ราชันเร้นลับ 2 : วัฏจักรแห่งชะตา (Circle of Inevitability) - ตอนที่ 1064 ศูนย์บัญชาการ
- Home
- ราชันเร้นลับ 2 : วัฏจักรแห่งชะตา (Circle of Inevitability)
- ตอนที่ 1064 ศูนย์บัญชาการ
ตอนที่ 1064 ศูนย์บัญชาการ
………………..
‘ศาสตราจารย์’ กับสามี รวมถึงพวก ‘ตารางธาตุ’ ประสานสายตากันอีกครั้ง ก่อนที่เธอจะพยักหน้า
“ดาบซ่อนแขน พวกเรายินดีเข้าร่วม”
การตัดสินใจครั้งนี้ และคำที่เอ่ยออกมา ทำให้เธอผ่อนคลายลงทันที ไม่ตึงเครียดเหมือนเมื่อครู่
ถึงทางแยกนี้แล้ว ไม่ว่าจะดีหรือร้าย เลือกฝั่งไหน ก็ต้องเดินต่อ ไม่มีทางหยุดหรือถอยหนี
หากไม่คว้าโอกาสนี้ กำจัด ‘ปราชญ์เร้นลับ’ ให้สิ้นซาก ในภายภาคหน้าหากไม่ถูกบังคับให้อยู่ในทรีอาร์ เผชิญวันสิ้นโลกที่อาจมาถึง ก็ต้องไปอยู่เมืองใหญ่อื่น แล้วคลุ้มคลั่ง กลายเป็นสัตว์ประหลาด หรือเป็นอันตรายต่อครอบครัว
ฟรังก้าถอนหายใจโล่งอก
“อยากเซ็นสัญญาประกันไหม เพื่อให้มั่นใจว่าฉันจะทำตามที่รับปากทุกอย่าง?”
“วางใจได้ นี่เป็นสัญญาที่นักบุญอีกท่านสร้างไว้ มีองค์เทพเป็นสักขีพยาน สามารถผูกมัดฉันอย่างแน่นหนา”
‘ศาสตราจารย์’ ส่ายหน้า มุมปากยิ้มน้อยๆ
“ไม่จำเป็น พวกเราเชื่อใจคุณและมาดามเฮล่า”
เธอหยุดไปครู่หนึ่ง แล้วพูดอย่างลังเล
“ปฏิบัติการครั้งนี้จะใช้เวลานานแค่ไหน? ที่บ้านยังมีลูกเล็กต้องดูแล แม้จะมีคนรับใช้ แต่ก็ไม่ค่อยวางใจ”
ฟรังก้าเตรียมคำตอบไว้แล้ว
“ถ้าเป็นสามีภรรยาที่มีลูก ให้ไปแค่คนเดียว ถ้าเลี้ยงลูกคนเดียวหรือมีญาติที่ต้องดูแลเป็นพิเศษ ไม่ต้องเข้าร่วมปฏิบัติการ แต่ต้องพาลูกหรือคนที่ต้องดูแลไปด้วย ไปอยู่รวมกันที่เดียว มาดาม ‘เฮล่า’ จะคอยดูแลปกป้องเอง”
นี่เป็นการป้องกันความลับรั่วไหล ผู้ที่เกี่ยวข้องต้องอยู่ภายใต้การปกปิดหรือรักษาความลับ
ฟู่ว…‘ศาสตราจารย์’ ถอนหายใจโล่งอกอย่างเห็นได้ชัด หันไปบอก ‘รองศาสตราจารย์’
“ฉันไปเอง”
“ผมไป!” รองศาสตราจารย์ปฏิเสธข้อเสนอของเธอทันที
ทั้งสองถกเถียงกัน จนกระทั่ง ‘ศาสตราจารย์’ ตัดสินใจเด็ดขาด
“ฉันลำดับสูงกว่าคุณ สภาพดีกว่า ฉันไปจะปลอดภัยกว่า!”
“ก็ได้…” เป็นครั้งแรกที่รองศาสตราจารย์โกรธเกลียดตัวเอง ที่ใช้เวลาไปกับงานวิจัยไร้สาระมากเกินไป
หลังจากปรึกษากัน ผู้เข้าร่วมปฏิบัติการครั้งนี้คือ ‘ศาสตราจารย์’ ‘ตารางธาตุ’ และ ‘จอมเวท’ ชายอีกคนชื่อ ‘โปรโตไทป์’
“ไปกันเถอะ” ฟรังก้าโยนกระจกบานหนึ่ง
กระจกบานดังกล่าว ภายใต้อิทธิพลของภาพลวงตา ค่อยๆ ขยายใหญ่ กลายเป็นทางเข้าที่ส่องประกาย
ฟรังก้าพา ‘จอมเวท’ ทั้งสามซึ่งมีลำดับต่างกัน ก้าวข้ามพื้นกระจกแข็งกระด้าง มายังมิติหลังกระจกอันมืดมิดว่างเปล่า
พวกเขาร่วงหล่นด้วยความเร่งภายในอุโมงค์มืดมิดลวงตา แสงเงารอบข้างแปรเปลี่ยนฉับพลัน ราวกับมีกระจกอื่นฉายภาพสะท้อนของตัวเองเข้ามา
เวลาผ่านไปนานเท่าใดไม่อาจรู้ อาจสั้นหรืออาจนาน พวก ‘ศาสตราจารย์’ ก็เริ่มเห็นทางออก
พวกเขาตามการนำของ ‘ดาบซ่อนแขน’ ฟรังก้า พุ่งออกจากกระจก เท้าเหยียบพื้นไม้ เสียงไม้ดังเอี๊ยดอ๊าด
‘ตารางธาตุ’ มองไปรอบๆ โดยอัตโนมัติ พบว่าตนและพวกอยู่บนเรือใบสามเสาโบราณ ใบเรือสีเทาขาวขนาดใหญ่ถูกลมแรงพัดจนพองโต บนดาดฟ้ามีลูกเรือเพียงหนึ่งหรือสองคน ดูน่าขนลุกและเงียบงัน
นอกเรือ คลื่นสีครามเข้มเกือบดำกระเพื่อมไหว หมอกบางๆ ปกคลุมทั่วทั้งท้องทะเล
เมื่อ ‘ศาสตราจารย์’ ‘ตารางธาตุ’ และ ‘โปรโตไทป์’ มองมาที่ตน ฟรังก้ายกมือขวาชี้ไปทางหนึ่ง ยิ้มแล้วพูด
“จุดหมายปลายทาง ทิศตะวันตก!”
ครืน! คลื่นไม่สูงนักซัดสาดเข้ามา
…………
คลื่นสีครามน้ำแข็งกระทบหัวเรือ ‘อนาคตกาล’ กระเซ็นเป็นบุปผาสีขาวนับไม่ถ้วน
‘เฮอร์มิท’ ในชุดคลุมยาวลายสีม่วง สวมแว่นตาหนา ยืนอยู่ตรงหัวเรือ มองดูสภาพอากาศที่ใกล้แปรเปลี่ยนบนท้องฟ้า มองดูพายุหิมะที่กำลังก่อตัว แล้วยกมือขวาส่งสัญญาณให้เรือชะลอความเร็ว วนรอบน่านน้ำแห่งนี้
ลูกเรือต่างทำหน้าที่ของตน บ้างปรับทิศทางใบเรือ บ้างลดใบเรือลงหนึ่งใบ จนในที่สุด ‘อนาคตกาล’ อยู่ในสภาพที่กัปตันเรือ ‘ราชินีดวงดาว’ แคทลียาต้องการ
แคทลียาถอดแว่นตาหนาบนสันจมูก เผยให้เห็นดวงตาสีม่วงเข้มเกือบดำ
เสียงถูกเปล่งออกจากปากเธอ เป็นตัวเลขที่เปี่ยมด้วยกลิ่นอายลึกลับ
“1, 5, 4, 3, 7, 8…”
ตัวเลขเหล่านี้ปรากฏทีละตัว พันเกี่ยวกันกลางอากาศ มีจำนวนหลายร้อยตัว
มันคือรหัสผ่านเข้าสู่ศูนย์บัญชาการของ ‘นิกายมอสส์’!
ศูนย์บัญชาการของ ‘นิกายมอสส์’ สร้างโดยหนึ่งใน ‘สิบเสาหลัก’ ผู้ถูกแต่งตั้งให้เป็น ‘ประธาน’ ทอริโอโบ
เขาใช้ ‘ฉายซ้ำความลับ’ สร้างมัน พร้อมกับตั้งชื่อว่า ‘แดนมหัศจรรย์’
‘แดนมหัศจรรย์’ ไม่ได้อยู่บนโลกแห่งความจริง และไม่ได้อยู่ในโลกวิญญาณ ซ่อนตัวอย่างสมบูรณ์ที่ใดสักแห่งในทะเลเหนือ มีเพียงผู้ที่ได้รับเชิญหรือมีคุณสมบัติเท่านั้นจึงจะผ่านเข้าไปได้ แถมยังต้องรู้ชุดตัวเลข 365 ตัว
สำหรับ ‘นิกายมอสส์’ ทุกสิ่งล้วนเป็นตัวเลข ทุกตัวเลขมีพลังวิญญาณ มีสัญลักษณ์ มีความหมายพิเศษ
เมื่อทุกสิ่งประกอบขึ้นเป็นตัวเลข ก็ย่อมมีพลังด้านศาสตร์เร้นลับ
เมื่อ ‘เฮอร์มิท’ แคทลียาเอ่ยตัวเลขวิญญาณที่ถูกต้องออกมา ตัวเลขที่ปรากฏกลางอากาศแล้วพันเกี่ยวกันเป็นก้อน ก็สลายหายไปทันที ราวกับจมลงไปที่ใดสักแห่ง
เพียงไม่กี่วินาที หน้า ‘อนาคตกาล’ ราวกับมีม่านใสถูกดึงเปิด เรือเล็กลำหนึ่งแล่นออกมาไม่เร็วไม่ช้า ไร้ผู้ขับขี่
แสงดาวสว่างวาบในทันที ทอดยาวจากหัวเรือ ‘อนาคตกาล’ ไปยังเรือเล็กลำนั้น
‘เฮอร์มิท’ แคทลียาเดินไปบนสะพานแสงดาวอันงดงาม ไม่กี่ก้าวก็ถึงเรือเล็ก
‘สิบเสาหลัก’ ของ ‘นิกายมอสส์’ อย่างเธอ ย่อมมีคุณสมบัติเข้าสู่ ‘แดนมหัศจรรย์’ ขณะนี้ก็พอจัดว่าเป็นระดับแกนหลัก
เรือเล็กบรรทุกแคทลียา แล้วหันหัววนกลับไปทางที่มันแล่นมา
ร่างของ ‘ราชินีดวงดาว’ ค่อยๆ จางหาย อันตรธานไปจากสายตาลูกเรือ ‘อนาคตกาล’
ผ่านม่านใสชั้นแล้วชั้นเล่า ‘เฮอร์มิท’ แคทลียาเห็นเกาะแห่งหนึ่ง
เกาะนั้นถูกหมอกปกคลุม ต้นไม้เรียงราย กิ่งก้านเต็มไปด้วยแอปเปิลสีทองอร่าม เสียงดนตรีแว่วมาจากตำแหน่งห่างไกล มอบความสงบ สันติ อุดมสมบูรณ์
เมื่อเรือเล็กจอดตรงท่าเรือ ‘เฮอร์มิท’ ก็เดินไปยังส่วนลึกของสวนแอปเปิล ที่นั่นมีหอคอยแหลมแบบจอมเวทจากนิทาน
ระหว่างทาง เธอพบมนุษย์แต่งกายแบบจอมเวทสิบกว่าคน
คนเหล่านี้หยุดเดิน ผงกศีรษะทักทายเพื่อแสดงความเคารพต่อ ‘เสาหลัก’
พวกเขาล้วนเป็นสมาชิก ‘นิกายมอสส์’ เติบโตใน ‘แดนมหัศจรรย์’ ตั้งแต่เด็ก ได้รับการสั่งสอนอันเหมาะสม ได้รับความไว้วางใจสูงสุด ขณะนี้ยังอยู่ในช่วงปิดวาจา เพื่อเพิ่มสมาธิ เสริมพลังวิญญาณ เข้าใจศีลธรรมและข้อห้ามต่างๆ อย่างลึกซึ้ง
มีเพียง ‘จอมเวท’ ที่เติบโตแบบนี้เท่านั้น จึงจะแข่งขันเพื่อตำแหน่งประธานและรองประธาน ‘นิกายมอสส์’ ในที่สุด
ส่วน ‘คนนอก’ อย่าง ‘ราชินีดวงดาว’ ที่เข้าร่วมทีหลัง อย่างมากก็เป็นหนึ่งใน ‘เสาหลัก’ และต้องผ่านการทดสอบและสังเกตหลายปี จึงจะมีหวังเข้าสู่ระดับแกนหลัก
‘เฮอร์มิท’ ตอบรับ ‘จอมเวท’ ที่ปิดวาจาด้วยการผงกศีรษะเช่นกัน ไม่นานก็ผ่านต้นไม้ที่เต็มไปด้วยแอปเปิลสีทอง มาถึงหอคอยแหลมสีดำสูงตระหง่าน
ภายในหอคอยแหลม ส่วนนูนของผนัง อิฐบนพื้น รูปปั้นสองข้าง ลิฟต์ที่คนรับใช้ล่องหนดึง ทั้งหมดประกอบด้วยตัวเลข
มองผ่านๆ อาจดูปกติ แต่พิจารณาให้ดีจะพบว่า แม้เพียงปุ่มเล็กๆ ก็เป็นปุ่มที่ตัวเลขหลายตัวพันเกี่ยวกันจนเกิดเป็นปุ่ม
ตัวเลขนับล้าน นับสิบล้าน นับร้อยล้าน กระจายอยู่ทั่วหอคอยแหลมแห่งนี้ ตกตะกอนเป็นสิ่งต่างๆ
‘เฮอร์มิท’ ที่เดินอยู่ท่ามกลางพวกมัน รู้สึกราวกับถูกตัวเลขมากมายล้อมรอบ
ในสายตาเธอ ที่ใดมีกำแพง ที่ใดมีอิฐ ที่ใดมีรูปปั้น ที่ใดมีลิฟต์ ที่นั่นล้วนมีแต่ตัวเลข!
ขณะนี้ ‘จอมเวท’ บางคนที่ผ่านช่วงปิดวาจาแล้ว กำลังเดินไปมาในหอคอยแหลม บ้างก็สนทนาเสียงเบา บ้างทำงานของตน บ้างหดตัวอยู่ตามมุม ปล่อยให้ดวงตาประหลาดในรอยแยกบนใบหน้ามองไปรอบๆ
พวกหลังนี้คือสมาชิกที่ใกล้คลุ้มคลั่ง หลังจาก ‘ปราชญ์เร้นลับ’ ถ่ายทอดความรู้อย่างบ้าคลั่งและถี่ยิ่งขึ้น แม้แต่ ‘นิกายมอสส์’ ที่รู้วิธี ‘ฟัง’ อย่างปลอดภัย ก็หลีกเลี่ยงไม่ได้ที่จะมี ‘จอมเวท’ เดินไปสู่ความคลุ้มคลั่ง จำนวนสูงกว่าปีก่อนๆ มาก
ความปลอดภัยเดิม ไม่ปลอดภัยอีกต่อไป
หากไม่มีปัญหานี้ ด้วยการสั่งสมของ ‘นิกายมอสส์’ ผนวกกับจิตวิญญาณดั้งเดิมที่เสื่อมถอยเมื่อวันสิ้นโลกใกล้เข้ามา พวกเขาคงมีครึ่งเทพมากกว่าสิบองค์แล้ว แต่น่าเสียดาย ตอนนี้ยังคงเป็นสิบ ‘เสาหลัก’ ไม่แปรเปลี่ยน
‘เฮอร์มิท’ เบนสายตาจากใบหน้าเหล่าจอมเวท แล้วเดินเข้าลิฟต์
ขณะที่คนรับใช้ล่องหนดึง ลิฟต์ก็เคลื่อนขึ้นไปเรื่อยๆ จนถึงชั้นบนสุดของหอคอยแหลม
ที่นี่จะมีคนใดคนหนึ่งระหว่างประธานหรือรองประธาน คอยอยู่เวรตลอดปี จากบรรดาทั้งหมด ประธานทอริโอโบกับรองประธานเลเทีย·ออสติน คือสอง ‘เสาหลัก’ ที่ ‘เฮอร์มิท’ มองไม่ค่อยทะลุ
ก่อนมาถึงวันนี้ ‘เฮอร์มิท’ แคทลียารู้แล้วว่าผู้อยู่เวร ‘แดนมหัศจรรย์’ คือประธานทอริโอโบ เทวทูตเส้นทาง ‘ผู้ส่องความลับ’
ลิฟต์เพิ่งหยุดนิ่ง แคทลียาก็เดินไปข้างหน้า
นี่คือพระราชวังที่ใหญ่กว่าพื้นที่ชั้นบนสุดของหอคอยแหลม
บนผนังสีดำ พื้น เพดาน เต็มไปด้วยดวงตาดวงแล้วดวงเล่า แตกต่างกัน รูปร่างประหลาด ล้วนเป็นดวงตาที่เย็นชา
พวกมันดูเหมือนกำลังจ้องมองมายัง ‘ราชินีดวงดาว’
ณ สุดปลายห้อง ข้างกำแพงไร้หน้าต่าง รูปปั้นสีทองเข้มสามองค์ตั้งตระหง่าน บ้างสวมหน้ากาก บ้างรูปร่างคล้ายราชสีห์ บ้างหน้าตาคล้ายเหยี่ยว
ดูเหมือนประธานทอริโอโบจะไม่อยู่
ทันใดนั้น รูปปั้นสีทองเข้มที่สวมหน้ากากก็เปิดปาก เปล่งเสียงดังก้องแต่ว่างเปล่า
“ข้าพยากรณ์เห็นการทรยศของเจ้าแล้ว!”
ได้ยินประโยคนี้ ‘ราชินีดวงดาว’ แคทลียาไม่แปลกใจ เพียงถอนหายใจ
นึกแล้วเชียว ไม่อาจซ่อนจาก ‘ผู้หยั่งรู้’ ลำดับสูงได้จริงๆ
พอมีการเคลื่อนไหว พระองค์ก็จะพยากรณ์เห็นภาพหรือเศษเสี้ยวบางอย่าง ทำได้เพียงพยายามชะลอการรับรู้นี้ให้ช้าที่สุด หรือทำให้คำพยากรณ์นั้นยากต่อการตีความ!
ในมือแคทลียาปรากฏไพ่ใบหนึ่ง ด้านหน้าไพ่วาดภาพชายชราถือไม้เท้า ถือตะเกียงแก้ว ค้นหาทางอย่างโดดเดี่ยว
ไพ่ ‘เฮอร์มิท’!
……………………………………………………..