ราชันเร้นลับ 2 : วัฏจักรแห่งชะตา (Circle of Inevitability) - ตอนที่ 1057 จุดสำคัญ
- Home
- ราชันเร้นลับ 2 : วัฏจักรแห่งชะตา (Circle of Inevitability)
- ตอนที่ 1057 จุดสำคัญ
ตอนที่ 1057 จุดสำคัญ
………………..
ลูเมี่ยนจงใจพูดให้ชัดเจนมาก เพื่อป้องกันไม่ให้มีใครมองข้าม
ยิ่งไปกว่านั้น เขายังชี้ให้เห็นว่าเรื่องนี้มีอันตราย และตัวเขาเองก็มีประสบการณ์ในการแก้ไข
ด้วยวิธีนี้ หากมี ‘จอมเวท’ คนใดคนหนึ่งหรือหลายคนในนี้ เคยถูกยัดเยียดความรู้ศาสตร์เร้นลับเกี่ยวกับการอัญเชิญ ‘เจ้ากระดาษขาว’ และยังไม่เกิดการเปลี่ยนแปลงทางบุคลิกภาพมากนัก ก็ย่อมต้องตื่นตัว เกิดความหวาดกลัวจากก้นบึ้ง แล้วจะมาติดต่อเขาอย่างเปิดเผยหรือลับหลัง เพื่อยืนยันว่าปัญหานี้มีอยู่จริงหรือไม่ และมีวิธีแก้ไขอย่างไร
‘ศาสตราจารย์’ ตัวแทน ‘จอมเวท’ ของกลุ่ม ‘วิทยาลัย’ นึกย้อนไปสักพัก แล้วส่ายหน้า
“ฉันไม่เคยถูกยัดเยียดความรู้ด้านนี้”
หลังจาก ‘จอมเวท’ คนอื่นๆ ให้คำตอบคล้ายๆ กันแล้ว ชายคนหนึ่งที่ก่อนหน้านี้พูดน้อยในการสนทนา ก็เอ่ยปากทันใด
“ทรงกลมเปราะบางที่สื่อใจถึงกันได้ใช่ไหม?”
“ผมเคยได้รับความรู้นั่นมา”
ลูเมี่ยนแอบดีใจเงียบ มองไปยังสมาชิกกลุ่ม ‘วิทยาลัย’ ที่แต่งกายเป็นจอมเวทเช่นกัน แล้วนึกถึงโค้ดเนมของอีกฝ่าย
“ใช่แล้ว” ลูเมี่ยนพยักหน้า มองไปรอบๆ แล้วพูดกับ ‘คอนเดนเสท’ ว่า “ฉันขอถามคุณเป็นการส่วนตัวได้ไหม? ถ้าคุณไม่วางใจฉัน สามารถขอให้มาดาม ‘เฮล่า’ ร่วมฟังด้วยก็ได้”
‘คอนเดนเสท’ กังวลว่าตัวเองอาจมีปัญหาแฝงเพราะความรู้ศาสตร์เร้นลับนั่น จึงไม่ปฏิเสธคำเชิญของลูเมี่ยน
“ไม่มีปัญหา”
ไม่นานนัก ณ มุมหนึ่งของพระราชวังโบราณ ภายใต้สักขีพยานของ ‘เฮล่า’ ลูเมี่ยนก็ถาม ‘คอนเดนเสท’
“คุณเคยใช้นิยามเหล่านั้น อัญเชิญสิ่งมีชีวิตจากโลกวิญญาณมาหรือไม่?”
“เคยอัญเชิญ” คอนเดนเสทอดถามไม่ได้ “มันมีปัญหาอะไรหรือ?”
ลูเมี่ยนขมวดคิ้วเล็กน้อยใต้หน้ากากครึ่งหน้าสีเงิน แทนที่จะตอบ กลับย้อนถาม
“คุณรู้สึกถึงสิ่งพิเศษจากตัวฉันบ้างไหม?”
“มีเสน่ห์เป็นพิเศษนับไหม?” คอนเดนเสทตอบอย่างเถรตรง
“นับสิ” ลูเมี่ยนที่สวมหน้ากากครึ่งหน้าสีเงินเผยรอยยิ้ม “คุณอัญเชิญสัตว์โลกวิญญาณนั่นครั้งแรกเมื่อไร?”
“ราวเดือนมิถุนาหรือกรกฎาคมปีกลาย” คอนเดนเสทนึกย้อนแล้วตอบ
เดือนมิถุนาหรือกรกฎาคมปีกลาย…ตอนนั้นคุณนายปัวริสกับหลวงพ่อประจำโบสถ์มีลูกด้วยกันแล้ว…ลูเมี่ยนคิดอยู่ครู่แล้วถาม
“หลังจากถูก ‘ปราชญ์เร้นลับ’ ยัดเยียดความรู้นั่นมาให้ คุณไม่ได้ลองทันทีหรือ?”
‘คอนเดนเสท’ ส่ายหน้า
“ตอนที่ได้รับความรู้นั่นมา ผมกำลังเดินทางอยู่ เดินทางกับครอบครัว ไม่มีโอกาสลอง”
“หลังจากนั้นก็ถูกยัดเยียดความรู้มากขึ้น ตัวเองก็แลกเปลี่ยนได้สมุดบันทึกเวทมนตร์มาเล่มหนึ่ง เลยลืมเรื่องนี้ไป นานมากแล้วถึงนึกขึ้นได้”
“อย่างนี้นี่เอง…” น้ำเสียงของลูเมี่ยนแฝงอาการถอนหายใจ
นั่นไม่ใช่เพื่อ ‘คอนเดนเสท’ แต่เพื่อโอลัวร์
เขาเปลี่ยนเรื่องพูด
“คุณช่วยบรรยายหน้าตาของสัตว์พันธสัญญาที่อัญเชิญออกมาได้ไหม?”
‘คอนเดนเสท’ บรรยายรูปลักษณ์ของสัตว์พันธสัญญาของตนอย่างละเอียด ซึ่งแทบจะเหมือนกับ ‘เจ้ากระดาษขาว’ ที่ลูเมี่ยนอัญเชิญทุกประการ
“ตอนที่คุณอัญเชิญมันออกมาครั้งแรก ในตัวมันมีของเหลวใสที่ออกขาวนวล ปนเหลืองอ่อนๆ หรือไม่? หลังจากนั้นอาจจะหายไป” ลูเมี่ยนถามเพื่อยืนยัน
‘คอนเดนเสท’ พยายามนึกย้อนอย่างจริงจังแล้วตอบ
“ไม่มี”
“ไม่มี…” ลูเมี่ยนถอนหายใจราวกับคาดการณ์ไว้แล้ว
จากนั้นเขาก็พูดกับ ‘คอนเดนเสท’
“สิ่งที่คุณอัญเชิญออกมา น่าจะไม่มีปัญหาอะไร”
“ดีแล้ว ดีแล้ว!” คอนเดนเสทปิดบังความยินดีไม่อยู่ หันไปมอง ‘เฮล่า’ ราวกับต้องการให้สุภาพสตรีท่านนี้ช่วยยืนยันด้วย
ตอนนั้นเอง ลูเมี่ยนเสริมต่อ
“แต่ฉันยังไม่สามารถยืนยันได้ร้อยเปอร์เซ็นต์ ยังมีคำถามอีกหลายข้อที่ต้องให้คุณตอบ ซึ่งอาจเกี่ยวข้องกับความเป็นส่วนตัว แต่คุณไม่จำเป็นต้องตอบละเอียด ฉันแค่อยากเข้าใจภาพรวมคร่าวๆ”
‘คอนเดนเสท’ ลังเลอยู่ไม่กี่วินาที ภายใต้อิทธิพลหลายปัจจัย อาทิ ความต้องการคำตอบที่แน่ชัดของตน เสน่ห์พิเศษของอีกฝ่าย และการที่ ‘เฮล่า’ เป็นพยาน ในที่สุดเขาก็พยักหน้ารับ
“ถามมาเลย”
ลูเมี่ยนพูดอย่างจริงใจ
“ขอบคุณ”
แล้วเขาก็ตั้งคำถาม
“คุณศรัทธาเทพองค์ใด? หากไม่ใช่หนึ่งในเทพจารีต ไม่ต้องตอบก็ได้”
‘คอนเดนเสท’ พบว่าคำถามง่ายกว่าที่คิด ไม่น่าอึดอัดนัก จึงรีบตอบ
“สุริยันเจิดจรัส”
สุริยันเจิดจรัส…นี่คือจุดร่วมหรือ? ภายนอกต่างก็เป็นผู้ศรัทธา ‘สุริยันเจิดจรัส’ แบบผิวเผิน…แต่ว่าพวก ‘ศาสตราจารย์’ และ ‘จอมเวท’ คนอื่นๆ ในกรุงทรีอาร์ น่าจะมีคนที่แหกปากตะโกน ‘สุริยันจงเจริญ!’ ในชีวิตประจำวันเพื่อปกปิดตัวตนเหมือนกัน…จงใจปิดบัง ไม่ยอมพูดออกมา? อีกอย่าง ‘คอนเดนเสท’ เป็นผู้ชาย โอลัวร์เป็นผู้หญิง เพศสภาพคงไม่ใช่เหตุผลที่ถูก ‘ปราชญ์เร้นลับ’ จับตามอง…ลูเมี่ยนดีใจในทีแรก แต่แล้วก็จมดิ่งสู่ความครุ่นคิดอีกครั้ง
“คุณอายุเท่าไรตอนข้ามมา แล้วร่างหลังข้ามมาอายุเท่าไร?” ลูเมี่ยนถามต่อ
“ความทรงจำสุดท้ายของผมคือ การตัดพ้อรำพันว่า ตัวเองใกล้สามสิบแล้ว ยังไม่ประสบความสำเร็จอะไรเลย” คอนเดนเสทคิดแล้วตอบ “ตอนที่ผมเข้ายึดร่างนี้ เขาเพิ่งอายุยี่สิบห้า”
ต่างจากสภาพร่างกายของโอลัวร์ทั้งก่อนและหลังข้ามมา…ลูเมี่ยนเร่งสมองคิดว่าควรหาจุดร่วมจากด้านไหน
เขาคิดไปด้วย ถามไปด้วย
“พ่อแม่ของร่างปัจจุบันยังมีชีวิตอยู่ไหม?”
“ตายไปนานแล้ว” คอนเดนเสทตอบสั้นๆ
“มีลูกไหม?” ลูเมี่ยนขุดลึกต่อในทิศทางนี้
“มี” เห็นได้ชัดว่าคอนเดนเสทไม่อยากพูดมาก
ไม่มีจุดร่วมกับโอลัวร์เลยจริงๆ…ตอนนั้นเอง ลูเมี่ยนนึกถึงประโยคหนึ่งที่ ‘คอนเดนเสท’ พูดเมื่อครู่ คิดอยู่สองวินาทีแล้วถาม
“คุณบอกว่า ตอนถูกยัดเยียดความรู้ที่เกี่ยวข้อง กำลังเดินทางกับครอบครัว”
“ครอบครัวคนไหนบ้าง?”
‘คอนเดนเสท’ ยังคงพูดแค่ภาพรวม
“ภรรยาผม แล้วก็พี่สาว กับครอบครัวของเธอ”
“พี่สาว…” นัยน์ตาของลูเมี่ยนขยายกว้างทันที ทั้งคนราวกับถูกฟ้าผ่า
‘คอนเดนเสท’ พยักหน้ารับ
“ใช่ พี่สาวที่เลี้ยงร่างนี้มาจนโต”
ลูเมี่ยนจ้องมอง ‘คอนเดนเสท’ แล้วจมดิ่งสู่ความเงียบอย่างสมบูรณ์
เขารู้สึกว่าตัวเองค้นพบจุดสำคัญแล้ว
จุดสำคัญที่อยู่นอกเหนือจากสามคำว่า ‘จอมเวท’ ‘ผู้ข้ามมิติ’ และ ‘กลิ่นอายหมอกสีเทา’
นั่นก็คือ
พี่สาวน้องชาย!
พี่สาวและน้องชาย!
ลูเมี่ยนพึมพำกับตัวเองอย่างไร้เสียง
เขาเอ่ยชื่อสองชื่อซ้ำแล้วซ้ำเล่า
“โอมีเบล่า, จีดาส…”
“โอมีเบล่า, จีดาส…”
ทันใดนั้น ลูเมี่ยนก็นึกถึงเรื่องในอดีตอีกเรื่องหนึ่ง
ตอนที่มาดาม ‘เมจิกเชี่ยน’ พูดถึงเปลเด็กที่ว่างเปล่า เธอใช้คำว่า ‘หายไป’
นี่แสดงว่า ในสายตาของเทวทูตที่เข้าใจเรื่องราวของหมู่บ้านกอร์ตูค่อนข้างลึกซึ้ง ในลางสังหรณ์ทางพลังวิญญาณของเธอ เปลเด็กว่างเปล่าเพราะเด็ก ‘หายไป’ ซึ่งไม่เท่ากับความตาย
และข้อมูลที่ได้จากคุณนายปัวริสในภายหลัง รวมถึงการวิเคราะห์ของทุกคน สรุปได้ว่าทารกโอมีเบล่าตายไปนานแล้ว ถูกบิดาของเธอ หลวงพ่ออธิการโบสถ์ซึ่งเป็นญาติสายตรง สังหารด้วยมือของเขาเอง
ตอนนั้น ทั้งลูเมี่ยนและมาดามเมจิกเชี่ยนต่างไม่ได้มองว่ามีปัญหา เพราะการตายก็เป็นการ ‘หายไป’ ประเภทหนึ่ง
แต่ตอนนี้ ลูเมี่ยนเกิดการคาดเดาใหม่
“จะเป็นไปได้ไหมว่า คุณนายปัวริสไม่ได้คลอดลูกให้หลวงพ่อแค่คนเดียว แต่เป็นแฝดคู่ พี่สาวกับน้องชาย?”
“แล้วคนหนึ่งถูกฆ่า อีกคนหายตัวไปอย่างลึกลับ อาศัยพิธีกรรมของผู้ศรัทธาชะตากรรมบรรลุจุดประสงค์บางอย่าง?”
“ทารกโอมีเบล่าที่ถูกฆ่า ตอนนี้กลับมาอยู่ในอ้อมอกของคุณนายปัวริสแล้ว แต่ยังมาเยือนโลกความจริงไม่ได้…”
“แล้วเด็กที่หายตัวไปอย่างลึกลับล่ะ?”
คิดถึงตรงนี้ ลูเมี่ยนก็หัวเราะกับตัวเอง
เขารู้สึกว่า เรื่องนี้อาจเกี่ยวข้องกับตัวเองอยู่หลายส่วน
เขาเริ่มสงสัยว่า การที่ตนเลือกข้อมูล ‘ท่อนแขนบวมเน่า’ จากกองข้อมูลสิ่งมีชีวิตในโลกวิญญาณ เพื่อให้มันเป็นสัตว์พันธสัญญาแรกของ ‘ผู้ถือพันธสัญญา’ อาจไม่ใช่เรื่องบังเอิญ แต่มาจากความเชื่อมโยงทางศาสตร์เร้นลับบางประการ
ในทำนองเดียวกัน ที่เขามาถึงกรุงทรีอาร์ครั้งแรก ก็เลือกเขตตลาด เข้าพักโรงแรมระกาทอง นอกจากเพราะพระองค์ที่ชุมนุมแสงเหนือศรัทธาทรงจัดแจงเช่นนี้แล้ว บางทีอาจเป็นเพราะแก๊งหนามพิษที่ได้รับการสนับสนุนจาก ‘ชุมนุมท่องราตรี’ ก็อยู่ในเขตเดียวกัน
หากเป็นเช่นนั้นจริง การพบบาทหลวงมอนต์เซอร์รัตในภายหลัง การได้รับเศษสายสะดือของโอมีเบล่า ก็เป็นชะตาที่หนีไม่พ้น ชะตากรรมที่ไม่อาจเลี่ยง!
เหตุผลที่คุณนายปัวริสต้องตามหาเขาในเมืองแดนฝัน ก็ชัดเจนแล้วเช่นกัน!
ลูเมี่ยนเมินสายตาประหลาดใจปนสงสัยของ ‘คอนเดนเสท’ แล้วหลับตาลงครึ่งหนึ่ง พึมพำในใจ
“พี่ใหญ่ท่อนแขน…ฉันจะรีบนำองคาพยพของโอมีเบล่าไปพบพี่โดยเร็ว!”
…………
กรุงทรีอาร์ สุสานใต้ดินชั้น 4
ลูเมี่ยนถือเทียนขาวที่จุดไฟแล้ว พาจินนาที่มีแสงออกเหลืองแผ่ออกจากฝ่ามือเช่นกัน เดินทีละก้าวไปยังห้องฝังศพโบราณที่ซ่อน ‘บ่อน้ำสตรีซามาเรีย’ ไว้
ก่อนจะไปโมโรลาเพื่อให้จินนาเลื่อนลำดับเป็น ‘นางมารสิ้นหวัง’ เขาต้องให้จินนาพบกับร่างของกริสโมนาก่อน ดูว่าจะเกิดการเปลี่ยนแปลงใด หรือได้รับคำใบ้อะไรบ้าง
“ฟรังก้ามาที่นี่ไม่ได้แล้วหรือ?” จินนาถามอย่างสงสัย
ลูเมี่ยนพยักหน้า
“หลังจากมีเทวบารมีแล้ว ใต้ดินกรุงทรีอาร์ โดยเฉพาะสถานที่แบบนี้ มาน้อยเท่าไรยิ่งดี ถ้าไม่จำเป็นจริงๆ อย่ามาเลยจะดีที่สุด”
“คุณก็เป็นครึ่งเทพเหมือนกันไม่ใช่หรือ?” จินนาถามทั้งขำทั้งเป็นห่วง
ลูเมี่ยนหัวเราะ ‘หึๆ’
“ไม่เหมือนกันหรอก”
“สำหรับฉัน การลงสุสานใต้ดินก็เหมือนกลับบ้าน หรือสบายยิ่งกว่านั้น”
“ถ้าไม่กลัวคนอื่นจะกังวล ฉันไม่จุดเทียนเลยก็ยังได้”
เขายกมือขวาขึ้น ให้ฝ่ามือที่มีผิวซีดขาว รอยแดงเข้ม และรูเข็มสีดำ สัมผัสกับอากาศเย็นเฉียบ สัมผัสกับความมืดสลัวที่มีเพียงแสงเทียน
จากนั้น เขาเป่าลมหายใจ ดับเทียนในมือทันที ทั้งคนถูกความมืดกลืนหายไปในพริบตา เหลือเพียงแสงเทียนจากจินนาที่ยังพอช่วยให้มองเห็นเค้าโครงของเขา
“อย่าทำอะไรเสี่ยงๆ สิ!” จินนาตกใจ
ลูเมี่ยนยอมทันที จุดเทียนกลับมาใหม่พร้อมรอยยิ้ม
“ฉันพูดไม่ผิดใช่ไหมล่ะ?”
“ทำคนอื่นใจหายใจคว่ำหมด!” จินนาถลึงตาใส่ลูเมี่ยน
ขณะที่ทั้งสองคุยกัน ก็เดินมาถึงหน้าห้องฝังศพโบราณแล้ว
ลูเมี่ยนมองประตูห้องฝังศพอยู่สองวินาที พลางถอนหายใจ
“น่าเสียดาย ไม่ได้เจอร่างของกริสโมนาระหว่างทาง”
“ฉันรู้สึกว่าพระองค์ตอนอยู่นอก ‘บ่อน้ำสตรีซามาเรีย’ ค่อนข้างเป็นมิตร แต่ตอนอยู่ข้างในจะเอนเอียงไปทาง…”
ลูเมี่ยนหยุดชั่วครู่ แล้วเอ่ยด้วยน้ำเสียงต่ำทุ้ม
“ชั่วร้าย”
……………………………………………………..