ราชันเร้นลับ 2 : วัฏจักรแห่งชะตา (Circle of Inevitability) - ตอนที่ 1040 ความประทับใจของแต่ละคน ....................
- Home
- ราชันเร้นลับ 2 : วัฏจักรแห่งชะตา (Circle of Inevitability)
- ตอนที่ 1040 ความประทับใจของแต่ละคน ....................
ตอนที่ 1040 ความประทับใจของแต่ละคน
………………..
“เขาดูเงียบขรึม แต่ความจริงแล้วชอบล้อเล่น พูดจาหยอกล้อในใจ และบางครั้งก็พูดพล่ามไม่หยุด…”
มาดามเมจิกเชี่ยนฟังแล้วรู้สึกเครียดพิกล สมองคิดถึงบางสิ่งโดยสัญชาตญาณ
นี่เป็นสิ่งที่เราควรได้ยินหรือ?
นี่เป็นสิ่งที่เราได้รับอนุญาตให้ฟังหรือ?
ถ้าเกอร์มัน·สแปร์โรว์รู้ว่าเราได้ยินตัวตนจริงในใจเขา แถมยังค่อนข้างร่าเริง เขาจะเอาปืนยิงหัวเราไหม?
“นี่คือความประทับใจของฉัน” มาดามจัสติสจบการย้อนความและสรุปตัวเอง
มาดามเมจิกเชี่ยนค่อยๆ ถอนหายใจเงียบงัน
หลังจากสงบลง เธอครุ่นคิดอย่างละเอียด รู้สึกว่าถ้าเกอร์มัน·สแปร์โรว์เป็นอย่างที่มิสจัสติสบรรยาย เขาน่าจะ…อาจจะ คงไม่ใช้วิธีรุนแรงกำจัดคนที่รู้ถึงตัวตนแท้จริง
เมื่อเห็นมาดามจัสติสพูดเสียมากมาย มิสเตอร์สตาร์ซึ่งนั่งข้างลูเมี่ยนก็เอนหลังพิงพนักเก้าอี้ ราวกับต้องการผ่อนคลายตัวเอง
เขาเอ่ยด้วยเสียงทุ้มต่ำ
“เขาเป็นคนมีความรู้ ไม่ได้สะท้อนเพียงการเป็นบัณฑิตจากภาควิชาประวัติศาสตร์ของมหาวิทยาลัย”
“ในเหตุการณ์เหนือธรรมชาติ เขาเริ่มต้นโดยไร้ประสบการณ์ แต่เรียนรู้ได้รวดเร็วจนเชี่ยวชาญ ทำให้คนรอบข้างเชื่อใจ”
“เขาไม่ชอบอยู่ใกล้คนอื่นมากเกินไป มักรักษาระยะห่างเสมอ ดูเหมือนกลัวการสูญเสียจนไม่อยากเปิดรับสิ่งใหม่”
“แต่ความจริงแล้ว เขาให้ความสำคัญกับความรู้สึกมาก เมื่อเวลาผ่านไป เขาหลีกเลี่ยงไม่ได้ที่จะค่อยๆ ผ่อนคลาย ค่อยๆ กลมกลืนเข้ากับกลุ่ม และค่อยๆ สร้างมิตรภาพกับผู้อื่นอย่างระมัดระวัง”
“เขาสงบแต่ไม่ถึงกับเก็บตัว รับมุกตลกได้ และมีอารมณ์ขัน เขาให้ความสำคัญกับชีวิต เต็มใจเพลิดเพลินกับมัน แต่ไม่ชอบความสิ้นเปลือง”
“เขาระมัดระวังมาก อาจเพราะอิทธิพลของเส้นทางนักทำนาย เรียกได้ว่าระวังตัวแจ หากเจอสถานการณ์ไม่เร่งด่วนนัก ยังไม่ก่อให้เกิดอันตรายชัดเจนทันที เขาจะรับมือด้วยวิธีที่หัวโบราณที่สุด จะฉากถอยออกไปก่อน หรือรอการสนับสนุน แต่ถ้าเป็นหายนะเร่งด่วน ส่งผลกระทบต่อคนจำนวนมาก แม้ตัวเขาเองยังไม่แข็งแกร่งพอ แต่ก็เต็มใจออกมายืนหยัด เสี่ยงอันตราย และพยายามแก้ปัญหา”
“เขาให้ความสำคัญกับพี่ชายและน้องสาวมาก เมื่ออยู่ต่อหน้าคนเหล่านี้ เขาจะผ่อนคลายมากกว่า และแสดงนิสัยตามที่มาดามจัสติสบรรยายไปเมื่อสักครู่”
“เขาเป็นน้องชายที่ดีที่สุด เป็นพี่ชายที่ดีที่สุด และเป็นเพื่อนร่วมงานที่ดีที่สุดด้วย…”
หลังจากมิสเตอร์สตาร์พูดจบ ภายในพระราชวังหลังใหญ่ก็เงียบไปพักหนึ่ง จนกระทั่งอาร์คาน่าใหญ่ทุกคนยกเว้นมาดามเมจิกเชี่ยนต่างหันไปมองเธอ
มาดามเมจิกเชี่ยนกระแอมในลำคอแล้วเอ่ยปาก
“ความประทับใจของฉันต่อเกอร์มัน·สแปร์โรว์นั้น พวกคุณสามารถอ่านได้จากนิยายชุด ‘นักผจญภัยผู้ยิ่งใหญ่’”
“ถ้าจะให้สรุปจริงๆ ละก็…”
เทวทูตแห่งเส้นทาง ‘ประตู’ ผู้นี้เว้นวรรคไปครู่หนึ่ง เสียงเบาลงโดยไม่รู้ตัว
“เย็นชา แข็งแกร่ง ลึกลับ พูดผิดแค่คำเดียวก็อาจฆ่าคนตายคามือ”
“ต…แต่เขาเชื่อถือได้มาก เมื่ออยู่กับเขา คุณมีแต่ต้องกังวลว่า ตัวเองจะถูกเขาฆ่าหรือเปล่า ไม่ต้องไปกลัวเรื่องอื่นเลย”
ประโยคหลังของคุณนี่ เหมือนเป็นการล้อเล่นมากกว่าการบรรยายนะ…ฉันบอกว่าคุณกลัวอยู่บ้าง แต่ก็ยังยืนกรานที่จะล้อเล่นกับเกอร์มัน·สแปร์โรว์ ล้อเล่นกับตัวเอง นี่คือธรรมชาติของนักเขียนหรือ?
อา…จากนิยายชุด ‘นักผจญภัยผู้ยิ่งใหญ่’ ก็เห็นได้ว่า คุณเคารพ เกรงกลัว และชื่นชมเกอร์มัน·สแปร์โรว์อยู่บ้าง แต่ก็ยังคงดื้อรั้นแต่งเรื่องซุบซิบของเกอร์มัน·สแปร์โรว์… ‘แชเรียต’ ลูเมี่ยนซึ่งนั่งฟังเงียบๆ อดจิกกัดในใจไม่ได้
หลังจากพูดจบภายในเวลาไม่นาน มาดามเมจิกเชี่ยนเหลือบมองไปที่มิสเตอร์แฮงแมน ซึ่งนั่งทแยงกับเธอ เป็นเชิงบอกว่า ถึงตาคุณแล้ว
มิสเตอร์แฮงแมนคิดคำพูดเตรียมไว้แล้ว
“ผมไม่ได้พบกับมิสเตอร์ฟูลในแต่ละบุคลิกมากนัก บางบุคลิกก็ไม่เคยพบเลย จึงพูดได้แต่ภาพรวม”
“เขาเป็นนักผจญภัยที่แข็งแกร่ง มีประสบการณ์ และฉลาดมาก”
“แถมยังดูเป็นคนโชคดีมากด้วย”
“ความจริงแล้ว เขาไม่ได้แข็งกระด้างเหมือนภายนอก”
“เขาเต็มใจฟังความคิดเห็นของคนอื่น และเคารพประสบการณ์ของคนอื่น”
หลังจากมิสเตอร์แฮงแมนพูดจบ มาดามจัดจ์เมนต์ซึ่งดูตัวเล็กเมื่อเทียบกับพนักเก้าอี้ ก็เริ่มพูดถึงความรู้สึกของตัวเอง
“ความประทับใจของฉันต่อเกอร์มัน·สแปร์โรว์ ส่วนใหญ่มาจากมาดามเมจิกเชี่ยน ไม่จำเป็นต้องเล่าซ้ำ”
“บุคลิกที่ฉันได้พบมากที่สุดน่าจะเป็นดอน·ดันเตส”
“เขาเป็นสุภาพบุรุษที่มีวุฒิภาวะ สุภาพเรียบร้อย และร่ำรวย แต่ก็ลึกลับมาก มักจะมีเรื่องผิดปกติเกิดรอบตัวเขาเสมอ”
“เขาบอกว่าเขาเจ้าชู้ ชอบหญิงงามในสไตล์แตกต่างกัน แต่ฉันไม่เคยเห็นเขามีความสัมพันธ์ลึกซึ้งกับผู้หญิงคนไหนจริงๆ”
“อา…เขาเป็นคนจิตใจดี ทำกิจกรรมการกุศลเพราะอยากช่วยเหลือผู้คนจากใจจริง”
“ในการวางตัวต่อบุรุษรับใช้และสาวใช้รอบข้าง เขาไม่เพียงแค่สุภาพภายนอก แต่ยังไม่ถือตัวจากก้นบึ้งจิตใจ ไม่ได้ซ่อนความหยิ่งยโสและการดูถูกไว้ใต้หน้ากาก…”
นี่ก็เป็นอีกด้านหนึ่งของมิสเตอร์ฟูล โดยเฉพาะรายละเอียดบางจุด มันสะท้อนจิตใจของเขาได้เป็นอย่างดี…มาดามจัสติสจดจำเนื้อหาที่อาร์คาน่าใหญ่แต่ละใบเล่าอย่างตั้งใจ เพื่อสรุปและกลั่นกรองในภายหลัง
มิสเตอร์ซันผู้สวมเสื้อคลุมสีขาวเรียบง่าย รูปร่างสูงใหญ่ กล่าวต่อทันทีว่า
“แข็งแกร่งแต่ไม่หยิ่งยโส เย็นชาแต่ไม่ใจดำ”
“เขายึดมั่นในเส้นทางที่ถูกต้องเสมอ เต็มใจเสี่ยงอันตรายใหญ่หลวงเพื่อช่วยคนที่ไม่มีประโยชน์ใดๆ กับตัวเองเลย”
“เขาคือแสงสว่างในความมืด คือผู้นำทางที่เดินนำหน้าทุกคน คือเทวทูตที่คุ้มครองพวกเราทุกคน”
เป็นคำบรรยายที่มีความหมายเชิงศาสนามากขึ้น มีอารมณ์ความรู้สึกสุดโต่งและบริสุทธิ์มากขึ้น…สมกับเป็นสันตะปาปาแห่งศาสนาเดอะฟูล และสมาชิกของ ‘หกสภา’ แห่งเมืองเงินพิสุทธิ์ใหม่…ลูเมี่ยนสามารถจับความแตกต่างได้ชัดเจน
เฮอร์มิทเลื่อนแว่นตาแล้วกล่าว
“นักผจญภัยผู้เก่งกาจ เผชิญเหตุการณ์ไม่คาดฝันแล้วรับมือได้อย่างเหมาะสมเสมอ”
“เขาครุ่นคิดบางสิ่งเหมือนๆ คนอื่น จ้องมองพระอาทิตย์ตกดินเหมือนๆ คนอื่น…”
“ในช่วงเวลาแบบนั้น ฉันสัมผัสถึงความเหงาจากก้นบึ้งจิตใจเขา”
“สิ่งที่เขาอยากไขว่คว้าให้ได้ ดูเหมือนจะอยู่ห่างไกลเสียจนไม่อาจเอื้อมถึง”
อาร์คาน่าใหญ่ซึ่งเป็นสมาชิกดั้งเดิมของชุมนุมทาโรต์ ต่างพูดกันจบแล้ว เหลือเพียงสองรายที่เพิ่งมาใหม่
‘แชเรียต’ ลูเมี่ยนแม้มีร่างกายเลือนราง แต่ยังคงเห็นได้ว่าเป็นสตรี ครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง แล้วพูดอย่างสงบ
“ฉันไม่เคยพบตัวตนใดของมิสเตอร์ฟูลในโลกจริง”
“ความประทับใจต่อพวกเขาล้วนมาจากข้อมูลที่พวกคุณมอบให้ สิ่งเดียวที่ฉันพูดได้คือ ข้อมูลจากภาพในความฝัน รวมถึงการพบปะมิสเตอร์ฟูลในเมืองแดนฝัน”
เขาเงียบไปหนึ่งวินาที แล้วเอ่ยถึงความประทับใจแรก
“ผู้พิทักษ์”
มิสเตอร์สตาร์ที่นั่งอยู่ข้างๆ พูดเสริมทันทีราวกับอุทาน
“ผู้พิทักษ์ที่ยืนหยัดต่อต้านอันตรายและความบ้าคลั่ง”
ลูเมี่ยนพยักหน้ารับ
สำหรับคำบรรยายนี้ เขาเห็นด้วยอย่างยิ่ง โดยเฉพาะหลังรู้ว่าตราประทับทางวิญญาณของราชันสวรรค์ไม่มีวันจางหายหรือสูญสลายไป
การเสริมนี้ทำให้อาร์คาน่าใหญ่ที่เหลือ เกิดความคล้อยตามและซาบซึ้ง ทุกคนจึงตกอยู่ในความเงียบอีกครั้ง
เวลาผ่านไปไม่นาน ลูเมี่ยนก็เอ่ยถึงความประทับใจอื่นๆ
“อ่อนโยน มีเจตนาดี เป็นพี่ชาย เป็นครู เป็นเพื่อน เป็นคนมีเรื่องราว เป็นเทพที่มีความเป็นมนุษย์”
เว้นวรรคครู่หนึ่ง ลูเมี่ยนพูดต่อไปว่า
“เขาให้ความสำคัญกับครอบครัวมาก ให้ความสำคัญกับผองเพื่อน เขาคงอยากกลับไปยังยุคสมัยที่ตัวเองเป็นส่วนหนึ่ง กลับไปบ้านเกิดซึ่งถูกฝังอยู่ในประวัติศาสตร์”
“เขาจึงเหงา มักเศร้าและทุกข์โศก มีเพียงคนในครอบครัวและเพื่อนที่เขาให้การยอมรับ จึงจะทำให้เขาพบความหมายของชีวิต”
“ในขณะที่ด้านหนึ่งแยกตัวออกห่าง อีกด้านกลับให้ความสำคัญกับชีวิต เต็มใจสัมผัสกับสิ่งดีงาม…”
พูดไปพูดมา ลูเมี่ยนก็หยุดลง เพราะรู้สึกว่ายิ่งตนพูดต่อไป ก็ยิ่งนึกถึงโอลัวร์ซ้อนทับกัน จึงกังวลว่าตนอาจผสมองค์ประกอบของโอลัวร์เข้ากับมิสเตอร์ฟูล ซึ่งจะส่งผลต่อการสรุปภาพจำของเกอร์มัน·สแปร์โรว์โดยเหล่าอาร์คาน่าใหญ่
เป็นอย่างที่คิดจริงๆ…มาดามจัสติสพบว่า การคาดเดาและข้อสรุปที่เธอเคยทำไว้หลังเข้าใจความจริงของการ ‘ข้ามมิติ’ บัดนี้ได้รับการยืนยันแล้ว
ในขณะจดจำข้อมูล เธอคิดว่าภาพจำของเกอร์มัน·สแปร์โรว์ดูเป็นรูปเป็นร่าง มีรายละเอียดมากขึ้น และสมบูรณ์แบบยิ่งขึ้น
ขณะเดียวกัน เนื่องจากข้อจำกัดของลำดับตนเอง มาดามเท็มเพรนซ์ซึ่งไม่สะดวกพูด จึงแสดงกระดาษที่เธอเขียนไว้ตลอด
บนกระดาษมีคำในภาษาฟุซัคโบราณอยู่หลายคำ
“ความประทับใจของฉันคือ”
“กล้าหาญ เด็ดเดี่ยว เติบโตเร็วมาก ไว้ใจได้มากขึ้นเรื่อยๆ เก่งขึ้นเรื่อยๆ”
“นอกจากนี้ยังมีความอ่อนโยน สุภาพเรียบร้อย มีเมตตา มีเหตุผล มีความยุติธรรม แสวงหาความเท่าเทียม เห็นอกเห็นใจต่อผู้ตกทุกข์ได้ยาก เต็มใจให้ความช่วยเหลือ มีจิตใจเปี่ยมด้วยความสงสาร”
หลังอ่านเนื้อหาบนกระดาษของมาดามเท็มเพรนซ์จบ มาดามจัสติสเริ่มเร่งสมองคิด
ผ่านไปสักพัก เธอพูดด้วยจังหวะไม่รีบร้อน
“ในปัจจุบัน ความประทับใจหลักที่สาธารณชนมีต่อเกอร์มัน·สแปร์โรว์ มักนิยามได้ด้วยคำไม่กี่คำ”
“นักผจญภัยผู้ยิ่งใหญ่ เย็นชาและแข็งแกร่ง เทวทูตไถ่ถอน ผู้แทนมิสเตอร์ฟูล นักล่าโจรสลัด”
“ตอนนี้เรายังไม่จำเป็นต้องไปเปลี่ยนแปลงมัน สิ่งที่เราต้องทำคือ ขยายนิยามเหล่านี้ให้มีความหลากหลายมากกว่าเดิม มีรายละเอียดมากกว่าเดิม และแสดงให้เห็นถึงความซับซ้อนของมนุษย์ด้วย”
ความประทับใจหลักๆ ในอดีตที่ว่าเกอร์มัน·สแปร์โรว์เป็น ‘คนบ้า’ นั้น หลังจากศาสนาเดอะฟูลได้เผยแพร่เรื่องราวการไถ่ถอนอย่างกว้างขวาง มันก็เริ่มจางลง และไม่ได้รับความเชื่อถือจากคนส่วนใหญ่อีกต่อไป
มาดามจัสติสพูดต่อไป
“ตอนนี้เราจะเริ่มสรุปและทำให้ความเข้าใจเป็นหนึ่งเดียวกัน”
“คำแรกที่ฉันอยากเสนอคือ ‘ผู้พิทักษ์’”
อาร์คาน่าใหญ่ทุกคนรวมถึงลูเมี่ยนไม่มีใครคัดค้าน
ด้วยเหตุนี้ หลังการอภิปรายหลายครั้ง ทุกคนในที่ประชุมก็เข้าใจ ‘ภาพจำ’ ของเกอร์มัน·สแปร์โรว์ตรงกัน
“แข็งแกร่ง ระมัดระวัง มีที่มาลึกลับ รักเงินแต่ใจกว้าง จิตใจอ่อนโยน เห็นอกเห็นใจผู้คน ปลดปล่อยความทุกข์ยาก ให้ความสำคัญกับครอบครัวและความรู้สึก คิดถึงบ้านเกิดเสมอ เป็นตัวแทนมิสเตอร์ฟูล”
เหล่าอาร์คาน่าใหญ่ไม่ได้เพิ่มรายละเอียดยิบย่อยจนครบถ้วนสมบูรณ์ เพราะการทำแบบนั้นทั้งไม่สะดวกต่อการเผยแพร่ และง่ายต่อการตีความผิด ขอเพียงผู้รับสารมีความประทับใจตรงกันก็พอ
มาดามเมจิกเชี่ยนคิดสักครู่แล้วเอ่ยปาก
“ฉันคิดว่า เรายังสามารถเพิ่มประเด็นเรื่องที่เขามักครุ่นคิดหลายสิ่ง ชอบรำพัน ล้อเล่น และพูดจาหยอกล้อในใจด้วย”
“สำหรับตัวบทนิยายแล้ว นี่จะเป็นประเด็นที่น่าสนใจมาก แถมยังเป็นตัวตนที่แท้จริงของเกอร์มัน·สแปร์โรว์”
“ตกลง” มาดามจัสติสหันไปมองมาดามเมจิกเชี่ยน แล้วยิ้มพลางเอ่ยปาก “งั้นก็ฝากเธอเขียน ‘นักผจญภัยผู้ยิ่งใหญ่ 7’ ให้เสร็จภายในสองสัปดาห์ด้วย”
“ได้” ร่างของมาดามเมจิกเชี่ยนแข็งทื่อไปหนึ่งอึดใจ แล้วฝืนยิ้มพร้อมกับกล่าว “ฉันคิดคำโปรยไว้แล้วด้วย อา…‘อยากเห็นเกอร์มัน·สแปร์โรว์มีชีวิตชีวาและมีความเป็นมนุษย์มากขึ้นไหม?’”
……………………………………………………..