี้ เธอพลันรู้สึกหวนคะนึง
“แม่ของฉันสุขภาพไม่ค่อยดีมาตลอด ตอนเด็กๆ ฉันก็เหมือนกัน อาจจะเป็นกรรมพันธุ์ก็ได้ ดังนั้น พวกเขาจึงไม่อนุญาตให้ฉันเล่นกีฬาหักโหม ไม่ให้ฉันวิ่งไล่จับกับเพื่อนๆ…”
“ต่อมา ฉันโตเป็นผู้ใหญ่แล้ว ก็เริ่มดื้อ มักแอบไปวิ่ง ปั่นจักรยาน เล่นแบดมินตัน และอื่นๆ โดยไม่ให้พวกเขารู้ ซึ่งมันก็ไม่เคยเกิดปัญหาเลย!”
“โตแล้วจะทำอะไรก็ได้” ‘ราชินีเงื่อนงำ’ ดูเหมือนจะมีอารมณ์ร่วมเช่นกัน
ลูเมียนนาเริ่มปล่อยสายตาให้ว่างเปล่า กระจกตาสะท้อนแสงอาทิตย์สดใสจากด้านนอกหน้าต่าง
“แต่ตอนนี้ ฉันกลับอยากให้พวกเขามาคอยดูแลอีกครั้ง…”
แบร์นาแดตพลอยเงียบไปด้วย
เมื่อถึงช่วงบ่าย ลูเมี่ยนก็กลับมายังเมืองแดนฝัน
สิ่งแรกที่เขาทำไม่ใช่การมองหน้า ‘ราชินีเงื่อนงำ’ แบร์นาแดตบนโซฟาเดี่ยวด้านข้าง แต่เป็นการตรวจสอบสภาพของตัวเอง
‘ราชินีเงื่อนงำ’ กล่าวอย่างสงบ
“หลังถูกเตะออกจากแดนฝันสองครั้ง การกลับเข้ามาอีกจะเกิดข้อจำกัดที่ค่อนข้างใหญ่หลายประเด็น”
“หนึ่ง จะไม่อาจแสดงพลังวิเศษหรือความเป็นศัตรูต่อหน้าภาพสะท้อนแดนฝันคนอื่นๆ ได้อย่างชัดเจน โดยเฉพาะกับบรรดาลิ่วล้อของราชันสวรรค์ เพราะนั่นจะทำให้ถูกเตะออกอีกเช่นกัน”
“สอง การบอกเป็นนัยบางอย่างซึ่งแต่ก่อนไม่ทำให้ถูกเตะออก ตอนนี้จะดึงดูดความสนใจของราชันสวรรค์ได้”
“สาม การที่ตัวเองถูกเตะออก จะทำให้ผู้มาเยือนจากภายนอกที่อยู่ใกล้ๆ พลอยเดือดร้อนไปด้วย”
ลูเมี่ยนได้ทราบข้อจำกัดเหล่านี้แล้วจากข้อมูลที่ไพ่อาร์คาน่าใหญ่ให้มา จึงทำเพียงหัวเราะในลำคอ
“ยุ่งยากเอาเรื่องแฮะ”
‘ราชินีเงื่อนงำ’ พยักหน้ารับ
“เงินห้าแสนฉันโอนเข้าบัญชีธนาคารของคุณแล้ว เราจะลงมือกันบ่ายนี้เลย รอจนมืดไม่ได้”
“ตกลง” ลูเมี่ยนลุกขึ้นยืน “ฉันขอไปเช่าของสักชิ้นก่อน”
…………
ร้านขายของชำซิงเมิ่ง
ลูเมี่ยนในร่าง ‘นางมารสิ้นหวัง’ เดินมายังเคาน์เตอร์คิดเงิน กล่าวกับเจ้าของร้านอย่างสุภาพ
“อยากเช่าของสักชิ้น”
“จะเช่าอะไร?” เจ้าของร้านเงยหน้ามอง พูดท่ามกลางท้องฟ้าที่พลันมืดลง
ลูเมี่ยนคิดอยู่สองวินาที แทนที่จะตอบคำถาม เขากลับย้อนถาม
“คุณมีอะไรแนะนำไหม?”
เขาอยากลองหยั่งเชิงว่า เจ้าของร้านซิงเมิ่งจะมอบคำใบ้บ้างหรือไม่
“นั่นขึ้นอยู่กับความต้องการของคุณเอง” เจ้าของร้านผู้มีใบหน้างดงามตอบพร้อมรอยยิ้ม
ใบ้อะไรไม่ได้เลยหรือ? ลูเมี่ยนมองไปยังชั้นวางสินค้า สายตาค่อยๆ กวาดผ่านวัตถุศาสตร์เร้นลับต่างๆ เช่น กระจกวิเศษอาโรเดส หนังสือทองเหลือง ปากกาขนนก
ไม่ถึงหนึ่งนาที เขาก็ตัดสินใจแน่วแน่
“ขอเช่ากระจกบานนั้นแล้วกัน”
ถ้าเพียงเพื่อลงมือกับโรซายล์มหาราชในกระจก เขาก็จะเลือก ‘หนังสือทองเหลือง’ ตามคำอธิบายสั้นๆ ของไพ่อาร์คาน่าใหญ่ แต่พรุ่งนี้เขายังต้องลองทำให้ราชันสวรรค์อ่อนแอลงและปลุก ‘มิสเตอร์ฟูล’ ด้วย
ซึ่งการถือกำเนิดของกระจกวิเศษ มีความเกี่ยวพันกับเทพดั้งเดิม มีความลึกลับบางประการ และยังเป็นสมบัติปิดผนึกเพียงชิ้นเดียวที่มิสเตอร์ฟูลพกติดตัว มันจึงน่าจะมีบทบาทสำคัญในการเตะตัดขาราชันสวรรค์และปลุกมิสเตอร์ฟูล!
ประวัติความเป็นมาและการปฏิบัติที่มันได้รับ คือสิ่งที่วัตถุอื่นไม่อาจเทียบได้!
เจ้าของร้านยังคงยิ้มไม่แปรเปลี่ยน
“ได้ จะเช่ากี่วัน?”
“หนึ่งวัน” ลูเมี่ยนตอบอย่างไม่ลังเล
เงินสดที่เขามีอยู่ สามารถเช่ากระจกวิเศษอาโรเดสได้สองวัน แต่พิจารณาว่าการคาดเดา ความคิด และแผนการของตนอาจไม่ถูกต้องเสมอไป ผลลัพธ์สุดท้ายอาจไม่เป็นไปตามที่คาดหวัง และหลังจากวันนี้ ‘ราชินีเงื่อนงำ’ คงถูกขับออกจากแดนฝันอย่างสิ้นเชิง ทีมของตนคงยากที่จะพบ ‘ผู้สนับสนุน’ รายใหญ่แบบนี้อีก เขาจึงตั้งใจเก็บเงินส่วนหนึ่งไว้ให้ฟรังก้า จินนา และอ็องโตนี
ดังนั้น ต่อให้ปฏิบัติการพรุ่งนี้จะล้มเหลว จนเขาถูกขับออกจากแดนฝันเป็นครั้งที่สาม พวกพ้องที่เหลือก็ยังมีเงินพอสำหรับทดลองสิ่งใหม่ๆ ต่อไป
เจ้าของร้านไม่พูดไม่จา เพียงหยิบเครื่อง POS ออกมาให้ลูเมี่ยนรูดบัตรและเซ็นสัญญา
หลังออกจากร้านซิงเมิ่งพร้อมกับกระจกวิเศษอาโรเดส โทรศัพท์ของลูเมี่ยนก็ดังทันที
เป็นเบอร์ที่ไม่รู้จัก
หลังจากเขาใช้ ‘ถังบดทำลายข้อมูล’ ลบรายชื่อผู้ติดต่อแล้ว ทุกเบอร์ก็กลายเป็นเบอร์ที่ไม่รู้จัก
ลูเมี่ยนเลือกรับสาย และได้ยินเสียงโกรธเกรี้ยวจากปลายสาย
“ทำไมเมื่อคืนคุณถึงไม่มาเข้ากะ?”
“ลางานล่วงหน้าไม่เป็นหรือไง? แบบนี้เรียกว่าขาดงานนะ!”
สายจากบริษัทอินทิสนี่เอง…ลูเมี่ยนรีบเปลี่ยนเป็นเสียงบุรุษทันที
“ผมไม่ทำแล้ว!”
“อยากทำอะไรก็เรื่องของพวกคุณ!”
ปลายสายถึงกับพูดไม่ออก หลังจากเงียบไปสองสามวินาที จึงได้ตอบกลับมาใหม่
“คุณจะไม่รับค่าจ้างของเดือนที่แล้วหรือ?”
“ช่วยเอาไปบริจาคให้คนที่ขาดแคลนแทนผมด้วย ขอบคุณ!” ลูเมี่ยนวางสายทันที
เขารีบขึ้นรถที่คุณหนูฮวงจอดไว้ริมถนน
‘ราชินีเงื่อนงำ’ พูดพลางขับรถไปด้วย
“เดี๋ยวฉันจะรับหน้าที่ถ่วงเวลาเธอ ให้เราถูกเตะออกจากแดนฝันไปด้วยกัน พวกคุณแค่ซ่อนตัวอยู่ในเงามืด คอยระวังไม่ให้เธอหลุดออกจากบริเวณนั้นก่อนเวลา”
ในปฏิบัติการที่กำลังจะเริ่ม นอกจากจินนาที่ยังติดพันกับบริษัทภาพยนตร์ฮอลล์ ลูเมี่ยน ฟรังก้า อ็องโตนี และลุดวิกล้วนเข้าร่วมทั้งหมด
ลูเมี่ยนจะรับบทบาทเดียวกับที่ ‘ราชินีเงื่อนงำ’ เคยทำตอนที่ลงมือสังหารซาราธุสตรา ไม่ออกหน้าโดยตรง แต่คอยแทรกแซงและสร้างอิทธิพลอยู่เบื้องหลัง ส่วนฟรังก้าจะตัดสินใจตามสถานการณ์ว่าจะลงมือหรือไม่ โดยมีอ็องโตนีคอยช่วยเหลือเธอ
หากสามารถทำให้โรซายล์มหาราชในกระจกรู้สึกสิ้นหวังได้บ้าง ก็จะช่วยให้ฟรังก้าย่อยโอสถ ‘สิ้นหวัง’ ได้มากโข
“ฉันต้องถามอะไรกระจกวิเศษไหม?” ลูเมี่ยนเอ่ยอย่างระมัดระวัง
เขามองว่าแก่นของแผนการ ‘ราชินีเงื่อนงำ’ คือการอาศัยกฎที่ว่า ‘การถูกเตะออกครั้งที่สาม จะส่งผลกระทบต่อผู้มาเยือนจากภายนอกรอบๆ ตัวด้วย’
“ไม่จำเป็น สิ่งที่ควรรู้ฉันรู้หมดแล้ว” ‘ราชินีเงื่อนงำ’ หันมาบอกข้อมูลต่างๆ ให้ลูเมี่ยน
สุดท้ายเธอเตือนว่า
“พวกคุณจะเอาแต่ซ่อนตัวหลังกระจกไม่ได้ เธอควบคุมโลกในกระจกได้ดีกว่าพวกคุณมาก”
“เข้าใจแล้ว” ลูเมี่ยนขานรับ เขารู้เรื่องนี้ตั้งแต่ตอนสอดแนมซาราธุสตราแล้ว
ในช่วงเวลาต่อมา เขาไม่ได้ถ่อมตัวหรือสุภาพ แต่หารือกับ ‘ราชินีเงื่อนงำ’ เกี่ยวกับรายละเอียดของแผนการ และเสนอความคิดเห็นเพื่อปรับปรุงบางส่วน
…………
ภายในคฤหาสน์ที่เหมือนพระราชวัง
หลังจากสอบถามพ่อบ้านแล้ว แบร์นาแดตขึ้นลิฟต์ไปยังชั้น 4 เดินตรงไปทางห้องหนังสือของพ่อ
ประธานฮวง ฮวงเทาแวะไปที่บริษัทช่วงเช้า และกลับมาบ้านในช่วงเที่ยง
เมื่อมาถึงด้านนอกห้องหนังสือ แบร์นาแดตยกมือขวาขึ้นเคาะประตูตามความเคยชิน
ตอนเด็ก เธอจะถูกตามใจอย่างมากเมื่ออยู่ที่บ้าน อยากเปิดประตูบานไหนก็เปิด ไม่เคยถามคนในห้องว่าอนุญาตให้เธอเข้าไปหรือไม่ แต่หลังจากที่บังเอิญเห็นสิ่งที่ไม่ควรเห็นหลายครั้ง เธอก็เรียนรู้ที่จะเคาะประตู
“เข้ามาสิ” เสียงของฮวงเทาดังมาจากในห้องหนังสือ
แบร์นาแดตหมุนลูกบิด เดินเข้าไปในห้องหนังสือที่เต็มไปด้วยแสงแดด เห็นพ่อของเธอยืนอยู่ริมหน้าต่าง ไม่รู้ว่ากำลังจ้องมองสิ่งใด
นี่ทำให้เธอรู้สึกเหมือนได้ย้อนกลับไปในอดีตชอบกล
ในตอนนั้น เธอไม่เข้าใจว่า เหตุใดบิดาถึงมักจะยืนมองออกไปทางหน้าต่างบานใหญ่ฝั่งทิศตะวันตก บางครั้งก็อุ้มเธอตอนเด็กๆ ยืนด้วยกัน
“พ่อคะ…” แบร์นาแดตเรียกออกไปโดยสัญชาตญาณ
ฮวงเทาหันกลับมายิ้มให้
“ลูกมาได้จังหวะพอดี”
“ทำไมพ่อถึงพูดแบบนี้ล่ะ?” แบร์นาแดตพลันยกระดับความระแวดระวัง
ฮวงเทายิ้มพลางเอ่ยตอบ
“พ่อกำลังจะออกไปจากที่นี่แล้ว”
“…” แบร์นาแดตขมวดคิ้ว “หมายความว่ายังไง?”
ฮวงเทาถอนหายใจพลางยิ้ม
“พ่อจะทำให้เจ้าหญิงของพ่อลำบากได้ยังไง?”
นี่มัน…แบร์นาแดตเข้าใจความหมายของผู้เป็นบิดา จนถึงกับอึ้งไปทั้งตัว
ฮวงเทามองดูแบร์นาแดตสองสามวินาที แล้วยิ้มด้วยความปลื้มใจ ระคนอารมณ์หลากหลาย
“พ่อดีใจมากที่ลูกลังเลอยู่หลายวัน”
……………………………………………………..