ราชันเร้นลับ 2 : วัฏจักรแห่งชะตา (Circle of Inevitability) - ตอนที่ 1031 เกอร์มัน·สแปร์โรว์
- Home
- ราชันเร้นลับ 2 : วัฏจักรแห่งชะตา (Circle of Inevitability)
- ตอนที่ 1031 เกอร์มัน·สแปร์โรว์
ตอนที่ 1031 เกอร์มัน·สแปร์โรว์
………………..
เช่นเดียวกับตอนที่ลูเมี่ยนเข้าสู่โลกจอภาพ เมื่อการมองเห็นของฟรังก้ากลับคืนมา เธอก็พบว่าตัวเองยืนอยู่บนดาดฟ้าของเรือใบสามเสา รอบตัวเป็นคลื่นทะเลสีครามกำลังโหมกระหน่ำ ลมพัดกระโชกผ่านไป
ตรงหน้าเธอ บริเวณหัวเรือมีชายหนุ่มคนหนึ่ง สวมหมวกผ้าไหมทรงกึ่งสูง เสื้อคลุมยาวสีดำ โกนหนวดเกลี้ยงเกลา ใบหน้าผอมแต่มีเหลี่ยมมุมชัดเจน ดวงตาเปล่งประกาย แต่สวมแว่นตาขอบทอง
เกอร์มัน·สแปร์โรว์
ตัวเอกของภาพยนตร์ ‘โจรสลัดใหญ่ 3’ เกอร์มัน·สแปร์โรว์ผู้มีหน้าตาคล้ายคลึงกับโจวหมิงรุ่ยอย่างยิ่ง แต่ดูเย็นชากว่า
เกอร์มัน·สแปร์โรว์หันขวับมามองฟรังก้า ใบหน้าไร้อารมณ์ แววตาเย็นเยียบ
ฟรังก้าถอยหลังสองสามก้าวโดยสัญชาตญาณ แต่พยายามยืนให้มั่นคง
เกอร์มัน·สแปร์โรว์พินิจมองเธอผู้รวบผมหางม้าสูง สวมเสื้อยืดสีขาว กางเกงสีเทาหลวมๆ อยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงราบเรียบ
“เธอเป็นญาติผู้ใหญ่ของเทรซี่หรือ?”
เทรซี่คือชื่อของนายพลโจรสลัด ‘สาวน้อยโรคภัย’
เขาดูออกว่าเราเป็นนางมาร? ฟรังก้าชำเลืองมองมือซ้ายของเกอร์มัน·สแปร์โรว์ที่ห้อยอยู่ข้างลำตัว ซึ่งดูเหมือนถูกหุ้มด้วยผิวหนังมนุษย์ชั้นหนึ่ง แล้วจึงตอบอย่างจริงใจ
“ฉันเป็นลูกน้องของ ‘นางมารดำ’ ส่วนเธอคือลูกของ ‘นางมารขาว’ พวกเราทั้งสองฝ่ายไม่ได้ปรองดองกัน”
นี่คือการพูดความจริงล้วนๆ
ตามความเข้าใจของฟรังก้า การโกหกต่อหน้าเกอร์มัน·สแปร์โรว์เป็นพฤติกรรมที่ให้ผลตอบแทนต่ำมาก หากถูกเปิดโปง ก็จะถูกกระหน่ำโจมตีเป็นพายุบุแคมทันที
ยิ่งไปกว่านั้น ฟรังก้าไม่ทราบว่าในโลกความเป็นจริง เมื่อครั้งเกอร์มัน·สแปร์โรว์พบกับ ‘สาวน้อยโรคภัย’ เทรซี่ สมบัติปิดผนึกรูปถุงมือ ‘ยุบพองหิวโหย’ กักเก็บดวงวิญญาณใดไว้บ้าง
เธอรู้เพียงแค่ว่า ในเรื่องเล่าที่ ‘มาดามเมจิกเชี่ยน’ แต่งเติมขึ้นมา ถุงมือในตอนนี้สามารถทำให้เกอร์มัน·สแปร์โรว์ใช้พลังอ่านใจของ ‘นักจิตบำบัด’ ได้ การโกหกจึงถือเป็นพฤติกรรมสุ่มเสี่ยงมาก
เกอร์มัน·สแปร์โรว์ที่สวมแว่นตาขอบทอง สังเกตฟรังก้าอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะกล่าว
“จุดประสงค์ของเธอคืออะไร?”
ลูเมี่ยนเคยบอกว่า แม้เกอร์มัน·สแปร์โรว์ในภาพยนตร์จะไม่เหมือนกับเกอร์มัน·สแปร์โรว์ตัวจริงเสียทีเดียว แต่ผู้เขียนต้นฉบับของภาพยนตร์คือ ‘มาดามเมจิกเชี่ยน’ เมื่อครั้งเธอสร้างสรรค์ผลงาน ‘โจรสลัดใหญ่ 3’ ย่อมต้องใส่ความเข้าใจที่ตนมีต่อเกอร์มัน·สแปร์โรว์ลงไป และในเวลานั้น เธอทราบแล้วว่าเกอร์มัน·สแปร์โรว์คือหนึ่งในร่างอวตารของ ‘มิสเตอร์ฟูล’
ภายใต้แรงขับของจิตใต้สำนึก เธอคงผสมผสานบุคลิกและการตัดสินใจบางอย่างของ ‘มิสเตอร์ฟูล’ เข้าไปด้วย ดังนั้น การจะโน้มน้าวให้เกอร์มัน·สแปร์โรว์ยอมรับเรื่องที่ฟังดูเหลวไหล ก็ต้องเริ่มจากแง่มุมนี้…ความคิดของฟรังก้าแล่นปราดดุจสายฟ้า จนเธอตัดสินใจโพล่งออกไป
“เราเป็นพวกเดียวกัน!”
“เราต่างก็เป็นผู้ข้ามกาลเวลาเหมือนกัน!”
เกอร์มัน·สแปร์โรว์เอาแต่มองฟรังก้า ไม่พูดอะไรต่อ
มือขวาของเขาถือปืนลูกโม่
ฟรังก้าอธิบายด้วยใจจดจ่อ
“เราต่างก็เป็นผู้ข้ามกาลเวลา…ไม่สิ ความจริงแล้วไม่ใช่การข้ามเวลา แต่เป็นการถูกสิ่งมีชีวิตยิ่งใหญ่แช่แข็งไว้ในสถานที่พิเศษ รอจนกระทั่งหลายพันหลายหมื่นปี หรือแม้แต่นานกว่านั้น จึงถูกปล่อยกลับสู่โลกความจริง คุณเป็นแบบนั้น ฉันเองก็เป็นแบบนั้น”
ไม่รอให้เกอร์มัน·สแปร์โรว์คัดค้านตน หรือยิงปืนสังหาร ฟรังก้ารีบเสริมว่า
“ชื่อเกอร์มันมาจากเกม ‘Bloodborne’ ส่วนสแปร์โรว์เป็นนามสกุลของกัปตันแจ็คในภาพยนตร์ ‘Pirates of the Caribbean’ พอนำมารวมกัน ก็กลายเป็นชื่อของคุณ”
เมื่อพูดจบประโยค ฟรังก้าพบว่าแรงกดดันจากสายตาของเกอร์มัน·สแปร์โรว์ลดลงอย่างเห็นได้ชัด
เธอถอนหายใจโล่งอกโดยไม่ปิดบัง แล้วพูดต่อไป
“ฉันมาหาคุณเพราะว่า วันสิ้นโลกมีแนวโน้มจะอุบัติก่อนกำหนด ซึ่งคุณได้รับมรดกจากสิ่งมีชีวิตยิ่งใหญ่ที่แช่แข็งพวกเราไว้…”
“คุณคือกุญแจสำคัญในการรับมือกับวันสิ้นโลก”
“คุณอยากจะออกไปข้างนอกพร้อมกับฉัน เพื่อไปเผชิญหน้ากับวันสิ้นโลกหรือไม่?”
หลังจากเสนอคำขอ ฟรังก้ายิ้มอย่างเก้อเขินแต่ไม่ขาดมารยาท พลางกล่าวต่อไป
“ทั้งหมดที่ฉันพูดมา คุณเชื่อมันหรือไม่?”
เกอร์มัน·สแปร์โรว์จ้องมองฟรังก้าโดยไม่พูดอะไร จนเธอรู้สึกตึงเครียดผิดปกติ
ครู่หนึ่งผ่านไป เกอร์มัน·สแปร์โรว์พูดด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำ
“ลองดูสักตั้งก็ได้”
“แต่ถ้าฉันจับได้ว่าเธอโกหก…”
พรวดเดียว ปืนลูกโม่ของเขาถูกยกขึ้น เล็งมายังศีรษะของฟรังก้า
ปัง!
กระสุนนัดหนึ่งพุ่งออกไป เฉียดศีรษะของฟรังก้าไปกระทบกับห้องโดยสารของเรือที่ไม่ไกลนัก
เกอร์มัน·สแปร์โรว์เก็บปืนลูกโม่ ไม่พูดอะไรต่อ
ยังไงเราก็มี ‘กระจกตัวแทน’…ฟรังก้ารำพันในใจ
เธอรีบเข้าไปใกล้เกอร์มัน·สแปร์โรว์ คว้าต้นแขนของเขาไว้
“ฉันจะพาคุณไปยังจุดนัดพบเดี๋ยวนี้!”
ใช่แล้ว ภารกิจที่เธอได้รับมอบหมายคือ ไปหาภาพยนตร์ ‘โจรสลัดใหญ่ 3’ ที่กำลังฉายอยู่ รอจังหวะที่แดนฝันเกิดความผิดปกติแต่กำลังจะได้เสถียรภาพคืน รีบเข้าไปในจอภาพยนตร์ นำตัวเกอร์มัน·สแปร์โรว์ออกมายังเมืองแดนฝัน!
ภาพสะท้อนจากภาพยนตร์แบบนี้ หากแยกออกจากจอ เข้าสู่เมืองแดนฝัน จะสลายตัวไปอย่างรวดเร็วไม่ใช่หรือ?
ยิ่งไปกว่านั้น โอสถ ‘สิ้นหวัง’ ของเรายังย่อยไม่เสร็จ หากแดนฝันแตกสลายเพราะเรื่องนี้จะทำยังไง? ในช่วงเวลาสำคัญ ฟรังก้ารู้สึกประหวั่นในใจ กระวนกระวายอย่างยิ่ง
แต่เธอไม่ลังเลนานนัก เพียงกัดฟันแน่น พูดกับตัวเองเงียบงัน
“เชื่อในตัวหมอนั่นเถอะ!”
“เชื่อในพลังของอาร์คาน่าใหญ่ เชื่อว่าพวกเขาสามารถแก้ไขสถานการณ์ได้!”
“อย่างมากก็แค่ถดถอยกลับไปสู่ลำดับนางมารทุกข์ระทม!”
ขณะที่เสียงในใจยังก้องกังวาน ฟรังก้าจับแขนของเกอร์มัน·สแปร์โรว์ แล้วพาพุ่งทะลุออกนอกจอ
…………
ภายในสถานีรถไฟความเร็วสูงของเมืองหยาง ซึ่งครึ่งหนึ่งมืดสนิท ส่วนอีกครึ่งมีแสงสลัว
โจวหมิงรุ่ยจดจ้องลูเมี่ยนเบื้องหน้าแล้วเอ่ยปาก
“สุดท้ายพวกเจ้าก็เลือกเกอร์มัน·สแปร์โรว์สินะ?”
น้ำเสียงของพระองค์ราบเรียบ ไม่แฝงผันผวนแม้แต่น้อย เหมือนครูที่กำลังชี้ให้เห็นข้อผิดพลาดของนักเรียน
“ถูกต้อง” ลูเมี่ยนยิ้มพลางตอบ “แต่ไม่ใช่อันเสี่ยวเทียน และไม่ใช่เจี่ยยู่ พวกนี้ล้วนเป็นตัวเลือกที่ชักจูงพวกเราให้หลงทาง”
“เพื่อนของฉัน ฟรังก้า ไปชมภาพยนตร์ ‘โจรสลัดใหญ่ 3’ ซึ่งน่าจะเป็นรอบฉายสุดท้าย และเธอเป็น ‘นางมารสิ้นหวัง’ สามารถเข้าไปในจอภาพยนตร์แล้วนำตัวเกอร์มัน·สแปร์โรว์ออกมาได้”
ลูเมี่ยนเน้นเสียงตรงชื่อ ‘ฟรังก้า’ ราวกับต้องการให้ราชันสวรรค์จดจำ
โจวหมิงรุ่ยพูดยิ้มๆ
“ภาพสะท้อนจากภาพยนตร์น่ะ เมื่อออกจากจอแล้ว จะคงอยู่ได้เพียงสามวินาทีเท่านั้น”
“แล้วถ้าเพิ่มภาพสะท้อนแดนฝันของเกอร์มัน·สแปร์โรว์ที่ ‘นักสานฝัน’ สร้างขึ้นกับมือ ผสานกับหลักยึดเหนี่ยวจำนวนมากของเกอร์มัน·สแปร์โรว์ในโลกความจริง ผสานกับเรื่องราวและตำนานของเกอร์มัน·สแปร์โรว์ที่แพร่หลายล่ะ?” ลูเมี่ยนถามราวกับกำลังชวนคุย
…………
กรุงทรีอาร์ ภายในคฤหาสน์หรูหรา
มาดามจัสติสที่กำลังตรวจสอบความเปลี่ยนแปลงของเมืองแดนฝัน ลุกพรวดทันที กล่าวกับเหล่าอาร์คาน่าใหญ่ทุกคน
“เกิดความผิดปกติแล้ว พวกเราเริ่มกันเถอะ”
น้ำเสียงของเธอแฝงความตึงเครียดไว้ไม่เบา ในใจคงไม่สงบนิ่งเท่ากับที่แสดงออกภายนอก
มาดามเมจิกเชี่ยนลุกจากโซฟาทันที แผ่แขนออกครึ่งหนึ่ง
ประตูแสงดาวอันเจิดจรัสชวนฝัน ปรากฏภายในห้องนอนที่ฟรังก้ากำลังหลับใหล ท่ามกลางแสงอาทิตย์ที่ไร้เงามืด
ประตูใหญ่นั่นเปิดออกอย่างหนักอึ้ง เผยให้เห็นหมอกสีเทาขาวจางๆ ด้านใน
ภายในม่านหมอก เมืองที่มองไม่เห็นขอบเขต ปรากฏอย่างพร่าเลือน
มาดามเมจิกเชี่ยนไม่หยุดแค่นั้น ยังฝืนเปิด ‘ประตู’ อีกบานหนึ่ง เป็นช่องเล็กๆ บนม่านหมอกสีเทาขาวนั่น
ในช่วงเวลานี้ ใบหน้าของเธอกลายเป็นโปร่งใสครึ่งหนึ่ง มีแมลงประหลาดเปล่งแสงระยิบระยับ ยุบพองชอนไชอยู่ในรูขุมขนและระหว่างเส้นผมของเธอ
มาดามจัสติสมองผ่านช่องเล็กๆ บนม่านหมอกสีเทา จนเห็นโรงภาพยนตร์ที่ฟรังก้าอยู่ เธอจึงหลับตาสีเดียวกับมรกต ยกมือขวาพร้อมกับทุ่มสมาธิสร้างภาพสะท้อนของเกอร์มัน·สแปร์โรว์ในความฝัน
อีกด้านหนึ่ง มิสเตอร์ซันวางตราศักดิ์สิทธิ์ ‘เดอะฟูล’ ลงบนแท่นบูชาที่จัดเตรียมไว้แล้ว เริ่มสวดวิงวอนถึง ‘เทวทูตไถ่ถอน’ เกอร์มัน·สแปร์โรว์ เหมือนที่เคยทำ สรรเสริญซ้ำแล้วซ้ำเล่า
สำหรับครึ่งเทพเส้นทางสุริยันอย่างเขา สันตะปาปาแห่งศาสนจักร ‘เดอะฟูล’ อย่างเขา การสวดวิงวอนและคำสรรเสริญของเขา ย่อมทำให้แท่นบูชาเกิดความผันผวนในพริบตา แสงศักดิ์สิทธิ์ปรากฏเป็นจุดๆ ล้อมรอบตราศักดิ์สิทธิ์ ‘เดอะฟูล’ แผ่นใหญ่ จนบริเวณโดยรอบดูศักดิ์สิทธิ์และสง่างามยิ่งขึ้น
ในเวลานี้ มาดามเฮอร์มิทที่มายืนข้างๆ แล้ว ถอดแว่นตาเลนส์หนาที่พาดอยู่บนสันจมูกออก แล้วเลียนแบบเกอร์มัน·สแปร์โรว์ นำมือสัมผัสกับหน้าอกพร้อมกับค้อมคำนับ
บนแท่นบูชาปรากฏฉากหนึ่งในบัดดล
ในฉากดังกล่าว เกอร์มัน·สแปร์โรว์ที่สวมหมวกผ้าไหมทรงกึ่งสูง เสื้อโค้ทสีดำ ยืนอยู่บนผืนดินอันรกร้าง ก้าวเดินไปทีละก้าวในสภาพแวดล้อมมืดมิด มีเพียงแสงสว่างจากฟ้าแลบ ด้านหลังมีแถวยาวของผู้คนกำลังติดสอยห้อยตามเขา
นี่คือการ ‘ฉายซ้ำความลับ’ ของเส้นทาง ‘ผู้ส่องความลับ’
เรื่องราวที่เกอร์มัน·สแปร์โรว์ช่วยเหลือประชาชนของเมืองเงินพิสุทธิ์และเมืองจันทรา ถือเป็นความรู้ด้านศาสตร์เร้นลับเช่นกัน สามารถกลายเป็นเวทมนตร์ผ่าน ‘ฉายซ้ำความลับ’ ได้ เพียงแต่เนื่องจากมีคนรู้เรื่องนี้มากเกินไป อำนาจที่เกิดขึ้นจึงอ่อนแอมาก
แต่เหตุผลที่มาดามเฮอร์มิทสร้างเวทมนตร์ ‘เส้นทางแห่งการไถ่ถอน’ นี้ขึ้นมา ไม่ใช่เพื่อต่อกรกับศัตรูหรือช่วยเหลือตัวเอง
จุดประสงค์เดียวของเธอคือ การตรึงภาพสะท้อนของเกอร์มัน·สแปร์โรว์เอาไว้
เมื่อ ‘เกอร์มัน·สแปร์โรว์’ ปรากฏบนแท่นบูชาผ่านการ ‘ฉายซ้ำความลับ’ ดวงแสงศักดิ์สิทธิ์นับไม่ถ้วนก็พุ่งเข้าไปห้อมล้อมเขาทันที พองตัวเล็กน้อย พร้อมกับส่งเสียงที่ฟังดูเลื่อนลอยแตกต่างกัน
“สรรเสริญพระองค์ เทวทูตไถ่ถอนผู้ยิ่งใหญ่!”
“สรรเสริญพระองค์ ผู้เปรียบดังแตรศึกของมิสเตอร์ฟูล!”
“โปรดช่วยข้าพเจ้าให้พ้นจากความทุกข์ยากด้วยเถิด องค์เกอร์มัน·สแปร์โรว์ผู้ยิ่งใหญ่!”
“ข้าพเจ้าขอสารภาพบาปต่อพระองค์ และวิงวอนขอการไถ่ถอน!”
“ไอดอลของฉันคือเกอร์มัน·สแปร์โรว์!”
“ฉันอยากเป็นนักผจญภัยที่ยิ่งใหญ่!”
“…”
เสียงที่เกี่ยวข้องกับเกอร์มัน·สแปร์โรว์ก้องกังวานซ้อนทับกัน ชั้นแล้วชั้นเล่า จนภาพสะท้อนของเกอร์มัน·สแปร์โรว์บนแท่นบูชาดูมั่นคงยิ่งกว่าเดิม เป็นรูปเป็นร่างชัดเจนขึ้นเล็กน้อย
ขณะเดียวกัน ณ ทางเข้าเมืองแดนฝันที่มาดามเมจิกเชี่ยนเปิดไว้
มาดามจัสติสประสบความสำเร็จในการสร้างเกอร์มัน·สแปร์โรว์ สวมหมวกผ้าไหมทรงกึ่งสูง เสื้อโค้ทยาวสีดำ ภายในโรงภาพยนตร์ที่ร่างของฟรังก้าได้เข้าไปในจอ
ตลอดทั้งกระบวนการ เธอไม่รู้สึกถึงการต่อต้านอย่างรุนแรงจากแดนฝันเลย
แต่ทว่า ภาพสะท้อนแดนฝันของเกอร์มัน·สแปร์โรว์เพิ่งจะก่อตัวเป็นรูปร่าง ก็คงอยู่ได้เพียงสามวินาทีแล้วสลายตัว จางหายไปอย่างไร้สุ้มเสียงและไม่อาจยับยั้ง
เหตุการณ์นี้ทำให้ผู้ชมที่มีอยู่ไม่มากนักในโรงหนัง ทยอยปรบมือเกรียวกราวโดยสัญชาตญาณ
พวกเขายิ่งเชื่อว่า หญิงงามคนที่เพิ่งเข้าไปในจอเมื่อสักครู่ คือนักมายากลที่กำลังแสดงกล
……………………………………………………..