ราชันเร้นลับ 2 : วัฏจักรแห่งชะตา (Circle of Inevitability) - ตอนที่ 1048 ข้อมูลจาก ‘007’
- Home
- ราชันเร้นลับ 2 : วัฏจักรแห่งชะตา (Circle of Inevitability)
- ตอนที่ 1048 ข้อมูลจาก ‘007’
ตอนที่ 1048 ข้อมูลจาก ‘007’
หลังจากส่งคำขอนัดพบผ่านผู้ส่งสารหัวกะโหลก ฟรังก้าเปิดเครื่องรับส่งวิทยุไร้สายกับเครื่องวิเคราะห์ขนาดเล็ก
แกร็ก แกร็ก! ข้อความถูกพิมพ์ออกมาทีละบรรทัดบนกระดาษด้วยเครื่องพิมพ์ดีด
ฟรังก้าอ่านข้อความชั่วครู่ก่อนเข้าร่วมแชตกลุ่ม
“ฉันคือระบบอัตโนมัติสำหรับเตือนให้นอนแต่หัวค่ำ ขอให้สมาชิกที่ยังไม่นอนจ่ายค่าปรับมาด้วย รับเป็นทองคำเท่านั้น!”
เธอส่งโทรเลขออกไปพลางนึกถึงชีวิตในแดนฝัน
การแชตกลุ่มจากระยะไกลในโลกความจริง ช่างยากเย็นแสนเข็ญเหลือเกิน! ฟรังก้ารู้สึกเศร้าเคล้าคิดถึง ความต้องการอวดยศถาบรรดาศักดิ์ของเธอหายวับไปทันใด
ลำดับ 3 แล้วยังไง? ลำดับ 3 ก็แก้ปัญหาแชตกลุ่มทางไกลแบบเรียลไทม์ไม่ได้อยู่ดี!
ถ้าวันสิ้นโลกผ่านพ้นไปได้ ฉันหวังว่า ‘เทพจักรกลไอน้ำ’ ไม่สิ ‘เทพพลังงานไฟฟ้าและเทคโนโลยีสารสนเทศ’ จะนำการปฏิวัติอุตสาหกรรมครั้งใหม่มาให้
ฉันเป็น ‘นางมารยุพนิรันดร์’ ฉันรอได้!
คนแรกที่ตอบฟรังก้าคือ ‘ราชันจันทรา’
“ดูชื่อเล่นผมสิ เห็นปุ๊บก็รู้เลยว่าเป็นพวกนกฮูกใช่ไหมล่ะ!”
“จริงสิ ‘ดาบซ่อนแขน’ เกือบเดือนมานี้ คุณไม่เคยออนไลน์เลย ภารกิจอะไรกันถึงไม่เหลือเวลาตอนกลางคืนให้คุณบ้างเนี่ย?”
“ดูคุณพูดเข้า ไม่รู้หรือว่าภารกิจลับต้องปิดโทรศัพท์ ตัดการติดต่อกับโลกภายนอก ไม่รับรู้สิ่งใด?”
“คงไม่เคยทำอะไรแบบนี้มาก่อนเลยสินะ? ฉันพูดถูกไหม 007?” ฟรังก้าสงสัยว่า ‘ราชันจันทรา’ กำลังล้อเลียนเธอ แต่ไม่มีหลักฐาน
‘007’ ตอบกลับมา
“ผมก็เพิ่งถูกกักบริเวณมาระยะหนึ่งเหมือนกัน”
ฟรังก้าพลันรู้สึกตื่นเต้น
“คุณ…ได้เลื่อนเป็นลำดับ 4 แล้วหรือ?”
“ใช่ คุณสมบัติครบแล้ว” ‘007’ ไม่ปิดบัง
เพื่อนในกลุ่มคนอื่นๆ พากันแตกตื่นทันที
“ครึ่งเทพแล้วหรือ?”
“คนแรกในพวกเราที่เป็นนักบุญ!”
“นอกจาก ‘เฮล่า’ กับ ‘แกนดาล์ฟ’ นี่เป็นครึ่งเทพคนที่สามของสมาคมวิจัยสินะ?”
“007 คุณยังไม่ได้บอกหรอกหรือ ว่าถึงมีคุณสมบัติครบ ก็ต้องรอคิวอีกนานมากน่ะ?”
เมื่อกระดาษที่พิมพ์ออกมารัวๆ เริ่มช้าลง ‘007’ จึงมีโอกาสอธิบาย
“ทีแรกผมเองก็คิดว่า คงต้องรออีกสักพัก แต่เมื่อไม่นานมานี้ ศาสนจักรไม่เพียงนำตะกอนพลังลำดับ 4 และลำดับ 3 ที่สะสมไว้ออกมาจำนวนมาก แต่ยังทำลายสมบัติปิดผนึกระดับ ‘1’ บางชิ้นด้วย”
“บรรดาผู้ที่มีคุณสมบัติครบและเข้าเงื่อนไข ต่างถูกจัดคิวให้เลื่อนลำดับ ในจำนวนนั้นมีส่วนน้อยที่ล้มเหลว”
“สถานการณ์แบบนี้ทำให้ผมสงสัยว่า ในอีกหนึ่งหรือสองปีข้างหน้า จะเกิดเหตุการณ์ใหญ่มาก ศาสนจักรจึงไม่มัวคำนึงถึงผลกระทบและต้นทุน เร่ง ‘ผลิต’ ครึ่งเทพจำนวนมากออกมา”
นี่สอดคล้องกับการคาดคะเนที่ว่า วันสิ้นโลกอาจมาถึงเร็วกว่าที่คิด ศาสนจักร ‘สุริยันเจิดจรัส’ ก็คิดเหมือนกันหรือ? ฟรังก้าสังเกตเห็นว่า เพื่อนในกลุ่มเงียบลงทันที แสดงว่าพวกเขาคงนึกถึงวิกฤตใหญ่ นึกถึงว่าตัวเองจะได้รับผลกระทบด้วยหรือไม่ และมีกำลังพอจะรับมือหรือไม่
ฟรังก้าค่อนข้างมั่นใจว่า 007 ทราบเหตุผลเบื้องหลังศาสนจักรสุริยันเจิดจรัสไม่มากก็น้อย ถึงอย่างไรเขาก็เป็นนักบุญแล้ว เพียงแต่ไม่สามารถเล่าได้ตรงๆ ทำได้เพียงบอกเป็นนัย
“คุณกลายเป็น ‘ผู้เจิดจรัส’ แล้วสินะ?” ฟรังก้าเปลี่ยนหัวข้อสนทนา
ใจจริง เธอไม่ค่อยอยากให้ ‘007’ เลื่อนลำดับไปบนเส้นทาง ‘สุริยัน’ สักเท่าไร เพราะรู้สึกว่า ‘ผู้เจิดจรัส’ นั้นบริสุทธิ์เกินไป และเมื่ออยู่ในศาสนจักร ย่อมกลายเป็นคนคลั่งศาสนาหนักข้อ
หากเป็นเช่นนั้น ‘007’ ที่เคยบ่นว่า ‘เธอมักหาเรื่องให้เขายุ่งจนไม่มีเวลาพักผ่อน’ ก็อาจไม่มีคำพูดแบบนั้นอีกแล้ว
นี่ทำให้ฟรังก้ารู้สึกเหมือนกำลังเฝ้าดูเพื่อนค่อยๆ จากไปต่อหน้าต่อตา
ทว่า เธอไม่เคยเตือน ‘007’ เลยสักครั้ง เพียงแค่ชี้ให้เห็นการเปลี่ยนแปลงที่อาจเกิดจาก ‘ผู้เจิดจรัส’ และปล่อยให้ ‘007’ ตัดสินใจเองเมื่อรู้ทุกอย่างดีแล้ว
ชีวิตของแต่ละคน ควรตัดสินใจด้วยตัวเอง เธอเชื่อในสิ่งนี้มาตลอด
เธอยังรู้สึกขอบคุณลูเมี่ยนและจินนาตอนเธอลังเลว่าจะเปลี่ยนไปเป็น ‘นักบวชสงคราม’ หรือเลื่อนลำดับเป็น ‘นางมารยุพนิรันดร์’
พวกเขาเพียงแค่ให้ทางเลือก ไม่ได้โน้มน้าว แม้ในใจทั้งสองอาจมีความคิดและแนวโน้มของตัวเอง แต่ไม่เคยแสดงออกมา ไม่กระตุ้น ไม่บังคับ
การตัดสินคนด้วยการกระทำไม่ใช่ความคิด คือสิ่งที่ควรทำอย่างยิ่ง เพราะเราทุกคนย่อมหลีกเลี่ยงความคิดอันมืดมนและเห็นแก่ตัวไม่ได้ แต่สุดท้ายถ้านั่นไม่ถูกแปลงเป็นการกระทำ ก็แสดงว่าชนะใจตัวเองได้
ส่วน ‘ผู้เจิดจรัส’ อาจจะไม่มีความคิดมืดมนหรือเห็นแก่ตัวเลย แต่ใจจริง เราหวังให้ ‘007’ มีของแบบนั้นบ้าง…ฟรังก้าถอนหายใจเงียบงัน
‘007’ ตอบเธอรวดเร็ว
“ใช่”
จ้องมองคำนั้นบนกระดาษโทรเลข ฟรังก้าถอนหายใจยาว
“เฮ้อ…”
‘007’ พูดต่อไป
“ในส่วนของเพื่อนร่วมงาน บางคนเปลี่ยนไปเส้นทางอื่น และบางคนที่ไม่ได้อยู่ในเส้นทางใกล้เคียง ก็ถูกเลื่อนลำดับเหมือนกัน”
ถึงตรงนี้ ฟรังก้าเร่งปรับสภาพจิตใจตัวเอง
เธอย้ำเตือนตัวเองซ้ำๆ ว่า
“เมื่อสักครู่ 007 ตั้งใจบอกเป็นนัย ตั้งใจเตือนให้ทุกคนเตรียมพร้อมรับเหตุการณ์ใหญ่และหายนะ แสดงว่าเขายังมีความรู้สึกด้านบวกและความเป็นมนุษย์หลงเหลืออยู่!”
“เมื่ออายุมากขึ้น ทุกคนล้วนเปลี่ยนแปลง ย่อมแตกต่างจากในอดีตอยู่แล้ว”
“ตอนนี้ 007 แค่เปลี่ยนไปมากกว่าเดิม แต่ในแง่มิตรภาพ เขาก็ยังเป็น ‘007’ คนเดิม”
“ในอีกหนึ่งหรือสองปีนี้ จะเกิดเหตุการณ์ใหญ่อะไรกันแน่?” สมาชิกกลุ่มโทรเลขอีกรายชื่อ ‘เสียงแว่วสายลม’ ถามต่อ
“ผมไม่แน่ใจ” ‘007’ ตอบอย่างกระชับ
“อย่าถามเลย อย่าถามเลย” ฟรังก้าแทรกบทสนทนาเพื่อไม่ให้ ‘007’ ลำบากใจ “สิ่งที่พวกเราทำได้คือ พัฒนาตัวเองเมื่อมีโอกาส และใช้ชีวิตให้มีความสุขในยามปกติ”
“ดาบซ่อนแขน ดูเหมือนคุณจะรู้อะไรมานะ?” ‘ราชันจันทรา’ ส่งโทรเลขถามจี้
ฟรังก้าไม่มีข้อจำกัดเรื่องการรักษาความลับ แต่ก็ไม่กล้าพูดให้ชัดเจนเกินไป เกรงว่าเพื่อนในกลุ่มบางคนจะสิ้นหวังเกินไปและหันไปสุดโต่ง
เธอคิดใคร่ครวญแล้วจึงค่อยพิมพ์ตอบ
“ถ้าฉันบอกว่า วันสิ้นโลกกำลังจะมาถึง แต่หากมีคนตัวสูงช่วยรับไว้ และทุกคนเตรียมพร้อมเป็นอย่างดี ก็ยังพอมีความหวังผ่านพ้นไปได้ พวกคุณจะเชื่อไหม?”
โทรเลขที่เคยไหลบ่าไม่หยุด พลันชะงักไปทันที
ผ่านไปครู่ใหญ่ ‘007’ จึงตอบกลับมา
“ผมเชื่อ”
“เฮ้ย…ผมตกใจนะเนี่ย” “ลูกพี่ดาบซ่อนแขน แนะนำนางมารให้รู้จักหน่อยสิ เป็นไงเป็นกันวะ!” “บัดซบ! อย่าบอกนะว่าจะตายไปโดยที่ยังใช้เงินไม่หมดน่ะ?” “ผมต้องซื้อดินสักแปลงแล้วขุดบังเกอร์แล้ว…”
เมื่อมี ‘007’ รับรอง ‘เสียงแว่วสายลม’ และคนอื่นๆ จึงเริ่มเชื่อคำพูดของฟรังก้า
คนที่เข้าร่วมกลุ่มโทรเลขนี้ได้ ถ้าไม่ก็ค่อนข้างขี้เกียจ ก็ล้วนนิสัยดี หรืออย่างน้อยก็เป็นคนพอใช้
แม้ในตอนนี้ทุกคนจะค่อนข้างตึงเครียดและกังวล แต่ก็ยังสามารถแสดงออกด้วยคำพูดคำจาที่มีชีวิตชีวาและสนุกสนาน ไม่มีใครเศร้าหรือสิ้นหวังหนักข้อ
ฟรังก้าเห็นว่าบรรลุเป้าหมายเบื้องต้นแล้ว จึงพูดต่อไป
“อันที่จริง ฉันก็เป็นครึ่งเทพแล้วเหมือนกัน”
“…ชักจะเชื่อแล้วสิ ว่ากำลังจะเกิดเรื่องที่ใหญ่มาก”
“ให้ตายเถอะ ‘ดาบซ่อนแขน’ ก็กลายเป็นครึ่งเทพเหมือนกันหรือ?”
“ยังเป็น ‘นางมาร’ อยู่ใช่ไหม หรือว่าเปลี่ยนไปเส้นทาง ‘นักล่า’ แล้ว?”
“…”
เพื่อนในกลุ่มเริ่มพูดกันจ้อกแจ้กทันที
พวกนายไม่เคยแชตกันหรือไง! ฟรังก้า ‘ฮึ’ ออกมาเสียงหนึ่ง แล้วตอบกลับไป
“ยังเป็น ‘นางมาร’ อยู่”
“นางมารสิ้นหวังหรือ?” 007 ถามทันที
007 ถามทำไม? จริงสิ…เขาเป็น ‘ผู้เจิดจรัส’ แล้ว เป็นเบื้องบนของศาสนจักร ส่วนพวกนางมารมักเคลื่อนไหวในอินทิสกับทวีปใต้ แม้เขาจะไม่รู้สูตรโอสถของ ‘สิ้นหวัง’ อย่างละเอียด แต่ก็ต้องรู้พิธีกรรมเลื่อนลำดับแน่นอน เพื่อให้สามารถตรวจจับความผิดปกติได้ทันท่วงที และปราบปรามการแพร่ระบาดของโรคได้ตั้งแต่เนิ่นๆ…ฟรังก้าเข้าใจความหมาย จึงตอบกลับไป
“วางใจได้ ไม่ได้ทำร้ายคนบริสุทธิ์ และฉันใช้วิธีลัดด้วย”
“ลัด? พิธีกรรมยังมีวิธีลัดด้วยหรือ?” ข้อความของ ‘ราชันจันทรา’ แฝงความประหลาดใจ
‘เสียงแว่วสายลม’ ก็รำพึงตัดพ้อ
“ดาบซ่อนแขน คุณเลื่อนลำดับได้เร็วขนาดนี้ ยังเป็นมนุษย์อยู่หรือเปล่าเนี่ย?”
“จริงสิ ไม่ใช่มนุษย์แล้ว เป็นครึ่งมนุษย์ครึ่งเทพ…”
ฟรังก้าคิดใคร่ครวญแล้วตอบกลับ
“อันที่จริง ผู้ข้ามมิติอย่างเราๆ ล้วนมีความพิเศษอยู่ เมื่อเงื่อนไขครบถ้วนและเส้นทางเหมาะสม ความพิเศษนี้จะแสดงออกมา ช่วยให้เราก้าวกระโดดในบางช่วง”
“ในบางแง่มุม พวกเราก็ถือเป็นผู้ถูกเลือกเหมือนกัน”
ผู้ที่ราชันสวรรค์เลือก!
ด้วยเกรงว่าผองเพื่อนในกลุ่มจะหยิ่งผยอง เธอจึงรีบเสริมอีกประโยค
“แต่ก็ไม่ใช่เรื่องดีเสมอไปนะ”
“พิเศษยังไง?” ‘007’ ‘ราชันจันทรา’ และคนอื่นๆ แทบจะส่งโทรเลขมาพร้อมกัน
ฟรังก้า ‘ฮิๆ’ หัวเราะ แล้วเร่งมือพิมพ์
“บอกไม่ได้ คนเล่นเขารู้กัน ไว้เจอกับตัวก็จะรู้เอง”
ไม่เปิดโอกาสให้เพื่อนในกลุ่มได้ซักไซ้ เธอรีบเปลี่ยนประเด็นทันที
“007 ตอนนี้คุณยังอยู่กรุงทรีอาร์ไหม?”
ในเมื่อเป็น ‘ผู้เจิดจรัส’ แล้ว เป็นอาร์ชบิชอปหรือสังฆานุกรระดับสูง ก็ย่อมต้องดูแลเขตศาสนาแห่งหนึ่ง และศาสนจักร ‘สุริยันเจิดจรัส’ มีกำลังในทรีอาร์เพียงพอ ถึงขั้นมีเทวทูตซ่อนตัวอยู่
“ยังอยู่ทรีอาร์” ‘007’ ตอบ “กลุ่มนักบุญที่เลื่อนลำดับคราวนี้ มีหลายคนประจำการอยู่ทรีอาร์ เป็นกองกำลังเคลื่อนที่เร็ว”
มีหลายคนประจำการอยู่ทรีอาร์? ฟรังก้าพลันระแวง
ศาสนจักร ‘สุริยันเจิดจรัส’ เชื่อว่า จุดที่มีแนวโน้มเกิดปัญหามากสุดคือกรุงทรีอาร์?
ฟรังก้าอดไม่ได้ก้มหน้ามองพื้น
สิ่งที่เธอมองจริงๆ คือทรีอาร์ยุคสี่ และโลกในกระจกพิเศษซึ่งถูกผนึกไว้ใต้ดินทรีอาร์
วันสิ้นโลกจะเริ่มปะทุจากใต้ดินทรีอาร์ แทนที่จะเป็นบาเรียบนท้องฟ้า? ฟรังก้าขมวดคิ้วแผ่วเบาเมื่อความคิดแวบเข้ามาในหัว
ในตอนนั้นเอง ผู้ส่งสารรูปหัวกะโหลกทำจากเงินบริสุทธิ์ของมาดามเฮล่าได้ย้อนกลับมา ปล่อยกระดาษคาบไว้ในฟันร่วงลงตรงหน้าเธอ
ฟรังก้ารับมาอ่านดู
“พรุ่งนี้เช้าสิบโมง ถนนเพรง ร้านกาแฟโคนมน้อย”
…………
เขตหอดูดาว ถนนเพรง
ฟรังก้าต้องใช้ ‘คำลวง’ ลดทอนความงามและข่มเสน่ห์ จึงกล้าย่างเท้าออกจากบ้าน มาถึงร้านกาแฟโคนมน้อยก่อนเวลานัดสิบห้านาที
เธอนั่งริมหน้าต่าง เพลิดเพลินกับการมองผู้คนเดินไปเดินมาด้านนอก มองจักรยาน อุปกรณ์กลไกชีวภาพ หุ่นยนต์ไอน้ำ ฯลฯ รีบร้อนผ่านไป
ไม่นานนัก ‘เฮล่า’ ในชุดแม่หม้ายดำก็ปรากฏตัวจากประตู
ในวินาทีที่เห็นมาดามรายนี้ ฟรังก้าพลันรู้สึกแปลกประหลาด เสมือนว่าอีกฝ่ายเดินอยู่ระหว่างความมืดกับแสงสว่าง ความตายกับชีวิต
สีหน้าของ ‘เฮล่า’ ซีดลงอีกเล็กน้อย ความมีชีวิตชีวาดูเหมือนจะจางลงจากเดิม
มาดามเฮล่าเลื่อนลำดับอีกแล้ว? นั่นสินะ ศาสนจักร ‘สุริยันเจิดจรัส’ ยังมีการผลิตครึ่งเทพจำนวนมาก ศาสนจักร ‘เทพธิดารัตติกาล’ จะไม่มีได้อย่างไร?
เธอกลับสู่เส้นทาง ‘มรณา’ แล้ว? ลำดับ 3 ‘ผู้ส่งวิญญาณ’?
ไม่รู้ว่าการผสมผสานระหว่างสองเส้นทาง ‘ความมืด’ กับ ‘มรณา’ จะให้พลังวิเศษแบบไหน…ตอนนี้ฟรังก้าถือว่ามีความรู้ด้านศาสตร์เร้นลับในระดับอุดมสมบูรณ์แล้ว
“อรุณสวัสดิ์” เธอลุกยืน ยิ้มทักทาย
‘เฮล่า’ ตอบกลับสั้นๆ ก่อนจะพูดกับบริกรของร้านกาแฟ
“อัปแซ็งต์หนึ่งแก้ว กับเอสเพรสโซ่เข้มข้นสามเท่าอีกแก้ว”
เมื่อทั้งคู่นั่งลง ฟรังก้าเล่นกับหมวกผ้าคลุมหน้าที่วางอยู่ข้างๆ แล้วพูดยิ้มๆ
“ช่วงก่อนหน้านี้ ฉันได้ไปสถานหนึ่งมา”
“ที่นั่นมีตึกระฟ้า มีรถราง มีโทรศัพท์มือถือ มีอินเทอร์เน็ต น่าเสียดายที่เป็นเพียงความฝัน”
มาดามเฮล่าฟังอย่างตั้งใจจนจบ ค่อยๆ พยักหน้าเบาๆ
“ฉันรู้ว่าคุณไปมา”
“เอ่อ…” ฟรังก้าชะงักทันที
……………………………………………………..