ราชันเร้นลับ 2 : วัฏจักรแห่งชะตา (Circle of Inevitability) - ตอนที่ 1046 ‘ปราชญ์เร้นลับ’
- Home
- ราชันเร้นลับ 2 : วัฏจักรแห่งชะตา (Circle of Inevitability)
- ตอนที่ 1046 ‘ปราชญ์เร้นลับ’
ตอนที่ 1046 ‘ปราชญ์เร้นลับ’
“จุดเริ่มต้นของทุกสิ่ง…” ลูเมี่ยนพึมพำซ้ำตามคำตีความของฟรังก้า
จินนาฟังแล้วก็รู้สึกหวาดกลัว
“หายนะในหมู่บ้านกอร์ตู ความจริงแล้วเริ่มจากการที่โอลัวร์อัญเชิญ ‘เจ้ากระดาษขาว’ ไม่ใช่ตอนที่เธอถูก ‘วันเอพริลฟูล’ จับตามองหรอกหรือ?”
ลูเมี่ยนจ้อง ‘เจ้ากระดาษขาว’ สักครู่ แล้วยกเลิกการอัญเชิญ
จากนั้น เขาเปรยกับตัวเอง
“อิงจากเศษความทรงจำของโอลัวร์กับสมุดบันทึกเวทมนตร์ เธอได้รับการปลูกฝังความรู้เกี่ยวกับ ‘เจ้ากระดาษขาว’ ก่อน หลายเดือนต่อมาคุณนายปัวริสจึงค่อยติดตามสามีมายังหมู่บ้านกอร์ตู”
“เดิมทีฉันคิดว่า คุณนายปัวริสเพียงต้องการหาหมู่บ้านที่อิทธิพลของศาสนจักรและรัฐบาลไม่แข็งแกร่ง เพื่อพัฒนา ‘ถิ่น’ ของตน เตรียมให้โลกอีกฝั่งก่อร่างจนกระทั่งตัวเองได้รับพรสูงส่ง”
“เธอจึงคอยจับตาดูบีโอส ซึ่งกำลังจะมาเป็นเจ้าหน้าที่ปกครองและผู้พิพากษาประจำกอร์ตู”
“แต่ตอนนี้ดูเหมือนว่า นี่อาจไม่ใช่เรื่องบังเอิญ”
“เธอเจาะจงพุ่งเป้ามาที่หมู่บ้านกอร์ตูอย่างชัดเจน แน่นอนว่า มาดามปัวริสอาจไม่ทราบเหตุผล เพียงเพราะได้รับวิวรณ์จาก ‘องค์มารดาผู้ยิ่งใหญ่’”
“ใช่แล้ว…แบบนี้ก็ลงล็อกทุกอย่าง!”
พูดถึงตรงนี้ มุมปากของลูเมี่ยนยกเป็นรอยยิ้มเจือความน่ากลัว
“นี่ตอบคำถามได้ว่า ทำไมการจุติครั้งแรกของโอมีเบล่า ถึงเกิดในหมู่บ้านกอร์ตู!”
จินนากับฟรังก้าฟังแล้วต่างก็พลันกระจ่าง
จินนาเป็นฝ่ายเอ่ยออกมาก่อน
“การเล่นชู้ระหว่างคุณนายปัวริสกับหลวงพ่อ เกิดก่อนที่โอลัวร์จะใช้ ‘มนตร์เรียกวิญญาณ’ หรือไม่ก็ก่อนสภาพของเธอจะแย่ลงจากการรักษาของ ‘ฉันมีเพื่อนอยู่คนนึง’ ซึ่งนำไปสู่การเผยแพร่ความเชื่อเรื่องชะตากรรม”
“เว้นเสียแต่จะ ‘ทำนาย’ บทสรุปของเรื่องราวได้ทั้งหมด หากไม่แล้ว ตอนนั้นคุณนายปัวริสคงไม่คิดถึงการใช้ประโยชน์จากพิธีบูชาของฝ่ายศรัทธาในชะตากรรม”
“เพราะในช่วงเวลาดังกล่าว หมู่บ้านกอร์ตูยังไม่มีผู้ศรัทธาในชะตากรรมด้วยซ้ำ!” ฟรังก้าพูดตาม “และเรื่องของหมู่บ้านกอร์ตูนี้ เกี่ยวข้องกับลำดับสูงมาก แม้แต่ ‘องค์มารดาผู้ยิ่งใหญ่’ ในช่วงแรกก็คงยังมองไม่เห็นภาพรวมของผลลัพธ์อย่างชัดเจนนัก”
ลูเมี่ยนพยักหน้ารับ
“หากเงื่อนไขมีเพียงแค่ ล่อลวงอธิการโบสถ์ ‘สุริยันเจิดจรัส’ และเล่นชู้กับเขาใกล้แท่นบูชาของโบสถ์ จนตั้งครรภ์และได้รับสัญลักษณ์ จะทำในหมู่บ้านห่างไกลที่ไหนก็ได้ไม่ใช่หรือ?”
“ทำไมถึงมีแค่คุณนายปัวริสในหมู่บ้านกอร์ตูที่ประสบความสำเร็จล่ะ? เมื่อครั้งเธอตั้งครรภ์โอมีเบล่าสำเร็จ ก็ยังไม่มีพลังชะตากรรมให้ใช้ประโยชน์เลยด้วยซ้ำ!”
“เมื่อคิดย้อนกลับจะได้ข้อสรุปว่า การอัญเชิญ ‘เจ้ากระดาษขาว’ ของโอลัวร์ ทำให้บางสิ่งที่เกี่ยวกับโอมีเบล่า ‘มาเยือน’ หมู่บ้านกอร์ตูอย่างลับๆ และแอบบ่มเพาะพลังในความมืด”
“จากนั้น คุณนายปัวริสถึงค่อยได้รับวิวรณ์ให้มายังหมู่บ้านกอร์ตู”
ลูเมี่ยนนึกถึงการเปลี่ยนแปลงของ ‘เจ้ากระดาษขาว’ ทั้งก่อนและหลัง พลางเอ่ยอย่างครุ่นคิด
“น้ำคร่ำ?”
“เจ้ากระดาษขาวเคยบรรจุน้ำคร่ำซึ่งโอบอุ้มโอมีเบล่าเอาไว้?”
“น้ำคร่ำนั่นมาเยือนโลกความเป็นจริง แล้วละลายเข้าสู่สภาพแวดล้อมของหมู่บ้านกอร์ตูอย่างรวดเร็ว?”
“น้ำคร่ำ…” ฟรังก้าและจินนางุนงงอยู่ครู่หนึ่ง
ลูเมี่ยนเล่าสั้นๆ ถึงลักษณะของ ‘เจ้ากระดาษขาว’ ตอนเพิ่งถูกอัญเชิญออกมา รวมถึงการเปลี่ยนแปลงในภายหลัง แล้วหัวเราะเยาะกับตัวเอง
“ถ้าเป็นแบบนั้นจริง การยัดเยียดของ ‘ปราชญ์เร้นลับ’ ก็ไม่ใช่เรื่องสุ่ม แต่เป็นเจตนา”
จินนาพยักหน้าหงึกหงัก
เมื่อครู่เธอเพิ่งพูดแบบนั้นไป
ส่วนฟรังก้ากล่าวอย่างสงสัย
“แต่ในผลลัพธ์สุดท้าย ‘ปราชญ์เร้นลับ’ ก็ไม่ได้รับผลประโยชน์อะไรเลยนี่ หรืออย่างน้อยก็จนถึงปัจจุบัน…”
“แค่อยากทำร้ายผู้อื่นโดยไม่สนใจจะกอบโกยผลประโยชน์?”
“แล้วการที่ ‘วันเอพริลฟูล’ จับตาดูโอลัวร์ ก็เป็นแค่เรื่องบังเอิญไม่ใช่หรือ? ไม่ได้เกิดจากการจุติของโอมีเบล่าสักหน่อย…”
“เราอาจต้องไตร่ตรองคำสารภาพของพวก ‘วันเอพริลฟูล’ กันใหม่ ไม่สามารถเชื่อถือได้ทั้งหมดแล้ว” ลูเมี่ยนแค่นเสียง “หลังจากผ่านประสบการณ์เมืองแดนฝันมา พวกคุณยังไม่เข้าใจ ‘การปั่นหัว’ อย่างลึกซึ้งอีกหรือ? สิ่งที่ ‘วันเอพริลฟูล’ คิดว่าเป็น อาจไม่ได้เป็นแบบนั้นจริง เหมือนกับในพิธีบูชาทะเล พวกเขาก็มองข้ามปัญหาสำคัญบางอย่าง คิดว่าตัวเองเก่ง แต่แท้จริงเป็นแค่ตัวตลก”
“ราชันสวรรค์แอบช่วย ‘องค์มารดาผู้ยิ่งใหญ่’ หรือ?” ฟรังก้าพลันกระจ่าง
ลูเมี่ยนออกเสียง ‘อืม’
“ส่วนเรื่องว่าทำไม ‘ปราชญ์เร้นลับ’ ถึงตั้งใจปลูกฝัง ฉันยังคิดหาเหตุผลไม่ได้ แต่ไม่ช้าก็เร็ว ฉันจะไปถามพระองค์ด้วยตัวเอง”
พูดไปพลาง ลูเมี่ยนชะงักไปครู่หนึ่ง
“ฉันจำได้ว่า ภารกิจหลักของมาดามเฮอร์มิทคือ สืบสวนสถานะของ ‘ปราชญ์เร้นลับ’ รวมถึงเหตุผลที่ความผิดปกติของพระองค์ทำให้ ‘ท่านผู้นั้น’ ของศาสนจักรไอน้ำออกจาก ‘นิกายมอสส์’…”
“การคืนชีพของพระองค์ ความผิดปกติของพระองค์ เกิดจากอิทธิพลที่ ‘องค์มารดาผู้ยิ่งใหญ่’ ส่งมาหรือ?”
“ทำได้ยังไง? ตอนนั้นบาเรียยังค่อนข้างแข็งแกร่งไม่ใช่หรือ…”
ฟรังก้า จินนา และอ็องโตนีมองกันไปมา โดยฟรังก้าเตือนว่า
“เรื่องนี้ต้องรายงานให้มิสเตอร์ฟูลทราบไหม?”
“ฉันจะสวดวิงวอนตอนนี้เลย” ลูเมี่ยนพยักหน้าเบาๆ
มิสเตอร์ฟูลซึ่งใช้ร่างของเกอร์มัน·สแปร์โรว์ลืมตาตื่นเบื้องต้นแล้ว การสวดวิงวอนหาเขาไม่ยุ่งยากเหมือนก่อนแล้ว ไม่ต้องเว้นระยะนานระหว่างการสวดวิงวอนสองครั้ง
ไม่นานนัก ลูเมี่ยนสวดวิงวอนเสร็จ เพื่อรายงานการเปลี่ยนแปลงจากเศษวิญญาณของโอลัวร์ ซึ่งคืนชีพกลับมาถึงระดับหนึ่งหลังจากตนกลายเป็น ‘นางมารยุพนิรันดร์’
รวมถึงรายงานเกี่ยวกับสัญลักษณ์ของ ‘เจ้ากระดาษขาว’ รายงานการตีความใหม่เกี่ยวกับเหตุการณ์ในหมู่บ้านกอร์ตู และข้อสงสัยเกี่ยวกับปัญหาของ ‘ปราชญ์เร้นลับ’
“มิสเตอร์ฟูลแจ้งเพียงแค่ว่า รับทราบแล้ว” ลูเมี่ยนบอกกับพวกฟรังก้า “ดูเหมือนว่าต้องรอให้ฉันนำ ‘พรแห่งผืนดิน’ ไปยัง ‘เมืองเนรเทศ’ และพบกับพี่ใหญ่แขนขาดก่อน จึงจะได้รับวิวรณ์ใหม่”
“เข้าใจแล้ว” ฟรังก้าถอนหายใจ
ลูเมี่ยนคิดครู่หนึ่งแล้วพูด
“หลังจากนี้ ฉันจะนำข้อสงสัยเกี่ยวกับปัญหาของ ‘ปราชญ์เร้นลับ’ ไปแจ้งมาดามเฮอร์มิทด้วย เผื่อว่าจะมอบแรงบันดาลใจใหม่ๆ ให้เธอ”
เมื่ออ็องโตนีพาลุดวิกลงไปชั้นล่างเพื่อเตรียมอาหารเย็น ลูเมี่ยนหันไปมองฟรังก้าแล้วพูดอย่างครุ่นคิด
“คุณตั้งใจจะบอกความจริงเรื่องการข้ามมิติให้สมาชิกของ ‘สมาคมวิจัยลิงบาบูนขนหยิก’ รู้หรือ?”
ฟรังก้าแสดงสีหน้าลำบากใจ
“ฉันกลัวว่า มันจะกระทบกระเทือนใจมากเกินไป บางคนอาจรับไม่ได้ ถึงขั้นคลุ้มคลั่งคาที่”
พูดแล้ว เธอก็ยิ้มเยาะตัวเอง
“ต่อให้โอสถ ‘สิ้นหวัง’ ของฉันยังย่อยไปได้เพียงครึ่งเดียว แต่แค่พูดออกไป มันก็จะย่อยเสร็จทันที”
เธอ ‘อืม’ แล้วกล่าวต่อ
“ฉันตั้งใจจะพบกับมาดามเฮล่าก่อน เพื่อเล่าให้ฟังคร่าวๆ”
“อารมณ์ของเธอมั่นคง น่าจะพอรับไหว จากนั้นเราค่อยปรึกษากันว่าจะทำอย่างไรต่อ”
ลูเมี่ยนคิดสักครู่แล้วเสนอแนะ
“ช่วยถามด้วยว่า การชุมนุมครั้งต่อไปจะจัดเมื่อไร”
“คุณมีธุระอะไรหรือ?” ฟรังก้าถามอย่างสงสัย
ลูเมี่ยนอมยิ้ม
“อยากหาความกระจ่างในบางเรื่องน่ะ…”
“ทำไมถึงต้องเป็นโอลัวร์?”
“ทำไมต้องเป็นโอลัวร์…” จินนาครุ่นคิดแล้วเอ่ย “ทำไม ‘ปราชญ์เร้นลับ’ ถึงเลือกโอลัวร์เป็นเป้าหมายในการยัดเยียดความรู้นั่น?”
ลูเมี่ยนเดาะลิ้นพลางเอ่ยต่อ
“เงื่อนไขทั้งการข้ามมิติ ออร่าของหมอกสีเทา เป็นสตรี และเป็น ‘จอมเวท’ แทบไม่มีใครในโลกภายนอกจะตรงตามเงื่อนไขทุกข้อได้พร้อมกัน แต่ใน ‘สมาคมวิจัยลิงบาบูนขนหยิก’ กลับมีอยู่หลายคน”
“แล้วทำไม ‘ปราชญ์เร้นลับ’ ถึงเลือกโอลัวร์?”
“เป็นเพราะตัวโอลัวร์เองมีปัญหา หรือเพราะหมู่บ้านกอร์ตูแท้จริงแล้วแฝงความผิดปกติมาเนิ่นนาน”
“หรือเธอเพียงแค่โชคไม่ดี ถูก ‘ปราชญ์เร้นลับ’ สุ่มเลือก?”
“ก็จริง…” ฟรังก้าพยักหน้าเห็นด้วย “ต้องสืบสวนดูสักหน่อย”
หลังจากคุยกันเรื่องนี้จบ จินนาตั้งใจเปลี่ยนหัวข้อ ไม่ให้บรรยากาศดูหนักอึ้งเกินไป
เธอพูดกับฟรังก้าและลูเมี่ยน
“พวกคุณอย่าลืมออกแบบนามอันทรงเกียรติของตัวเองด้วยล่ะ”
ลูเมี่ยนและฟรังก้าซึ่งมีพื้นฐานด้านศาสตร์เร้นลับมองหน้ากัน ต่างรู้สึกเคอะเขินอย่างประหลาด
แน่นอน ฟรังก้านอกจากเขินแล้ว ก็ยังรู้สึกตื่นเต้นด้วย
เราจะมีนามอันทรงเกียรติแล้ว นี่ถือเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่เกิดมา!
“ฉันขอคนแรกก็แล้วกัน” เธอพูดอย่างกระตือรือร้น
เห็นลูเมี่ยนและจินนาต่างมองมา เธอหยิบกระดาษและปากกาจากโต๊ะแล้วพูดยิ้มๆ
“ต้องมีประโยค ‘ฟรังก้า·โรลังด์ผู้ยิ่งใหญ่’ ปิดท้ายด้วยสินะ น่าอายจัง…”
เธอพูดไปเขียนไป จดประโยคนี้ลง
“รายละเอียดอื่นๆ ต้องสะท้อนพลังและคุณสมบัติของคุณด้วย” ลูเมี่ยนเตือนเธอ
ฟรังก้าครุ่นคิดแล้วพูด
“ประโยคแรกเอาเป็น…นางมารผู้ไม่มีวันชรา? ไม่สิ แบบนี้จะไม่ทำให้มิสเตอร์ฟูลเสื่อมเสียเอาหรือ? ในฐานะนักบุญของเขา ฉันควรเน้นไปทางดีมากกว่า อา…‘ผู้ไม่แก่เฒ่า’ ก็แล้วกัน”
“ประโยคสองเอาเป็น…ผู้แพร่ไข้และโรคระบาด? ฟังดูยังกับตัวร้าย…ต้องเปลี่ยนวิธีสื่อสารหน่อย…”
“เจ้าแห่งไข้และโรคระบาด? พวกคุณคิดว่าไง? นี่มีความหมายทั้งการข่มโรคระบาด และการลงทัณฑ์ด้วยอาการป่วย”
“ฉันว่าใช้ได้นะ” จินนาแสดงความเห็นด้วย ลูเมี่ยนก็ไม่มีข้อคัดค้าน
ฟรังก้าใคร่ครวญต่ออีกสักพัก
“ตามความคิดของฉัน ควรต้องมีคำว่า ‘นางมาร’ อยู่ในนิยามด้วย นี่คือแก่นแท้ปัจจุบันของฉัน แต่ต้องใช้คำที่ฟังดูดี”
“นางมารผู้มาพร้อมความขัดแย้งและหายนะ? ฮ่าๆ ไม่ใช่ฉันหรอกนะที่สร้างความขัดแย้งและหายนะ แค่พวกมันมักตามติดฉันตลอด”
“ดีละ นี่เป็นประโยคที่สาม”
“ประโยคสี่ ควรสะท้อนเสน่ห์ของนางมาร หรือลักษณะเฉพาะตัวของฉันสักหน่อยไหม?”
“แต่ถ้าใส่คำว่า ‘สุขสม’ ลงไปในคำบรรยาย แล้วมีคนมาขอให้ฉันช่วยให้พวกเขาสุขสม จะทำยังไงดี?”
“นักบุญของศาสนจักรเดอะฟูลอย่างเรา ต้องชี้ให้เห็นถึงความสัมพันธ์ของคุณกับศาสนจักรด้วย” ลูเมี่ยนช่วยคิด “อีกอย่าง ไม่ต้องใช้คำว่าสุขสม มันดูกำกวมไป ใช้คำว่าความสุขแทน ซึ่งครอบคลุมความหมายได้กว้างกว่า คุณก็เป็นคนที่นำพาความสุขให้คนรอบข้างอยู่แล้ว มันคือจุดเด่นของตัวเอง”
ลูเมี่ยนเว้นวรรคครู่หนึ่งแล้วพูดต่อ
“ประโยคสี่เอาเป็น…จอกศักดิ์สิทธิ์ที่รองรับทุกข์สุข”
“จอกศักดิ์สิทธิ์มาจากไพ่ ‘สองถ้วย’ ซึ่งสื่อความหมายว่าฉันเป็นไพ่อาร์คาน่าเล็กของมิสเตอร์ฟูล อ้างถึงตำแหน่งของเขาสินะ?”
“อา…ไพ่ถ้วยยังเป็นสัญลักษณ์ของอารมณ์และความรู้สึกด้วย ซึ่งสอดคล้องกับความสุขและทุกข์ที่นางมารนำพา…”
“ตกลง ฉันซื้อประโยคนี้!” ฟรังก้าตบมือเบาๆ พร้อมกับยิ้มกว้าง
เธอเขียนนามอันทรงเกียรติฉบับเต็มลงไปทันที
“ผู้ไม่แก่เฒ่า เจ้าแห่งโรคและภัยพิบัติ นางมารผู้มาพร้อมความขัดแย้งและหายนะ จอกศักดิ์สิทธิ์ที่รองรับทุกข์สุข ฟรังก้า·โรลังด์ผู้ยิ่งใหญ่”
หลังจากอ่านทวนหลายรอบ ฟรังก้าพูดอย่างไม่รู้จักพอ
“ฉันเห็นนามอันทรงเกียรติของนักบุญลำดับ 3 หลายคนมีคำว่า ‘ผู้พิทักษ์’ อะไรสักอย่างด้วย ควรเพิ่มเข้าไปดีไหม?”
“แต่ว่า ตอนนี้ฉันยังไม่มีอะไรที่ต้องคุ้มครอง…หรืออาจเพราะสั่งสมประสบการณ์น้อยไป เพิ่งเป็นนักบุญได้ไม่นาน จะให้เป็นผู้พิทักษ์ของลูเมี่ยนกับจินนาก็คงไม่เหมาะกระมัง?”
“ผู้พิทักษ์การทดลองและจิตวิญญาณการผจญภัยของมนุษย์?” ลูเมี่ยนจิกกัดตามประสา
ฟรังก้าชายตามองเขา
“ถึงตาคุณแล้ว!”
……………………………………………………..