ราชันเร้นลับ 2 : วัฏจักรแห่งชะตา (Circle of Inevitability) - ตอนที่ 1052 จำใจต้องโอ้อวด
- Home
- ราชันเร้นลับ 2 : วัฏจักรแห่งชะตา (Circle of Inevitability)
- ตอนที่ 1052 จำใจต้องโอ้อวด
ตอนที่ 1052 จำใจต้องโอ้อวด
กลางดึกสงัด
ไม่ว่าจะเป็นช่องทางข่าวสารของอ็องโตนี ลูกน้องในแก๊งของฟรังก้า หรือเพื่อนบ้านข้างเคียงของจินนา ก็ไม่สามารถสืบหาข้อมูลเกี่ยวกับ ‘นิกายโรค’ ได้เลย
ฟรังก้านั่งหน้าเครื่องพิมพ์ดีด เปิดเครื่องรับส่งวิทยุ เตรียมจะถาม ‘007’ ว่าศาสนจักรสุริยันเจิดจรัสมีข่าวสารบ้างหรือไม่
“บี๊ป แจ้งเตือนข้อความกลุ่ม: ‘ดาบซ่อนแขน’ ผู้ทำความดีอีกครั้งในวันนี้ เข้าร่วมแชตกลุ่มแล้ว!” ฟรังก้าประกาศการมาถึงของตัวเองในกลุ่มโทรเลข
เธอยังไม่ทันจะส่งประโยคต่อไป ก็เห็นโทรเลขจาก ‘007’ ส่งเข้ามา
“ดาบซ่อนแขน ความจริงแล้วคุณเลื่อนลำดับไม่ใช่แค่ลำดับ 4 แต่เป็นลำดับ 3 สินะ?”
โทรเลขอื่นๆ ซึ่งควรจะตอบสนองฟรังก้า หยุดลงทันที
ฟรังก้าตกใจครู่หนึ่ง แล้วก็เข้าใจกระจ่าง
โธ่…ฉันไม่ได้ตั้งใจจะอวดเรื่องนี้เลย แต่คุณยังช่วยให้ฉันได้อวดอีกหรือ?
เธอรู้สึกว่า ตนควรทำตัวเหมือน ‘จำใจ’ สามส่วน เจ็บปวดสามส่วน งุนงงสามส่วน แล้วเติมความดีใจอันหลีกเลี่ยงไม่ได้หนึ่งส่วน แล้วจึงไตร่ตรองตอบกลับไป
“อ่า…ใช่แล้ว”
หลังจากความเงียบสั้นๆ อันบรรยายไม่ออก โทรเลขฉบับแล้วฉบับเล่า อาศัยการควบคุมคิวโดยเครื่องวิเคราะห์ขนาดเล็ก ถูกพ่นออกมาท่ามกลางเสียงตั๊กๆๆ
เครื่องพิมพ์ดีดทำตัวเหมือนจะรับภาระไม่ไหว งานยุ่งจนควันลอย
“จริงจังหรือจ้อจี้?”
“ดาบซ่อนแขน มุกแบบนี้ไม่ขำหรอกนะ มันทำร้ายจิตใจคนเกินไป!”
“ฉันจำได้ว่า ‘ดาบซ่อนแขน’ เพิ่งพูดเมื่อเดือนก่อนว่า ตัวเองเป็น ‘นางมารทุกข์ระทม’ ลำดับ 5 แค่เดือนเดียวก็เป็นลำดับ 3 แล้ว? นั่งจรวดยังไม่เร็วขนาดนี้!”
“เมื่อไม่นานมานี้ มีเทพแห่งโชคลาภช่วยบันดาลพรคุณอยู่หรือไง?”
“นางมารลำดับ 3 …นึกไม่ออกเลยว่าจะสวยแค่ไหน มีเสน่ห์แค่ไหน…”
“ถามจริงเถอะ มีเคล็ดลับการเลื่อนลำดับไหม? ตั้งราคามาสิ พวกพี่น้องรวมกันอาจจะพอได้เงินดาวน์”
“ดาบซ่อนแขน พักนี้เดือดร้อนอะไรไหม? ต้องการความช่วยเหลือหรือเปล่า? ด้วยลำดับของฉัน จะเข้าร่วมการต่อสู้ไม่ได้ แต่ช่วยด่าพวกมันแทนได้!”
“…”
“007 แล้วคุณรู้ได้ยังไง?”
ท่ามกลางการแสดงออกด้านอารมณ์ความรู้สึก ในที่สุดก็มีคนดึงหัวข้อกลับมาสู่หนทางที่ถูกต้อง
007 เอ่ยตอบ
“ดาบซ่อนแขนเป็นนักบุญผู้พิทักษ์ของวิหารแห่งหนึ่งแล้ว มีนามอันทรงเกียรติของตัวเอง”
แน่นอน สถานะที่เปลี่ยนไปของวิหารนักบุญฟรังก้า ย่อมถูกศาสนจักรสุริยันเจิดจรัสสังเกตเห็น และ ‘007’ ทราบอยู่ก่อนแล้วว่าเราคือ ‘บูตแดง’ ฟรังก้า·โรลังด์…การคาดเดาของฟรังก้าได้รับการยืนยัน
“นักบุญผู้พิทักษ์…นามอันทรงเกียรติ…ฉันเชื่อมโยงคำสองคำนี้กับ ‘ดาบซ่อนแขน’ เจ้าของวลี ‘ชีวิตมันสั้น ลองดูสักตั้งจะเป็นไรไป’ ไม่ได้เลย” ราชันจันทราอุทานเป็นคนแรก
“ใช่เลย” เสียงแว่วสายลมส่งโทรเลขต่อมา “มหัศจรรย์เกินไป มหัศจรรย์เกินไป มหัศจรรย์กว่านิยายแฟนตาซีใดๆ!”
“กรุณาแสดงความเคารพต่อ ‘ดาบซ่อนแขน’ ผู้ยิ่งใหญ่ด้วย!”
“ท่าน ‘ดาบซ่อนแขน’ มีโอกาสรับฉันเป็นศิษย์ไหม?”
“เจ้าหนูก็อยากเป็น ‘นางมาร’ หรือ? ถ้าฉันจำไม่ผิด คุณเปลี่ยนได้นะ”
“ฉันยอมรับไม่ได้…ตอนนี้ คนที่แข็งแกร่งสุดในสมาคมกลับเป็น ‘ดาบซ่อนแขน’ ที่ดูซื่อบื้อ…”
“หา? ถ้าพูดแบบนี้ พวกเราไม่ยิ่งดูโง่กว่าอีกหรือ?”
“…”
เมื่ออ่านโทรเลขเหล่านี้ ฟรังก้าก็อดยิ้มไม่ได้
ต้องยอมรับว่า การอวดแบบนี้มันช่างสนุกเสียจริง!
และยิ่งไปกว่านั้น คำอุทานแบบตลกๆ ต่างๆ ยังทำให้เธอรู้สึกว่า ตนไม่ได้หลุดจากมวลชน ยังคงเท้าติดดินอยู่
“เฮ้ยๆๆ” เธอเร่งพิมพ์คำ “พวกคุณคงไม่ได้คิดจริงๆ หรอกนะ ว่าฉันเป็นพวกซื่อบื้อน่ะ? สิ่งที่ฉันทำลงไปต่อหน้าทุกคน มันเรียกว่าการเข้าสังคมต่างหาก”
แล้วเธอก็เสริมอย่างถ่อมตัว
“มาดามเฮล่าน่าจะเป็นลำดับ 3 แล้วเหมือนกัน เร็วกว่าฉันหน่อย หรือช้ากว่าหน่อย”
“ส่วนประธานเป็นหรือเปล่า ฉันไม่ค่อยแน่ใจ”
“คุณเป็นลำดับ 3 แล้วจริงๆ หรือ.? มีอะไรพอจะเล่าให้เราฟังไหม?” ‘เสียงแว่วสายลม’ กับผองเพื่อนรัวยิงคำถาม
ฟรังก้าเล่าลึกกว่าเดิม
“การเลื่อนลำดับ 4 การย่อยโอสถลำดับ 4 และการเลื่อนลำดับ 3 …ฉันผ่านเงื่อนไขพิเศษได้จากการเป็นผู้ข้ามมิติ สามารถนำมาใช้ประโยชน์ได้ ดังนั้นภายในหนึ่งเดือน จึงกลายเป็นนักบุญผู้มีนามอันทรงเกียรติ”
เธอไม่ได้เล่าว่า ตนย่อยโอสถลำดับ 3 เสร็จแล้ว เพราะสมาชิกกลุ่มโทรเลขก็ไม่น้อย ส่วนใหญ่ไม่เคยติดต่อกันในโลกแห่งความจริง แม้เธอจะอยากเชื่อใจทุกคน แต่ก็ไม่กล้าเสี่ยงกับสภาพแวดล้อมรอบข้างพวกเขา ข้อมูลสำคัญเกี่ยวกับความแข็งแกร่งทางลำดับตัวเอง ซึ่งควรเก็บเป็นความลับ ก็ยังต้องเก็บเป็นความลับ
แถมอีกหน่อยถ้ามีคนถามว่า นางมารลำดับ 3 เรียกว่าอะไร ฟรังก้าก็ไม่อยากปิดบัง เพราะหลังจาก ‘007’ ชี้ให้เห็นว่าเธอเป็นนักบุญผู้พิทักษ์ของวิหารสักแห่งแล้ว ถ้ามีคนอยากรู้นามอันทรงเกียรติของเธอ เกรงว่าถึงอยากปิดบังก็คงจะทำไม่ได้
ด้วยสถานการณ์ข้างต้น สมาชิกกลุ่มโทรเลขบางคน อาจฉุกคิดบางสิ่งได้จากการที่ ‘นางมารยุพนิรันดร์’ ย่อยโอสถเสร็จในทันที
“หนึ่งเดือน…”
“แค่หนึ่งเดือนจริงๆ…”
“…”
คราวนี้ ‘ราชันจันทรา’ กับพวก ‘เสียงแว่วสายลม’ ดูเหมือนหมดอารมณ์จะล้อเล่นแล้ว
“แล้วตอนนี้คุณเป็นนางมารอะไร?” ผ่านไปสักพัก สมาชิกกลุ่มโทรเลข ‘เป๊ปป้าน้อย’ ถาม
นั่นปะไร! ฟรังก้าตอบทันที
“นางมารยุพนิรันดร์”
“ยุพนิรันดร์…เยาว์วัยตลอดกาล?” ‘เป๊ปป้าน้อย’ ดูเหมือนจะอิจฉาหน่อยๆ
‘ราชันจันทรา’ เอ่ยถาม
“ยังยืดอายุขัยได้ด้วยสินะ?”
“ในทางทฤษฎีแล้ว มีชีวิตอีกสักสองพันปีได้สบายๆ” ฟรังก้าพยายามควบคุมความภาคภูมิใจของตน
“อิจฉาจนอยากร้องไห้…” ผองเพื่อนต่างตอบด้วยคำพูดคล้ายกัน
ทุกคนล้วนมีความรู้สึกจริงใจ
ใครจะไม่อยากมีชีวิตยืนยาวล่ะ?
ส่วนผลกระทบด้านลบจากโอสถ ในกลุ่มนี้ก็ไม่มีปุถุชนคนธรรมดาอยู่แล้ว!
ฟรังก้าคิดแล้วก็พิมพ์คำอีกครั้ง
“ใครอยู่ในเขตทรีอาร์ หากมีปัญหา ต้องการความช่วยเหลือ สามารถสวดนามอันทรงเกียรติของฉันได้”
“ถ้าไม่อยู่ในเขตทรีอาร์ ฉันก็ไม่มีทางช่วย ไม่ได้ยิน ตอบสนองไม่ได้”
“นามอันทรงเกียรติของฉันคือ”
“ผู้ไม่แก่เฒ่า เจ้าแห่งไข้และโรคระบาด นางมารผู้มาพร้อมความขัดแย้งและหายนะ จอกศักดิ์สิทธิ์ที่รองรับทุกข์สุข ฟรังก้า·โรลังด์ผู้ยิ่งใหญ่”
เมื่อเห็นนามอันทรงเกียรติและคำขยาย ‘ยิ่งใหญ่’ เหล่าผองเพื่อนในกลุ่มโทรเลขจึงตระหนักอย่างแท้จริงว่า ‘ดาบซ่อนแขน’ ได้รับเทวบารมีแล้ว เป็นครึ่งเทพครึ่งคน และมีนามอันทรงเกียรติ เป็นนักบุญผู้พิทักษ์ของวิหารแห่งหนึ่ง สามารถตอบสนองคำวิงวอน แล้วส่งพลังลงมาได้
ผ่านไปสักพัก ‘เป๊ปป้าน้อย’ จึงอุทานว่า
“ฉันรู้สึกว่าระหว่างเรามีกำแพงหนาๆ อันน่าเศร้า…”
“ทีนี้จะเรียกฉันว่าพ่อได้หรือยัง?” ฟรังก้าตอบสนองคำพูดต่างๆ อย่างชำนาญ
หลังจากแลกเปลี่ยนเรื่องของตัวเอง แล้วอธิบายว่า ‘จอกศักดิ์สิทธิ์’ นำมาจากสัญลักษณ์ไพ่ทาโรต์ ‘ถ้วย’ รวมถึงแนวคิดของผู้แบกรับความสุขความทุกข์ เธอจึงถาม ‘007’
“007 คุณมีข่าวกรองเกี่ยวกับ ‘นิกายโรค’ บ้างไหม?”
ผ่านการรวบรวมและวิเคราะห์ข้อมูลด้วยตัวเอง ทีมของพวกเธอเชื่อว่า ‘สมาคมมลายสิ้นสรรพสิ่ง’ และ ‘นิกายโรค’ นับถือเทพมารองค์เดียวกัน แต่กลุ่มแรกเน้นการกัดกร่อนชั้นกลางขึ้นไป ส่วนกลุ่มหลังมีเป้าหมายเป็นประชาชนชั้นล่าง เผยแพร่อำนาจของ ‘เทพแห่งโรค’ ความน่ากลัวของโรคภัย พัฒนาศาสนิกชนด้วยวิธีข่มขู่
007 พิมพ์ไม่เร็วไม่ช้า โทรเลขเข้ามาทีละบรรทัด
“คดีเก่าๆ ของนิกายโรคถูกสะสางไปแล้ว พวกผู้ได้รับพรถูกกำจัดทั้งหมด แต่ยังหาตัวการใหญ่ไม่เจอ”
“พวกเบี้ยล่างเป็นแค่ศาสนิกชน รู้จักเพียงนาม ‘เทพแห่งโรค’”
“ตอนนี้ทางเรามีกำลังคนเหลือเฟือแล้ว จึงส่งผู้วิเศษลำดับกลางไปจับตาดู คอยตรวจสอบว่าจะมีคนมาติดต่อพวกเขาหรือไม่ จะเกิดเหตุการณ์ผิดปกติหรือไม่”
“แต่นอกจากนี้ก็ไม่มีข่าวกรองอื่นอีก ในช่วงหนึ่งสองเดือนนี้ พวกสาวกเทพมารในกรุงทรีอาร์เงียบสงบมาก ซ่อนตัวลึกลับ”
เงียบสงบ? นี่เหมือนกับช่วงก่อนเหตุการณ์หอพัก…กำลังจะเกิดเรื่องใหญ่ภายในปีสองปีนี้จริงๆ สินะ?
องค์ผู้ยิ่งใหญ่อื่นๆ อาจไม่ทราบว่า ‘องค์มารดาผู้ยิ่งใหญ่’ จะทำอะไร ด้วยวิธีใด แต่คงคาดเดาได้ว่าจะเกิดเรื่องใหญ่ เพราะแม้แต่พวกเราเองยังเดาได้…
พวกพระองค์จึงสั่งการกับเหล่าผู้ได้รับพรของตนในกรุงทรีอาร์ ให้อพยพไปที่อื่นชั่วคราว หรือรอคอยอย่างอดทน เมื่อถึงเวลาจะได้ฉวยโอกาสกวนน้ำให้ขุ่น?
ฟรังก้าลองคาดเดาตามคำพูดของ ‘007’
ขณะเดียวกัน เธอก็ได้ยินนัยอีกอย่างหนึ่งจาก ‘007’
ศาสนิกชนกลุ่มที่รู้จักเพียงนาม ‘เทพแห่งโรค’ ยังสามารถช่วยเหลือได้
จริงด้วย การที่พวกองค์ผู้ยิ่งใหญ่ข้างนอกล้วนใช้ ‘นามแทน’ ในการเผยแพร่ศาสนา ไม่ให้ศาสนิกชนรู้จักตัวตนแท้จริง ไม่ใช่เพราะพวกพระองค์มีจิตใจเมตตา แต่เป็นเพราะการรู้จักพระองค์อย่างแท้จริงย่อมนำมาซึ่งการปนเปื้อนมลทิน บางส่วนอาจจะไม่เป็นไร แค่บุคลิกเปลี่ยนแปลง กลายเป็นคนหัวรุนแรง แต่ส่วนใหญ่แม้กระทั่งร่างกายก็พังทลาย กลายเป็นสัตว์ประหลาด กระจายมลทินอย่างไม่หยุดหย่อน…
ซึ่งนั่นจะทำให้การเผยแผ่ศาสนาแบบลับๆ ล้มเหลว ง่ายต่อการถูกหน่วยพิเศษของทางการค้นพบ…ฟรังก้ารำพันในใจ
หนึ่งในเหตุผลที่การขอพรต้องจัดพิธีกรรม คือการอาศัยพิธีกรรมเป็นเกราะปกป้องมนุษย์ผู้รับพร และหลังจากสร้างช่องทางมั่นคงแต่ชั่วคราวแล้ว พระองค์จะสามารถบรรเทามลทินในพลังพรได้ ช่วยให้ผู้รับพรไม่พังทลายคาที่
ไม่ว่าจะฟรังก้า ลูเมี่ยน หรือนักบุญอื่นๆ ความรู้เกี่ยวกับองค์ผู้ยิ่งใหญ่ต่างๆ ล้วนจำกัดอยู่แค่ ‘นามแทน’
เพียงแต่เมื่อเทียบกับครึ่งเทพลำดับ 4 ลำดับ 3 คนอื่นๆ แล้ว พวกเขายังรู้ว่าเหล่าพระองค์ข้างนอกยืนอยู่บนจุดสูงสุดของหลายเส้นทาง
จากบรรดาองค์ผู้ยิ่งใหญ่ทั้งหลาย องค์เดียวที่ไม่ใช้นามแทนในการเผยแผ่ศาสนาคือ ‘มารดาพฤกษาแห่งแรงกระหาย’
มาดามเมจิกเชี่ยนเคยอธิบายว่า ‘มารดาพฤกษาแห่งแรงกระหาย’ เป็นเพียงส่วนเล็กๆ ในนามอันทรงเกียรติยาวเหยียดของพระองค์ ลำพังการรู้จักและสวดวิงวอน จะไม่ทำให้ปนเปื้อนมลทินโดยตรงด้วยสองเหตุผล
หนึ่งคือ นามดังกล่าวเป็นเพียงส่วนเล็กๆ ที่ไม่สมบูรณ์
สองคือ ‘มารดาพฤกษาแห่งแรงกระหาย’ บนโลกความจริง ควบคุมพระองค์ที่โรงเรียนกุหลาบนับถือ รวมถึงควบคุมราชาปีศาจในนรกทางอ้อม ดังนั้น หลังจากเอ่ยนามอันทรงเกียรติของพระองค์ ในสถานการณ์ที่ความรู้ไม่มากนัก ภายใต้เงื่อนไขที่บาเรียยังดำรงอยู่ ย่อมทำให้เกิดปรากฏการณ์ทางศาสตร์เร้นลับที่เรียกว่า ‘การตอบสนองใกล้เคียง’ อันตรายจึงไม่มากนัก
“แล้วแบบนี้ต้องทำยังไง…” ฟรังก้าไม่ปิดบังความกังวลของนักบุญผู้มีนามอันทรงเกียรติ
007 ตอบกลับมาในเวลาไม่นาน
“กรุงทรีอาร์มีกองกำลังทางการกระจุกตัวอยู่มาก และพวกสาวกเทพมารคงไม่โผล่ออกมาชั่วคราว หมายความว่าหลังจากนี้ พวกเราจะมีกำลังคนเพียงพอต่อการตรวจสอบบุคลากรในตำแหน่งสำคัญต่างๆ”
“นั่นคือในกรณีของกรุงทรีอาร์ แต่ในเมืองชายขอบของเขตทรีอาร์ ในสถานที่ซึ่งพลังของศาสนจักรและรัฐบาลอ่อนแอ อาจจะยังมีเหล่าสาวกเทพมารเคลื่อนไหวอยู่ คุณลองไปหาแถวชานเมืองดูสิ”
จริงด้วย สถานการณ์ในกรุงทรีอาร์ตอนนี้ แน่นอนว่าคงหาเหยื่อไม่พบ แต่สามารถไปหาได้ตามชานเมืองหรือชนบท…
มุมมองแบบนี้คงพบได้แต่ในกลุ่มผู้วิเศษของทางการ ถ้าเป็นพวกเราต้องระดมสมองกันสักพักถึงจะคิดออก…ฟรังก้าตอบกลับ ‘007’ ทันที
“อัจฉริยะ!”
……………………………………………………..