ราชันเร้นลับ 2 : วัฏจักรแห่งชะตา (Circle of Inevitability) - ตอนที่ 1062 ภารกิจ
- Home
- ราชันเร้นลับ 2 : วัฏจักรแห่งชะตา (Circle of Inevitability)
- ตอนที่ 1062 ภารกิจ
ตอนที่ 1062 ภารกิจ
หลังจากลูเมี่ยนเอ่ยชื่อนั้นออกมา ภาพบนผิวกระจกก็แตกกระจายทันที ราวกับผืนน้ำที่ถูกโยนก้อนหินลงไป
“ซาราธุสตรา? ไม่สิ บนโลกความจริงน่าจะต้องเรียกว่าซาราธ” ฟรังก้าก็จำดวงตาคู่นั้นได้เช่นกัน
จินนาพูดต่อ
“ลูกน้องของราชันสวรรค์ร่วมมือกับผู้รับพรจาก ‘เทพแห่งโรค’ หรือ?”
“เหรียญทองทูดอร์นี่มีประโยชน์อะไร?”
ลูเมี่ยนส่ายหน้าก่อน แล้วจึงตอบ
“โมโกซิโดสเพิ่งได้รับพรลำดับ 3 หลังจากเหตุการณ์วังวน ฉันสงสัยว่า การร่วมมือระหว่างลูกน้องราชันสวรรค์กับผู้ได้รับพรจาก ‘เทพแห่งโรค’ คือผลพวงของเหตุการณ์วังวน หรืออาจเป็นผลลัพธ์จากแขนงใดแขนงหนึ่ง”
“เหตุการณ์ใหญ่ขนาดนั้น มีผู้ทรงอำนาจระดับสูงพัวพันมากมาย ไม่ใช่สิ่งที่องค์ศรัทธาของ ‘ชุมนุมแสงเหนือ’ จะบอกว่าจบก็จบได้”
“นี่อาจเป็นเหตุผลที่พระองค์เปลี่ยนท่าที หวังให้ ‘มิสเตอร์ฟูล’ ตื่นในเร็ววัน”
พวกฟรังก้าพยักหน้าเห็นด้วย
ระหว่างที่ลูเมี่ยน ‘ทำนายด้วยกระจกวิเศษ’ ลุดวิกเปลี่ยนเสื้อผ้าที่เปียกชื้นภายใต้การดูแลของจินนา ตอนนี้กลายเป็นเด็กชายตัวน้อยที่สะอาดสดชื่นอีกครั้ง
“ประโยชน์ของเหรียญทองทูดอร์ เกี่ยวข้องกับแผนการของผู้ทรงอำนาจ อาจทำนายไม่ได้ผลลัพธ์” ลูเมี่ยนครุ่นคิดแล้วพูดต่อ “แต่เราทำนายเจ้าของคนก่อนหน้าของเหรียญนี้ได้ อาจได้ข้อมูลบ้าง”
เขาลงมือทันที สวดวิงวอนขอให้ ‘มิสเตอร์ฟูล’ เฝ้ามองอีกครั้ง เพื่อขจัดภยันตรายและการแทรกแซงที่อาจมี
“เจ้าของคนก่อนหน้าของเหรียญนี้…”
“เจ้าของคนก่อนหน้าของเหรียญนี้…”
“…”
ลูเมี่ยนกำเหรียญสีทองเข้มไว้ในมือ ท่องประโยคซ้ำหลายรอบ
ทว่ามันไม่ใช่แสง หากแต่เป็นเปลวไฟที่มองไม่เห็นกำลังลุกไหม้ กระจกทั้งบานถูกเผาทำลายในพริบตา
หมอกสีเทาบางเบาปกคลุมลงมาทันที เปลวไฟไม่อาจลุกลามออกไป เพียงแต่ทำให้กระจกและโต๊ะกลายเป็นเถ้าถ่าน
เห็นภาพนี้ ความคิดสองอย่างแรกที่ผุดในหัวฟรังก้าคือ
“อันตรายจริงๆ ด้วย…โชคดีที่เรารอบคอบ โชคดีที่ ‘มิสเตอร์ฟูล’ ทั้งสูงส่งทั้งแข็งแกร่ง!”
“ตกใจหมดเลย โชคดีที่ฉันเก็บเหรียญทองในลิ้นชักไว้ก่อน…”
รอจนเปลวไฟที่มองไม่เห็นดับลง ผู้แทน ‘0-01’ อย่างลูเมี่ยนก็หัวเราะเสียงทุ้มต่ำ
“ฉันรู้แล้วว่าเหรียญทองทูดอร์นี่มาจากไหน”
“ทรีอาร์ยุคที่สี่!”
ทุกคนตรงนี้ ยกเว้นลุดวิก ต่างเคยเข้าไปในทรีอาร์ยุคที่สี่มาแล้ว พอได้ยินดังนั้นจึงนึกถึงบางอย่าง
“ความร่วมมือระหว่างผู้รับพรจาก ‘เทพแห่งโรค’ กับลูกน้องราชันสวรรค์ พุ่งเป้าไปยังทรีอาร์ยุคที่สี่หรือ?” ฟรังก้าพูดอย่างครุ่นคิด “เหรียญทองทูดอร์นี่จะทำหน้าที่เป็นสื่อกลางอะไรสักอย่างตอนนั้น?”
ลูเมี่ยนพยักหน้ารับ เก็บเหรียญทองทูดอร์ใส่ ‘กระเป๋านักเดินทาง’
“สิ่งที่เราต้องทำต่อไปคือ หาเบาะแสที่อยู่ของซาราธ ขุดหาลูกน้องราชันสวรรค์และสมาชิก ‘สมาคมมลายสิ้นสรรพสิ่ง’ ให้ได้มากกว่านี้”
จากนั้น เขาหันไปบอกอ็องโตนี
“ไม่รู้ว่าทาง ‘มาดามจัสติส’ ต้องรออีกนานแค่ไหน เราขอสูตรโอสถ ‘จอมบงการ’ มาก่อนก็ได้ ลองหาและเตรียมวัตถุดิบเอง ถ้าติดปัญหาค่อยขอให้พวกเขาช่วย”
‘จอมบงการ’ คือชื่อโอสถลำดับ 4 เส้นทาง ‘ผู้ชม’ และเป็นลำดับถัดไปของอ็องโตนี
“ผมไม่ขัดข้อง” อ็องโตนีก็คิดว่าไม่ควรฝากความหวังทั้งหมดไว้กับการที่ ‘มาดามจัสติส’ จะหามังกรโบราณตัวนั้นเจอ
ลูเมี่ยนหันไปมองจินนา
“อีกสองวันยูเลียนจะกลับมาแล้ว คุณคิดวิธีได้หรือยัง?”
จินนาเงียบไปสองสามวินาทีก่อนตอบ
“ฉันจะใช้เงินและพลัง ‘กระตุ้น’ สร้างตำแหน่งงานที่ดีให้เขาในเมืองใหญ่ๆ อย่างเลอซายล์ ซูสิต หรือนิวเวล ระยะเวลาสักสามปี”
“แล้วก็…”
จินนาหยุดชั่วครู่ก่อนพูดต่อ
“ถ้ายูเลียนไม่ฟังคำแนะนำของฉัน ยืนกรานไม่ยอมไป ฉันอยากให้อ็องโตนีช่วย ‘โน้มน้าว’ เขา สะกดจิตเบื้องต้น”
“นี่เธอ…” ฟรังก้าอุทานด้วยความประหลาดใจ
นี่ไม่ใช่วิธีที่จินนาค่อนข้างต่อต้านและไม่ยอมใช้มาตลอดหรอกหรือ?
เธอไม่อยากใช้พลังวิเศษครอบงำยูเลียน แทรกแซงการเลือกตามเจตจำนงของเขา!
จินนาหัวเราะเยาะตัวเอง
“ถ้านี่เป็นทางเลือกที่จะอยู่กับยูเลียนไปตลอดชีวิต ฉันคงไม่ทำแน่ แต่ถ้าแค่สามปี คิดดูแล้วก็พอรับได้”
รอยยิ้มบนใบหน้าเธอค่อยๆ หายไป พลางเปรยกับตัวเอง
“ชีวิตคนเรา…มักก้าวไปข้างหน้าด้วยการละทิ้งหลักการบางอย่างเสมอ…”
“ป่านนี้แล้ว ความเจ้าระเบียบบางอย่างก็ทิ้งได้ นางมารต้องแบกรับความทุกข์ทรมานอยู่แล้ว ฉันจะโหดเหี้ยมเย็นชาแค่ไหนไม่สำคัญ สำคัญคือยูเลียนจะพ้นจากสถานการณ์อันตรายหรือไม่”
พูดถึงตรงนี้ จินนาก็เยาะเย้ยตัวเองอีกครั้ง
“ผลักความผิดและความรู้สึกผิดให้เทวบารมีก็แล้วกัน ถือว่าเป็นราคาที่ฉันต้องจ่ายเพื่อแลกกับเทวบารมี”
“ไม่หรอก มีคนที่จะแบกรับความผิดทั้งหมดนี้อยู่” ลูเมี่ยนตอบด้วยน้ำเสียงล้อเล่น
จากนั้นเขาก็พยักหน้า
“วิธีนี้ดีที่สุดแล้วละ เหมือนกับการย้ายบ้าน ถ้ายังมีเวลาเหลืออยู่มาก ก็ย่อมเก็บของและจัดระเบียบอย่างรอบคอบ ไม่ทิ้งอะไร ไม่ทำอะไรพัง แต่ถ้าเหลือเวลาแค่ไม่กี่นาทีห้องก็จะระเบิด ยังไงก็หยุดไม่ได้ ก็คงทำได้แค่เลือกสิ่งสำคัญที่สุดไปด้วย”
“ส่วนที่เหลือ ต่อให้อาลัยอาวรณ์แค่ไหนก็ต้องปล่อยให้มันพินาศไป”
ฟรังก้า จินนา และอ็องโตนีฟังไปฟังมา พลันรู้สึกว่าลูเมี่ยนกำลังพูดถึงการต่อสู้ระหว่างความเป็นมนุษย์กับเทวบารมี พูดถึงสิ่งที่ผู้วิเศษควรทำในกระบวนการเพิ่มลำดับทีละขั้น
ลูเมี่ยนพูดจากใจจริง โดยนึกถึงบทสนทนาก่อนหน้านี้กับ ‘มิสเตอร์ฟูล’
เพื่อสิ่งที่สำคัญกว่า จึงทำได้เพียงเท่านี้
คุ้มไหม?
คุ้ม
“ใช่เลย” ฟรังก้าอุทานด้วยอารมณ์ร่วม แล้วหันไปบอกจินนา “อันที่จริง เธอเคยคิดไหมว่า จะสอนศาสตร์เร้นลับให้พี่ชาย หาโอสถที่เหมาะๆ ให้เขาดื่มแล้วเป็นผู้วิเศษ? แบบนี้เขาจะเข้าใจว่าทำไมต้องออกจากทรีอาร์”
จินนาค่อยๆ ส่ายหน้า
“ไม่ ฉันรู้จักเขาดี พี่น่ะดื้อรั้นมาก ถ้ารู้เหตุผลที่แท้จริงเมื่อไร หากฉันไม่ไป เขาก็จะไม่ไปเหมือนกัน และฉัน…”
พูดถึงตรงนี้ สายตาของจินนากวาดมองลูเมี่ยนกับฟรังก้า
จากนั้น เธอคิดสักครู่แล้วพูดต่อ
“ยังไงก็ต้องสะกดจิตก่อน จะสอนศาสตร์เร้นลับให้ยูเลียน ชักนำให้เขาเป็นผู้วิเศษหรือไม่ เรื่องนั้นค่อยว่ากันอีกที”
“อา…แม้แต่ลำดับต่ำก็ช่วยเพิ่มพลังป้องกันตัวให้เขาได้ แต่ห้ามบอกเขาเด็ดขาดว่า วันสิ้นโลกใกล้เข้ามาแล้ว ทรีอาร์จะเกิดเรื่องใหญ่ในหนึ่งสองปี”
“นี่จะทำให้เขาใจร้อน พอเขาใจร้อน ก็มักจะคิดสุดโต่ง เดินทางผิด”
“งั้นต้องเลือกเส้นทางที่ดีให้เขา อย่างน้อยต้องไม่ใช่เส้นทางที่มีหลุมพรางโต้งๆ อย่าง ‘ปีศาจ’ ‘นักโทษ’ ‘ธรณี’ ‘จันทรา’ ‘นักลอบสังหาร’…” ฟรังก้าช่วยคิดด้วย
สุดท้าย เธอก็ยังคิดว่า นางมารน่ะ โยนเหรียญแล้วใช้พลังวิญญาณเลือกคำตอบ อาจจะถูกต้องมากกว่า
……….
ช่วงบ่าย
จินนาพาลุดวิกที่ตัวสูงขึ้นไปซื้อเสื้อผ้าใหม่ ฟรังก้าก็เลือกไปช้อปปิ้งด้วยกัน ส่วนอ็องโตนีก็ออกไปหาสายข่าวของตัวเอง ไปติดต่อสมาชิก ‘สมาคมแปรจิต’
ดังนั้น ในคฤหาสน์หลังใหญ่จึงเหลือแค่ลูเมี่ยนคนเดียว
เขานอนลงบนโซฟา คิดว่าจะทำพันธสัญญากับสัตว์โลกวิญญาณที่เชี่ยวชาญการทำความสะอาดห้องดีไหม
พักผ่อนได้สักครู่ ลูเมี่ยนก็คิดถึงเรื่องที่ต้องทำในอนาคตอันใกล้ รวมถึงภารกิจที่ตนต้องรับผิดชอบในฐานะไพ่อาร์คาน่าใหญ่ ‘แชเรียต’
“หนึ่ง เสริมสร้างและกระชับศรัทธาที่สาวกนิกายโรคมีต่อเราและฟรังก้า”
“สอง ต้องเริ่มคิดเรื่องลำดับ 2 แล้ว สูตรโอสถ ‘นางมารหายนะ’ พอมีอยู่ แต่ ‘นางมารยุพนิรันดร์’ อย่างเรายังไม่รู้ว่า ‘นางมารหายนะ’ ฆ่ายากแค่ไหน?”
“แถมพวกเธอยังมี ‘นางมารต้นกำเนิด’ คอยคุ้มครอง ส่วน ‘มิสเตอร์ฟูล’ ก็เพิ่งฟื้นพลังแค่เบื้องต้น…”
“ทางเลือกที่ดีที่สุดคือ ‘จอมอาคมลมฟ้าอากาศ’ ลำดับ 2 ของเส้นทาง ‘นักล่า’…”
“ตอนชุมนุมหน้าพระพักตร์ ‘มิสเตอร์ฟูล’ เคยหยิบไพ่ ‘นักบวชสีชาด’ ออกมา เราแลกสูตรโอสถจากพระองค์ได้”
“ตะกอนพลัง ‘จอมอาคมลมฟ้าอากาศ’ นอกจากตระกูลเซารอน ตระกูลไอน์ฮอร์นแล้ว จะหาได้จากที่ไหนอีก? สมบัติปิดผนึกระดับ ‘0’ ในศาสนจักร?”
“ถ้าไม่ใช่เพราะไม่มีทางเลือกอื่น ก็ไม่อยากไปที่คลังสมบัติของ ‘โทสะสีคราม’ เผชิญหน้ากับอลิสต้า·ทูดอร์ในกระจกสักเท่าไร…”
“ฮะๆ บางทีเราอาจไม่มีทางเลือก…”
“ในภารกิจของ ‘ชุมนุมทาโรต์’ ถ้าเป็นเรื่องที่เกี่ยวกับ ‘องค์มารดาผู้ยิ่งใหญ่’ ละก็ ต่อให้เราไม่ถูกมอบหมายงาน แต่ด้วยสภาพในปัจจุบัน เกรงว่าถึงอยากจะเลี่ยงก็คงเลี่ยงไม่ได้…”
“สำหรับตอนนี้ ควรตั้งใจหาเบาะแสของซาราธกับสมาชิก ‘สมาคมมลายสิ้นสรรพสิ่ง’ ไปก่อน…”
“ภารกิจแรกถือว่ายากเอาเรื่อง แม้แต่ผู้ทรงอำนาจสูงสุดของเส้นทาง ‘นักทำนาย’ อย่าง ‘มิสเตอร์ฟูล’ ก็ยังระบุตำแหน่งซาราธไม่ได้…” คิดถึงตรงนี้ มีบางสิ่งดลใจลูเมี่ยน จึงมองไปยังริมห้องรับแขก
ผู้ส่งสารร่างไหม้เกรียมของเขา ‘ผู้สำนึกบาป’ บายินเฟล ปรากฏตัว ถือจดหมายฉบับหนึ่งในมือ
ลูเมี่ยนจ้องมองบายินเฟลที่มีเปลวไฟสีเข้มลุกโชนในเบ้าตาอยู่สองสามวินาที ก่อนจะเอ่ยปาก
“ส่งจดหมายให้ฉันเถอะ”
เขารับจดหมายมาแล้วคลี่ออก พบว่าเนื้อหาข้างในเรียบง่ายมาก
“เย็นวันนี้ฉันอยากแวะมาเยี่ยมคุณ พอจะสะดวกไหม?”
“เฮอร์มิท”
มาดามเฮอร์มิทมีธุระอะไร? เรื่องที่เราคาดเดาสถานะของ ‘ปราชญ์เร้นลับ’ หรือ? ลูเมี่ยนครุ่นคิดแล้วพยักหน้า บอกกับบายินเฟล
“รบกวนช่วยตอบผู้ส่งด้วย บอกเธอว่าได้”
บายินเฟลพยักหน้ารับ แล้วหายไปจากขอบห้องรับแขก
ตกเย็น เมื่อม่านราตรีเพิ่งปกคลุม พวกลูเมี่ยน ฟรังก้า และจินนาที่รออยู่ ได้ยินเสียงกริ่งประตูดัง
กรุ๊งกริ๊ง กรุ๊งกริ๊ง
“มาดามเฮอร์มิทสุภาพจริงๆ…” หลังจากชินกับสไตล์ของ ‘มาดามเมจิกเชี่ยน’ ที่ผลุบๆ โผล่ๆ กะทันหัน แทบไม่เคยเดินผ่านประตู ลูเมี่ยนกลับรู้สึกไม่คุ้นชินมารยาทที่ควรจะเป็น
เขาไปเปิดประตูด้วยตัวเอง พบว่าเป็น ‘มาดามเฮอร์มิท’ ผู้สวมแว่นตาหนา ใส่เสื้อคลุมยาวลายสีม่วงจริงๆ
หลังจากทักทายกันคนละประโยค เขานำพวกพ้องรายนี้ ราชินีโจรสลัด เข้ามาในห้องนั่งเล่น เชิญให้เธอนั่งบนโซฟาเดี่ยว
ลูเมี่ยนนั่งลงข้างฟรังก้ากับจินนา พูดคุยเรื่องทั่วไปได้แค่ไม่กี่ประโยค ก็ได้ยิน ‘มาดามเฮอร์มิท’ กล่าวเข้าประเด็น
“ฉันมีเรื่องอยากขอให้พวกคุณช่วย”
“เรื่องอะไรหรือ?” ลูเมี่ยนถามอย่างครุ่นคิด
‘เฮอร์มิท’ เงยหน้ามองไปด้านบน ยังไม่ตอบในทันที
ไม่กี่อึดใจต่อมา รอบห้องนั่งเล่นเริ่มมีหมอกสีเทาบางเบาปกคลุม
นี่มัน…ลูเมี่ยนพบว่าเรื่องนี้ไม่ง่ายอย่างที่ตนคิด
หลังจากพวกฟรังก้านั่งตัวตรง ‘เฮอร์มิท’ ก็พูดด้วยเสียงทุ้มต่ำ
“มิสเตอร์ฟูลเตรียมจะล่าปราชญ์เร้นลับ”
……………………………………………………..