ราชันเร้นลับ 2 : วัฏจักรแห่งชะตา (Circle of Inevitability) - ตอนที่ 1043 ‘ยุพนิรันดร์’
- Home
- ราชันเร้นลับ 2 : วัฏจักรแห่งชะตา (Circle of Inevitability)
- ตอนที่ 1043 ‘ยุพนิรันดร์’
ตอนที่ 1043 ‘ยุพนิรันดร์’
………………..
ขณะเปลี่ยนเสื้อผ้า ลูเมี่ยนสำรวจการเปลี่ยนแปลงหลังกลายเป็น ‘นางมารยุพนิรันดร์’
เนื่องจากเป็นการปรองดอง จิตสำนึกของ ‘คนในกระจก’ จึงกลับคืนสู่ร่างเดิมของเขา ไม่ว่าจะเป็นเขาในกระจกหรือนอกกระจก ตอนนี้ล้วนเป็นตัวตนของเขา เป็นส่วนต่างๆ ซึ่งแบ่งปันจิตสำนึกร่วมกัน
กล่าวคือ เขาจะรู้สึกว่าตัวเองอยู่ทั้งนอกกระจกและซ่อนอยู่ภายในกระจก แม้จะเดินอยู่กลางแสงอาทิตย์ ก็จะสัมผัสประสบการณ์บางส่วนที่ก้าวไปข้างหน้าอย่างลังเลในความมืด
สิ่งนี้ทำให้เขาสามารถมองเห็นทั้งสภาพความเป็นจริง และเห็นการเปลี่ยนแปลงในกระจกได้พร้อมกัน
นอกจากนี้ หากเป็นเมื่อก่อน เมื่อ ‘คนในกระจก’ ตาย จะแยกออกจากร่างต้นใหม่เพื่อคืนชีพ แต่ปัจจุบัน ร่างต้นก็มีสิทธิพิเศษเดียวกัน หากเสียชีวิตจะคืนกลับมาในร่าง ‘คนในกระจก’
กล่าวโดยสรุปก็คือ การตายของร่างต้นหรือ ‘คนในกระจก’ เพียงอย่างใดอย่างหนึ่ง สำหรับ ‘นางมารยุพนิรันดร์’ จะไม่ใช่ความตายแท้จริงอีกต่อไป เพียงเทียบเท่ากับร่างกายบางส่วนได้รับบาดเจ็บ ซึ่งภายหลังสามารถรักษาให้หายได้
ในขณะเดียวกัน ‘คนในกระจก’ ของ ‘นางมารยุพนิรันดร์’ สามารถมีได้มากกว่าหนึ่ง ลูเมี่ยนสามารถอาศัยสภาพแวดล้อมที่ประกอบด้วยกระจกหลายบาน ทำให้ ‘คนในกระจก’ ของตัวเองกลายเป็นหลายร่างชั่วคราว ตราบใดที่ยังมีหนึ่งคนไม่ตาย เขาก็จะไม่ตายอย่างแท้จริง และยังสามารถใช้สื่อต่างๆ อาทิ เลือด เส้นผม ผิวหนัง สร้าง ‘คนในกระจก’ ซึ่งหลับใหลอยู่ในกระจก แล้วซ่อนกระจกบานนั้นไว้ในที่ลับ วางในสภาวะต้านการทำนาย ตัดการเชื่อมโยงทางศาสตร์เร้นลับ เพื่อป้องกันไม่ให้คำสาปหรืออันตรายใดๆ ส่งผลต่อ ‘คนในกระจก’ ที่กำลังหลับใหล
ด้วยวิธีดังกล่าว แม้ว่าร่างต้นกับ ‘คนในกระจก’ อื่นๆ จะถูกสังหารเกลี้ยง ตราบใดที่กระจกซึ่งซ่อนไว้ยังไม่ถูกค้นพบ ลูเมี่ยนก็สามารถคืนชีพจาก ‘คนในกระจก’ ที่หลับใหลอยู่ได้
นี่คือต้นกำเนิดของนิยาม ‘นางมารยุพนิรันดร์พิสดารและยากจะฆ่า เชี่ยวชาญการคืนชีพ’
ตัวฉันในกระจกและนอกกระจกล้วนเป็นฉัน!
หากไม่มีความพิเศษนี้ จะไม่สามารถคืนชีพด้วยวิธีนี้ได้เลย ดังนั้น ลูเมี่ยนจึงไม่อาจช่วยผู้อื่นสร้าง ‘คนในกระจก’ ที่หลับใหลได้
“การปรองดองคือ การที่ทั้งในและนอกกระจกต่างเป็นเรา? การทำให้เป็นทาสและทำให้หลงใหลคือ ทั้งในและนอกกระจกไม่เป็นเรา แต่เป็นสิ่งที่อยู่ใต้อาณัติเรา?” เมื่อลูเมี่ยนคิดถึงตรงนี้ นภาดาวลวงตาก็พลันปรากฏเบื้องหน้า พร้อมกับดวงดาวเจิดจ้านับไม่ถ้วน
ดวงดาวเหล่านั้น บางดวงสว่างไสวใหญ่โต ซ่อนอยู่ในส่วนลึกของความมืด บางดวงดูเหมือนอยู่ไม่ไกล แต่ก็ยากจะเอื้อมถึง
“นี่มัน…” ม่านตาสีใสเหมือนทะเลสาบบนที่ราบสูงของลูเมี่ยนขยายกว้างทันที
เขารู้สึกว่าโอสถ ‘ยุพนิรันดร์’ ของตนย่อยเสร็จสมบูรณ์แล้ว!
นี่มันเกิดอะไรขึ้น?
ทำไมเพิ่งดื่มเสร็จ เลื่อนลำดับแล้ว ก็ย่อยเสร็จสมบูรณ์ในคราวเดียว?
เรายังไม่ได้เริ่มสวมบทบาทนางมารผู้เป็นอมตะเลยนะ!
ท่ามกลางความงุนงง ตะลึงงัน และสับสน ลูเมี่ยนไตร่ตรองหลายสิ่ง จนในที่สุดก็เริ่มจับทางได้ด้วยความดีใจ
นี่เป็นผลจากการที่ ‘เศษเสี้ยววิญญาณของโอลัวร์’ ฟื้นคืนสภาพ!
“โอลัวร์ผ่านสภาวะที่ทั้งในและนอกกระจกต่างเป็นหนึ่งเดียวกัน ภายหลังได้คืนชีพในตัวเราและ ‘คนในกระจก’ ของเรา?”
“ตอนนี้เธอเปรียบดังส่วนหนึ่งของเรา ซึ่งทุกส่วนของเราสามารถคืนชีพได้โดยอาศัย ‘คนในกระจก’…เธอจึงมีคุณสมบัติแบบเดียวกันด้วย?”
“สำหรับการสวมบทบาทเป็น ‘นางมารยุพนิรันดร์’…ฟังจากชื่อแล้ว…อย่าบอกนะว่าต้องรักษา ‘ความคิด’ และ ‘ใบหน้า’ ไม่ให้แก่ชราเป็นระยะเวลานานหลายร้อยหรือหลายพันปี?”
“การคงสภาพให้ใบหน้าไม่แก่ชรานั้นง่ายมาก ตัว ‘นางมารยุพนิรันดร์’ เองก็มีใบหน้าไม่แก่ชราอยู่แล้ว แต่จะยากตรงการรักษาความคิดให้อ่อนเยาว์อยู่เสมอ แถมยังต้องใช้เวลานานมาก”
“ทว่าโอลัวร์เป็นมนุษย์จากเมื่อหลายพันหลายหมื่นปีก่อน หรือแม้กระทั่งนานกว่านั้น ในช่วงที่ผ่านมา เธอหลับใหลอย่างยาวนาน เมื่อกลับมาสู่ความเป็นจริงในยุคปัจจุบัน ความคิดของเธอจึงยังหนุ่มสาว ปราศจากเศษเสี้ยวความแก่ชรา…”
“ตอนนี้โอลัวร์เป็นส่วนหนึ่งของเรา เป็นด้านหนึ่งของเรา สภาวะจิตใจ จิตวิญญาณ ดวงวิญญาณของเธอล้วนตรงตามเงื่อนไขของโอสถ ‘ยุพนิรันดร์’”
“นั่นจึงเทียบเท่ากับ เราเองก็ผ่านเงื่อนไขของโอสถด้วยเช่นกัน มันจึงย่อยเสร็จในพริบตาโดยปริยาย…”
ลูเมี่ยนพยักหน้าอย่างครุ่นคิด
สิ่งที่ทำให้เขามีความสุขที่สุด ไม่ใช่การที่โอสถ ‘ยุพนิรันดร์’ ย่อยเสร็จในเวลาอันสั้น หากแต่เป็นการที่เขามองเห็นและตระหนักถึงการคืนชีพของโอลัวร์อย่างแท้จริง
นี่คือก้าวแรกของการทำให้โอลัวร์คืนชีพอย่างแท้จริง!
ลูเมี่ยนสำรวจการเปลี่ยนแปลงของตัวเองต่อไป
“อา…สามารถแบ่งตัวเองเพื่อสร้าง ‘คนในกระจก’ ที่ซ่อนเร้นได้ เนื่องจากโอสถย่อยสมบูรณ์แล้ว จำนวนจึงเพิ่มเป็นสองคน”
“ได้รับพลัง ‘สาปหิน’ อย่างแท้จริง ไม่จำเป็นต้องผ่านการสัมผัสด้วยเส้นผมอีกต่อไป”
“แต่ ‘สาปหิน’ ยังไม่สามารถใช้กับเป้าหมายลอยๆ ได้ จะต้องเริ่มจากทางใดทางหนึ่งก่อนเสมอ อาทิ เริ่มทำให้รอบตัวนางมารเป็นหิน แผ่ขยายออกไปทีละนิ้ว จนในที่สุดก็ครอบงำถึงศัตรู กลืนกินเป้าหมาย หรือไม่ก็ต้องใช้ใยแมงมุมของ ‘นางมาร’ เพื่อส่งต่อพลัง…”
“ดวงตาของเราเทียบเท่ากระจกบานหนึ่ง สิ่งที่เรามองเห็น ล้วนสามารถเป็นเป้าหมายของคำสาป”
“เรายังสามารถใช้ดวงตาเป็นสื่อกลาง รวมถึงการแปลงเป็น ‘คนในกระจก’ ของตัวเอง เพื่อเข้าสู่โลกในกระจกโดยตรง…”
“หากเราเผยร่างสัตว์ในตำนานที่ไม่สมบูรณ์ เส้นผมจะกลายเป็นดงอสรพิษ หัวของอสรพิษแต่ละตัวจะมีดวงตาดำขาวชัดเจน สิ่งที่ถูกดวงตาเหล่านี้มองเห็น จะกลายเป็นหินได้โดยไม่ต้องพึ่งสื่อกลาง…”
“ตอนนี้สามารถใช้ประโยชน์จากโลกในกระจกได้มากขึ้น สามารถฝืนดึงผู้มีศักดิ์ต่ำกว่าเข้าสู่โลกในกระจกโดยไม่รู้ตัว”
“สำหรับพวกที่มีศักดิ์เท่ากันหรือสูงกว่า อาทิ นักบุญ เทวทูต จะสำเร็จหรือไม่ และจะถูกค้นพบหรือไม่นั้น ต้องขึ้นอยู่กับสถานะของอีกฝ่าย”
“ตอนนี้ยังสามารถดึงบ้านหลังหนึ่ง หรือแม้กระทั่งถนนสายหนึ่ง เข้าสู่โลกในกระจกได้แล้ว”
“อา…สามารถดึงแยกส่วนเข้าไปได้ด้วย ขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของเรา ไม่จำเป็นต้องเอาไปทั้งกระบิ…”
“สามารถส่งพลังผ่านโลกในกระจกได้โดยตรงแล้ว ร่วมกับ ‘ภาพสะท้อนกระจกเงา’ เราสามารถนั่งอยู่ที่บ้าน อาศัยกระจกที่ทำเครื่องหมายไว้ เพื่อ ‘ไปเยือน’ สถานที่ใดก็ได้ในกรุงทรีอาร์”
“แต่ ‘ภาพสะท้อนกระจกเงา’ จะมีพลังไม่เกินลำดับ 4…”
“เส้นทาง ‘นักล่า’ ยังคงอยู่ที่ลำดับ 5 เหมือนเดิม ไม่มีพลังผสมผสานชนิดใหม่ แต่ ‘ความแม่นยำ’ สามารถช่วยให้เรา ‘ไปเยือน’ พร้อมพลังจริงได้สามสถานที่พร้อมกัน…”
“‘ภาพสะท้อนกระจกเงา’ ทั้งหมดไม่สามารถออกจากขอบเขตการสะท้อนของกระจกที่เกี่ยวข้องได้…”
“เมื่อถึงลำดับ ‘นางมารยุพนิรันดร์’ เราสามารถควบคุมกระจกในระยะสิบห้ากิโลเมตร รวมถึงกระจกที่เคยไป ซึ่งครอบคลุมเมืองเล็กๆ ได้แล้ว…”
“ขอบเขตของ ‘โรคระบาด’ กว้างถึงสิบกิโลเมตรแล้ว แถมยังสามารถแพร่ระบาดได้เอง แต่ประเภทของ ‘โรคระบาด’ ไม่ได้เพิ่มขึ้น…”
“ใยแมงมุมแต่ละเส้นกลายเป็นเหมือนแขนขาของเราแล้ว…”
“ตอนนี้เราสามารถแสดงเสน่ห์ของสตรีในทุกช่วงอายุได้อย่างไร้ที่ติ สภาพผิวและลักษณะใบหน้าจะสอดคล้องกัน หรือไม่สอดคล้องกันก็ได้…”
“ตราบใดที่มีสื่อกลางเป็นรูปธรรม ‘คำสาป’ ไม่เพียงสามารถจัดการกับเป้าหมาย แต่ยังส่งผลต่อญาติสายตรงได้ด้วย หากใช้มนตร์ดำขนาดใหญ่พิเศษ มีสื่อกลางที่สำคัญ มีการตระเตรียมล่วงหน้า คำสาปอาจทำร้ายได้แม้กระทั่งเทวทูต”
“ด้านอื่นๆ ไม่มีการเปลี่ยนแปลงมากนัก…”
“พลังอื่นๆ ของ ‘นางมาร’ ถูกยกระดับตามสมควร…”
“สภาวะประหลาดของ ‘นางมารดำ’ ก่อนหน้านี้ ดูไม่เกี่ยวข้องกับ ‘นางมารยุพนิรันดร์’ สักเท่าใด”
“หรือว่า…เพราะเลื่อนลำดับด้วยพิธีกรรมต่างกัน?”
สำรวจมาถึงตรงนี้ ลูเมี่ยนมองไปรอบตัว แล้วย้ายตำแหน่งทันที กลับมายังห้องนอนของตัวเอง
บัดนี้มาดามเมจิกเชี่ยนไม่อยู่แล้ว
“มาดามเมจิกเชี่ยนบอกว่า เธอสวมเสื้อคลุมวิเศษนานไม่ได้ หลังจากยืนยันว่าคุณปลอดภัย เธอก็ขอตัวกลับไปก่อน วางแผนว่าจะปรับแต่งอีกเล็กน้อย แล้วค่อยกลับมาใหม่” จินนาเห็นสถานการณ์ จึงอธิบาย
ส่วนฟรังก้ามองด้วยสายตาแฝงความคาดหวัง
“พิธีสำเร็จแล้ว? กลายเป็น ‘นางมารยุพนิรันดร์’ แล้วหรือ?”
ลางสังหรณ์ทางพลังวิญญาณของเธอแจ้งว่าเป็นเช่นนั้น
ลูเมี่ยนพยักหน้ารับพร้อมกับยิ้มกว้าง
“ใช่แล้ว ปรองดองกันได้แล้ว”
ไม่รอให้ฟรังก้าถามต่อ เขาพูดราวกับไม่สำคัญ
“โอสถ ‘ยุพนิรันดร์’ ก็ย่อยเสร็จแล้วด้วย”
“หา?” “อะไรนะ?” จินนาและฟรังก้าต่างส่งเสียงประหลาดใจออกมาตามลำดับ
ลูเมี่ยนยิ้มให้ฟรังก้า
“ถ้าคุณกลายเป็น ‘นางมารยุพนิรันดร์’ ก็คงสามารถย่อยโอสถในพริบตาได้เหมือนกัน”
“หา ฉัน?” ฟรังก้าอึ้งไปครู่หนึ่ง ชี้ตัวเอง ถามพลางลองคาดเดา “การสวมบทบาท ‘นางมารยุพนิรันดร์’ เน้นมาตราเวลา เน้นสภาวะไม่แก่ชราหรือ?”
เธอครุ่นคิดอย่างละเอียด พบว่าตัวเองก็นับได้ว่าเป็นโบราณวัตถุ และปัจจุบันก็ไม่แก่ชราจริงๆ ไม่แก่ชราในทุกด้าน
ลูเมี่ยนพยักหน้ารับ
“ฉันคิดว่า กฎการสวมบทบาทข้อสำคัญที่สุดคือ ภายใต้การกัดกร่อนของกระแสเวลาอันยาวนาน ตลอดหลายร้อยถึงหลายพันปี จิตใจต้องไม่แก่ชรา”
“อย่างที่คิด…” ฟรังก้าพยักหน้าช้าๆ “ราชันสวรรค์แขวนพวกเราบนประตูแสงนั่นนานหลายพันหลายหมื่นปี จนพวกเราผ่านเงื่อนไขการสวมบทบาทโดยปริยาย? เจตนาของพระองค์อาจเลวร้าย แต่กลับทำให้ลงเอยด้วยดี?”
จินนาเข้าใจว่า พวกเขากำลังพูดถึงสิ่งใด จึงมองลูเมี่ยนแล้วเอ่ยถาม
“คุณอาศัยโอลัวร์ใช่ไหม?”
“ตอนนี้ฉันรู้สึกได้จริงๆ ว่าโอลัวร์เป็นด้านหนึ่ง เป็นส่วนหนึ่งของฉันแล้ว” ลูเมี่ยนไม่ปิดบัง
จินนายิ้มด้วยอารมณ์ซับซ้อนระคนเห็นใจ
“ดีจัง…”
เธอนึกถึงพ่อแม่ของตน เธอเองก็มีคนที่อยากชุบชีวิตเหมือนกัน แต่น่าเสียดายที่ไม่มีความหวังแล้ว
ลูเมี่ยนเปลี่ยนเรื่อง ด้วยการเล่าบทสนทนาระหว่างตัวเองกับคนในกระจก เล่าความรู้สึกตอนเลื่อนลำดับอย่างละเอียดให้ฟรังก้าและจินนาฟัง แล้วตบท้ายว่า
“การปรองดองจะนำมาซึ่งความเป็นหนึ่งเดียวของ ‘ฉัน’ ทั้งในและนอกกระจก”
“อีกสองวิธีคงให้ผลลัพธ์แบบนี้ไม่ได้…‘คนในกระจก’ จะยังคงเป็นตัวเองในช่วงเป็นผู้ชาย”
“สำหรับเงื่อนไขของการปรองดอง ฉันคิดว่าทั้งสองฝ่ายต้องมีเป้าหมายร่วมกัน และยินดีจะเสียสละตัวเองเพื่อสิ่งนั้น โดยที่ ‘คนในกระจก’ ห้ามถือไพ่เหนือกว่า…แบบนี้จึงจะสามารถเจรจากันได้”
ฟรังก้าจมอยู่ในความคิด
ลูเมี่ยนมองไปทางจินนา คิดสักครู่แล้วเอ่ยปาก
“ถ้าเมื่อกี้ ‘คนในกระจก’ ของฉันยั่วยุฉัน กระตุ้นฉัน แล้วแทนที่ฉัน แต่แก่นแท้แล้วเขาเป็นผู้ชาย พิธีเลื่อนลำดับก็จะล้มเหลว พวกคุณจะดูออกทันทีว่าคนที่ก้าวออกมาจากกระจกคือ ‘คนในกระจก’ และรับมือได้อย่างเหมาะสม”
“แต่ถ้าเป็นนางมารสตรีแท้ ผลลัพธ์จะแตกต่างออกไป…”
“ถ้า ‘คนในกระจก’ ของคุณแทนคุณ ก็ยังสามารถประกอบพิธีกรรมได้ตามปกติ”
“คนในกระจกจะกลายเป็น ‘นางมารยุพนิรันดร์’ แทนคุณ ซึ่งจะทำให้คนรอบข้างดูไม่ออกว่าคุณถูกแทนที่ไปแล้ว”
“คุณกำลังจะบอกว่า ‘ประสบการณ์อันน่าสยดสยองขณะนางมารสตรีแท้เลื่อนลำดับเป็นนางมารยุพนิรันดร์’ หมายถึงสิ่งนี้หรือ?” จินนาเข้าใจเจตนาของคำเตือนจากลูเมี่ยนทันที
ลูเมี่ยนพยักหน้า
“แน่นอนว่าไม่ใช่ทั้งหมด แต่อาจเป็นส่วนหนึ่ง”
หลังจากพูดคุยกันอีกสักพัก ลูเมี่ยนพูดกับฟรังก้า
“วันนี้คุณจะประกอบพิธีเลยไหม หรือจะเตรียมตัวอีกสักระยะก่อน?”
ฟรังก้าครุ่นคิดอยู่สองสามวินาทีแล้วเอ่ยตอบ
“ฉันอยากลองดู”
“ถ้า ‘คนในกระจก’ ของฉันผสมกับความทรงจำก่อนข้ามมิติ ไม่ได้ถูกจิตสำนึกตกค้างของเจ้าของร่างเดิมครอบงำ ฉันคิดว่า…ฉันอาจโน้มน้าวเขาได้”
……………………………………………………..