ราชันเร้นลับ 2 : วัฏจักรแห่งชะตา (Circle of Inevitability) - ตอนที่ 1054 หัตถ์ซ้าย
- Home
- ราชันเร้นลับ 2 : วัฏจักรแห่งชะตา (Circle of Inevitability)
- ตอนที่ 1054 หัตถ์ซ้าย
ตอนที่ 1054 หัตถ์ซ้าย
ทันทีที่ฟรังก้าแกะรอยไปถึงแหล่งกำเนิดของร่องรอยในกระจก ลูเมี่ยนก็จับไหล่เธอ แล้ว ‘เทเลพอร์ต’ ไปยังสถานที่ตามทัศนียภาพดังกล่าว
ใช้เวลาเพียงสองสามวินาที ร่างของลูเมี่ยนก็ปรากฏในสุสานระหว่างหุบเขา โผล่หน้าป้ายหลุมฝังศพ
ส่วนฟรังก้าไม่รู้ไปอยู่ไหน
ลูเมี่ยนหันสายตาไปยังป้ายหลุมฝังศพ เห็นรูปเหมือนติดอยู่บนนั้น พร้อมกับจารึกชื่อหนึ่ง
โมโกซิโดส
“ที่แท้แกก็ ‘ตาย’ ไปแล้วนี่เอง ฝังอยู่ในสุสาน ไม่แปลกใจเลยที่สองนิกายใหญ่จะหาตัวเบื้องบนของ ‘นิกายโรค’ ไม่เจอ”
“ตอนนั้นแกหลบหนีการชำระล้างหรือฌาปนกิจได้ยังไงกันนะ…” ลูเมี่ยนจ้องป้ายหลุมฝังศพ พึมพำด้วยน้ำเสียงเยาะเย้ย
เพื่อคาดคะเนวิธีติดต่อที่ดาร์เบโรจะใช้ เขานำตัวเขาเข้าไปในโลกกระจก รอดักจับข้อมูลและสร้างการเชื่อมต่อ
ก่อนลูเมี่ยนจะพูดจบ พื้นดินหน้าป้ายหลุมฝังศพก็พลันระเบิด เศษดินหินกระเด็นกระดอนนับไม่ถ้วน
มันเหมือนกระสุนที่ยิงออกจากปืนไอน้ำ ถาโถมใส่ลูเมี่ยนด้วยเสียงดังฟิ้วๆๆ
ขณะเดียวกัน ลูเมี่ยนเห็นมือข้างหนึ่ง
สีเขียวคล้ำทั้งท่อน บวมเต่งจนโปร่งแสง ด้านในมีน้ำหนองสีเหลืองเขียวไหลเวียน จนเส้นเลือดฝอยคมชัดจนผิดวิสัย
เส้นเลือดฝอยเหล่านี้ รวมถึงลายมือ ผสานกันจนเกิดเป็นสัญลักษณ์และลวดลายซับซ้อน ลูเมี่ยนแค่มองเห็นมัน ก็มีอันต้องแข็งทื่อกะทันหัน
วินาทีนี้ สายตาของเขาถูกมือดังกล่าวครอบงำอย่างสมบูรณ์ เศษหินและดินที่กำลังพุ่งใส่เขา เทียบกันแล้วกระจ้อยร่อยเหมือนฝุ่นธุลี
ทันใดนั้น ลูเมี่ยนเริ่มสั่นสะเทือน ผิวพรรณอันขาวเนียนเหมือนเกล็ดหิมะหรือไขมันข้นๆ ของเขา ทยอยผุดจุดกระดำกระด่างเป็นหย่อมๆ สีดำ
จุดด่างเหล่านี้กัดกร่อนเข้าด้านในอย่างรวดเร็ว จนเลือดเนื้อเน่าเปื่อยในพริบตา
ลูเมี่ยนเคลื่อนไหวไม่ได้ จะใช้พลังก็ไม่ได้ กระทั่งความคิดก็เสื่อมถอยอย่างรวดเร็ว
แต่เป็นหัตถ์ซ้ายขององค์เทพชัดๆ!
ห้ามจ้องมองเทพ
ลูเมี่ยนยังคงสั่นสะท้าน ความคิดเงียบสงัด ไม่อาจตอบโต้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ เหมือนถูกกำหนดให้เดินไปสู่จุดจบแห่งความเสื่อม
ทุกสิ่งของเขากำลังเสื่อมลง
แต่ทันใด ฝ่ามือขวาของเขาเริ่มเร่าร้อน นำมาซึ่งความเจ็บปวดอันเสียดแทง
ลูเมี่ยนเกิดแรงกระตุ้นทันที นั่นคือการยื่นมือขวาของตนออกไป สัมผัสกับมือซ้ายนั่นด้วย ‘รูเข็ม’ สีดำสนิท
นี่ทำให้เขาทวงคืนสติสัมปชัญญะของตนกลับมาได้เล็กน้อย
แต่ก็สายเกินไป
เศษดินหินพุ่งกระทบร่างของเขา สร้างเสียงระลอกคลื่นต่อเนื่อง สร้างเสียงแก้วแตก
ด้านหลังลูเมี่ยน กระจกบานหนึ่งซึ่งถูกซ่อนไว้ถึงคราวเผยตัว
ลูเมี่ยนร่างนี้ไม่ใช่ตัวจริง แต่เป็นภาพสะท้อนที่มาเยือนโดยอาศัยโลกในกระจก!
แน่นอนว่าลูเมี่ยนก็อยู่ไม่ไกล หลังจาก ‘เทเลพอร์ต’ มาถึงสุสานแล้ว เขาก็ซ่อนร่างและโยนกระจกออกมา
แต่การจ้องมองจาก ‘เทพ’ เมื่อสักครู่ยังคงส่งผลกระทบต่อเขา จนถึงกับได้รับบาดเจ็บสาหัส ไม่อาจเคลื่อนไหวหรือหลบหลีกด้วยวิธีการใดๆ
ระหว่างที่ดินหินบนพื้นผุกร่อนกะทันหัน มือสีเขียวคล้ำ น่าพรั่นพรึง และแปลกประหลาดนั่น วางทาบลงบนผิวภาพสะท้อนของลูเมี่ยน
ภาพสะท้อนนั่นแตกเป็นเสี่ยงๆ ทันที เศษภาพลวงตาทุกชิ้นเน่าเปื่อยพร้อมกับจางหาย
ลูเมี่ยนที่ซ่อนอยู่หลังต้นไม้ข้างๆ ส่งเสียงแตกร้าวต่อเนื่อง เป็นเสียงของ ‘กระจกตัวแทน’ ทุกบานกำลังถูกทำลาย
แม้จะมี ‘กระจกตัวแทน’ ช่วยถ่ายโอนซ้ำแล้วซ้ำเล่า จุดกระดำกระด่างและการเน่าเปื่อยบนร่างลูเมี่ยนกลับยังไม่หายไปไหน
เพียงหนึ่งถึงสองวินาทีต่อมา สายตาของเขาสูญเสียโฟกัส ลมหายใจของคนเป็นหดหายตามไป
ตุ้บ!
เขาล้มลงในสภาพเน่าเปื่อยรุนแรง ‘กระเป๋านักเดินทาง’ กระเด็นฝุ่นท่ามกลางดินผุกร่อน
เขาตายคาที่
ตอนนี้ ร่างที่อยู่หน้าป้ายหลุมฝังศพจึงปรากฏตัวอย่างสมบูรณ์
เป็นชายวัยกลางคนในชุดสูทสีดำ ไม่สวมหมวก ใบหน้ายาวเรียว ข้างแก้มมีร่องรอยเน่าเปื่อยเห็นกระดูก ผิวซีดขาว เหมือนไม่โดนแสงแดดมาเนิ่นนาน
มือซ้ายของเขาห้อยลงตามธรรมชาติ สภาพบวมเขียวแตกต่างจากส่วนอื่นของร่างกายโดยสิ้นเชิง
โมโกซิโดสยังไม่ทันตรวจสอบสถานการณ์ ด้านหลังป้ายหลุมฝังศพ สีเทาขาวเชี่ยวกราก เงียบสงัด และเย็นชาก็แผ่ออกจากความว่างเปล่า ลุกลามไปรอบๆ อย่างรวดเร็ว
ทุกแห่งหนที่สีเทาขาวแพร่ผ่านไป ไม่ว่าจะเป็นฝุ่นปลิวหรือพื้นดินผุกร่อน ต่างก็แข็งตัวและมีน้ำหนักทันที ขับไล่สีอื่นๆ ออกไปทั้งหมด
โมโกซิโดสไม่แตกตื่น ยื่นมือซ้ายที่มีเส้นเลือดฝอยสีเหลืองเขียว ลวดลายสีเขียวคล้ำออกไปต้านสีเทาขาวนั่น
แม้ทั้งสองฝ่ายจะยังไม่สัมผัสกันจริงๆ แต่สีเทาขาวกลับชะลอตัวลง ช้าลงเรื่อยๆ กระทั่งเริ่มปรากฏรอยปริแตก
ทันใดนั้นเอง กระจกบานหนึ่งได้บินออกจาก ‘กระเป๋านักเดินทาง’ ที่ตกอยู่บนพื้น
บนผิวกระจกดังกล่าวเป็นภาพลูเมี่ยนในเสื้อคลุมยาวสีดำ ไม่ดึงฮู้ดขึ้น กำลังย่างกรายกลับสู่โลกความจริงด้วยรอยยิ้มมุมปาก
ดวงตาเหมือนทะเลสาบบนที่ราบสูงของเขา สะท้อนร่างของโมโกซิโดสเรียบร้อยแล้ว
เกือบจะพร้อมกันนั้น จากรูม่านตาของลูเมี่ยน เปลวไฟสีดำสองสายแผ่พุ่งออกมา อัดแน่นด้วยความบ้าคลั่งและอำนาจการทำลายล้าง
“อ๊าา!”
โมโกซิโดสร้องเสียงหลงด้วยความเจ็บปวดในบัดดล
เปลวไฟสีดำหยดแล้วหยดเล่า ผุดพรายออกจากเนื้อหนังเน่าเปื่อย ทั้งแผดเผาดวงวิญญาณของเขา ทั้งเผาไหม้ร่างกายที่เน่าเปื่อยอันเกิดจากจุลชีพนานาชนิด
เขารีบดึงมือซ้ายกลับ ฉีกช่องท้องออกราวกับต้องการดึงแหล่งกำเนิดเพลิงดำออกมา
แต่นี่คือคำสาปของ ‘นางมาร’ แหล่งกำเนิดแท้จริงจึงอยู่กับลูเมี่ยน
บัดนี้ลูเมี่ยนอันตรธานไปแล้ว
อาจ ‘เทเลพอร์ต’ ไปไกลๆ หรือซ่อนตัวในโลกในกระจก
เมื่อมือซ้ายของโมโกซิโดสชนกับ ‘ไฟประลัยกัลป์’ เปลวไฟสีดำก็เริ่มอ่อนกำลังลง จะดับแหล่มิดับแหล่
แต่เปลวไฟสีดำยังไม่หายไปไหน คอยเผาไหม้เนื้อหนังและดวงวิญญาณของโมโกซิโดสอย่างดื้อดึง เพียงแต่แรงผลักดันเริ่มเสื่อมถอยลงอย่างรวดเร็ว
โมโกซิโดสป้องกันฝั่งนี้ได้ แต่กลับละเลยอีกฝั่ง สีเทาขาวที่ถูกระงับไว้เดิม กลับกลายเป็นเชี่ยวกรากอีกครั้ง ข้ามผ่านอุปสรรคมากมาย จนแผ่ขยายมาถึงด้านข้างเขา
เสื้อผ้าของเขาเริ่มถูกสีเทาขาวเกาะกิน ทยอยกลายเป็นหินส่วนแล้วส่วนเล่า
ร่างของโมโกซิโดสพลันแผ่กลิ่นเน่าเฟะ ส่วนเน่าเปื่อยเห็นกระดูกแต่เดิม มีน้ำหนองสีเขียวคล้ำปนเหลืองไหลซึมออกมา
น้ำหนองเหล่านี้ปกคลุมร่างของโมโกซิโดสในพริบตา จนร่างกายแยกตัวเป็นจุลชีพนับไม่ถ้วน แล้วอันตรธานหายไป
จุลชีพส่วนหนึ่งยังคงถูกเปลวไฟสีดำพัวพันอยู่ อีกไม่กี่อึดใจก็จะสูญสลายโดยสิ้นเชิง
แต่ก็มีจุลชีพส่วนหนึ่งที่ไม่ได้รับผลกระทบเดิม ฉวยโอกาสหลบหนีการเผาไหม้ของ ‘ไฟประลัยกัลป์’
บัดนี้สีเทาขาวอันเป็นสัญลักษณ์ของ ‘สาปหิน’ ยิ่งเชี่ยวกราก กลืนกินจุลชีพส่วนใหญ่จนกลายเป็นเศษหิน โปรยปรายลงสู่พื้นดิน
ร่างของลูเมี่ยนปรากฏอีกครั้งหน้าป้ายหลุมศพ อมยิ้มพลางยกมือขวา
เพียงพริบตา ทั้งสุสานในหุบเขา ตั้งแต่ท้องฟ้าจรดผืนดิน พลันลุกโชนด้วยเปลวไฟสีดำอันเงียบเชียบชั่วร้าย
ในนรกเปลวไฟดำ ต้นไม้ทุกต้น หญ้าทุกก้าน ต่างเหี่ยวแห้งอย่างทั่วถึง พร้อมกับการพังทลาย ส่วนจุลชีพที่ยังรอดชีวิต ซึ่งแพร่กระจายอยู่รอบป้ายหลุมฝังศพ ต่างสูญเสียพลังวิญญาณและพลังชีวิตไปทีละหนึ่ง
ผ่านไปราวหกเจ็ดวินาที ลูเมี่ยนได้ยินเสียงร้องอันเศร้าโศก ไม่ยอมจำนน คล้ายต้องการสาปแช่งบางสิ่ง ดังแว่วมาจากอากาศ
เขาจึงตระหนักว่าโมโกซิโดสตายไปแล้วจริงๆ
และเนื่องด้วยอำนาจการเผาไหม้ของเปลวไฟสีดำ วิญญาณของอีกฝ่ายจะสลายตัวในอีกหลายสิบวินาทีข้างหน้า ไม่อาจสื่อวิญญาณ ไม่อาจนำมาใช้ประโยชน์ใดได้อีก
ลูเมี่ยนพลิกฝ่ามือ ใช้กระจกดึงมิติรอบๆ ป้ายหลุมฝังศพ รวมถึงวิญญาณของโมโกซิโดส เข้าไปในโลกกระจก เพื่อควบคุม ‘การส่งกลับ’ ของพลังพร
เขาและฟรังก้าตามข้ามผ่านผิวกระจกสีเงิน มาถึงมิติด้านหลังที่สอดคล้องกัน
ระหว่างกระบวนการ ลูเมี่ยนอดนึกถึงการต่อสู้เมื่อสักครู่ไม่ได้
ฝีมือของโมโกซิโดสนั้น เกินความคาดหมายของเขาและฟรังก้าไปมาก
มือซ้ายบวมสีเขียวคล้ำนั่น ราวกับมาจากองค์เทพตัวจริง
เพียงแค่ได้เห็น เพียงแค่จับคว้าอากาศ ก็สามารถทำลายการต่อต้านของลูเมี่ยนได้อย่างสิ้นเชิง ทำเอาระดับเขายังหมดโอกาสหลบหลีก
นี่มันเกินลำดับ 3 อย่างแน่นอน อำนาจถึงระดับเทวทูต ศักดิ์ก็ยิ่งสูงกว่า!
หากเป็นนักบุญลำดับ 3 ของเส้นทางอื่นๆ ได้เผชิญศึกเมื่อครู่ เผชิญการโจมตีเมื่อครู่ คงไม่แคล้วต้องม้วยมรณาคาที่
โชคยังดี ลูเมี่ยนเป็น ‘นางมารยุพนิรันดร์’ พิสดารยากจะฆ่า เชี่ยวชาญการคืนชีพและเกิดใหม่
เหนือสิ่งอื่นใด หากเป็น ‘นางมารยุพนิรันดร์’ คนอื่นก็คงไม่ง่ายเช่นกัน ส่วนใหญ่จะลากให้ ‘คนในกระจก’ ปกติของตนตายไปด้วย พึ่งพาได้แค่ ‘กระจกลับ’ บานที่ซ่อนไว้ล่วงหน้า ซึ่งตัดการเชื่อมต่อส่วนใหญ่กับตัวเองแล้ว จากนั้นก็รอให้ ‘คนในกระจก’ ที่หลับใหลอยู่คืนชีพ ซึ่งต้องใช้เวลาหลายสิบนาที หรือแม้กระทั่งหลายชั่วโมง ไม่อาจย้อนกลับมาร่วมศึกนี้ต่อ
สืบเนื่องจากมือขวาของลูเมี่ยนค่อนข้างพิเศษ อาศัยออร่าตกค้างของ ‘จักรพรรดิโลหิต’ ที่กลายพันธุ์ ตอบสนองและปลดปล่อยออกมา จึงหลุดพ้นจากอิทธิพลของมือซ้ายนั่นได้เล็กน้อยก่อนเวลา แล้วเอาตัวรอดด้วยการกระตุ้น ‘กระจกตัวแทน’ แบบตั้งใจ
แต่ถึงจะทำขนาดนี้ ‘กระจกตัวแทน’ ทุกบานของเขาก็ยังถูกทำลายสิ้น ร่างจริงต้องตายไปครั้งหนึ่ง เพียงแต่ไม่กระทบกับตัวตนในกระจก
และหากไม่มีฟรังก้าช่วยเหลือ พร้อมกับคอยถ่วงเวลา ก่อนเขาจะคืนชีพกลับมา โมโกซิโดสก็คงหนีไปได้
“มือซ้ายนั่นน่ากลัวจริงๆ มีความน่าพรั่นพรึงราวกับเทพเสด็จเยือน…”
“แต่นอกจากมือซ้าย ด้านอื่นๆ ของโมโกซิโดสกลับดูธรรมดาเหลือเกิน แม้กระทั่งด้อยกว่าครึ่งเทพลำดับ 4 เส้นทางเดียวกันที่เคยฆ่า…”
“หรือว่าการมีอยู่ของ ‘มือซ้าย’ นั่น กดอำนาจของพลังอื่นๆ ของโมโกซิโดส? นอกจากนั้นยังส่งผลให้ความคิดและปฏิกิริยาของเขา เกิดความเสื่อมถอยด้วย?”
“ในเมื่ออามุนด์ในอดีต ยังสามารถแก้ไขพลังลำดับต่างๆ ของเส้นทาง ‘นักโจรกรรม’ ได้ องค์ผู้ยิ่งใหญ่ที่ใช้นามแทนว่า ‘เทพแห่งโรค’ ก็ย่อมทำได้เช่นกัน”
“พระองค์ปรับแต่งพลังลำดับต่างๆ ในยามที่ประทานพร จงใจลด ‘ศักดิ์’ ของภาพสะท้อนมือซ้ายตัวเองลง หรือมือซ้ายของเทวทูตข้างบัลลังก์ ให้เหลือแค่เทียบเท่าลำดับ 3”
“แต่ด้วยเหตุนี้จึงต้องลดทอนพลังด้านอื่น พร้อมกับปล่อยให้ผู้รับพรจ่ายราคาเพิ่มเติม?”
ขณะความคิดของลูเมี่ยนแล่นปราด เขามองฟรังก้าครั้งหนึ่ง แล้วหยิบไพ่ ‘แชเรียต’ ออกมาพร้อมกับตราศักดิ์สิทธิ์ ‘เดอะฟูล’
การ ‘ขโมย’ และการ ‘ปลอมแปลง’ ต่อไปนี้ ต้องขอความช่วยเหลือจากมิสเตอร์ ‘เดอะฟูล’ เท่านั้น!
ตัวลูเมี่ยนเองไม่มีพลังในขอบเขตดังกล่าว
จริงอยู่ หากสามารถควบคุมตัวโมโกซิโดสได้ และมีเวลาเพียงพอสำหรับการใช้มนตร์ดำขนาดใหญ่ อาศัยนักบุญผู้นี้เป็นสื่อกลาง เขาก็คงค่อยๆ ติดต่อกับเหล่าผู้ศรัทธา ‘เทพแห่งโรค’ ได้อย่างทั่วถึง จนกระทั่งกลายเป็นเจ้านิกายคนถัดไป
แต่ตอนนี้ เหลือเวลาอีกไม่เกินสามสิบวินาทีแล้ว
……………………………………………………..