ราชันเร้นลับ 2 : วัฏจักรแห่งชะตา (Circle of Inevitability) - ตอนที่ 1056 ชุมนุม
- Home
- ราชันเร้นลับ 2 : วัฏจักรแห่งชะตา (Circle of Inevitability)
- ตอนที่ 1056 ชุมนุม
ตอนที่ 1056 ชุมนุม
“หลังจากเหตุการณ์วังวน…” โมโกซิโดสพูดต่อ “พระองค์ทรงประทานพรแก่ฉันเป็นพิเศษ ให้ฉันอยู่ในทรีอาร์ อย่าไปทำอะไรอื่น อย่าเปิดเผยตัวตน”
“ไม่ใช่เพราะแกทำคุณูปการพิเศษหรอกหรือ?” ลูเมี่ยนรีบถามต่อ
ตอนที่ได้ยินคำว่า ‘วังวน’ เขานึกว่าจะพบจุดสำคัญแล้ว แต่ใครจะไปคิดว่า คำตอบของโมโกซิโดสกลับแตกต่างจากที่คาดคะเนไว้โดยสิ้นเชิง
นี่ยิ่งน่าสงสัยหนักกว่าเดิม!
“เพราะฉันศรัทธายังไงล่ะ” โมโกซิโดสพูดอย่างคลั่งไคล้ “เมื่อเทียบกับ ‘สมาคมมลายสิ้นสรรพสิ่ง’ แล้ว พวกเราเหมือนเป็นส่วนเกินที่ถูกมองข้าม ทำอะไรได้น้อย พระองค์ที่ประทานพรแก่ฉันเป็นพิเศษ ก็คงมีอะไรมากไปกว่าเพราะฉันศรัทธา…”
เขายังพูดไม่จบ ดวงวิญญาณที่หลงเหลืออยู่ก็จางลง จนไม่อาจรองรับการสื่อวิญญาณได้ต่อ
ลูเมี่ยนกับฟรังก้าได้แต่มองดูเขาสลายไปอย่างสิ้นเชิงต่อหน้าต่อตา
ฟรังก้าหยิบ ‘ปืนสั่งได้’ ออกมา แล้ววางไว้ตรงตำแหน่งที่จุดแสงสีเขียวอมเหลืองรวมตัว
เนื่องจากที่นี่เป็นโลกในกระจกธรรมดา พลังพรที่หวนคืนจึงได้รับผลกระทบเพียงบางส่วน ตกตะกอนลงมาใหม่ แต่ส่วนใหญ่ก็ยังคงหลุดออกไป
ขณะรอให้พลังของ ‘ปืนสั่งได้’ ถูกเติมเต็ม จนเกิดการกลายพันธุ์ยิ่งกว่าเก่า ฟรังก้าก็พูดกับลูเมี่ยน
“ไม่ต้องทำคุณูปการอะไรเลย ก็ได้รับพรเทียบเท่าลำดับ 3 แล้วหรือ?”
“ฉันนึกว่าการได้เป็น ‘นางมารยุพนิรันดร์’ ของตัวเองนับว่าสบายแล้ว ไม่คิดว่าจะมีอะไรสบายกว่านี้อีก”
ลูเมี่ยนพูดยิ้มๆ
“ตอนคุณอยู่พรรคซาฟาห์ ไม่เคยสังเกตหรือ? ถ้าจู่ๆ มายัดปืนให้ ก็แน่นอนว่าต้องให้ไปทำเรื่องอันตราย ให้ไปเป็นเศษกระสุน”
“อา…ไม่มีอาหารกลางวันฟรีหรอก ยิ่งฟรียิ่งแพง” ฟรังก้าเข้าใจความหมายของลูเมี่ยน “พระองค์ที่นิกายโรคนับถือ ประทานพรให้พวกโมโกซิโดสมากกว่าเดิม สั่งให้พวกเขาแฝงตัวในเขตทรีอาร์ ก็เพื่อให้ไปทำภารกิจสำคัญบางอย่างในอนาคตอันใกล้ ต่อให้ต้องเสียสละทุกคนก็ตาม?”
“น่าเสียดายที่นิกายโรคเป็นนิกายชายขอบ ถ้าเราจับนักบุญลำดับ 3 ของ ‘สมาคมมลายสิ้นสรรพสิ่ง’ ได้ บางทีอาจได้รู้ปัญหาที่แท้จริง”
นี่ดูได้จากชื่อลำดับพรต้นๆ ของเส้นทาง ‘ผู้ป่วย’ ผู้ศรัทธาของพระองค์ผู้ยิ่งใหญ่นั่น ย่อมมีแนวโน้มตามธรรมชาติที่จะกัดกร่อนชนชั้นกลางถึงสูงของทรีอาร์ ค่อยๆ ทำให้ระบบโครงสร้างเน่าเปื่อย
ไข้และโรคระบาดเป็นเพียงสองในหลายอำนาจของพระองค์เท่านั้น
“ใช่เลย” ฟรังก้าถอนหายใจ “ไม่ว่ายังไง ถอนตะปูได้ตัวหนึ่งก็นับว่าดี ฝั่งนิกายโรคไม่ต้องกังวลชั่วคราวแล้ว”
ตอนนี้ ‘ปืนสั่งได้’ ของเธอเกิดการเปลี่ยนแปลงขึ้นบ้าง ตัวปืนพองออกเล็กน้อย และติดสีเขียวอมฟ้าจางๆ
ฟรังก้าใช้ใยแมงมุมดึงปืนลูกโม่กลับมา แล้วใช้วิธีถามพลังวิญญาณตนเองเพื่อรับรู้ ‘ผลลัพธ์’ สุดท้าย
การยิงที่มีผลอย่างใดอย่างหนึ่งระหว่าง ‘สั่งตาย’ และ ‘ไม่พลาดเป้า’ กลับมามีอีก 13 นัด และยังเพิ่มผลพิเศษใหม่อีกอย่างหนึ่ง ซึ่งทำให้ศัตรูถูกข่มขวัญ ความคิดเสื่อมโทรม ทั้งความคิดและการกระทำได้รับผลกระทบอย่างหนัก
ผลนี้ไม่จำเป็นต้องยิงโดน แค่ล็อกเป้าหมายและยิงออกไป อีกฝ่ายก็จะเกิดอาการคล้ายกันแล้ว
และหากถูกกระสุนที่มีผลพิเศษนี้ยิงโดนจริงๆ หากไม่ได้ใช้พลังประเภทตัวแทนไว้ล่วงหน้า ร่างหลักจะเสื่อมถอยและมุ่งสู่ความตายอย่างไม่อาจเลี่ยง แต่สิ่งนี้จะไม่กระทบถึงกระจกที่ ‘นางมารยุพนิรันดร์’ ซ่อนไว้ล่วงหน้าและตัดขาดการเชื่อมโยงทางศาสตร์เร้นลับส่วนใหญ่
“เทียบกับหัตถ์ซ้ายต้นฉบับไม่ได้หรอก ไม่ได้ทำให้เป้าหมายรู้สึกเหมือนเผชิญหน้ากับเทพเสด็จเยือนจริงๆ จนขยับไม่ได้เลย แม้แต่คิดยังทำไม่ได้”
“แต่อย่างน้อยก็ช่วยเปิดโอกาส ช่วงเวลาแวบเดียวนั้นมีประโยชน์มาก ทำให้ศัตรูตอบโต้ไม่ทัน…” ฟรังก้าอธิบายคร่าวๆ สองสามประโยค
เธอรีบตั้งชื่อผลพิเศษนี้ว่า ‘เทพจับจ้อง’ ใช้ได้เพียง 1 ครั้ง
จากนั้นฟรังก้าก็ทอดถอนใจ
“เสียดายที่รีบร้อนเกินไป ไม่ได้เอา ‘เหมันต์เยี่ยมเยือน’ ของอ็องโตนีมาด้วย ไม่งั้นอาวุธของเขาก็จะถูกเติมพลังเช่นกัน”
ฟรังก้ากับลูเมี่ยนตอนแรกคิดว่า หัวหน้าของดาร์เบโรอย่างมากก็แค่ ‘ผู้สั่งตาย’ ลำดับ 4 แม้จะเตรียมแผนรับมือนักบุญลำดับ 3 ไว้ด้วย แต่นั่นไม่ใช่ทิศทางหลัก พอต้องปฏิบัติจริงจึงค่อนข้างรีบร้อน การเตรียมการที่ควรทำหลายอย่างไม่ได้ทำ ได้แต่อาศัยคุณสมบัติแปลกประหลาดและฆ่ายากของ ‘นางมารยุพนิรันดร์’ ฝืนเผชิญหน้าและขวางเป้าหมายไว้
“ยังมีโอกาสอยู่” ลูเมี่ยนยิ้มน้อยๆ
เขาหมายถึงครึ่งเทพลำดับ 4 ที่ตอนนี้ถูก ‘มิสเตอร์ฟูล’ ควบคุมอยู่
แน่นอน ต้องดูก่อนว่า ‘มิสเตอร์ฟูล’ จะใช้หุ่นเชิดนั้นทำอะไรหรือไม่
ฟรังก้า ‘อืม’ เบาๆ แล้วเปลี่ยนเรื่องพูด
“เวลาชุมนุมถูกกำหนดแล้ว คืนวันเสาร์สี่ทุ่ม คุณได้รับข่าวแล้วใช่ไหม?”
“ได้รับแล้ว” ลูเมี่ยนพยักหน้า
…………
คืนวันเสาร์เวลาสี่ทุ่ม ในพระราชวังโบราณอันทรุดโทรมแห่งอาณาจักรราตรี
ร่างของลูเมี่ยนปรากฏอย่างรวดเร็ว
เขาแต่งตัวเป็นจอมเวทอีกครั้ง สวมหน้ากากครึ่งหน้าสีเงินขาว
รออีกห้านาที ‘ดาบซ่อนแขน’ ฟรังก้าที่ยังคงสวมชุดนักลอบสังหาร ก็เดินมาหน้าเก้าอี้หินตัวใหญ่ กระแอมแล้วพูดว่า
“ทุกท่าน ฉันมีเรื่องจะประกาศ”
เสียงของเธอไม่ดังนัก แต่กลับดังออกมาจากสิ่งของที่มีพื้นผิวเป็นกระจก ซึ่งเหล่าสมาชิก ‘สมาคมวิจัยลิงบาบูนขนหยิก’ หลายคนพกติดตัว ทำให้ทุกคนได้ยินอย่างชัดเจน
“เจ๋งมาก ดาบซ่อนแขน” มีคนชื่นชมทันที
สิ่งที่ ‘ดาบซ่อนแขน’ เคยทำ รวมถึงภาพลักษณ์เก่าที่สร้างไว้ก่อนหน้านี้ ทำให้ทุกคนไม่ได้เคารพและเกรงกลัวเธอเหมือนกับที่มีต่อมาดามเฮล่าหรือ ‘แกนดาล์ฟ’ แต่คบหากันในฐานะเพื่อนซี้มากกว่า
ฟรังก้ายิ้มมุมปาก
“พวกคุณพูดถูก เรื่องแรกที่ฉันจะประกาศก็คือ”
“สุภาพสตรีและสุภาพบุรุษทั้งหลาย ฉันกลายเป็นครึ่งเทพแล้ว!”
ขณะที่สมาชิกสมาคมวิจัยจำนวนมากตาค้างปากอ้า ไม่อยากเชื่อ และเตรียมจะใช้คำหยาบเพื่อแสดงอารมณ์ภายใน ผมยาวสีเชือกป่านที่ยื่นออกมาจากเสื้อคลุมมีฮู้ดของฟรังก้าก็ลอยสูง เปลี่ยนเป็นสีดำและหนาขึ้นเล็กน้อย
สิ่งนี้ทำให้สมาชิก ‘สมาคมวิจัยลิงบาบูนขนหยิก’ ส่วนใหญ่รู้สึกหวาดกลัวอย่างไร้เหตุผล ก้มหัวลงโดยสัญชาตญาณ ราวกับมีกระแสไฟฟ้าเส้นเล็กๆ พาดผ่านตัว
นี่ไม่ใช่การเผยร่างสัตว์ในตำนานที่ไม่สมบูรณ์ ฟรังก้าก็ไม่กล้าทำ เธอแผ่กลิ่นอายเทวบารมีเล็กน้อย เพื่อเพิ่มความน่าเชื่อถือให้คำพูดของตน
ทั่วทั้งพระราชวังบรรพกาลพลันเงียบสงัด
หลังจากผ่านไปครู่หนึ่ง พอทุกคนได้สติกลับมา ก็อยากจะแสดงความเห็นต่างๆ พูดคำอุทานหลากหลาย แต่ก็นึกถึงสิ่งที่ ‘ดาบซ่อนแขน’ เพิ่งแสดงให้เห็น จึงหุบปากอีกครั้ง
นั่นคือกลิ่นอายของเทวบารมี
‘ดาบซ่อนแขน’ กลายเป็นครึ่งเทพครึ่งคนแล้ว
ฟรังก้าอวดโดยเจตนา เพื่อเพิ่มความน่าเชื่อถือให้คำพูดหลังจากนี้เป็นหลัก พอเห็นแบบนั้นจึงพูดต่อทันที
“ทุกคนยังเป็นพี่น้องกันอยู่ อย่าเกร็งขนาดนั้นสิ”
“ฉันเป็นคนแบบไหน ผ่านมาหลายปีขนาดนี้แล้ว พวกคุณยังไม่รู้อีกหรือ?”
“ถ้าพวกคุณไม่พูดคำหยาบสักหน่อย ไม่อุทานว่า ‘ดาบซ่อนแขน’ ทำไมถึงเก่งขึ้นกะทันหันแบบนี้? ไม่ยอมแสดงความตกใจและชื่นชมออกมา ฉันก็อวดเก้อน่ะสิ?”
ใช่ใช่ใช่ กลิ่นอายของ ‘ดาบซ่อนแขน’ กลับมาแล้ว! สมาชิกสมาคมวิจัยผ่อนคลายลงมากทันใด เหมือนกับคนในกลุ่มโทรเลขนั่นแหละ ต่างก็เล่าถึงความตกใจและชื่นชมของตน
ฟรังก้าได้รับความสุขทันที
เธอต้องยอมรับว่า จุดประสงค์เล็กๆ ส่วนหนึ่งที่เธอจงใจแสดงพลัง ก็คือการอวดนั่นเอง
พอการพูดคุยของทุกคนสงบลงบ้าง ฟรังก้าก็กล่าวด้วยเสียงต่ำทุ้ม
“เรื่องที่สองที่จะประกาศ ฉันได้รับข่าวว่า ลัทธิชั่วร้ายบนทวีปเหนือ ทวีปใต้ และห้าห้วงสมุทร จะก่อเรื่องใหญ่ในหนึ่งสองปีนี้ ซึ่งอาจนำมาซึ่งภาพวันสิ้นโลก”
“ถ้าพวกคุณมีโอกาสเลื่อนลำดับ ก็พยายามเลื่อน ถ้าไม่มีก็ไม่เป็นไร ใช้ชีวิตให้มีความสุข พอถึงเวลาก็ไปหลบในที่อย่างมหาวิหารของเมืองใหญ่ๆ”
“ตราบใดที่พวกเทพแท้จริงยังต้านทานได้ สถานการณ์ก็ไม่สิ้นหวังเกินไปนัก แต่ถ้าต้านไม่ไหว ทุกคนก็รักษาชีวิตที่มีประโยชน์ไว้ก่อน ดูสถานการณ์แล้วค่อยตัดสินใจว่าจะทำอย่างไร”
“ความเห็นส่วนตัวของฉันนะ หายนะย่อมเกิดขึ้นแน่ แต่ก็มีโอกาสผ่านพ้นไปได้”
สมาชิก ‘สมาคมวิจัยลิงบาบูนขนหยิก’ มองหน้ากัน ทั้งงุนงงและสงสัย
ถ้าไม่ใช่เพราะ ‘ดาบซ่อนแขน’ กลายเป็นนางมารครึ่งเทพแล้ว พวกเขาคงคิดว่าอีกฝ่ายกำลังล้อเล่นหรือแกล้งอำ
ไฉนวันสิ้นโลกถึงมาเยือนกะทันหันแบบนี้?
ไม่มีลางบอกเหตุ ไม่มีคำพยากรณ์เลยหรือ?
ทุกคนพากันมองไปยัง ‘เฮล่า’ มองไปยัง ‘แกนดาล์ฟ’ เมื่อเทียบกับ ‘ดาบซ่อนแขน’ ที่เพิ่งเป็นครึ่งเทพ สองท่านนี้มีความน่าเชื่อถือและน่าไว้ใจมากกว่า
‘เฮล่า’ เดินมาข้างฟรังก้า กวาดตามองรอบวงแล้วเอ่ยปาก
“สมาชิกที่อยู่ในทรีอาร์ พยายามย้ายออกไปภายในครึ่งปี เมืองนี้จะเป็นหนึ่งในจุดสำคัญที่ปัญหาจะระเบิด”
“ต่อให้ชอบชีวิตในทรีอาร์จริงๆ ก็รอให้เรื่องราวผ่านพ้นไปก่อน แล้วค่อยกลับมาใหม่”
นี่เท่ากับรับรองคำพูดของฟรังก้าเมื่อครู่ทางอ้อม
สมาชิก ‘สมาคมวิจัยลิงบาบูนขนหยิก’ ทันใดก็อื้ออึง พากันถามปากต่อปาก
“จะเกิดเรื่องอะไรขึ้นกันแน่?”
“ที่ไหนจะปลอดภัยกว่ากัน?”
“ไปอยู่ชนบทห่างไกลจะโดนลูกหลงไหม?”
“…”
ฟรังก้ายกมือข้างเดียวกดลง ส่งสัญญาณให้ทุกคนใจเย็น
“รายละเอียดไม่ชัดเจน”
“พวกคุณก็คิดเสียว่า เป็นคำพยากรณ์ของนักพยากรณ์แล้วกัน อาจไม่ได้มีการตีความแบบเดียวก็ได้”
ท่ามกลางเสียงพูดคุยวิพากษ์วิจารณ์ของทุกคน เธอกับ ‘เฮล่า’ ก็เดินลงจากขั้นบันได
‘แกนดาล์ฟ’ มายังตำแหน่งที่พวกเธอเพิ่งยืนอยู่ ไม่แสดงความประหลาดใจหรือตกใจต่อเรื่องวันสิ้นโลกเลย
ประธาน ‘สมาคมวิจัยลิงบาบูนขนหยิก’ ท่านนี้มองกวาดทุกคนๆ แล้วพูดว่า
“ผมขอเสริมอีกนิด”
“พยายามไปหลบในเมืองใหญ่ๆ แต่อย่าไปเมืองหลวงของแต่ละประเทศ”
การยืนยันต่อเนื่องกัน ทำให้บรรยากาศการชุมนุมหนักอึ้งทันที แต่ยังไม่ถึงขั้นแข็งทื่อและสิ้นหวัง
จุดรวมตัวของกลุ่ม ‘วิทยาลัย’ ก็ไม่ต่างกัน
‘ศาสตราจารย์’ ที่ผูกผ้าพันคอผีเสื้อ มองหน้าลูเมี่ยนแล้วเอ่ยถาม
“มักเกิ้ล คุณสนิทกับ ‘ดาบซ่อนแขน’ พอจะมีรายละเอียดเพิ่มเติมบ้างไหม?”
“ไม่มี” ลูเมี่ยนเสริมต่อ “ฉันทราบเพียงว่า ศาสนจักร ‘สุริยันเจิดจรัส’ ย้ายกองกำลังเกือบครึ่งมาประจำการที่กรุงทรีอาร์”
หลังจากพวก ‘ตารางธาตุ’ ‘ไอโซโทป’ ‘รองศาสตราจารย์’ พูดคุยกันไปสักพัก ลูเมี่ยนก็พูดอย่างครุ่นคิด
“ฉันมีเรื่องจะเตือนพวกคุณ หลังจากกลายเป็น ‘จอมเวท’ แล้ว ได้ถูก ‘ปราชญ์เร้นลับ’ ยัดเยียดความรู้มากมาย ในนั้นมีบางส่วนเกี่ยวกับการอัญเชิญสิ่งมีชีวิตพิเศษจากโลกวิญญาณ”
“มันมาพร้อมกับปัญหาไม่น้อย ฉันต้องใช้เวลานานมากกว่าจะแก้ไขได้ นับว่ามีประสบการณ์อยู่บ้าง”
“พวกคุณถูกยัดเยียดความรู้ด้านนี้บ้างไหม? จำพวกทรงกลมเปราะบางที่สื่อใจถึงกันได้อะไรนั่น”
……………………………………………………..