ราชันเร้นลับ 2 : วัฏจักรแห่งชะตา (Circle of Inevitability) - ตอนที่ 1045 ‘เจ้ากระดาษขาว’
- Home
- ราชันเร้นลับ 2 : วัฏจักรแห่งชะตา (Circle of Inevitability)
- ตอนที่ 1045 ‘เจ้ากระดาษขาว’
ตอนที่ 1045 ‘เจ้ากระดาษขาว’
………………..
“อัญเชิญเจ้ากระดาษขาว?”
เมื่อเห็นข้อความบนกระดาษ ลูเมี่ยนตกตะลึงอย่างออกอาการ
ในใจเขาพลันสั่นสะท้าน ตกใจ และหวาดกลัวอย่างน่าประหลาด
โอลัวร์ซึ่งเศษเสี้ยวดวงวิญญาณคืนชีพและหลอมรวมกับตนมากขึ้น อาศัยจังหวะที่เขาหลับใหล ควบคุมร่างกายอย่างยากลำบาก เพียงเพื่อทิ้งคำเตือนนี้ไว้?
ในทางทฤษฎีแล้ว นี่น่าจะเป็นเรื่องสำคัญมาก
แต่ทำไมถึงเป็น ‘เจ้ากระดาษขาว’ ล่ะ?
แน่นอน ลูเมี่ยนจำได้ว่า ‘เจ้ากระดาษขาว’ คืออะไร
มันคือสัตว์พันธสัญญาของโอลัวร์ อ่อนแอมาก มาจากโลกวิญญาณ นอกจากเรื่องที่เข้าใจความคิดโอลัวร์แล้ว ประโยชน์เพียงอย่างเดียวคือ สามารถแบกรับพลังวิเศษอย่างหนึ่งของผู้ทำพันธสัญญาได้สักพัก และยังจำกัดเฉพาะประเภทที่ไม่ซับซ้อนและไม่ทรงพลัง
สัตว์พันธสัญญาแบบนี้ มีอะไรให้ต้องสนใจด้วยหรือ?
สาเหตุแท้จริงที่ทำให้อารมณ์ของลูเมี่ยนปั่นป่วนอย่างรุนแรงคือ
เขาเคยคิดว่าเรื่องราวในหมู่บ้านกอร์ตูนั้นกระจ่างทุกซอกมุมแล้ว ทุกสัญลักษณ์สำคัญล้วนถูกตีความครบถ้วน
ใครมีส่วนร่วมบ้าง แต่ละคนมีบทบาทอะไร ก็ชัดเจนเพียงพอ ไม่มีคำถามเหลืออีกต่อไป สิ่งที่ยังขาดไปมีเพียง รายละเอียดปลีกย่อยบางอย่าง แต่นั่นไม่ส่งผลกระทบต่อความจริงโดยรวม
แต่บัดนี้ หลังจากเศษเสี้ยวดวงวิญญาณของโอลัวร์คืนชีพถึงระดับหนึ่ง สิ่งแรกที่เธอทำกลับเป็นการบอกให้เขาอัญเชิญสัตว์พันธสัญญา ‘เจ้ากระดาษขาว’!
“เรื่องราวในหมู่บ้านกอร์ตู ยังมีสัญลักษณ์สำคัญซึ่งยังไม่ได้ตีความอีกหรือ?”
“ความจริงตอนนี้ ไม่ใช่ความจริงทั้งหมด?”
“ยังมีความลับสำคัญซ่อนอยู่อีกหรือ?”
ลูเมี่ยนพยายามกดความปั่นป่วนในใจลง เร่งทบทวนประเด็นสำคัญของเหตุการณ์ในหมู่บ้านกอร์ตู
“แรกเริ่ม คุณนายปัวริสติดตามสามีของเธอ บีโอส เจ้าหน้าปกครอง มายังหมู่บ้านกอร์ตู วางแผนลับเพื่อพัฒนาหมู่บ้านกอร์ตูให้กลายเป็น ‘ถิ่น’ ของเธอ สำหรับสร้างโลกอีกฝั่งของตัวเอง”
“คุณนายปัวริสเริ่มมีความสัมพันธ์ลับๆ กับอธิการโบสถ์ จนกระทั่งตั้งครรภ์”
“โอลัวร์ถูกสมาชิก ‘วันเอพริลฟูล’ ล่อลวง หลอกให้ใช้มนตร์เรียกวิญญาณ แล้วเกิดปัญหา”
“โอลัวร์ขอความช่วยเหลือด้านการรักษาจาก ‘ฉันมีเพื่อนอยู่คนนึง’ จนสภาพจิตใจผันผวน ไม่คงที่ สุดท้ายทำให้โรช·หลุยส์·ซ็องซงหวนกลับมา”
“ชาวบ้านบางส่วนซึ่งสนิทกับโอลัวร์ ตกอยู่ภายใต้อิทธิพลของโรช หลงเชื่อในลัทธินอกรีตเกี่ยวกับดวงดาว และค่อยๆ แพร่กระจายออกไป”
“ทางด้านอธิการโบสถ์ ขณะกำลังกวาดล้างลัทธินอกรีตเรื่องดวงดาว ก็ถูกโรชล่อลวง จนกลายเป็นผู้ศรัทธาในชะตากรรม”
“ช่วงนี้ หรืออาจจะช้ากว่านั้นเล็กน้อย ‘พระองค์’ ที่ชุมนุมแสงเหนือเคารพศรัทธา สังเกตเห็นความผิดปกติของโอลัวร์ สังเกตเห็นปัญหาในหมู่บ้านกอร์ตู จึงเริ่มใช้เรื่องนี้วางแผนให้อามุนด์กลับมา”
“คนเลี้ยงแกะหลายคนเริ่มนำ ‘เครื่องบูชา’ เข้ามาในหมู่บ้าน และจัดพิธีกรรมลับๆ หลายครั้ง”
“พวกแรมงด์และเอวาค้นพบความผิดปกติในหมู่บ้าน แต่ทยอยถูกปิดปากไปตามลำดับ”
“เราบังเอิญค้นพบเรื่องนี้ ก็เกือบถูกพวกของอธิการโบสถ์ฆ่า โชคดีได้โอลัวร์ช่วยเอาไว้”
“เธอพบความผิดปกติเช่นกัน พวกเราเริ่มขอความช่วยเหลือจากภายนอก แต่แนวคิดซึ่งจะได้ผลจริงๆ กลับถูกกิ้งก่าตัวเล็กขัดขวาง”
“โอลัวร์กลายเป็นโรช·หลุยส์·ซ็องซงนานกว่าเดิม และบ่อยกว่าเดิม”
“พวกเขาจู่โจมปราสาทของคุณนายปัวริส อธิการโบสถ์สังหารลูกของตัวเอง”
“คุณนายปัวริสพาสามี พ่อบ้าน และสาวใช้ออกจากหมู่บ้านกอร์ตู แต่ทิ้งเปลเด็กว่างเปล่ากับการจัดแจงลับๆ เอาไว้ เพื่ออาศัยพิธีกรรมสุดท้ายของหลวงพ่อบรรลุเป้าหมายบางประการ”
“พิธีกรรมเริ่มดำเนินอย่างเป็นทางการ โอลัวร์ผลักเราออกจากแท่นบูชา หมู่บ้านกอร์ตูถูกทำลายหลังจากนั้น…”
ลูเมี่ยนทบทวนอย่างละเอียดอีกรอบ ไม่พบว่า ‘เจ้ากระดาษขาว’ มีบทบาทสำคัญหรือแสดงบทบาทหลักในเรื่องเหล่านี้
มันเพียงทำหน้าที่เป็นดวงตาของโอลัวร์หรือโรชในบางช่วงเวลา ช่วยเธอสังเกตเป้าหมายและสนามรบต่างๆ
“จากจุดสำคัญทั้งหมด สิ่งเดียวที่ยังไม่ชัดเจนคือ เปลเด็กและการจัดแจงลับๆ ซึ่งคุณนายปัวริสทิ้งไว้ รายละเอียดคืออะไรกันแน่…”
“แต่เบื้องต้นก็คาดเดาได้ว่า คงเกี่ยวกับการประสูติอันแท้จริงของโอมีเบล่า บุตรแห่งองค์มารดา ไม่น่าจะมีข้อสงสัยมากนัก”
“การตีความของมิสเตอร์สตาร์ก่อนหน้านี้ และฉากที่คุณนายปัวริสอุ้มทารกโอมีเบล่าในภายหลัง ก็เป็นหลักฐานยืนยันได้…”
“เจ้ากระดาษขาวสังเกตเห็นรายละเอียดบางอย่างในระหว่างนั้น โอลัวร์คิดว่ามันมีประโยชน์ หรือพูดอีกนัยคือ มันแปลกประหลาดมากพอ?”
พอลูเมี่ยนคิดมาถึงตรงนี้ ก็ได้ยินเสียงเคาะประตู
“เชิญ” อารมณ์ของเขาสงบลงไปมากแล้ว
ฟรังก้าและจินนาเปิดประตูเข้ามา คนแรกกวาดตามองรอบห้องพลางเอ่ยปาก
“พวกเรารู้สึกว่าคุณตื่นแล้ว แต่ไม่เปิดประตูสักที เลยมาดูหน่อย”
ลูเมี่ยนชี้ไปยังกระดาษบนโต๊ะแล้วเอ่ยตอบ
“ตอนฉันหลับอยู่ โอลัวร์อาจจะตื่นมาชั่วครู่ ใช้ร่างกายของฉันเขียนประโยคนี้ทิ้งไว้”
ฟรังก้าและจินนาต่างตกตะลึง รีบเดินมายังโต๊ะ มองไปยังกระดาษแผ่นที่ถูกทับด้วยขวดหมึก
“เจ้ากระดาษขาว…สัตว์พันธสัญญาของพี่สาวคุณ?” จินนานึกถึงเรื่องที่ลูเมี่ยนเคยเล่า
“ทำไมโอลัวร์ถึงให้คุณอัญเชิญเจ้ากระดาษขาวล่ะ?” ฟรังก้าถามอย่างสงสัย
ลูเมี่ยนส่ายหัวเชื่องช้า
“ฉันก็ไม่รู้”
“ฉันคิดว่าทุกอย่างในหมู่บ้านกอร์ตูชัดเจนหมดแล้ว ไม่นึกเลยว่า…”
ฟรังก้าพลันเกิดความคิด จึงพูดอย่างไตร่ตรอง
“นี่อาจเป็นการเปลี่ยนแปลงในเชิงบวกหากคุณได้เป็นนางมารยุพนิรันดร์ ซึ่งมิสเตอร์ฟูลเคยกล่าวไว้ในวิวรณ์…”
“ฉันตีความถูกหรือเปล่า?”
ลูเมี่ยนคิดสักครู่แล้วเอ่ยตอบ
“เป็นไปได้มาก”
“ก่อนหน้านี้ ฉันได้พิจารณาคุณสมบัติและพลังของ ‘นางมารยุพนิรันดร์’ อย่างถี่ถ้วนแล้ว ไม่พบว่ามีสิ่งใดสามารถมีบทบาทสำคัญกับเรื่องราวในอนาคต”
“ฉันเลยคิดว่า คงต้องนำ ‘พรแห่งธรณี’ ไปพบกับพี่ใหญ่แขนขาดใน ‘เมืองเนรเทศ’ จึงจะเกิดบางสิ่งขึ้นเองโดยอัตโนมัติ”
“แต่ตอนนี้ดูเหมือนว่า การที่มิสเตอร์ฟูลตั้งเงื่อนไขว่าฉันต้องเลื่อนลำดับเป็น ‘นางมารยุพนิรันดร์’ ก่อนจะไปขอยืม ‘พรแห่งธรณี’ ก็เพราะว่าเมื่อฉันกลายเป็น ‘นางมารยุพนิรันดร์’ แล้ว เศษเสี้ยวดวงวิญญาณของโอลัวร์จะคืนชีพถึงระดับหนึ่ง หลอมรวมกับฉันได้ดีกว่าเดิม จนสามารถให้คำเตือนที่สำคัญมากได้”
“หมายความว่า ‘เจ้ากระดาษขาว’ อาจบันทึกข้อมูลสำคัญเกี่ยวกับคุณนายปัวริสและทารกโอมีเบล่าเอาไว้?” จินนาคาดเดาจากคำพูดของลูเมี่ยนและฟรังก้า
ลูเมี่ยนพยักหน้ารับ
“พวกคุณไปเรียกอ็องโตนีกับลุดวิกมาหน่อย ฉันจะอัญเชิญ ‘เจ้ากระดาษขาว’ ตอนนี้เลย”
“เมื่อโอลัวร์ยังไม่ตายสนิท พันธสัญญาระหว่างเธอกับ ‘เจ้ากระดาษขาว’ ก็ยังคงอยู่ และเมื่อโอลัวร์ตอนนี้เป็นส่วนหนึ่งของฉัน ฉันก็สามารถอัญเชิญ ‘เจ้ากระดาษขาว’ ออกมาในนามของเธอได้”
ลูเมี่ยนเรียกอ็องโตนีและลุดวิกมาร่วมเหตุการณ์ เพราะเขาไม่แน่ใจว่าจะพบ ‘เจ้ากระดาษขาว’ ในสภาพอย่างไร บางทีอาจต้องอาศัย ‘ผู้ชม’ หรือ ‘นักชิม’ จึงจะตีความข้อมูลได้
“ตกลง” ฟรังก้าและจินนาเข้าใจเจตนาของลูเมี่ยนได้ไม่ยากเย็น
เมื่ออ็องโตนีและลุดวิกมาถึงห้องนอน และหาตำแหน่งนั่งเรียบร้อยแล้ว ลูเมี่ยนก็รีบจัดเตรียมแท่นบูชา
สุดท้าย เขาหยิบไพ่อาร์คาน่าใหญ่ของตัวเองออกมา
แชเรียต!
ขณะวางไพ่ ‘แชเรียต’ ไว้ตรงมุมหนึ่งของแท่นบูชา เขาก็หยิบตราศักดิ์สิทธิ์ ‘เดอะฟูล’ มาวางทับบนไพ่ ‘แชเรียต’
เรื่องนี้อาจเชื่อมโยงกับ ‘องค์มารดาผู้ยิ่งใหญ่’ จึงต้องระมัดระวังให้มาก
หลังจากเตรียมการทั้งหมดเสร็จ ลูเมี่ยนก็มองเปลวเทียนซึ่งลุกไหม้อย่างสงบ ถอยหลังสองก้าวภายใน ‘กำแพงวิญญาณ’ แล้วตะโกนเป็นภาษาเฮอร์มิสโบราณ
“ตัวข้า!”
จากนั้น ลูเมี่ยนเปลี่ยนมาใช้ภาษาเฮอร์มิส
“ขออัญเชิญในนามของข้า”
“วิญญาณที่เตร็ดเตร่ในความว่างเปล่า สิ่งมีชีวิตที่เป็นมิตรและเชื่อฟัง สัตว์พันธสัญญาของข้าแต่เพียงผู้เดียว…”
หลังจากท่องคาถาจบ ลูเมี่ยนเห็นเปลวเทียนค่อยๆ สั่นไหว เปลี่ยนเป็นสีฟ้าอมม่วง
ลมเย็นๆ พัดผ่านทันที ทรงกลมโปร่งใสคล้ายฟองสบู่ปรากฏเหนือเปลวเทียน
มันลอยแน่นิ่ง หันมาทางลูเมี่ยน จนเขารู้สึกทั้งคุ้นเคยและแปลกหน้า
นี่คือ ‘เจ้ากระดาษขาว’ ไม่ผิดแน่ เหมือนกับในความทรงจำของเขา แต่ก็มีความรู้สึกประหลาดซึ่งอธิบายไม่ได้
ความทรงจำ…ลูเมี่ยนรู้สึกเจ็บปวดบริเวณศีรษะอย่างฉับพลัน
เขาขมวดคิ้วเล็กน้อย ภาพต่างๆ แวบผ่านในสมอง
เขานึกได้ว่า แท้จริงแล้วตนไม่เคยเห็น ‘เจ้ากระดาษขาว’ มาก่อน เพราะก่อนหมู่บ้านกอร์ตูถูกทำลาย เขายังไม่ใช่ผู้วิเศษ แม้ได้รับการสอนจากโอลัวร์ แต่ก็ไม่เคยเปิด ‘เนตรวิญญาณ’ สำเร็จ และในลำดับต่ำถึงกลาง หากไร้ ‘เนตรวิญญาณ’ ก็จะมองไม่เห็น ‘เจ้ากระดาษขาว’
ความทรงจำเกี่ยวกับรูปพรรณของ ‘เจ้ากระดาษขาว’ ทั้งหมด มาจากเศษเสี้ยวดวงวิญญาณของโอลัวร์
ภาพเหตุการณ์ต่างๆ ผ่านเข้ามา ลูเมี่ยนอาศัยเศษเสี้ยวดวงวิญญาณของโอลัวร์ซึ่งคืนชีพถึงระดับหนึ่ง พยายามนึกถึงครั้งแรกเมื่อเธออัญเชิญ ‘เจ้ากระดาษขาว’
ในตอนนั้น ‘เจ้ากระดาษขาว’ ก็เป็นทรงกลมเปราะบางคล้ายฟองสบู่แบบนี้ แต่ภายในทรงกลมดูเหมือนจะมีของเหลว
เป็นของเหลวใสๆ ปนสีเหลืองอ่อนและสีขาวนวล
และเมื่อเวลาผ่านไป ของเหลวเหล่านั้นค่อยๆ จางลง จนกระทั่ง ‘เจ้ากระดาษขาว’ มีรูปร่างเหมือนในปัจจุบัน
ทำไมถึงมีการเปลี่ยนแปลงแบบนี้? ลูเมี่ยนมองดู ‘เจ้ากระดาษขาว’ พลางพบว่า มันเข้าใจความคิดของเขาจริงๆ
แต่การเข้าใจความคิดกัน ไม่ได้หมายความว่า ‘เจ้ากระดาษขาว’ มีปัญญาเพียงพอจะเข้าใจความหมายของคำพูด
มันทำได้แค่รับคำสั่งเรียบง่าย ไม่สามารถตอบคำถามของลูเมี่ยนได้
“ไม่มีอะไรผิดปกตินี่ ไม่มีจุดสังเกตเป็นพิเศษด้วย…” ฟรังก้าขมวดคิ้ว มองไปยังจินนา อ็องโตนี และลุดวิก
จินนาและอ็องโตนีต่างส่ายหน้า แสดงว่าพวกเขาก็มองไม่ออกว่า ‘เจ้ากระดาษขาว’ มีข้อมูลสำคัญใดแฝงอยู่
ลุดวิกเลียริมฝีปาก พูดเบาๆ
“มันเคยมีกลิ่นหอมเย้ายวนใจ แต่ตอนนี้ไม่มีแล้ว”
“เคยมีกลิ่นหอมเย้ายวนใจ…” ฟรังก้าจมอยู่ในความคิด
จินนาพูดกับตัวเองว่า
“นี่แสดงว่ามันมีปัญหาจริงๆ…หรือเคยมีปัญหา?”
“ความรู้ในการอัญเชิญ ‘เจ้ากระดาษขาว’ ของโอลัวร์ มาจากการกรอกหัวโดยเทพมาร ‘ปราชญ์เร้นลับ’…นี่เป็นการกรอกหัวโดยเจตนาหรือ?”
“อืม” ฟรังก้าพยักหน้ารับอย่างหนักแน่น “สิ่งที่เคยมีคือ ปัญหาแบบไหนกันแน่?”
เธอมองไปยังลุดวิกอีกครั้ง
“ไม่ทราบ” ลุดวิกส่ายหน้า
ในตอนนั้น ลูเมี่ยนซึ่งจ้องมอง ‘เจ้ากระดาษขาว’ และฟังบทสนทนาของผองเพื่อนมาตลอด เริ่มเอ่ยด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำ
“ถ้าเราถือว่าหายนะในหมู่บ้านกอร์ตูเป็นเรื่องราวหนึ่ง เจ้ากระดาษขาวในเรื่องนี้คือสัญลักษณ์แทนอะไร?”
พวกฟรังก้ามองหน้ากันไปมา ต่างคนต่างครุ่นคิด
ผ่านไปสองสามวินาที ฟรังก้าพูดอย่างระมัดระวัง
“ฉันไม่รู้ว่าสัตว์พันธสัญญา ‘เจ้ากระดาษขาว’ เป็นสัญลักษณ์แทนอะไร แต่เมื่อแนวคิดเรื่อง ‘กระดาษขาว’ เชื่อมโยงกับเรื่องราว มันมักจะเป็นสัญลักษณ์แทน…”
เธอหยุดชั่วครู่ รู้สึกเกร็งบริเวณลำคอโดยไม่ทราบสาเหตุ น้ำเสียงเปลี่ยนเป็นทุ้มลงโดยไม่รู้ตัว
“เป็นสัญลักษณ์แทนสภาวะซึ่งเรื่องราวยังไม่ได้ถูกบันทึกลงไป…”
“เป็นสัญลักษณ์แทนจุดเริ่มต้นของทุกสิ่ง”
……………………………………………………..