ราชันเร้นลับ 2 : วัฏจักรแห่งชะตา (Circle of Inevitability) - ตอนที่ 1063 ตัวช่วย
- Home
- ราชันเร้นลับ 2 : วัฏจักรแห่งชะตา (Circle of Inevitability)
- ตอนที่ 1063 ตัวช่วย
ตอนที่ 1063 ตัวช่วย
เมื่อได้ยินคำพูดของ ‘มาดามเฮอร์มิท’ ดวงตาของลูเมี่ยนก็เป็นประกายทันที
มุมปากค่อยๆ ยกสูง รอยยิ้มดูสดใสยิ่ง
“มีอะไรที่ผมช่วยได้บ้าง?”
…………
กรุงทรีอาร์ เขตมหาวิหาร
หน้ามหาวิหารของศาสนาจารีต ‘เทพจักรกลไอน้ำ’ ที่มีปล่องควันสีดำลำใหญ่ตั้งตระหง่านหลายต้น ลูเมี่ยนสวมหมวกนุ่มสตรีและมีผ้าคลุมหน้าสีดำ เงยหน้ามองอยู่สองสามวินาที ก่อนจะเดินผ่านประตูใหญ่ที่เปิดอยู่เข้าไปข้างใน
สิ่งแรกที่เขาเห็นคือ ท่อสีเทาขาวที่พาดสลับไขว้กันไปมา มีทั้งติดผนัง พาดเสา หรือคดเคี้ยวอยู่บนเพดานโค้ง
ท่อเหล่านี้เป็นส่วนประกอบของเครื่องจักรไอน้ำขนาดยักษ์ หรือกล่าวได้ว่า มหาวิหารแห่งนี้ก็คือเครื่องจักรไอน้ำขนาดมหึมาผสมกับเครื่องจักรใหญ่อีกหลายชนิดนั่นเอง
ปัจจุบันไม่มีความร้อนแผ่ออกจากท่อ แต่เมื่อถึงฤดูหนาว เมื่อเครื่องจักรไอน้ำขนาดยักษ์ทำงานเต็มกำลัง มหาวิหารทั้งหลังจะอบอุ่นไปด้วยไอร้อน ช่วยให้ผู้ศรัทธาที่มาสวดมนต์ได้สัมผัสความงดงามเสมือนต้นฤดูร้อน
ลูเมี่ยนเห็นผู้ศรัทธาจำนวนมากกำลังเดินออกมา ดูเหมือนเพิ่งฟังคำเทศนาจบ ยังคงจมอยู่ในบรรยากาศสงบและศักดิ์สิทธิ์
ลูเมี่ยนเดินผ่านพวกเขาไปยังบริเวณใกล้แท่นบูชา
เหล่าผู้ศรัทธาหลายคนทั้งชายหญิง สายตาพลันติดตามร่างสูงโปร่งหน้าตาสะสวยนั่น หันตัวและหันหน้าตามโดยไม่มีสติ
ลูเมี่ยนเดินไปข้างหน้าอย่างสบายๆ ไม่เร็วไม่ช้า
เมื่อมาถึงม้านั่งแถวหน้าสุดหน้าแท่นบูชา เขาจ้องมองตราศักดิ์สิทธิ์รูปสามเหลี่ยมที่เป็นสัญลักษณ์ของ ‘เทพจักรกลไอน้ำ’ สายตาเคลื่อนไปมาอย่างช้าๆ ระหว่างสัญลักษณ์ไอน้ำ เฟือง และคานงัดที่อยู่ในรูปสามเหลี่ยมมั่นคง
ในขณะนี้ เขาไม่ได้คิดว่ามันศักดิ์สิทธิ์หรือมีความงามเชิงกลไกแต่อย่างใด แต่กลับครุ่นคิดถึงคำถามหนึ่ง
หาก ‘เทพจักรกลไอน้ำ’ วิวัฒนาการเป็น ‘เทพพลังงานไฟฟ้าและเทคโนโลยีสารสนเทศ’ จริงๆ ตราศักดิ์สิทธิ์นี้จะกลายเป็นอย่างไร?
ลูเมี่ยนควบคุมความคิดที่ดูหมิ่นองค์เทพ นั่งลงตรงแถวหน้าสุดใกล้ทางเดินกลาง ภายใต้สายตาของบิชอปผู้เทศนา เขายกสองมือพร้อมกับก้มศีรษะสวดมนต์
เมื่อลางสังหรณ์ทางพลังวิญญาณบอกเขาว่า บิชอปผู้นั้นเบนสายตาไปแล้ว เขาจึงยื่นมือขวาเข้าไปใน ‘กระเป๋านักเดินทาง’ ของตน
สิ่งที่เขาหยิบออกมาคือโทรศัพท์มือถือ
เครื่องที่เขาเคยใช้ในเมืองแดนฝัน
แน่นอนว่านี่ไม่ใช่ของจริง แต่เป็นสิ่งที่มาดาม ‘นักสานฝัน’ สร้างตามความทรงจำของเขา ไม่มีฟังก์ชันใดๆ และคงอยู่ได้ไม่นาน
โทรศัพท์มือถือที่ถูกสร้างนี้ อยู่ในสถานะหน้าจอสว่าง แสดงหน้าต่างสนทนา WeChat ที่มีลูเมี่ยนและสเตียโน่เป็นคู่สนทนา
เนื้อหาการสนทนาคือ สเตียโน่ส่งมินิโปรแกรมชื่อ ‘ถังบดทำลายข้อมูล’ มาให้ลูเมี่ยน
ลูเมี่ยนถือโทรศัพท์มือถือปลอมที่ดูลวงตานี้ไว้ แล้วสวดมนต์อีกครั้ง
“เทพจักรกลไอน้ำผู้ยิ่งใหญ่ พระองค์คือร่างแห่งแก่นแท้ ผู้พิทักษ์ช่างฝีมือ แสงสว่างแห่งเทคโนโลยี”
“ขอพระองค์โปรดประทานพลังบดทำลายข้อมูลแก่ข้าอีกครั้ง มีผลเป็นเวลาหนึ่งสัปดาห์…”
หลังจากสวดมนต์อย่างจริงจัง ลูเมี่ยนใช้มือขวาวาดตราศักดิ์สิทธิ์รูปสามเหลี่ยมบนหน้าอก
ขณะเดียวกัน เขารู้สึกถึงการเปลี่ยนแปลงอันละเอียดอ่อน
เขาก้มหน้ามองโทรศัพท์มือถือลวงตาที่ถืออยู่ในมือซ้ายอีกครั้ง พบว่ามันดู ‘จริง’ มากกว่าเดิม
ลูเมี่ยนใช้นิ้วเลื่อนหน้าจอตามสัญชาตญาณ เห็นกล่องสนทนาย้อนกลับไปยังหน้าหลักของ WeChat
จากนั้น เขาย้อนไปยังหน้าโฮม พบว่าแอปที่ดาวน์โหลดไว้ก่อนหน้านี้ยังอยู่ครบถ้วน
นี่มัน…สร้างโทรศัพท์มือถือจากข้อมูลที่มีอยู่เลยหรือ? นี่น่ะหรือ แสงแห่งเทคโนโลยี เทพแท้จริงลำดับ 0?
แม้ลูเมี่ยนจะเป็น ‘นางมารยุพนิรันดร์’ ลำดับ 3 แล้ว แต่ก็ยังรู้สึกตื่นตะลึงอยู่ดี
เขาศึกษาอยู่ครู่หนึ่ง แน่ใจว่าโทรศัพท์มือถือเครื่องนี้ใช้งานได้จริง เพียงแต่ไม่มีเน็ต
แน่นอนว่า ‘ถังบดทำลายข้อมูล’ ไม่จำเป็นต้องเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ต
…………
เขตถนนหลวง ในอพาร์ตเมนต์แห่งหนึ่ง
‘ศาสตราจารย์’ ‘รองศาสตราจารย์’ ‘ตารางธาตุ’ ‘ไอโซโทป’ และ ‘จอมเวท’ อีกสองคนที่อยู่ในกรุงทรีอาร์ นั่งกระจายกันบนโซฟา เก้าอี้พนักพิง และเก้าอี้เอนหลัง ต่างมองหน้ากันไปมาด้วยความไม่สบายใจปนกังวล
หลังจากได้รับคำขอจาก ‘ดาบซ่อนแขน’ ให้พบกันโดยเร็ว พวกเขาได้ติดต่อกัน ไตร่ตรองอย่างรอบคอบ สุดท้ายก็ตัดสินใจพบกับ ‘ดาบซ่อนแขน’
แน่นอนว่า เวลาและสถานที่พวกเขาเป็นคนเลือก
“ดาบซ่อนแขนจะมีเรื่องด่วนอะไรหนอ?” ‘ไอโซโทป’ กระซิบด้วยความกังวล
หากไม่ใช่เพราะ ‘ดาบซ่อนแขน’ มีชื่อเสียงดีมาตลอด นิสัยใจคอก็ดี พวกเขาคงปฏิเสธคำขอพบอย่างกะทันหัน แถมยังไม่บอกจุดประสงค์ชัดเจน
“ไม่ว่าเธอจะมีจุดประสงค์อะไร ฉันเชื่อว่าเธอมีเจตนาดี” ศาสตราจารย์ที่สวมหน้ากากผีเสื้อสีดำ มองไปรอบๆ แล้วพูดต่อ “อีกอย่าง พวกเราก็มีเรื่องจะหาเธอเหมือนกันไม่ใช่หรือ?”
ทุกคนพยักหน้า
ทันใดนั้น พวกเขาได้ยินเสียงเคาะประตูเป็นรหัสมอร์ส
“เชิญเข้ามา” สมาชิก ‘สมาคมวิจัยลิงบาบูนขนหยิก’ ภายในห้องพร้อมใจกันยืดหลังตรง
คนที่เข้ามาไม่ใช่แค่ ‘ดาบซ่อนแขน’ ซึ่งสวมชุดนักลอบสังหารโดยไม่ได้ดึงฮู้ด จนเผยให้เห็นใบหน้าที่ดูสง่างาม แต่ยังมี ‘เฮล่า’ ที่แต่งกายแบบ ‘แม่หม้ายดำ’ ด้วย
“มาดามเฮล่า ท่านก็มาด้วยหรือ?” พวก ‘ตารางธาตุ’ ลุกยืนโดยพร้อมเพรียง
ให้ตายเถอะ พวกคุณไม่เคยเรียกฉันว่า ‘ท่าน’ เลยสักครั้ง! ฟรังก้าบ่นในใจ แต่จริงๆ แล้วไม่ได้โกรธสักนิด กลับกันต่างหาก ถ้าอีกฝ่ายเรียก ‘ท่าน’ เธอกลับจะขนลุกซู่
‘เฮล่า’ พยักหน้ารับ
“ฉันมาเพื่อรับรองให้ ‘ดาบซ่อนแขน’ และช่วยจัดการเรื่องหลังจากนี้”
พวก ‘ศาสตราจารย์’ หันมามองฟรังก้าทันที
ครั้งนี้ พวกเขาต่างถูกความงามของ ‘นางมารยุพนิรันดร์’ ดึงดูด ชั่วขณะหนึ่งถึงกับละสายตาไปไม่ได้
ฟรังก้าเดินไปยังเตาผิงที่ไม่มีถ่านไม้ลุกไหม้ แล้วยิ้มให้พวก ‘ศาสตราจารย์’
“ทุกคนนั่งเถอะ”
“ความจริงแล้ว วันนี้ฉันมาขอให้พวกคุณช่วย”
“ดูสิ ฉันถึงกับเปิดหน้าเปิดตา ก็เพื่อให้พวกคุณเชื่อใจกันมากกว่าเดิม”
‘ศาสตราจารย์’ ที่นั่งลงใหม่ ถามด้วยความสงสัย
“ดาบซ่อนแขน คุณเป็นครึ่งเทพแล้ว ยังมีอะไรที่พวกเราช่วยได้อีกหรือ?”
ฟรังก้ามองไปทาง ‘เฮล่า’ รอให้อีกฝ่ายพยักหน้า รอให้ความมืดยามค่ำคืนนอกหน้าต่างดูลึกล้ำกว่าเดิม จึงค่อยยิ้มหวานกับพวก ‘ศาสตราจารย์’ ‘รองศาสตราจารย์’ ‘ไอโซโทป’
“พวกคุณอยากแก้ปัญหา ‘ปราชญ์เร้นลับ’ ที่คอยตามล้วงสมองยัดเยียดความรู้ไหม? อยากให้เรื่องนี้จบลงไหม?”
“จบลง?” ศาสตราจารย์เป็นสตรีที่ค่อนข้างสงบเสงี่ยม แต่ตอนนี้ก็อดที่จะอุทานออกมาไม่ได้
นี่เป็นสิ่งที่พวกเขาไม่เคยคิดมาก่อน ไม่สิ ตอนที่ยังอ่อนแอและไม่รู้อะไร พวกเขาเคยฝันถึง
“ต้องทำยังไงถึงจะจบ? พวกเราช่วยได้ด้วยหรือ?” ตารางธาตุที่เคยบอกฟรังก้าชัดเจนว่า ตนเป็นสมาชิก ‘นิกายมอสส์’ เอ่ยถามติดๆ กัน
แม้เธอจะไม่ค่อยหวังอะไร แต่ถึงจะเป็นแค่ฟางเส้นเดียวที่ลอยอยู่บนน้ำ เธอก็อยากจะคว้าไว้
‘จอมเวท’ คนอื่นๆ ที่นั่งอยู่ก็มีความรู้สึกแบบเดียวกัน
ฟรังก้าไม่รีบตอบ มองพวกเขาที่ผลัดกันถามคำถามแล้วคำถามเล่า
ท้ายที่สุด ‘ศาสตราจารย์’ ที่ริมฝีปากซีดจาง ดูเหมือนจะซีดเผือดไปหน่อย ก็ยิ้มขื่นๆ
“ดาบซ่อนแขน ที่จริงพวกเราก็กำลังจะไปหาคุณเพื่อขอคำแนะนำเรื่องนี้พอดี”
“ก่อนหน้านี้ ‘มักเกิ้ล’ บอกพวกเราว่า ลานบูชาขนาดเล็กตรงทางเข้าสุสานใต้ดินชั้น 3 มีเทวานุภาพตกค้าง สามารถกั้นอิทธิพลส่วนใหญ่จากภายนอกได้”
“นั่นช่วยพวกเราได้มากจริงๆ อาจพูดได้ว่า มันช่วยชีวิตพวกเราไว้หลายคน ไม่งั้นภายใต้การยัดความรู้อันถี่ยิบและบ้าคลั่งกว่าเดิมของ ‘ปราชญ์เร้นลับ’ บางคนอาจพอทนไหว แต่บางคนคงไม่รอดไปแล้ว”
“ที่พวกเราอยากขอคำแนะนำคือ หลังจากย้ายออกจากกรุงทรีอาร์แล้ว ยังมีที่ไหนอีกที่กีดขวางการยัดความรู้ของ ‘ปราชญ์เร้นลับ’ ได้ หรือมีวิธีใดที่จะบรรเทาผลกระทบด้านลบได้บ้าง?”
จริงด้วย คนอื่นที่ไม่ย้ายออกจากกรุงทรีอาร์ ส่วนใหญ่เป็นเพราะอาลัยอาวรณ์ แต่ ‘ศาสตราจารย์’ กับพวกมีความจำเป็นจริงๆ ความจำเป็นในระดับคอขาดบาดตาย…
เราเคยคิดจะให้ลูเมี่ยนไปขอคำแนะนำจาก ‘มาดามเฮอร์มิท’ ดูว่ารุ่นพี่ในเส้นทาง ‘จอมเวท’ คนนี้จะมีวิธีดีๆ สำหรับ ‘อุดหู’ บ้างไหม แล้วค่อยแลกเปลี่ยนวิธีนั้นมาบอกพวก ‘จอมเวท’ ในสมาคมวิจัย…
แต่ตอนนี้…ฟรังก้ารู้สึกอาลัยอาวรณ์อยู่บ้าง
จากนั้น เธอก็ยิ้มและพูดกับพวก ‘ศาสตราจารย์’
“วิธีก็คือ…ฆ่า ‘ปราชญ์เร้นลับ’ ทิ้งเสีย”
“คุณ…ไม่ได้ล้อกันเล่นใช่ไหม?” ‘รองศาสตราจารย์’ ถามกลับอย่างยากลำบาก
‘ไอโซโทป’ พูดต่อ
“ดาบซ่อนแขน ถึงคุณจะเป็นครึ่งเทพแล้ว แต่ช่องว่างระหว่างคุณกับ ‘ปราชญ์เร้นลับ’ อาจมากกว่าช่องว่างระหว่างพวกเรากับคุณเสียอีก นั่นเป็นช่องว่างในระดับแก่นแท้”
“ต่อให้รวมทั้งสมาคมวิจัยเข้าด้วยกัน ก็จัดการ ‘ปราชญ์เร้นลับ’ ไม่ได้หรอก” ศาสตราจารย์ก็ไม่มีความมั่นใจเช่นกัน
ฟรังก้าหัวเราะ
“ฉันไม่ได้เป็นกำลังหลักสักหน่อย”
“เรื่องนี้มีพวกตัวสูงๆ แบกไว้แล้ว ส่วนฉันแค่เป็นลูกหาบ”
“ตัวสูง…” ศาสตราจารย์ครุ่นคิดแล้วถาม “สูงแค่ไหน?”
ฟรังก้าชี้ไปบนท้องฟ้า
“สูงขนาดนั้น สูงกว่า ‘ปราชญ์เร้นลับ’ เสียอีก”
พวก ‘ไอโซโทป’ ‘ตารางธาตุ’ มองหน้า ‘ดาบซ่อนแขน’ พลางนึกได้ว่า ครึ่งเทพลำดับ 4 สามารถเรียกได้ว่าเป็นนักบุญแล้ว แม้แต่ในศาสนาจารีตก็นับว่าเป็นระดับสูง
สายตาของพวกเขาเคลื่อนไปมาระหว่างฟรังก้าและ ‘มาดามเฮล่า’ หลายครั้ง ค่อยๆ เข้าใจว่าตนเองและพวก อาจจะได้พัวพันกับเหตุการณ์ที่ถูกจารึกในประวัติศาสตร์ของโลกศาสตร์เร้นลับ
ศึกแห่งทวยเทพ!
“คุณมาหาพวกเราก็เพื่อเรื่องนี้หรือ? พวกเราแม้แต่ครึ่งเทพยังไม่ใช่เลย…” ศาสตราจารย์พูดอย่างลังเล
“ก็ไม่ได้จะส่งพวกคุณไปสู้กับ ‘ปราชญ์เร้นลับ’ สักหน่อย พวกคุณก็เหมือนฉัน ทำงานเป็นลูกหาบ” ‘ดาบซ่อนแขน’ ฟรังก้าคิดอยู่ครู่หนึ่ง “เรื่องนี้มีอันตรายอยู่บ้างจริงๆ แต่ไม่ใช่อันตรายจากการต่อสู้หรอก”
“ฉันกับครึ่งเทพคนอื่นจะรับผิดชอบการสกัดศัตรูและสัตว์ประหลาด อันตรายของพวกคุณมาจากเรื่องอื่น แต่ไม่อันตรายไปกว่าการถูก ‘ปราชญ์เร้นลับ’ ยัดความรู้มากนัก”
“ส่วนจะเป็นอะไรนั้น ตอนนี้ฉันยังบอกไม่ได้”
‘จอมเวท’ ทั้งหกตรงนี้ต่างสื่อสารกันด้วยสายตา ทั้งรู้สึกใจเต้น คิดว่านี่เป็นโอกาสอันดีที่จะหลุดพ้นจากภัยคุกคามของ ‘ปราชญ์เร้นลับ’ แต่ก็กระวนกระวายปนกังวล
ผ่านไปสองสามวินาที ‘รองศาสตราจารย์’ ก็เอ่ยถาม
“พวกคุณมั่นใจแค่ไหน?”
“ถ้าไม่มั่นใจก็คงไม่วางแผนปฏิบัติการล่าครั้งนี้หรอก”
“วางใจเถอะ ถึงพวกเราจะล้มเหลว ‘ปราชญ์เร้นลับ’ ก็จะไม่รู้ว่าพวกคุณทรยศ”
“เชื่อฉันสิ ความล้มเหลวของพวกเราหมายถึง ไม่สามารถฆ่า ‘ปราชญ์เร้นลับ’ ได้ ปล่อยให้พระองค์หนีไป ไม่ใช่ ‘ปราชญ์เร้นลับ’ จะชนะ” ฟรังก้าแสดงท่าทีมั่นใจเต็มประดา
“ทำไมถึงมาขอให้พวกเราช่วย ทำไมต้องเป็นพวกเรา?” ศาสตราจารย์ถามราวกับต้องการยืนยันครั้งสุดท้าย
“จอมเวท…ผู้ข้ามมิติ…กลิ่นอายหมอกสีเทา” ฟรังก้าตอบสั้นๆ “ตอนนี้อย่าเพิ่งถามฉันว่ากลิ่นอายหมอกสีเทาคืออะไร”
‘ตารางธาตุ’ ซึ่งบนใบหน้าเต็มไปด้วยสัญลักษณ์ทางเคมี เริ่มขมวดคิ้ว
“มักเกิ้ลก็ตรงกับเงื่อนไขพวกนี้นะ ทำไมคุณไม่เรียกเธอมาด้วยล่ะ?”
ฟรังก้าหัวเราะทันที
“ในปฏิบัติการครั้งนี้ เธอมีภารกิจสำคัญยิ่งกว่า”
……………………………………………………..