ราชันเร้นลับ 2 : วัฏจักรแห่งชะตา (Circle of Inevitability) - ตอนที่ 1055 สองเทพ
- Home
- ราชันเร้นลับ 2 : วัฏจักรแห่งชะตา (Circle of Inevitability)
- ตอนที่ 1055 สองเทพ
ตอนที่ 1055 สองเทพ
ลูเมี่ยนมองดูสุสานที่ย้อมด้วยสีเทาขาว มองดูดวงวิญญาณเล็กๆ ที่ปรากฏรางๆ
เขารีบจุดเทียนสามเล่ม มือหนึ่งกุมตราศักดิ์สิทธิ์ ‘เดอะฟูล’ อีกมือถือไพ่แชเรียต แล้วสวดภาวนาด้วยภาษาเฮอร์มิส
“เดอะฟูลจากต่างยุคสมัย”
“ผู้ปกครองลึกลับเหนือห้วงสายหมอกสีเทา”
“ราชันเหลืองดำผู้ครองพลังโชคลาภ”
“ข้าวิงวอนต่อพระองค์”
“ขอพระองค์โปรดประทานความช่วยเหลือ…”
ในเรื่องนิกายโรค ลูเมี่ยนได้รายงานต่อมิสเตอร์ฟูลไว้ล่วงหน้า พร้อมอธิบายแนวคิดของตนแล้ว ปัจจุบันจึงไม่ต้องบรรยายมากนัก และไม่ต้องจัดแท่นบูชา
หลังเลียนแบบพิธีกรรมสวดวิงวอนเสร็จ ความคิดของลูเมี่ยนและฟรังก้าก็ชะงักงันเล็กน้อย เหมือนกับสมัยที่ยังไม่มีพลังวิเศษ ต้องอดนอนทั้งคืนแล้วยังต้องฝืนเรียนหนังสือ
จากนั้น พวกเขาเสมือนได้เห็นฝ่ามือหนึ่ง
ฝ่ามือที่สวมถุงมือสีดำ
ฝ่ามือดังกล่าวปกคลุมท้องฟ้าเบื้องสูง ดูคล้ายภาพลวงตา มิได้มาเยือนอย่างแท้จริง
เกือบจะพร้อมกัน ดวงแสงพลังวิญญาณเล็กๆ จำนวนนับไม่ถ้วนเริ่มมารวมตัว ประกอบใหม่เป็นวิญญาณของโมโกซิโดสที่กำลังจะมลายหาย
รอบๆ วิญญาณดังกล่าวมีจุดแสงเสมือนจริงทยอยผุดดวงแล้วดวงเล่า ส่วนบนของตัวมันมีเส้นสีเขียวอมเหลืองอันไร้รูปธรรม ทอดยาวสู่เบื้องสูงอันไร้สิ้นสุด
เส้นนั้นพลิ้วไหวทันใด ถูกพลังที่มองไม่เห็นกระชากกลับมา จนปลายทั้งสองเชื่อมต่อกันเป็นระบบปิด ไม่ติดต่อกับภายนอกอีกต่อไป
เพียงเท่านี้ การที่ลูเมี่ยนและฟรังก้าขโมยศรัทธาจากนิกายโรค ก็จะไม่ถูกเจตจำนงอันน่าสะพรึงกลัวนั่นทำให้ปนเปื้อนมลทิน
สำหรับการดำรงอยู่อันยิ่งใหญ่ระดับนี้ หากอ้างนามของพระองค์ ก็จะกลายเป็นพระองค์ แม้นั่นเป็นเพียงนามเรียกขานอย่างหนึ่งก็ตาม
ก่อนหน้านี้ไม่มีใครเผยแผ่ศาสนาในนาม ‘เทพแห่งโรค’ และต่อมาคำเรียก ‘เทพแห่งโรค’ ก็สร้างความเชื่อมโยงกับพระองค์มาระยะหนึ่งแล้ว นี่จึงเปรียบดังพระองค์ เพียงแต่ไม่แน่นแฟ้นเท่านามอันทรงเกียรติแท้จริง
เมื่อเส้นเสมือนจริงที่เชื่อมหลักยึดเหนี่ยวกับเป้าหมายการศรัทธา เข้าสู่สภาวะวนรอบตัวเองแล้ว จุดแสงที่ล้อมรอบดวงวิญญาณตกค้างของโมโกซิโดส ก็ลอยพุ่งไปหาลูเมี่ยนทันที
เบื้องหน้าลูเมี่ยนปรากฏภาพฉากต่างๆ
มันคือตัวแทนของ ‘ผู้รับพร’ ที่ทราบนามอันทรงเกียรติของโมโกซิโดส
ผู้ศรัทธาธรรมดาไม่มีสิทธิ์รับรู้และสวดนามของทูตผู้แทน ‘เทพแห่งโรค’
พวกเขาเพียงแค่สวดภาวนาเงียบๆ ตามการข่มขู่ ตามคำเทศนาของผู้เผยแผ่ ตามความเข้าใจของตน โดยเติมคำนำหน้าให้ ‘เทพแห่งโรค’ และทูตผู้แทน ‘เทพแห่งโรค’
นี่ก็ถือเป็นหลักยึดเหนี่ยวเช่นกัน แต่จะไม่มีจุดแสงปรากฏแบบนี้
ลูเมี่ยนเร่งกวาดตามอง พบว่าในบรรดาผู้รับพรเหล่านี้ มีเพียงคนเดียวที่ถือครองเทวบารมี และเห็นได้ชัดว่ายังเป็นรองโมโกซิโดสผู้ครอบครอง ‘หัตถ์ซ้ายของเทพ’ มาก
มีแค่ลำดับ 4 คนเดียว? ที่เหลือล้วนเป็นลำดับกลางและต่ำ…นิกายโรคในเขตทรีอาร์มีกำลังรบแค่นี้เอง? ต้องระวังครึ่งเทพลำดับ 4 เป็นสองเท่า เขาอาจมองทะลุการปลอมตัวของเรากับฟรังก้า ดูออกว่าเป็นผู้หมิ่นเทพที่กำลังฉ้อโกงศรัทธา…เขาต้องรู้นามอันทรงเกียรติของ ‘เทพแห่งโรค’ บางส่วน หรืออาจจะครบถ้วนด้วยซ้ำ…ลูเมี่ยนเพิ่งคิดได้เท่านี้ ก็พบว่าภายในจุดแสง ‘ผู้สั่งตาย’ คนนั้นหยิบถุงมือสีดำคู่หนึ่งออกจากที่ใดไม่ทราบ สวมใส่ลงบนมือ แล้วผงกศีรษะเบาๆ ข้ามความว่างเปล่า
เขาถูกมิสเตอร์ฟูลควบคุมแล้ว? หรือเป็นการเข้าสิง? ลูเมี่ยนมั่นใจขึ้นเป็นทวีคูณ รีบสวมต่างหู ‘คำลวง’ เปลี่ยนโครงสร้างลำคอ เลียนแบบเสียงของโมโกซิโดส ประกาศสั่งการเหล่าผู้รับพรซึ่งแทนตัวด้วยจุดแสงต่างๆ
“สถานการณ์เปลี่ยนแปลง ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป ‘เทพแห่งโรค’ ผู้ยิ่งใหญ่จะค่อยๆ เสด็จเยือนโลกความจริงในรูปแบบทวิเทพ ทั้งสองพระองค์คือ ‘เทพแห่งโรคระบาด’ และ ‘เทพแห่งไข้’ ทั้งสองเป็นทั้งเพศชาย และเป็นสตรี…”
นี่จะชี้ไปหาลูเมี่ยนกับฟรังก้า สอดคล้องกับธรรมชาติแท้จริงของพวกเขา
ส่วนจินนา ปัจจุบันยังหาคำอธิบายสมเหตุสมผลมาเสริมให้เธอไม่ได้ คงต้องรอให้ลูเมี่ยนกับฟรังก้าควบคุม ‘นิกายโรค’ ในเขตทรีอาร์ได้อย่างแท้จริงเสียก่อน ค่อยเปลี่ยนหลักคำสอนและเพิ่มนักบุญใหม่ อีกทั้งจินนายังห่างจากลำดับ 3 อยู่พอสมควร
“รีบเผยแพร่หลักคำสอนใหม่แก่ผู้ศรัทธาโดยเร็ว กระตุ้นให้ทุกคนจดจำนามอันทรงเกียรติของเทพทั้งสอง และสวดภาวนาต่อพระองค์”
“องค์แรกคือ”
“สุภาพสตรีที่เก่าแก่กว่ายุคสมัย ข้ารับใช้ภัยพิบัติ บุตรแห่งโรคระบาดและไข้ ผู้ทำลายที่เดินในเงามืด ผู้นำทางเหล่าลูกแกะหลงทางแห่งกรุงทรีอาร์ เทพแห่งโรคระบาดผู้ยิ่งใหญ่”
ลูเมี่ยนยืมใช้จุดเด่นของพี่สาวโอลัวร์ แล้วปะติดปะต่อกับความพิเศษของตัวเอง ไม่ว่าจะเป็น ‘ข้ารับใช้ภัยพิบัติ’ หรือ ‘บุตรแห่งโรคระบาดและไข้’ และ ‘ผู้ทำลาย’ ล้วนมาจากพลังปลายเส้นทาง ‘นักล่า’ และ ‘นางมาร’ ที่เขาได้รับพรมา จนฝ่ามือเกิดการกลายพันธุ์
อีกทั้งยังสอดคล้องกับคำอธิบายว่า แยกตัวออกมาจาก ‘เทพแห่งโรค’ จึงไม่ทำให้เหล่าผู้รับพรเกิดความสงสัย
ด้วยวิธีนี้ แม้ไม่ใช้ชื่อจริง แต่อ้างตัวเป็น ‘เทพแห่งโรคระบาด’ แทน ก็ยังสามารถชี้มาหาตนได้อย่างแม่นยำ เพราะถึงแม้ไม่มีประโยคสุดท้าย ห้าประโยคแรกที่เรียงตามรูปแบบปกติ ก็สามารถล็อกเป้าหาเขาได้แล้ว
นี่ยังเป็นการเพิ่มหลักยึดเหนี่ยวให้โอลัวร์ไปพร้อมกัน
“องค์ที่สองคือ”
“ตัวตนที่อยู่เหนือยุคสมัย ผู้เยาว์วัยนิรันดร์ ทูตแห่งไข้และโรคระบาด สตรีผู้หว่านทุกข์โศกและสิ้นหวัง ผู้พิทักษ์จิตวิญญาณแห่งการผจญภัยของมนุษย์ เทพแห่งไข้ผู้ยิ่งใหญ่”
นี่จะชี้ไปหาฟรังก้า
เพื่อให้คำบรรยายเหล่านี้ รวมกันแล้วแม่นยำไม่คลาดเคลื่อน ฟรังก้าจึงเลียนแบบมิสเตอร์ฟูล โดยใส่ความพิเศษของการเป็นผู้ข้ามมิติเข้าไปในคำบรรยายด้วย
บุคคลที่เป็นทั้งผู้ข้ามมิติและ ‘นางมารยุพนิรันดร์’ บนทวีปเหนือใต้ ปัจจุบันมีเธอคนเดียวเต็มๆ กับโอลัวร์อีกครึ่งคน
แน่นอนว่า หากใช้แค่ ‘ตัวตนที่อยู่เหนือยุคสมัย’ กับ ‘ผู้เยาว์วัยนิรันดร์’ แค่สองนิยาม ฟรังก้าไม่กล้าพนันว่า ในจักรวาลนี้จะไม่มียอดฝีมือคนอื่นที่ตรงตามนิยาม
บนส่วนลึกของนภาดาว ในมิติอื่นๆ อาจมีตัวตนซ่อนเร้นที่ดำรงอยู่มาตั้งแต่ก่อนการตื่นครั้งแรก และไม่แก่ชราจวบจนปัจจุบัน
ยิ่งไปกว่านั้น ในสมัยอดีตกาล ดูเหมือนจะมีแค่สิ่งมีชีวิตบนดาวเคราะห์โลกเท่านั้น ที่เผชิญกับภัยพิบัติคร่าชีวิตหมู่
แต่การดำรงอยู่เช่นนั้น คงไม่อาจเรียกว่า ‘คน’ ได้อีกต่อไป
หลังใช้นิยามสองประโยคแรกยึดโยงตัวเองเบื้องต้นแล้ว ฟรังก้าก็หยิบเอาข้อที่เคยคิดไว้ แต่ไม่เหมาะจะใส่ในนามอันทรงเกียรติของนักบุญผู้พิทักษ์ประจำศาสนจักรเดอะฟูลมาใช้
เธอคัดกรองเฉพาะที่เข้ากับหลักคำสอนของนิกายโรค และเพิ่ม ‘ผู้พิทักษ์จิตวิญญาณแห่งการผจญภัยของมนุษย์’ ซึ่งเป็นนามอันทรงเกียรติที่ถูกลูเมี่ยนแดกดัน แต่พอคิดดูดีๆ แล้วก็เข้าท่าอยู่
วิธีนี้สามารถแยกแยะเธอกับโอลัวร์ได้ดี อีกทั้งยังค่อนข้างเป็นกลาง สามารถเป็นจุดเริ่มต้นให้เธอกับลูเมี่ยนค่อยๆ ปฏิรูปหลักคำสอนของนิกายโรคในภายหลัง
และเมื่อมีนามอันทรงเกียรติห้าประโยคนี้แล้ว ‘เทพแห่งไข้ผู้ยิ่งใหญ่’ ก็จะมีหรือไม่มีก็ได้
แต่ก็ไม่ได้ไร้ประโยชน์เสียทีเดียว เมื่อเวลาผ่านไป คำเรียก ‘เทพแห่งไข้’ จะค่อยๆ เชื่อมโยงกับฟรังก้าทีละนิด หากภายหน้าเธอสามารถกลายเป็นเทวทูตได้ ‘เทพแห่งไข้’ ก็จะเท่ากับเธออย่างแท้จริง
หลังสั่งการเรื่องสำคัญที่สุดเสร็จ ลูเมี่ยนเห็นเหล่าจุดแสงเสมือนจริงกลับมาเป็นขนาดเดิม ยังคงล้อมรอบตัวเขาอยู่
พวกมันถูก ‘ปลูกถ่าย’ มาที่ตัวเขาแล้ว
แน่นอนว่านี่ไม่ใช่การปลูกถ่ายถาวร และลูเมี่ยนก็ไม่ต้องการให้มันถาวรด้วย
หากไม่ใช่เพราะต้องการให้ผู้รับพรเหล่านี้ไปเผยแผ่ศาสนา เปลี่ยนความเชื่อของผู้ศรัทธา เขาคงกำจัดทุกคนทิ้งไปแล้ว ไม่เหลือใครรอดชีวิตไว้สักคน
คนพวกนี้ล้วนปนเปื้อนมลทินสถานหนัก และเคยได้รับพรจาก ‘ตัวตนนั่น’ สำหรับลูเมี่ยนที่หวังแย่งชิงตำแหน่ง ‘เทพแห่งโรค’ ทุกคนคือระเบิดเวลาอย่างแท้จริง และแทบจะหมดหนทางเยียวยาให้หายเป็นปกติ
“ช่วงนี้ต้องคอยจับตาพวกเขาอย่างใกล้ชิด รอให้ผู้ศรัทธา ‘เทพแห่งโรค’ ส่วนใหญ่ในเขตทรีอาร์ สร้างความเชื่อมโยงกับเราและฟรังก้าก่อน ค่อยทยอยกำจัดผู้รับพรพวกนี้ทิ้ง…การ ‘ปลูกถ่าย’ หลักยึดเหนี่ยวจะคงอยู่ได้อย่างน้อยหนึ่งเดือน ซึ่งก็เพียงพอแล้ว…” ลูเมี่ยนผ่อนลมหายใจช้าๆ แล้วขอบคุณอย่างจริงใจต่อมิสเตอร์ฟูลที่ช่วยเหลือ
อำนาจที่ทำให้เขากับฟรังก้าสมองตื้อ เริ่มจางลงทีละนิด
ทันใดนั้น ลูเมี่ยนมองไปยังดวงวิญญาณตกค้างของโมโกซิโดส ซึ่งลอยอยู่กลางอากาศ
เขาค่อนข้างแปลกใจที่มันยังไม่สลายไปโดยสมบูรณ์
ตามการประเมินของลูเมี่ยน พอมาถึงโลกในกระจก โมโกซิโดสน่าจะอยู่ได้อย่างมากราวๆ สามสิบวินาที แล้วก็จะดับสูญโดยสิ้นเชิง แม้แต่สื่อวิญญาณก็ทำไม่ได้
แต่ตอนนี้ดูเหมือนว่า อีกฝ่ายยังดำรงอยู่ได้อีกราวๆ ยี่สิบวินาที
อนึ่ง สิ่งต่างๆ ที่ลูเมี่ยนเพิ่งกระทำลงไป ไม่มีทางใช้เวลาแค่สิบวินาทีแน่นอน ลำพังส่วนที่กล่าวนามอันทรงเกียรติก็เกินแล้ว!
“การจ้องมองของมิสเตอร์ฟูล ทำให้กระแสเวลาช้าลง?”
“ไม่…ไม่ใช่ช้าลง การกระทำของเรา คำพูดของเรา ไม่มีอะไรช้าลงเลย…”
“กระแสเวลาที่ช้าลง มีผลเฉพาะกับดวงวิญญาณโมโกซิโดส? หรือมิสเตอร์ฟูลประทานเวลาเพิ่มให้ดวงวิญญาณของโมโกซิโดส?”
“เป็นอำนาจระดับสูงของเส้นทาง ‘นักโจรกรรม’?”
ขณะที่ความคิดของลูเมี่ยนวุ่นวาย เขารีบใช้ ‘สื่อวิญญาณด้วยกระจกวิเศษ’
น่าจะยังทันได้ถามสักหนึ่งข้อ!
ลูเมี่ยนไม่กังวลว่า นี่จะทำให้ตนถูกองค์ซ่อนเร้นที่สาวกนิกายโรคศรัทธาจ้องมอง เพราะการเชื่อมต่อระหว่างโมโกซิโดสกับอีกฝ่ายถูกตัดขาดแล้ว ปลายทั้งสองเชื่อมกัน วนเป็นวงจรในตัวเอง
ซึ่งในประเด็นเกี่ยวกับโมโกซิโดสและนิกายโรค ลูเมี่ยนมีข้อสงสัยอยู่ไม่น้อย
คำนึงจากจุดแสงคำภาวนาที่เห็นเมื่อครู่ นิกายโรคในเขตทรีอาร์มีผู้รับพรแค่สิบกว่ายี่สิบคน
เห็นได้ชัดว่าขนาดไม่ใหญ่เลย
แต่ในกลุ่มผู้รับพรไม่ถึงยี่สิบคนนั่น กลับมีโมโกซิโดสลำดับ 3 หนึ่งคน และ ‘ผู้สั่งตาย’ ลำดับ 4 อีกหนึ่งคน
สัดส่วนนี้เกินจริงไปหรือไม่?
เมื่อในอดีต สังฆานุกรประจำเขตในกรุงทรีอาร์อย่าง ‘007’ ซึ่งเป็นแค่ลำดับ 5 แต่ก็ยังมีผู้วิเศษใต้บังคับบัญชาสองทีม เกือบสิบห้าคน
ถึงแม้ผู้รับพรกับผู้เลื่อนลำดับด้วยโอสถ จะเปรียบเทียบกันไม่ได้ แต่สถานการณ์ของนิกายโรคก็ยังน่าสงสัย
ตามปกติแล้ว ทีมขนาดนี้มีครึ่งเทพลำดับ 4 หนึ่งคนก็ถือว่าสุดขีดแล้ว และนั่นก็เพราะเขตทรีอาร์มีความสำคัญยิ่ง
ดังนั้น ลูเมี่ยนจึงอยากถามโมโกซิโดสว่า เขาทำคุณูปการพิเศษใด ถึงได้รับพรกลายเป็นลำดับ 3 โดยที่ลูกน้องบางส่วนก็ถูกยกระดับไปพร้อมกัน
ในนี้อาจซ่อนความลับสำคัญมากอยู่
ไม่นานนัก ‘สื่อวิญญาณด้วยกระจกวิเศษ’ ที่ได้รับการสอนจากฟรังก้าก็เสร็จสมบูรณ์ในมือลูเมี่ยน
บนกระจกแต่งหน้าที่เขาหยิบออกมา ดวงวิญญาณของโมโกซิโดสที่จางลงเรื่อยๆ ปรากฏขึ้น
ลูเมี่ยนเร่งถาม
“มือซ้ายของแกได้รับพรจากความสำเร็จใด?”
ใบหน้าที่ซีดขาวและโปร่งใสมากขึ้นเรื่อยๆ ของโมโกซิโดส เผยความคลั่งไคล้อย่างไม่เก็บซ่อน
เขาพูดด้วยเสียงต่ำแหบแห้ง
“หลังจากเหตุการณ์วังวน…”
……………………………………………………..