ราชันเร้นลับ 2 : วัฏจักรแห่งชะตา (Circle of Inevitability) - ตอนที่ 1058 พานพบ
- Home
- ราชันเร้นลับ 2 : วัฏจักรแห่งชะตา (Circle of Inevitability)
- ตอนที่ 1058 พานพบ
ตอนที่ 1058 พานพบ
หน้าม่านหมอกสีเทาขาวที่ปกคลุมบริเวณ ‘บ่อน้ำสตรีซามาเรีย’
ลูเมี่ยนกับจินนาพร้อมใจกันก้มศีรษะ ยกมือประนมที่อก สวดนามอันทรงเกียรติของ ‘มิสเตอร์ฟูล’
พอเงยหน้า พวกเขาก็มาถึงอีกฝั่งของหมอกสีเทาแล้ว
ทั้งสองเดินลงไปตามทางลาด ไม่นานก็ได้ยินเสียงน้ำไหลแผ่วเบาที่ฟังดูไม่จริง
อีกไม่กี่ก้าว สายตาของพวกเขาก็ประสบกับร่างสตรีในอาภรณ์ขาว งดงามและบริสุทธิ์
บุตรแห่ง ‘นางมารต้นกำเนิด’ กริสโมนา
จินนามองใบหน้าซีดใสของเป้าหมายครู่หนึ่ง แล้วก้าวเข้าไปหาเอง เพื่อดูว่าความพิเศษของตนจะทำให้อีกฝ่ายมีปฏิกิริยาพิเศษหรือไม่
ทันใดนั้น ดวงตาว่างเปล่าไร้ชีวิตของกริสโมนาก็มีประกายแสงวูบ
แสงนั้นคมกริบ เย็นเฉียบ และดุร้ายอย่างผิดวิสัย!
แทบจะพร้อมกัน รอบตัวลูเมี่ยนและจินนา ทั้งพื้นทางลาด หมอกสีเทาเบื้องบน และอากาศทั้งสี่ทิศ ล้วนมีงูพิษสีดำตัวใหญ่ลื่นเลื่อมเลื้อยออกมา บนหัวของพวกมันมีลูกตาขาวดำแยกชัดกลอกกลิ้งไปมา
เพียงชั่วพริบตา ที่นี่ก็กลายเป็นป่างูดำ ปกคลุมแผ่นดิน เสียดแทงทะลุท้องฟ้า
พร้อมกับการเปลี่ยนแปลงนี้ อุณหภูมิตกฮวบทันที รอบๆ ‘บ่อน้ำสตรีซามาเรีย’ กลายเป็นโลกที่น้ำแข็งและหิมะปกครอง
เกล็ดน้ำแข็งแหลมคมแทรกอยู่ท่ามกลางงูดำนับไม่ถ้วน ปกคลุมพวกมันด้วยสีขาวแวววาว
จินนาแข็งทื่อไปแล้ว ทั้งผมสีเชือกป่าน ใบหน้า และเสื้อผ้าทุกส่วน เต็มไปด้วยเศษน้ำแข็งเม็ดเล็กๆ และแท่งน้ำแข็งแหลมคม
รอบตัวลูเมี่ยน เปลวไฟสีขาวนวลอมฟ้าลุกโชน แต่เปลวไฟเหล่านี้ก็กำลังแข็งตัวอย่างรวดเร็ว ชั้นน้ำแข็งใสแผ่เกาะกินเข้ามา
สำหรับลูเมี่ยน การถ่วงเวลาแค่นี้นับว่าเพียงพอ เขายกฝ่ามือขวา กระตุ้นออร่าตกค้างของ ‘จักรพรรดิโลหิต’ บนฝ่ามือ
เสียงน้ำไหลดังกึกก้องในบัดดล จินนาที่กำลังจะถูกแช่แข็งและสาปหิน หมดสติไปในทันใด
ลูเมี่ยนรับรู้ถึงกลิ่นอายความบ้าคลั่งอันคุ้นเคย รับรู้ถึงความเย็นยะเยือกแห่งความตายจาก ‘นักพรตโลกแห่งความตาย’
สายน้ำของ ‘บ่อน้ำสตรีซามาเรีย’ ถดถอยกลับเข้าไปในบ่อน้ำพุอันลึกล้ำ ดึงร่างของกริสโมนาตามเข้าไปด้วย จมลอยกลับไปกลับมา
ไม่ว่าจะเป็น ‘ป่างูดำ’ ที่แผ่คลุมทั่วบริเวณ หรือโลกน้ำแข็งอันหนาวเหน็บจนแม้แต่นักบุญลำดับ 3 ก็แทบทนไม่ไหว ต่างก็พลันสลายหายไป
ทุกอย่างกลับสู่ปกติอีกครั้ง
จินนาค่อยๆ ฟื้นคืนสติ พอน้ำพุผุดพรายอีกครั้ง ก็ได้ยินเสียงของกริสโมนาที่เต็มไปด้วยความหวาดผวา ความเกลียดชัง และคำสาปอันแรงกล้า
“ห้ามเลื่อนลำดับเป็น ‘นางมารยุพนิรันดร์’!”
“ห้ามเลื่อนลำดับเป็น ‘นางมารยุพนิรันดร์’!”
ร่างนางมารระดับสูงที่วนเวียนใกล้น้ำพุกล่าวซ้ำประโยคนี้ ส่งเสียงหลอนหูจนน่าสะพรึง
พอเห็นว่าโลกน้ำแข็งกำลังจะมาเยือนอีกครั้ง เห็นผมหนาดำดุจงูพิษกำลังจะพุ่งจากพื้นดินแทงท้องฟ้า ลูเมี่ยนก็ดึงจินนาถอยหลังสองก้าว
ร่างของกริสโมนาไม่แสดงความผิดปกติใดๆ อีก แววตากลับมาว่างเปล่าและไร้ชีวิตชีวาดังเดิม
“รู้สึกยังไงบ้าง?” ที่จริงลูเมี่ยนก็ได้ยินว่ากริสโมนาตะโกนอะไร แต่อยากรู้มากกว่าว่า นางมารสตรีแท้จะมีประสบการณ์พิเศษกว่าหรือไม่
จินนารอสักครู่ นึกย้อนแล้วตอบกลับ
“ต่างจากที่รับรู้ได้ตอนเลื่อนลำดับ มาดามกริสโมนาตอนนี้เหมือน ‘นางมารต้นกำเนิด’ มากกว่า…”
“ไม่ใช่เหมือนในแง่บุคลิกหรือความรู้สึก แต่เป็นความเกลียดชังต่อนางมารสตรีแท้ที่แทบเหมือนกันเป๊ะ…”
“เป็นความเกลียดชังแบบที่จะทำลายพวกหล่อนด้วยมือตัวเอง”
“อา…ถ้าแยกย่อยก็ยังต่างกันอยู่ มาดามกริสโมนามีความเกลียดชังเพราะความกลัวมากกว่า”
“พระองค์ดูไม่อยากเห็นนางมารสตรีแท้ลำดับ 3”
“ดูจะกลัวเรื่องนี้มากทีเดียว…”
“กริสโมนาที่นี่คือสิ่งตกค้างของความหมกมุ่นและความเกลียดชัง เลยแสดงออกตรงๆ และชัดเจนกว่าสินะ?” ลูเมี่ยนพยักหน้าอย่างเข้าใจ “ได้เห็นแบบนี้แล้ว นางมารสตรีแท้เลื่อนลำดับ 4 น่าจะไม่มีปัญหา ที่มีอันตรายแฝงอยู่คือตอนเป็นลำดับ 3 ที่ต้องปรองดองกับ ‘คนในกระจก’”
ลูเมี่ยนชำเลืองมองร่างของกริสโมนาข้าง ‘บ่อน้ำสตรีซามาเรีย’ แวบหนึ่ง แล้วพูดอย่างครุ่นคิด
“พระองค์กับ ‘คนในกระจก’ ของพระองค์ สัมพันธ์กันแบบใด? กดขี่ หลงใหล หรือปรองดองกันแล้ว?”
ลูเมี่ยนใคร่ครวญชั่วครู่
“ที่วนเวียนอยู่รอบ ‘บ่อน้ำสตรีซามาเรีย’ นี่อาจยังพอทน แต่ในทรีอาร์ยุคที่สี่ หรือที่อยู่ใกล้ ‘เสารัตติกาลกริสโมนา’ ใครจะรู้ว่าเป็นอะไร”
จินนาผงกศีรษะรับอย่างหนักแน่น
“ไปกันเถอะ คุยกันปกติไม่ได้แล้ว” ลูเมี่ยนหันกลับ
แล้วเขาก็ยิ้ม
“นี่ก็ไม่ใช่เรื่องแย่ การสื่อสารปกติอาจมีการยุยง มีการหลอกลวง แต่เสียงร้องคล้ายคำสาปที่มาจากความหมกมุ่นน่าเชื่อถือกว่า เราใช้วิธีนี้ยืนยันได้ว่า การเลื่อนลำดับเป็น ‘นางมารสิ้นหวัง’ ไม่มีอันตรายแอบแฝง”
ขณะพูด ลูเมี่ยนหันกลับไปมองร่างของกริสโมนา
ผ่านม่านหมอกบางเบา เขาเห็นนางมารระดับสูงผู้งามบริสุทธิ์ ยังคงเดินวนอยู่ข้างบ่อน้ำพุที่มีสายน้ำสีซีดไหลพล่าน วันแล้ววันเล่า ปีแล้วปีเล่า ใบหน้าซีดใส ดวงตาว่างเปล่าไร้ชีวิต
จู่ๆ กริสโมนาก็มองมาทางพวกเขา
คราวนี้ ในดวงตาไร้ชีวิตของพระองค์แฝงความหวาดกลัวอย่างเจือจาง
ประกายที่เกิดจากความกลัวผ่านไปแวบเดียว ก็ถูกความว่างเปล่าอันไร้ขอบเขตกลืนหายอย่างสิ้นเชิง
“พระองค์เห็นอะไร?” ลูเมี่ยนพึมพำแล้วเดินย้อนกลับไปใหม่
แต่เมื่อมีแค่เขาคนเดียว กริสโมนากลับไม่แสดงปฏิกิริยาใดๆ
จนกระทั่งจินนาย้อนกลับมาด้วย ก็เกิดเหตุการณ์เดิมซ้ำ ไม่ได้ข้อมูลเพิ่มเติม
ถึงตอนนี้ ลูเมี่ยนกับจินนาจึงตัดใจเลิกทดสอบต่อ และไปจาก ‘บ่อน้ำสตรีซามาเรีย’
…………
เช้าวันต่อมา เมืองเงินพิสุทธิ์ใหม่ ฐานหอคอยกลม ปลายบันไดเก่าคร่ำ ในห้องที่เต็มไปด้วยแสงอรุณ เส้นผมสีดำ พืชพันธุ์นานา และเห็ดหลากชนิด
ลูเมี่ยนภายใต้สายตาของ ‘มิสเตอร์ซัน’ เดินไปที่กองดินสีน้ำตาลแดง วางมือทั้งสองบนลำต้นไม้สีเทาน้ำตาลขนาดมหึมาที่เหี่ยวเฉา
ชั่วขณะนั้น ลูเมี่ยนรู้สึกราวกับถูกลวดลายคล้ายมนุษย์บนลำต้นจ้องจับไม่วางตา
ดอกไม้สีแดงเข้มขนาดยักษ์สองดอกทำหน้าที่แทนดวงเนตร
“อย่าเกินสองนาที ไม่งั้นจะเกิดผลแบบสุ่ม” มิสเตอร์ซันร่างสูงใหญ่เตือนลูเมี่ยน
ลูเมี่ยนรับคำ ออกแรงทั้งสองมือ ดึงซากศพโอมีเบล่าที่เรียกว่า ‘พรแห่งธรณี’ ออกมา
ทั้งเมืองเงินพิสุทธิ์ใหม่สั่นสะเทือนฉับพลัน ราวกับประสบแผ่นดินไหวไม่รุนแรงนัก
แสงอรุณในห้องสว่างจ้ายิ่งกว่าเดิม เส้นผมสีดำ พืชพรรณ และเห็ดโดยรอบเริ่มเติบโตและขยายพันธุ์ด้วยความเร็วที่มองเห็นได้
ลูเมี่ยนรีบเก็บ ‘พรแห่งธรณี’ ใส่มิติแยกใน ‘กระเป๋านักเดินทาง’ แล้ว ‘เทเลพอร์ต’ ไปยังจุดหนึ่งภายในโลกกระจก
‘มาดามเมจิกเชี่ยน’ ที่สวมเสื้อคลุมดำประดับดาวเงิน พร้อมกับจินนาและฟรังก้า ต่างรออยู่ในมิติหลังกระจกอันมืดมิดแล้ว
ตามผลการเจรจากับศาสนจักรความรู้ ลูเมี่ยนกับจินนาไม่อาจไป ‘เมืองเนรเทศ’ ด้วยวิธีปกติ แต่ศาสนจักรความรู้จะอาศัยวิธีการบางอย่าง ช่วยให้ผนึกของโมโรลาเกิดช่องโหว่ ให้พวกเขาอาศัยพลังของโลกในกระจกและผู้ทรงอำนาจระดับสูงเส้นทาง ‘ประตู’ ผ่านเข้าข้างในได้
“ยืมมาแล้ว” ลูเมี่ยนบอกผลลัพธ์อย่างกระชับผิดปกติ
‘มาดามเมจิกเชี่ยน’ พยักหน้า พร้อมกับทำให้ดวงดาวสีเงินบนผิวเสื้อคลุมจอมเวท สว่างไสวอย่างทั่วถึง
นภาดาวอันงดงามดั่งฝันปรากฏ ดวงดาวนับไม่ถ้วนรวมตัวเป็นทางผ่าน
ลูเมี่ยนกับจินนาถูกแสงอันงดงามโอบล้อม พริบตาเดียวก็มาถึงภายใน ‘เมืองเนรเทศ’ โมโรลา ยืนอยู่บนลานกว้างหน้าวิหาร
ด้วยอำนาจของ ‘0-01’ ลูเมี่ยนบงการให้นักโทษสถานหนัก จำนวนเพียงพอสำหรับพิธีกรรม ทยอยเดินมารวมตัว จนผู้คนมากมายเนืองแน่น ผู้ถูกเนรเทศเหล่านี้ ต่างก็อยู่ไม่ไกลจากจุดนี้อยู่แล้ว ราวกับรอให้ยมทูตมาเก็บเกี่ยว
ลูเมี่ยนไม่มัวประวิงเวลา พูดกับจินนาด้วยน้ำเสียงเร่งรัด
“สุดท้ายนี้ ฉันจะบอกความจริงอย่างหนึ่งให้คุณฟัง”
จินนาเริ่มใช้ตะกอนพลัง ‘นางมารสิ้นหวัง’ กับยันต์ระดับลำดับ 5 ที่ฟรังก้ามอบให้ แพร่โรคระบาดอย่างเงียบงัน
“อะไร?”
ลูเมี่ยนพูดด้วยสีหน้าขึงขัง
“ต่อให้คุณกลายเป็นครึ่งเทพลำดับ 4 จริงๆ แต่พอวันสิ้นโลกมาถึง ก็คงทำอะไรไม่ได้มากนัก จะปกป้องคนที่รักและเพื่อนได้หรือไม่ ก็ยังต้องดูอีกที”
จินนาอ้าปากค้าง โต้แย้งไม่ออก
ความจริงเธอก็รู้เรื่องนี้ดี เพียงแต่ไม่อยากยอมรับ
“สิ้นหวังแล้วหรือ?” ลูเมี่ยนยิ้ม “สิ้นหวังก็ไปเลื่อนลำดับเลย พาความสิ้นหวังนี้ พาความปรารถนาอันแรงกล้าที่จะเปลี่ยนแปลงความจริงนี้ ไปเลื่อนลำดับด้วยกัน”
จินนาเข้าใจเจตนาของลูเมี่ยนดี จึงถอนหายใจเศร้าๆ แล้วยิ้มพลางด่า
“บัดซบ! โชคดีที่ฉันค่อนข้างเข้มแข็ง ไม่งั้นได้คลุ้มคลั่งคาพิธีกรรมแน่”
“กับคนไม่เข้มแข็ง ฉันไม่พูดแบบนี้หรอก” ลูเมี่ยนไม่ชักช้าอีก อาศัยความเชื่อมโยงทางศาสตร์เร้นลับระหว่างตนกับ ‘0-01’ เข้าไปในอนุสาวรีย์บรรจุศพใต้ดินทันที
จินนาหันกลับมามองอาชญากรที่ถูกคำสั่งบังคับให้อยู่บนลานกว้าง
เธอมองด้วยแววตาดุจสายน้ำ ทั้งลึกล้ำและสงบนิ่ง ราวกับกำลังมองอันธพาลในอดีตชีวิต รวมถึงบทสรุปทั้งดีและร้ายของพวกเขา
ครู่ต่อมา จินนาเดินลัดฝูงชน มุ่งหน้าออกนอกลานกว้าง
เมื่อเหล่าผู้ถูกเนรเทศนับพันนับหมื่นเริ่มแสดงอาการ อ่อนแรงลงท่ามกลางอาการไอรุนแรง จินนาหยิบวัสดุมาปรุงโอสถ
นี่ก็เพื่อให้เหล่านักโทษหนักแถวๆ รอบนอก ได้รับความยุติธรรมอย่างทั่วถึง แม้จะเป็นโรคร้าย แต่ก็ต้องแบ่งกันอย่างเสมอภาค
ขณะที่นักโทษหนักทยอยล้มลงกับพื้นเป็นกลุ่มๆ เธอก็ดื่มของเหลวในมือรวดเดียว
เมื่อหญิงสาวเริ่มกระบวนการเลื่อนลำดับ ‘มาดามเมจิกเชี่ยน’ ก็อาศัยตราประทับทางจิตที่ให้ไว้ก่อน ย้ายเธอออกมาท่ามกลางนภาดาวอันงามดั่งฝัน ย้ายไปยังมิติหนึ่งในโลกในกระจกที่มีหมอกสีเทาบางๆ ปกคลุม
ตราบใดที่พิธีกรรมสำเร็จและยังอยู่ในช่วงเวลา จะเลื่อนลำดับที่ใดก็ถือเป็นการเลื่อนลำดับ ไม่จำเป็นต้องอยู่ในโมโรลา!
แน่นอน ขอเพียงช่องโหว่ของผนึกยังคงอยู่ ความเชื่อมโยงระหว่างจินนากับพิธีกรรมก็จะไม่ถูกตัดขาด
อีกทั้ง หมอกสีเทาบางๆ นี้คือสิ่งที่ฟรังก้าวิงวอนจาก ‘มิสเตอร์ฟูล’ จุดประสงค์เพื่อหลบเลี่ยง ‘นางมารต้นกำเนิด’ ไม่ให้พระองค์จับตามอง
ระหว่างจินนากำลังเลื่อนลำดับ ลูเมี่ยนก็มาถึงหน้าภูเขาศพที่ปักด้วย ‘0-01’
มาถึงข้างพี่ใหญ่ท่อนแขน ผู้งดงามใกล้ความสมบูรณ์แบบดั่งงานศิลป์ ซึ่งกำลังเดินลาดตระเวนไปมาเหมือนหุ่นเหล็กและทหารอันเดด
เวลาไม่คอยท่า ลูเมี่ยนดึง ‘พรแห่งธรณี’ ออกจาก ‘กระเป๋านักเดินทาง’ ทันที ปักลำต้นเหี่ยวเฉาขนาดมหึมานี้ลงบนทุ่งร้าง
‘ท่อนแขนบวมเน่า’ ที่กำลังเดินอยู่พลันหยุดชะงัก ดวงตาสีแดงเข้มเงางามใสวับหันขวับมามองทันที
ใบหน้าที่เลอโฉมจนแทบถึงขีดสุด เกิดบิดเบี้ยวฉับพลัน ความเจ็บปวด แค้นเคือง เลวทราม สะใจ เยาะเย้ย และอารมณ์ต่างๆ เริ่มระเบิดออก
พระองค์อ้าปาก ตวาดด้วยภาษาคนยักษ์อย่างเกรี้ยวกราด
“โอมีเบล่า!”
“ข้าขอสาปแช่งเจ้า!”
“สาปให้เจ้าตายด้วยน้ำมือญาติสายตรง!”
……………………………………………………..