ราชันเร้นลับ 2 : วัฏจักรแห่งชะตา (Circle of Inevitability) - ตอนที่ 1032 พลังของมวลชน
- Home
- ราชันเร้นลับ 2 : วัฏจักรแห่งชะตา (Circle of Inevitability)
- ตอนที่ 1032 พลังของมวลชน
ตอนที่ 1032 พลังของมวลชน
………………..
มาดามจัสติสไม่ยอมแพ้ เริ่มทอภาพสะท้อนใหม่ของเกอร์มัน·สแปร์โรว์อีกครั้ง
ในเวลาเดียวกัน หมอกสีเทาจางๆ ที่แผ่คลุมอยู่นอกเมืองแดนฝัน เริ่มปรากฏเงาดำหลายสายลอยออกมา
พวกมันเคลื่อนไหวว่องไวไปยังช่องทางที่มาดามเมจิกเชี่ยนเปิดไว้ ส่งผลให้ ‘ประตู’ สั่นสะเทือนอย่างหนักหน่วงและเริ่มหดตัวลง
มาดามเมจิกเชี่ยนพยายามต่อต้านสุดกำลัง ไม่ยอมให้ประตูสู่แดนฝันปิดลง ไม่ยอมให้ความพยายามของมาดามจัสติสในการทอภาพสะท้อนของเกอร์มัน·สแปร์โรว์ถูกขัดจังหวะ
มิสเตอร์แฮงแมนที่วางเหล้ากลั่นลงแล้ว หันสายตามามองทางนี้
ในมือของเขาปรากฏไพ่เย้ยเทพตั้งแต่เมื่อใดไม่ทราบได้
“ไพ่ทรราช!”
โครม!
เสียงฟ้าร้องดังสนั่น สายฟ้าสีเงินขาวที่พันกันหลายชั้น ฟาดลงมายังเหล่าเงาดำในหมอกสีเทา จนพวกมันบิดเร่า กระเสือกกระสน แล้วสลายไป ไม่อาจเข้าใกล้ช่องทางที่มาดามเมจิกเชี่ยนเปิดไว้ได้อีก
มาดามจัสติสยังคงไม่ได้รับผลกระทบ ยังคงทอภาพสะท้อนของเกอร์มัน·สแปร์โรว์ในความฝันต่อไป
ภายในแท่นบูชา หลังจากที่ภาพลักษณ์ของเกอร์มัน·สแปร์โรว์ซึ่งถูกสร้างโดย ‘ฉายซ้ำความลับ’ มีความมั่นคงชั่วคราว เนื่องจากมีหลักยึดเหนี่ยวนับไม่ถ้วน มิสเตอร์สตาร์ที่เดิมยืนอยู่ข้างหน้าต่างก็เริ่มเดินเข้ามาใกล้
เขาเดินไปพลางท่องบทกวี
“ดั่งวิหคสมุทร โบยบินไม่ท้อแท้”
“ไม่ยอมแพ้ แม้ยามเผชิญพายุโหม ทะเลกระหน่ำ”
“แข็งขืนฝืนสยบ จนพวกมันยอมสงบ”
“ณ จุดจบ ความสงบถูกกลั่นเป็นสุราชั้นเลิศ…” (หมายเหตุ 1)
พร้อมกับเสียงกวีก้องกังวาน แสงอาทิตย์ในห้องพลันหม่นหมอง ราวกับมีเมฆดำลอยเข้ามาภายใน
บัดนี้ เขาก็กำลังฝันอยู่เช่นกัน
เป็นทั้งฝันร้าย และเป็นทั้งความหวัง
เมื่อเห็นฉากดังกล่าว มิสเตอร์มูนที่อดทนต่อแสงแดดแผดเผาอย่างเงียบงันมาตลอด ปล่อยให้เสื้อคลุมสีดำด้านหลังสะบัดพลิ้ว ราวกับค้างคาวยักษ์สยายปีก
เขาบินไปทางประตูดวงดาวที่มาดามเมจิกเชี่ยนเปิดไว้ บินเข้าไปในช่องทางเสมือนนั่น จนกระทั่งไปถึงช่องเปิดด้านนอกสำหรับเข้าสู่เมืองแดนฝัน
เขาไม่ได้พยายามเข้าไปข้างใน แต่หันหลังกลับมา ยื่นสองมือออกไปด้านหน้า สร้าง ‘ประตู’ เลือนรางและสลักด้วยสัญลักษณ์ลึกลับนับไม่ถ้วนจากความว่างเปล่า
นี่คือ ‘ประตูอัญเชิญ’
เป็น ‘ประตูอัญเชิญ’ ของ ‘จอมอาคมอัญเชิญ’ ลำดับ 3 เส้นทาง ‘จันทรา’
สิ่งที่มิสเตอร์มูนกำลังจะอัญเชิญคือ เกอร์มัน·สแปร์โรว์
เกอร์มัน·สแปร์โรว์คนที่อยู่บนแท่นบูชาในขณะนี้!
วินาทีถัดมา เขาอ้าปากกว้าง ท่องคำเรียกขานอันสูงส่ง คาถาเรียกเฉพาะเจาะจงเป็นภาษาเฮอร์มิสโบราณ
“ข้ารับใช้แห่งโลกวิญญาณและปราสาทต้นกำเนิด”
“ตัวตนเร้นลับจากอดีตกาล”
“ประจักษ์พยานแห่งห้วงประวัติศาสตร์ชั่วนิรันดร์”
“เทวทูตที่ไถ่บาปเพื่อมวลมนุษย์”
“ผู้พิทักษ์เหล่าเด็กยากไร้ทั้งปวง”
“มหาเกอร์มัน·สแปร์โรว์…”
ในการอัญเชิญที่พุ่งเป้าไปยังสิ่งจอมปลอมเช่นนี้ จำเป็นต้องท่องคำเรียกขานฉบับเต็ม
เมื่อคาถาส่วนที่เหลือดังก้องกังวาน ประตูใหญ่ที่เลือนรางก็เปิดออกโดยพลัน เผยให้เห็นความมืดอันไร้ขอบเขต ประดับประดาด้วยดวงดารา มีเงาซ้อนลอยระบำอยู่
แต่สิ่งที่ทำให้มิสเตอร์มูนรู้สึกผิดหวังเล็กน้อยก็คือ ภาพสะท้อนของเกอร์มัน·สแปร์โรว์บนแท่นบูชา อย่างมากก็เพียงหันกายไปด้านข้าง โดยไม่มีความเคลื่อนไหวอื่นใด
ดูเหมือนพลังแห่งความจริงจะกำลังขัดขวางเรื่องจอมปลอมนี้อยู่
…………
ภายในสถานีรถไฟความเร็วสูงของเมืองหยาง ซึ่งมืดทะมึนกว่าครึ่ง
ลูเมี่ยนมองหน้าโจวหมิงรุ่ย แล้วเป็นฝ่ายเอ่ยออกมาเอง
“สิ่งเหล่านี้ล้วนมาจากการจัดแจงของมิสเตอร์ฟูล ล้วนเป็นการชี้นำของโชคชะตา”
“ในเมื่อมิสเตอร์ฟูลผนึกท่าน—ราชันสวรรค์ ด้วยภาพสะท้อนที่ชื่อโจวหมิงรุ่ย ก็ย่อมหมายความว่า ก่อนที่เขาจะได้เปรียบอย่างมาก การปลุกมิสเตอร์ฟูลก็เท่ากับการปลุกท่านเช่นกัน”
“ดังนั้น สิ่งที่พวกเราคาดหวังย่อมไม่ใช่การปลุก หากแต่เป็นการสร้าง ‘เดอะเวิร์ล’ เกอร์มัน·สแปร์โรว์จากความว่างเปล่าในแดนฝัน”
“มีเพียงวิธีนี้เท่านั้น เขาจึงจะไม่ใช่ผลลัพธ์จากการหลอมรวมจิตสำนึกของมิสเตอร์ฟูลและท่าน จึงจะบริสุทธิ์และปราศจากมลทิน”
“รากเหง้าของเขาคือ หลักยึดเหนี่ยวของผู้ศรัทธาในเกอร์มัน·สแปร์โรว์ คือการรับรู้ของมนุษย์จำนวนมากในโลกความจริงและเมืองแดนฝัน ซึ่งมีต่อเกอร์มัน·สแปร์โรว์”
“รากเหง้าของเขาคือ ความเข้าใจของบรรดาไพ่อาร์คาน่าใหญ่ในชุมนุมทาโรต์ที่มีต่อมิสเตอร์ฟูล ไม่เกี่ยวข้องกับท่านเลย”
“นั่นก็เท่ากับว่า มิสเตอร์ฟูลลากท่านเข้าสู่ห้วงนิทราไปด้วยกัน จากนั้น อาศัยความช่วยเหลือของผู้อื่น เขาสร้างอัตลักษณ์หนึ่งซึ่งเกี่ยวข้องกับตัวเองอย่างมาก และสามารถดำรงอยู่ได้อย่างมั่นคง ให้ถือครองอำนาจแทนเขา”
“ความแข็งแกร่งที่ค่อยๆ เพิ่มพูนของอัตลักษณ์นี้ จะช่วยให้เขาใช้อำนาจที่เกี่ยวข้องเพื่อให้ได้เปรียบ จนในที่สุดก็จะผนึกท่านได้อย่างแท้จริง และตื่นขึ้นมาด้วยตัวเอง”
“นี่ต่างหากคือการตีความที่ถูกต้องของคำทำนาย ‘เดอะเวิร์ลตื่น เดอะฟูลกลับมา’”
“ท่านเองก็ระวังด้านนี้อยู่ จึงเปลี่ยนตัวภาพสะท้อนของเกอร์มัน·สแปร์โรว์ในแดนฝัน และส่งลูกน้องแทรกซึมเข้าไปในวิหารของมิสเตอร์ฟูล พยายามให้เกอร์มัน·สแปร์โรว์ที่จะถูกสร้างขึ้นในภายหลัง ชี้ไปหาท่านแทนมิสเตอร์ฟูล”
“เมื่อเป็นเช่นนั้น ก็จะกลายเป็น ‘เดอะเวิร์ลตื่น ราชันสวรรค์กลับมา’ แทน”
โจวหมิงรุ่ยหัวเราะในลำคออย่างสงบ
“แล้วถ้าการวิเคราะห์และทางเลือกของเจ้าผิดทั้งหมดล่ะ?”
ลูเมี่ยนยักไหล่
“ผิดก็ผิดไปสิ”
“ฉันไม่เคยคิดว่าตัวเองจะทำสำเร็จไปเสียทุกเรื่อง ตรงกันข้ามเลย ฉันมองตัวเองเป็นผู้แพ้มาตลอด”
“ความล้มเหลวไม่ใช่เรื่องน่ากลัว ความล้มเหลวของบรรดาไพ่อาร์คาน่าใหญ่ได้ปูทางให้พวกเรา ความล้มเหลวของพวกเราก็จะช่วยขจัดคำตอบที่ผิด ช่วยชี้ทางที่ถูกต้องให้แก่ผู้ถือเหรียญทองนำโชคในอนาคต และความพยายามครั้งนี้จะช่วยถ่วงเวลาไม่ให้ท่านได้รับชัยชนะเร็วนัก”
“ในเวลาต่อจากนี้ จะมีผู้ถือเหรียญทองนำโชคมาเป็นรุ่นแล้วรุ่นเล่า ยืนบนบ่าของพวกเรา ปีนป่ายต่อไป มองให้ไกลยิ่งกว่า จนกว่าวันสิ้นโลกจะมาถึงอย่างแท้จริง”
พูดจบ ลูเมี่ยนยิ้มให้โจวหมิงรุ่ย
“นี่คล้ายกับประโยคหนึ่งที่ฉันเรียนมาจากเมืองแดนฝัน…”
“ความสำเร็จไม่จำเป็นต้องเกิดในยุคของเรา แต่ความสำเร็จต้องมีส่วนร่วมจากเรา!”
โจวหมิงรุ่ยนิ่งเงียบไป
…………
กรุงทรีอาร์ ภายในคฤหาสน์หรู ห้องนอนของฟรังก้า
มาดามจัสติสประสบความล้มเหลวอีกครั้ง หลังจากพยายามสานภาพสะท้อนแดนฝันของเกอร์มัน·สแปร์โรว์เป็นครั้งที่สาม
มิสเตอร์แฮงแมนยังคงใช้สายฟ้าสกัดกั้นเหล่าเงาดำในหมอกสีเทาไม่ให้เข้าใกล้ ‘ประตู’
มิสเตอร์มูนกำลังท่องคาถาอัญเชิญวิญญาณซ้ำอีกครั้ง
ร่างของเกอร์มัน·สแปร์โรว์ที่นอนหลับตาอยู่บนแท่นบูชาสั่นไหว พยายามตอบสนองต่อการเรียกวิญญาณในความฝัน แต่ไม่อาจเอาชนะพลังแห่งความเป็นจริงได้
ในขณะนั้น รอบดวงตาสีเขียวมรกตของมิสเตอร์สตาร์ มีสัตว์โปร่งใสคล้ายหนอนสิบสองข้อปล้องปรากฏออกมา
พวกมันรวมตัวกันรวดเร็ว กลายเป็นสัญลักษณ์ทางศาสตร์เร้นลับอันซับซ้อน
สัญลักษณ์แห่งการหลอกลวง!
เกือบจะพร้อมกันนั้น มาดามจัดจ์เมนต์เข้าใกล้แท่นบูชา กล่าวเป็นภาษาเฮอร์มิสโบราณว่า
“ขอให้ความจริงถดถอย และภาพลวงเพิ่มพูน!”
ทันใดนั้น อากาศภายในห้องนอนก็พลันแข็งตัว
ร่างของเกอร์มัน·สแปร์โรว์หายไปจากแท่นบูชาก่อน แล้วก้าวผ่านประตูลึกลับแห่งการอัญเชิญ ปรากฏตัวเบื้องหน้ามิสเตอร์มูน ปรากฏในช่องทางที่มาดามเมจิกเชี่ยนเปิดไว้ ปรากฏที่ด้านนอกของช่องทางเข้าสู่เมืองแดนฝัน
ต่อมา จุดหมายปลายทางของเกอร์มัน·สแปร์โรว์ก็ถูก ‘หลอกลวง’
ภาพบุคคลที่ถูกสร้างจาก ‘ฉายซ้ำความลับ’ รวมถึงหลักยึดเหนี่ยวจำนวนมาก กับพลังของฝันร้ายผสานกัน กะพริบวับไปยังเมืองแดนฝัน
ทันใดนั้น ในความว่างเปล่าอันมืดมิดนอกหมอกสีเทา เงาร่างหลายสายก็ปรากฏชัด
พวกมันหลบหลีกพายุสายฟ้า พุ่งเข้าใส่ ‘ประตู’ ที่มาดามเมจิกเชี่ยนเปิดไว้อย่างไม่ย่อท้อ พุ่งตรงไปยังเกอร์มัน·สแปร์โรว์
ในช่วงเวลาสำคัญนี้ ไม่มีไพ่อาร์คาน่าใหญ่คนใดว่างพอจะช่วยหรือขัดขวางได้ทันเวลา
มาดามจัดจ์เมนต์อดไม่ได้ที่จะมองออกไปนอกหน้าต่าง
มาดามไทน์เคอร์และมาดามชารอนก็มาถึงแล้ว กำลังเตรียมรับมือกับเหตุไม่คาดฝัน พวกเธอจะทันได้ลงมือช่วยไหมนะ?
ชั่วพริบตาต่อมา มาดามเมจิกเชี่ยนเห็นหมอกสีจางกว่าเดิม แผ่ซ่านออกจากหมอกสีเทา
ภายในหมอกดังกล่าว ดูเหมือนมีทุ่งร้างแห่งหนึ่ง และแม่น้ำสายหนึ่ง
เหล่าเงาร่างที่พุ่งเข้าใส่เกอร์มัน·สแปร์โรว์ พุ่งเข้าไปในหมอกนั่นแล้วหายวับไปทันที
ในที่สุด เกอร์มัน·สแปร์โรว์ที่มีหลักยึดเหนี่ยวมากมาย ก็มาถึงโรงภาพยนตร์ในเมืองแดนฝัน
ขณะเดียวกัน มาดามจัสติสได้สานภาพสะท้อนแดนฝันของเกอร์มัน·สแปร์โรว์เป็นครั้งที่สาม
เกอร์มัน·สแปร์โรว์ทั้งสองดึงดูดเข้าหากัน แล้วหลอมรวมเป็นหนึ่งเดียว
“เกอร์มัน·สแปร์โรว์!”
บรรดาผู้ชมในโรงภาพยนตร์ต่างส่งเสียงตะโกนลั่น
พร้อมกับเสียงโห่ร้อง เกอร์มัน·สแปร์โรว์ที่ปรากฏใหม่ ก็เริ่มคมชัดและมั่นคง
แต่เขายังคงหลับตาสนิท ราวกับว่ายังไร้ดวงวิญญาณ
พลังผลักไสของแดนฝันได้มาเยือนแล้ว
ขณะเดียวกัน ฟรังก้าจูงมือเกอร์มัน·สแปร์โรว์ในภาพยนตร์วิ่งออกมาจากจอ
จากนั้น เธอก็เห็นเกอร์มัน·สแปร์โรว์อีกคนอยู่เบื้องหน้า เป็นเกอร์มัน·สแปร์โรว์ที่สวมหมวกผ้าไหมทรงกึ่งสูง เสื้อโค้ทยาวสีดำเหมือนกัน
นี่คือ…ฟรังก้าไม่ทันได้คิดอะไรต่อ มุมสายตาก็เหลือบเห็นเกอร์มัน·สแปร์โรว์ที่อยู่ด้านหลัง เริ่มสลายตัวอย่างรวดเร็ว
เธอกัดฟันแน่น ทำตามการชี้นำของลางสังหรณ์ทางพลังวิญญาณของ ‘นางมารสิ้นหวัง’ จูงเกอร์มัน·สแปร์โรว์ในภาพยนตร์วิ่งไปข้างหน้า
วินาทีถัดมา เธอปล่อยมือที่จับแขนของเกอร์มัน·สแปร์โรว์ในภาพยนตร์ มองดูเขาถูกดึงดูด ถูกฉุดกระชากด้วยพลังทางศาสตร์เร้นลับ จนเข้าหาเกอร์มัน·สแปร์โรว์อีกคนด้วยตัวเอง ก่อนจะหลอมรวมเป็นหนึ่งเดียว
บึ้มบึ้ม!
เสียงน่ากลัวดังมาจากกลางอากาศอีกครั้ง
คราวนี้ ไม่เหมือนเสียงฟ้าร้องสักเท่าใด แต่คล้ายกับการพังทลายของแดนฝันมากกว่า
“อ๊ะ…” ฟรังก้าเปล่งเสียงประหลาดใจออกมาทันที
…………
ภายในสถานีรถไฟความเร็วสูงเมืองหยาง ซีกที่พังทลายยังคงมืดมิดลึกล้ำ
ลูเมี่ยนเงยหน้ามองท้องฟ้าที่ส่งเสียงโครมครามแวบหนึ่ง อมยิ้มพลางพูดกับโจวหมิงรุ่ยที่ยืนอยู่ริมขอบ เหลืออีกเพียงก้าวเดียวก็จะตกลงไปในความมืด
“ดูเหมือนว่า…ความพยายามของพวกเขาจะผลิดอกออกผลแล้ว”
“การอาศัยหลักยึดเหนี่ยวนับไม่ถ้วน อาศัยพลังของ ‘ผู้ส่องความลับ’ อาศัยพลังของ ‘ฝันร้าย’ เพื่อสร้างร่างของเกอร์มัน·สแปร์โรว์ในโลกความจริง แล้วหาทางส่งเขาเข้าไปในเมืองแดนฝัน เพื่อรวมกับร่างของเกอร์มัน·สแปร์โรว์ในความฝันที่ ‘นักสานฝัน’ สร้าง ไม่ใช่แผนที่ฉันคิด แต่เป็นแผนที่บรรดาไพ่อาร์คาน่าใหญ่มีอยู่แล้ว เพียงแต่ยังไม่มีโอกาสได้ลงมือทำ”
“บทบาทของฉันคือการเสนอว่า เกอร์มัน·สแปร์โรว์ในภาพยนตร์คือรูปแบบที่ปรากฏแรกสุด เกิดจากความว่างเปล่า และ ‘นางมารสิ้นหวัง’ สามารถพาเขาออกมาจากจอได้ จะเป็นอย่างไรถ้านำทั้งสามมารวมกัน?”
“อา…ผลงานอีกอย่างของฉันคือ การสร้างโอกาสให้มันเป็นจริง”
โจวหมิงรุ่ยฟังอย่างสงบ ไม่มีการเปลี่ยนแปลงทางอารมณ์
ทันใดนั้น รอยยิ้มของลูเมี่ยนก็ยิ่งสดใส พลางกระซิบกับโจวหมิงรุ่ยว่า
“โอสถ ‘สิ้นหวัง’ ของฉันย่อยเสร็จแล้ว”
หมายเหตุ 1: สองประโยคสุดท้ายดัดแปลงจาก ‘ฤดูใบไม้ร่วง’ ของไรเนอร์·มาเรีย·ริลเคอ
……………………………………………………..