ราชันเร้นลับ 2 : วัฏจักรแห่งชะตา (Circle of Inevitability) - ตอนที่ 1061 ‘มื้อใหญ่’
- Home
- ราชันเร้นลับ 2 : วัฏจักรแห่งชะตา (Circle of Inevitability)
- ตอนที่ 1061 ‘มื้อใหญ่’
ตอนที่ 1061 ‘มื้อใหญ่’
ภายในอพาร์ตเมนต์ที่แสงสว่างไม่เพียงพอ เข็มนาฬิกาโบราณเดินกริ๊กๆ ไปเรื่อยๆ
ลูเมี่ยน ฟรังก้า จินนา และอ็องโตนีล้อมวงอยู่หน้าศพ มองลุดวิกที่นั่งยองๆ ผูกผ้าเช็ดปากสีขาว
“มีมารยาทบนโต๊ะอาหารเสียด้วย…” ลูเมี่ยนเห็นดังนั้นจึงแซวเล่น
ศพในห้องเป็นของครึ่งเทพลำดับ 4 ที่เหลือของนิกายโรคในเขตทรีอาร์ เขาชื่อซาทิโป·เอล ก่อนหน้านี้ถูกมิสเตอร์ฟูลควบคุม เมื่อไม่นานมานี้เพิ่งทำภารกิจให้สาวกทุกคนที่เขาดูแลอยู่ สวดวิงวอนถึง ‘เทพแห่งโรคระบาด’ และ ‘เทพแห่งไข้’
หลังจากนั้นลูเมี่ยนก็ได้รับวิวรณ์จากมิสเตอร์ฟูล ให้พวกเขามายังอพาร์ตเมนต์แห่งนี้ ในเวลานี้ เพื่อรับช่วงต่องานที่เหลือ
พวกลูเมี่ยนเพิ่งเคาะประตูเปิดเข้าไป ก็เห็นซาทิโป·เอลล้มลงต่อหน้าต่อตาทุกคน กลายเป็นศพแน่นิ่ง
โชคดีที่ลูเมี่ยนดึงอพาร์ตเมนต์ รวมถึงทุกสิ่งด้านใน เข้าไปในโลกกระจกล่วงหน้าแล้ว พร้อมให้อ็องโตนีรีบวางปืน ‘เหมันต์เยี่ยมเยือน’ ไว้บนศพ
พอนึกได้ว่าซาทิโป·เอลที่ก่อนหน้านี้คอยวิ่งวุ่น ช่วยตนและฟรังก้าติดต่อผู้ศรัทธา เผยแพร่คำสอนใหม่ แท้จริงแล้วก็คือร่างแบ่งภาคของมิสเตอร์ฟูล ลูเมี่ยนก็รู้สึกแปลกๆ
เทพที่ตนศรัทธา ช่างมานะบากบั่น ขยันขันแข็ง วิ่งวุ่นเพื่อช่วยตนรวบรวมผู้ศรัทธา ประกาศคำสอน เผยแพร่นามอันทรงเกียรติ
นี่มันไม่ค่อยถูกต้องไม่ใช่หรือ?
ผู้ทรงอำนาจสูงสุด จำเป็นต้องลงมือด้วยตัวเองถึงเพียงนี้เชียว?
พอนึกถึงเรื่องราวของอามุนด์ที่มาดามเมจิกเชี่ยนเล่าให้ฟัง และพลังของผู้ทรงอำนาจในเส้นทาง ‘นักโจรกรรม’ และ ‘นักทำนาย’ ลูเมี่ยนเริ่มตระหนักว่านี่อาจเป็นเรื่องปกติ
แบ่งร่างนับหมื่น ทั้งหมดคือตัวเอง!
“กินได้หรือยัง?” ลุดวิกเงยหน้า มองลูเมี่ยนด้วยสายตาอ้อนวอน
“สื่อวิญญาณก่อนดีไหม?” ลูเมี่ยนหันไปถามฟรังก้า
แม้ว่าผ่านการ ‘ปรสิต’ มิสเตอร์ฟูลย่อมล่วงรู้ทุกข้อมูลที่ซาทิโปครอบครองอยู่แล้ว แต่ลูเมี่ยนรู้สึกว่าตนกับพรรคพวกควรสื่อวิญญาณเมื่อจำเป็น จะไปรบกวนมิสเตอร์ฟูลทุกเรื่องคงไม่ดี
ฟรังก้ามองวิญญาณของซาทิโปที่ลอยอยู่กลางอากาศ ชั่งใจครู่หนึ่งแล้วเอ่ยปาก
“ความเร็วในการเสื่อมสลายช้ากว่าที่คาดไว้ น่าจะเป็นเพราะมิสเตอร์ฟูลช่วยอำนวยความสะดวก เราไม่ต้องรีบสื่อวิญญาณก็ได้ คิดดีแล้วหรือว่าจะถามอะไร?”
จินนาเสริมว่า
“เราลองค้นให้ทั่วอพาร์ตเมนต์ก่อนดีไหม? ดูว่าจะพบเบาะแสอะไรบ้าง แล้วค่อยสื่อวิญญาณ ทำแบบนั้นจะรู้ชัดเจนว่าควรถามอะไร”
“ได้” ลูเมี่ยนเห็นจุดแสงสีเขียวอมเหลืองนับไม่ถ้วน กำลังตกตะกอนลงบนปืนลูกโม่ ‘เหมันต์เยี่ยมเยือน’ ของอ็องโตนี จึงหันไปยิ้มให้ลุดวิกแล้วพูด “กินได้แล้ว”
เขาเคยถามลุดวิกไว้ก่อนว่า หากฟื้นพลังถึงลำดับ 4 อย่าง ‘สัตว์ประหลาดทะเล’ แล้ว จะกลายร่างเป็นสัตว์ประหลาดทะเลตัวใหญ่โตจริงๆ หรือไม่
ถ้าเป็นแบบนั้น ลุดวิกก็คงอยู่ในทรีอาร์ไม่ได้ เว้นเสียแต่ต้องซ่อนตัวในโลกกระจกทุกวัน
ตอนนั้นลุดวิกมองสองมือ มองร่างกายตัวเองหลายวินาที แล้วก็เศร้าใจกะทันหัน ร้องไห้พูดว่า “ยังไม่ได้”
เขาดูผิดหวังกับเรื่องนี้มาก
เขาบอกลูเมี่ยนว่า รูปลักษณ์ภายนอกน่าจะไม่เปลี่ยนแปลงมากนัก เพียงแต่ทุกวันต้องพาเขาไปที่ทะเลสักครั้ง เพื่อให้อิ่มท้องอย่างแท้จริง
สำหรับลูเมี่ยนที่มีพลัง ‘เทเลพอร์ต’ นี่เป็นเรื่องง่ายประหนึ่งพลิกฝ่ามือ
พอได้รับอนุญาตจากพ่อทูนหัว ลุดวิกก็ร้องดีใจ พุ่งตัวไปหาศพ
ฟรังก้าและจินนาหันหลังกลับโดยปริยาย
ท่ามกลางเสียงฉีก เสียงเคี้ยว เสียงกร๊อบแกร๊บ เสียงกรุบกรับ นางมารทั้งสองตรวจสอบทุกซอกมุมของอพาร์ตเมนต์
กล่องดนตรีกล นาฬิกาโบราณ โซฟาหุ้มผ้า โต๊ะทำงานสีแดง มิเตอร์แก๊สสีทองเหลือง รูปปั้นขนาดเล็กที่งดงาม และข้าวของอื่นๆ ถูกฟรังก้ากับจินนากวาดผ่านไปทีละชิ้น
ทันใดนั้น ฟรังก้าเดินไปทางโต๊ะทำงาน แล้วดึงลิ้นชักออกมา
ในลิ้นชักมีเหรียญทองราคาต่างๆ กันวางกองอยู่ ในนั้นมีลูอิดอร์มูลค่า 20 เฟลคินอยู่ไม่น้อย
มือของฟรังก้าคุ้ยหาในกองเหรียญทองอยู่ครู่หนึ่ง แล้วหยิบเหรียญสีทองหม่นที่ไม่ค่อยวาววับมาหนึ่งเหรียญ
นี่ก็เป็นเหรียญทอง แต่ไม่ใช่เหรียญที่ใช้ตามกฎหมายในปัจจุบันชนิดใดเลย
ฟรังก้ายกเหรียญสีทองหม่นนั่นมาใกล้ดวงตา พบว่าด้านหน้ามีโครงร่างศีรษะผู้ชาย ผมยาวสยาย สวมมงกุฎ ริมฝีปากแข็งกร้าว ใบหน้ามีเส้นสายคมเข้ม
ทั้งสองข้างของศีรษะผู้ชายคนนี้ มีประตูซ้อนกัน รวมถึงอีกาที่ตาใหญ่ข้างเล็กข้าง รอบๆ ยังมีลายเส้นคดเคี้ยว ดาบตั้งตรง และมือที่ยื่นออกไปเป็นลวดลายล้อมรอบ
หืม…ฟรังก้าเริ่มคาดเดาได้รางๆ
เธอพลิกเหรียญไปด้านหลัง ตรงนั้นมีเลข ‘7’ เขียนไว้
รอบๆ เลข ‘7’ เป็นภาพทหารรวมตัวกัน อาวุธคมกริบ สายโลหิตไหลนอง
“นี่คือเหรียญทองทูดอร์สินะ?” ฟรังก้าเอ่ยถาม
ลางสังหรณ์ทางพลังวิญญาณของเธอบอกเช่นนั้น
ราชวงศ์ทูดอร์ในยุคที่สี่ มีการออกเหรียญของตัวเอง แต่ไม่รู้ว่าเป็นเพราะจักรพรรดิโลหิตมีปัญหาทางจิต หรือได้รับอิทธิพลจากเส้นทางเดิม มูลค่าเหรียญและการแลกเปลี่ยนช่างน่าปวดหัวนัก ไม่เหมือนปกติที่เป็น 1, 5, 10, 20 แต่กลับไม่มีแบบแผน อาทิ 2, 7, 13
ตลอดช่วงเวลาหนึ่งถึงสองพันปี เหรียญเหล่านี้สูญหายไปหมดสิ้นนานแล้ว หากไม่ถูกนำไปหลอมใหม่ เพื่อหล่อเป็นเหรียญทองหรือเครื่องทองชิ้นใหม่ ก็ถูกฝังลึกอยู่ในสุสานโบราณใต้ดิน ปัจจุบันถ้าอยากเห็นพวกมัน ก็ต้องไปพิพิธภัณฑ์ หรือไปที่คลังสมบัติของนักสะสมบางคน
“ทำไมถึงมีเหรียญทองทูดอร์ได้ล่ะ?” จินนามองมา
“ฉันก็แปลกใจเหมือนกัน ได้ของนี่มาก็ใช้ไม่ได้ เตรียมขายเป็นของโบราณหรือ?” ฟรังก้าชั่งใจสองสามวินาที “ตอนสื่อวิญญาณค่อยถามดู”
ขณะที่สองนางมารค้นหาทั่วอพาร์ตเมนต์อย่างละเอียด ลูเมี่ยนก็หันไปบอกอ็องโตนี
“หยิบปืนลูกโม่ได้แล้ว”
เขาสัมผัสด้วยสัญชาตญาณว่า พลังพรที่ ‘เหมันต์เยี่ยมเยือน’ รับไว้ถึงขีดจำกัดแล้ว ถ้ามากกว่านี้จะพัง
แน่นอนว่าต่อให้พัง ยังไงก็เป็นอาวุธแฝงพลังวิเศษ เพียงแต่ผลกระทบด้านลบอาจเปลี่ยนไป ถึงระดับที่เกินกว่าจะรับไหว
อ็องโตนีที่แอบร่าย ‘ปลอบโยน’ ให้ตัวเองไว้ก่อน ย่อตัวลง หยิบปืนลูกโม่ ‘เหมันต์เยี่ยมเยือน’ ที่งดงามราวงานศิลป์จากศพโชกเลือดที่ขาดวิ่นเละเทะ
“ผลของ ‘สั่งตาย’ และ ‘ไม่พลาดเป้า’ เพิ่มเป็นเก้าครั้ง…”
“แม้ปืนลูกโม่กระบอกนี้จะแตกเป็นชิ้นๆ ก็สามารถนำมารวมกันแล้วประกอบใหม่ได้…”
“อย่างอื่นไม่เปลี่ยนแปลง…”
ลูเมี่ยนอาศัย ‘ทำนายด้วยกระจกวิเศษ’ บอกสภาพปัจจุบันของ ‘เหมันต์เยี่ยมเยือน’ ให้อ็องโตนีฟัง
อ็องโตนีที่ได้ ‘กระเป๋านักเดินทาง’ มาเป็นรางวัลพิเศษจากภารกิจแดนฝัน ฟังแล้วก็โล่งใจ เก็บปืนลูกโม่ใส่ไว้ข้างใน
ตอนนั้นเอง เขาและลูเมี่ยนก็ได้ยินเสียง ‘เอิ๊ก’ ที่ดังและยาวนาน
เสียงนี้มาจากลุดวิก
ลุดวิกกินศพได้แค่ครึ่งเดียว ดูเหมือนจะอิ่มแล้ว
เขาอยู่ตรงนั้น ในท้องราวกับมีลมก้อนหนึ่ง บ้างก็พองโต บ้างก็ทำให้หน้าอกมีเสียงกร๊อบแกร๊บ
ใต้ผิวหนังบนใบหน้า มีหนอนนับไม่ถ้วนกำลังชอนไช จนเกิดตุ่มนูนอันแล้วอันเล่า
บัดนี้ พวกลูเมี่ยนสัมผัสได้ชัดเจนว่า มีสัตว์ร้ายน่ากลัวบางอย่างกำลังจะฉีกผิวหนังของลุดวิกแล้วแหวกออกมา
ร่างกายของลุดวิกบ้างก็ยืดสูง จนผิวหนังปริแตกเป็นรอยแยกหลายแนว บ้างก็พองโต เกือบจะดันเสื้อผ้าให้ขาดกระจุย
ผ่านไปสิบกว่าถึงยี่สิบวินาที สภาพของเขาก็เริ่มคงตัว ยังเป็นเด็กชายเจ็ดแปดขวบคนเดิม
ผนึกของศาสนจักรความรู้ คุณภาพรับประกันจริงๆ…ลูเมี่ยนชื่นชมในใจ
ลุดวิกหันมามองเขาทันที ดวงตาเต็มไปด้วยเส้นเลือดและความกระหาย
“ผมอยากไปทะเล ผมอยากกินเยอะๆ!”
ลูเมี่ยนพยักหน้ารับ จับไหล่ลุดวิก แล้วหายตัวไปจากห้องทันที
ณ พิกัดหนึ่งในทะเลหมอก
ร่างของลูเมี่ยนปรากฏกลางอากาศ พร้อมกับโยนลุดวิกลงสู่ผืนน้ำสีคราม
ลุดวิกไม่รังเกียจเลย ตั้งแต่ยังอยู่กลางอากาศก็อ้าปากรอแล้ว
ปากนั้นอ้ากว้างยิ่งขึ้นเรื่อยๆ จนในที่สุด ทั้งศีรษะ ทั้งร่างกาย ราวกับกลายเป็นส่วนหนึ่งของปาก ฟันแหลมคมสะท้อนแสงอาทิตย์เจิดจ้า
ตูม! ลุดวิกตกลงไปในทะเล
แล้วน้ำทะเลตรงนั้นก็ยุบต่ำลง เกิดเป็นวังวนโดยไม่ทราบสาเหตุ
วังวนค่อยๆ ขยายใหญ่ ฝูงปลารอบข้างแหวกว่ายเข้ามาโดยไม่อาจต่อต้าน มุ่งหน้าไปยังก้นวังวน
ฝูงสัตว์ทะเลมีจำนวนนับพันนับหมื่น ไหลบ่าเข้ามาไม่ขาดสาย
ครืน! การเกิดวังวนขนาดใหญ่ทำให้ทะเลโดยรอบแปรเปลี่ยน กระแสน้ำรอบด้านเริ่มเชี่ยวกราก ในจุดไกลออกไปมีคลื่นยักษ์ถาโถม
สุดขอบของน่านน้ำย่านนี้มีเรือกลไฟลำใหญ่แล่นผ่านมาพอดี แต่ภายใต้คลื่นมหึมา มันยังคงดูเล็กจิ๋ว
ผู้โดยสารบนเรือต่างหวาดผวากับภาพที่เห็นไม่ไกลนัก วิ่งหนีกระเจิดกระเจิง กัปตันสั่งลูกเรือให้รีบเปลี่ยนเส้นทาง
ครืน! ทันใดนั้น คลื่นยักษ์ซัดเข้าใส่กราบเรือ
ทว่าเกลียวคลื่นยังไม่ทันมาถึง ก็พลันแข็งค้างกลางอากาศ
มันแตกสลายในพริบตา แต่ละเศษซากดูเหมือนเกล็ดหิมะหรือผลึกน้ำแข็ง สะท้อนแสงอาทิตย์ งดงามยิ่งนัก
ภายในอพาร์ตเมนต์ของซาทิโป
ฟรังก้าที่ค้นหาเบื้องต้นเสร็จสิ้น เริ่มใช้ ‘สื่อวิญญาณด้วยกระจกวิเศษ’
เธอมองไปยังร่างของซาทิโปในกระจก ยื่นเหรียญทองทูดอร์ให้ดูตรงๆ
“มันมาจากไหน?”
เนื่องจากซาทิโปเคยถูกมิสเตอร์ฟูล ‘ปรสิต’ อีกทั้งความศรัทธาก็ถูก ‘ปลูกถ่าย’ ไปแล้ว ตอนนี้เธอไม่ต้องกังวลว่าการ ‘สื่อวิญญาณ’ กับครึ่งเทพนิกายโรคจะเจอมลทิน
ซาทิโปหน้าซีด สีหน้าเรียบเฉยเอ่ยตอบกลับมา
“ของขวัญจากพระองค์”
ของขวัญจากพระองค์…เดี๋ยวนะ พระองค์ของพวกแกไปได้เหรียญทองทูดอร์มาจากไหน? นี่มันอยู่ในบาเรียนะ…ฟรังก้าถามต่อ
“ประทานด้วยวิธีใด?”
ซาทิโปตอบด้วยน้ำเสียงไม่เร็วไม่ช้า
“ตอนแรก ‘เทพแห่งโรค’ ผู้ยิ่งใหญ่ประทานวิวรณ์ ให้พวกเรารอหน้ากระจก แล้วเหรียญทองก็ร่วงออกมาจากในกระจก”
ให้ตายเถอะ นี่เหมือนของประทานจาก ‘เทพแห่งโรค’ ตรงไหน? บอกว่าเป็นของขวัญจาก ‘นางมารต้นกำเนิด’ ยังจะน่าเชื่อมากกว่า…
จากที่เห็นจนถึงปัจจุบัน ‘เทพแห่งโรค’ ไม่มีอำนาจเกี่ยวกับโลกในกระจกสักหน่อย…ฟรังก้าถามอีก
“นอกจากนาย ใครยังมีอีก?”
“โมโกซิโดส” ซาทิโปตอบ
ไม่เห็นจะมีเลย…นั่นสินะ โมโกซิโดสใช้พลัง ‘ผุพัง’ สลายตัวเองเป็นจุลชีพไปแล้ว ของทุกอย่างบนตัวในตอนนั้นคงเน่าหมด ผุพังไปหมด…ฟรังก้ายิงคำถามต่อเนื่องอีกหลายข้อ แต่ไม่ได้คำตอบที่มีประโยชน์
ซาทิโปเองก็ไม่รู้ว่า ‘เทพแห่งโรค’ อยากทำอะไร แค่ถูกสั่งให้อยู่ในทรีอาร์ รอคอยอย่างอดทน
ตอนนี้ ลูเมี่ยนพาลุดวิกที่ตัวเปียกโชกกลับมาแล้ว
“กินปลากุ้งไปสิบกว่ายี่สิบตัน เลี้ยงไม่ไหวแล้ว เลี้ยงไม่ไหว” ลูเมี่ยนพูดพลางส่ายหน้า
พึ่งกลายเป็น ‘สัตว์ประหลาดทะเล’ ความอยากอาหารก็เพิ่มแบบก้าวกระโดดเลย!
ฟรังก้าพลอยรู้สึกเครียดตามสองสามวินาที แล้วเล่าผลการสื่อวิญญาณให้ลูเมี่ยนฟัง ปิดท้ายว่า
“ในเมื่อไม่ใช่ ‘เทพแห่งโรค’ ประทานให้กับมือ งั้นก็ทำนายดูได้ว่า เหรียญทองทูดอร์นี่มาจากไหน”
ลูเมี่ยนพยักหน้า แล้วรับเหรียญทองมาจากฟรังก้า
ในเรื่องที่เกี่ยวกับผู้ทรงอำนาจสูงสุด เขาระมัดระวังอย่างยิ่ง เพื่อหลีกเลี่ยงอันตราย จึงสวดวิงวอนขอการเฝ้ามอง ขอความช่วยเหลือจากมิสเตอร์ฟูลเป็นกรณีพิเศษ แล้วจึง ‘ทำนายด้วยกระจกวิเศษ’ โดยถามพลังวิญญาณของตัวเอง
“เจ้าของคนก่อนของเหรียญนี้…”
“เจ้าของคนก่อนของเหรียญนี้…”
ไม่นานนัก ผิวกระจกเริ่มมีแสงวารีเคลื่อนไหว กลายเป็นมืดลึก
วินาทีถัดมา ลูเมี่ยนเห็นดวงตาคู่หนึ่ง ดวงตาที่มืดมิดจนไร้แสง
นี่มัน…ลูเมี่ยนเผลอโพล่งออกมา ตะโกนชื่อหนึ่งด้วยเสียงทุ้มต่ำ
“ซาราธุสตรา!”
……………………………………………………..