ราชันเร้นลับ 2 : วัฏจักรแห่งชะตา (Circle of Inevitability) - ตอนที่ 1068 ติดต่อ
- Home
- ราชันเร้นลับ 2 : วัฏจักรแห่งชะตา (Circle of Inevitability)
- ตอนที่ 1068 ติดต่อ
ตอนที่ 1068 ติดต่อ
การสาปหินไม่อาจหยุดยั้ง ‘มวลความรู้’ ที่ถาโถมเข้าหาได้ แม้แต่การสาปหินเองก็กลายเป็นส่วนหนึ่งของความรู้เหล่านั้น พวกมันดุจหุ่นทหาร เคลื่อนพลอย่างยิ่งใหญ่มุ่งตรงเข้าหาลูเมี่ยน
ชั่วขณะนั้น ลูเมี่ยนบรรเจิดความคิดหนึ่ง
หากอยู่ในโมโรลา ตนจะใช้อำนาจของ ‘0-01’ ทำให้รูปปั้นหินแห่งความรู้เหล่านี้ กลายเป็นทหารของตนได้หรือไม่ แล้วหันปากปืนโจมตีซีดิส ผู้บริหารระดับสูงของ ‘นิกายมอสส์’ ที่ถือสมบัติปิดผนึกระดับ ‘0’ อยู่?
น่าเสียดายที่ไม่มีคำว่าถ้าหาก
‘รูปปั้นหินแห่งความรู้’ พุ่งชนร่างลูเมี่ยน ส่งเสียงแตกกระจายดังกึ๊กแก๊ก
ลูเมี่ยนใช้ ‘กระจกตัวแทน’ ไว้ล่วงหน้าแล้ว
วินาทีถัดมา เขาใช้ ‘เทเลพอร์ต’ ต่อเนื่อง ปรากฏร่างกลางอากาศ ด้านหลังซีดิส เยื้องๆ เหนือหอคอยนั้น
แน่นอนว่าเขาย่อมหวาดกลัวสมบัติปิดผนึกระดับ ‘0’ แต่ตอนนี้เป็นมนุษย์ที่ใช้สมบัติปิดผนึกระดับ ‘0’ ไม่ใช่สมบัติปิดผนึกระดับ ‘0’ ที่ควบคุมมนุษย์ ย่อมมีช่องโหว่ให้ใช้ประโยชน์และโจมตีได้
อย่างเช่น ขวดน้ำสีเงินในมือซีดิสที่เต็มไปด้วยตุ่มนับไม่ถ้วนและดวงตาขาวดำในตุ่ม กำลังถูกร่างของซีดิสบังไว้ มองไม่เห็นเป้าหมายด้านหลังเขา
ดวงตาดุจทะเลสาบบนที่ราบสูงของลูเมี่ยนสะท้อนภาพแผ่นหลังซีดิสอย่างรวดเร็ว เตรียมสาปแช่งโดยไม่รีรอ
ทันใดนั้น ท้ายทอยของซีดิสที่แต่งกายคล้ายจอมเวทแต่ไม่สวมฮู้ด เนื้อหนังเริ่มดิ้นไหว งอกดวงตาขาวดำเย็นชาจากเส้นผมสีเทาดำ
นักบุญผู้นี้ราวกับกลายเป็นส่วนหนึ่งของขวดน้ำสีเงิน เป็นตัวนำพลังที่แผ่ขยายออกมา
จากด้านหลังซีดิส เรือนผมแยกออก เสื้อผ้าฉีกขาด พริบตาเดียวก็เต็มไปด้วยดวงตาขาวดำ พวกมันพร้อมกันจ้องมองลูเมี่ยน
ลูเมี่ยนถึงกับชะงักงัน
‘ผู้ส่องความลับ’ ‘นักตะลุมบอน’ ‘จอมเวท’
‘ปรมาจารย์คัมภีร์’ ‘เจ้าจักรราศี’ ‘ปราชญ์พิศวง’
‘ผู้หยั่งรู้’ ‘ผู้ทรงปัญญา’ ‘จักรพรรดิความรู้’
‘นักสิทธิ์’ ‘นักปราชญ์’ ‘นักโบราณคดี’
‘อัศวินมืด’ ‘แฮงแมน’ ‘เทวทูตขาว’ ‘สุริยัน’
ชื่อลำดับต่างๆ พร้อมความรู้ที่เกี่ยวข้องบางส่วนถูกยัดเข้าสมองพร้อมกัน
แม้สิ่งเหล่านี้จะไม่เพียงพอที่จะทำให้หัวและวิญญาณของลูเมี่ยนระเบิด แต่ก็ทำให้ความคิดสับสนและเชื่องช้าลงไม่เบา
ความรู้เหล่านั้นยังรวมตัวกันเป็นภาพฉากหนึ่งอย่างเลือนราง
ตัวเอกของฉากนั้นคือแผ่นศิลาสีเทาหม่น ด่างพร้อยและเก่าแก่
จิตสำนึกของลูเมี่ยนจึงตกอยู่ในความโกลาหล
แทบจะในเวลาเดียวกัน แสงอาทิตย์ที่แผดเผา สีทองอร่าม และบริสุทธิ์ พรั่งพรูจากขวดน้ำสีเงินที่เต็มไปด้วยตุ่มและดวงตาในมือซีดิส
แสงเหล่านั้น ส่องสว่างมิติคล้ายดาดฟ้าพระราชวังแห่งนี้ พยุงดวงอาทิตย์ขนาดย่อส่วนที่ลุกโชนให้ลอยสูงอย่างช้าๆ
‘ดวงอาทิตย์’ ขยายใหญ่กะทันหัน ทำให้ทุกสิ่งรอบข้างถูกชำระให้บริสุทธิ์และถูกจุดติดไฟ
ฉายซ้ำความลับ!
ลูเมี่ยนมีปัญหามากเกินไป พอถูกแสงอาทิตย์บริสุทธิ์อันเจิดจ้าส่องถูก ก็พลันรู้สึกเจ็บปวดรุนแรงเสมือนฝืนถูกถลกหนังทั้งเป็น เผยให้เห็นเนื้อเปื้อนเลือด ออร่าตกค้างของ ‘จักรพรรดิโลหิต’ ในฝ่ามือ ตราประทับ ‘นักพรตโลกแห่งความตาย’ และรูเข็มดำพร้อมกัน ทุกสิ่งตอบสนองและปรากฏชัดเจน
นี่ช่วยให้สติของเขาค้นพบความแจ่มชัด ท่ามกลางความคิดที่สับสนและจิตสำนึกอลหม่าน
เพล้ง!
เขาใช้ ‘กระจกตัวแทน’ อีกครั้ง ขณะที่เศษแก้วร่วงลงสู่ฐานหอคอย เขาก็ย้ายตำแหน่งไปปรากฏตรงขอบดาดฟ้าพระราชวัง
ที่นั่นนำไปสู่ส่วนลึกด้านมืดของ ‘แดนมหัศจรรย์’
ทว่า แสงอาทิตย์อยู่ทุกหนแห่ง ไม่มีความมืดหลงเหลือแม้แต่น้อย ลูเมี่ยนถูกแผดเผาทันที เปลวไฟสีทองพวงพุ่งออกจากด้านใน
ร่างกายเริ่มหลอมละลาย
แผ่นหลังพลันรู้สึกถึงความหนาวเย็น เสมือนมีเงาที่กลายเป็นควัน เหนียวหนืด ลื่นไหล แนบติดแผ่นหลัง พันรอบร่างกายหลายชั้น พยายามกัดกร่อนเข้าไปภายใน
ท่ามกลางแสงอาทิตย์ที่เจิดจ้า บริสุทธิ์ และแผดเผาเช่นนี้ ทำไมยังมีเงาอยู่ได้?
ไหนว่ามีคุณสมบัติปัดเป่าเงามืดทุกซอกทุกมุม? นี่มันคาถาอะไร ทั้งศักดิ์สิทธิ์และชั่วร้ายในเวลาเดียวกัน…ลูเมี่ยนทนต่อการเผาไหม้ได้ดี ที่กลัวคือการถูกชำระให้บริสุทธิ์
เขาไม่ลังเลที่จะกระตุ้นรอยประทับสีดำบนไหล่ขวา
เทเลพอร์ต!
เขาหายไปจากตำแหน่ง ‘เทเลพอร์ต’ ตรงไปยังพื้นที่ถัดไปทันที
ภารกิจของเขาไม่ใช่การฆ่าหรือถ่วงซีดิส และไม่ใช่การแย่งชิงสมบัติปิดผนึกระดับ ‘0’
หลังจากได้เห็นความน่ากลัวของสมบัติปิดผนึกระดับ ‘0’ แล้ว ย่อมไม่จำเป็นต้องพัวพันต่อ การทำเช่นนั้นกลับจะขัดขวางภารกิจหลักเสียอีก
ที่ลูเมี่ยนต่อสู้กับซีดิสเมื่อครู่ เพราะไม่กล้าเดินหน้าเร็วเกินไป กลัวจะพุ่งเข้าสนามรบของเทวทูต ซึ่งน่าจะอันตรายกว่าการอยู่ที่เดิม
อีกทั้ง เขายังอยากลองดูว่าจะจัดการผู้ใช้สมบัติปิดผนึกระดับ ‘0’ ที่อยู่ลำดับเดียวกันได้หรือไม่
ร่างเพิ่งปรากฏในพื้นที่ถัดไป เขาก็รีบใช้ ‘กระจกตัวแทน’ ทันที ทิ้งเปลวไฟสีทองและความหนาวเย็นด้านหลังไว้กับกระจกแต่งหน้าบานนั้น
ลูเมี่ยนหันกลับมามอง พบว่าในเปลวไฟสีทองที่กำลังเผากระจกจนหลอมละลาย มีกลุ่ม ‘สีดำสนิท’ กำลังดิ้นรนและบิดเบี้ยว
พวกมันสลายหายไปพร้อมกัน
ในพื้นที่คล้ายดาดฟ้าพระราชวัง ซีดิสดูผิดปกติไปทั้งร่าง ดวงตาขาวดำจำนวนมากที่แผ่นหลังไม่ได้หดกลับเข้าไป
เขายังคงฝืนทนพา ‘มีอันต้องเสียสติ’ ไล่ตาม ‘นางมารยุพนิรันดร์’ คนเมื่อครู่
ทันใดนั้น ไอน้ำสีขาวจางจำนวนมากพรั่งพรูเข้ามาในพื้นที่นี้จากทางเข้าด้านมืดของ ‘แดนมหัศจรรย์’ รวมตัวกันกลางอากาศเป็นร่างหนึ่ง
ร่างนั้นสวมเสื้อคลุมยาวสีเทาแบบพระ คาดผ้ากันเปื้อนสีขาวแบบช่างหินโบราณ ปล่อยผมยาวสีน้ำตาลแดง มีดวงตาสีน้ำเงิน หน้าตาหล่อเหลาอ่อนเยาว์ รูปร่างสูงใหญ่แต่เพรียวบาง
…………
เสาหินแตกหักทีละต้นภายใต้อิทธิพลของคาถาหลายชนิด บ้างแตกเป็นผุยผง บ้างพังทลายสิ้น บ้างงอกดวงตา บ้างกลายเป็นส่วนหนึ่งของความรู้ ไม่เหลือรูปลักษณ์เดิม
‘เฮอร์มิท’ แคทลียาที่ใช้เวทมนตร์ ‘ลูกเป็ดขี้เหร่’ ช่วยให้ตนเผยร่างสัตว์ในตำนานที่ไม่สมบูรณ์ ถูก ‘มังกรชมพู’ เลเทียกดดันอย่างหนัก
การโจมตีของเธอ เวทมนตร์ของเธอ ล้วนไร้ผลเมื่ออีกฝ่ายแปลงร่างเป็นข้อมูล
เวลาผ่านไปกว่าสิบวินาที ผลของเวทมนตร์ ‘ลูกเป็ดขี้เหร่’ ใกล้จะหมด
แคทลียาไม่ลังเลหรือกังวลแต่อย่างใด ปฏิบัติตามแผนที่วางไว้ เตรียมใช้ ‘ลูกเป็ดขี้เหร่’ ครั้งที่สองของวันนี้ ซึ่งก็เป็นครั้งสุดท้าย
เธอจะยืนหยัดต่อหน้าเลเทียได้ ก็ต้องอาศัยร่างสัตว์ในตำนานที่ไม่สมบูรณ์เท่านั้น!
ในขณะเดียวกัน ข้อมูลใสเหมือนอากาศธาตุ ไร้รูปร่าง เสมือนภาพลวงตา หลั่งไหลเข้ามาในพื้นที่นี้กระแสแล้วกระแสเล่า
พวกมันประกอบร่างกลับเป็น ‘ราชินีเงื่อนงำ’ แบร์นาแดต เจ้าของเรือนผมยาวสีเกาลัด คิ้วตรง ดวงตาลึกล้ำดุจมหาสมุทร
…………
เหนือทุ่งร้างที่มองไม่เห็นสุดขอบ ข้อมูลใสที่เป็นภาพลวงตาจำนวนมาก รวมตัวกันเป็นทอริโอโบประธานของ ‘นิกายมอสส์’
พระองค์อาศัยการแปลงเป็นข้อมูล หลบการโจมตีรอบแรกของมาดามเมจิกเชี่ยน ซึ่งเป็นการโจมตีจากหลายทิศทางด้วยพลังหลายชนิด
ทอริโอโบที่ประกอบร่างใหม่ยังคงสวมฮู้ด แต่ท่อนบนเปลือยเปล่า
ท่อนบนไม่เหมือนมนุษย์อีกต่อไป ราวกับเป็นการรวมกันของสิ่งมีชีวิตห้าหกชนิด
มีเศียรหมาป่าดุร้ายที่ปกคลุมด้วยขนสั้นสีดำ
มีเปลวไฟที่ลุกโชนก่อตัวเป็นบัลลังก์
มีใบหน้าซีดเผือดที่มีดวงตาประหลาด
มีหนอนนับไม่ถ้วนที่เกาะกลุ่มกันเป็นก้อน
มีสัญลักษณ์สีดำที่ไม่สมมาตรหลายอัน…
นี่คือคาถา ‘ฉายซ้ำความลับ’ หลายอย่างที่ทอริโอโบเติมเข้าไปในตัวข้อมูลหลักของตนตลอดหลายปีหลัง พวกมันกลายเป็นส่วนหนึ่งของพระองค์อย่างแท้จริง
เมื่อทอริโอโบปรากฏตัวในสภาพนี้ เวทมนตร์ที่เกี่ยวข้องจะถูกกระตุ้นทันที ส่งผลต่อเป้าหมาย
ส่วนคาถา ‘เนตรคลุ้มคลั่ง’ ทอริโอโบรู้สึกว่าอันตรายเกินไป อีกทั้ง พระองค์เองก็ยังไม่เข้าใจความลับของมันดีพอ กลัวว่าพอเติมข้อมูลของเนตรคลุ้มคลั่งเข้าไปในตัวข้อมูลหลัก จะทำให้โครงสร้างข้อมูลโดยรวมพังทลาย นำมาซึ่งการคลุ้มคลั่ง
ก๊อง!
ทอริโอโบเพิ่งประกอบร่างเสร็จ เตรียมใช้คาถาจำนวนมากโหมกระหน่ำ ข้างหูก็แว่วเสียงระฆังโบราณอันว่างเปล่า ตรงหน้าราวกับมีระฆังหินขนาดมหึมา ด่างพร้อยและเก่าแก่ สีดำอมเขียวปนเทาขาวลอยตัวอยู่
พระองค์รู้สึกว่าตนเองแค่มึนงงไปชั่วครู่ แล้วก็ปล่อยคาถาห้าหกชนิดออกไปพร้อมกันอย่างรวดเร็ว
คาถาเหล่านี้ไม่ได้โจมตีเป้าหมายใดๆ ไม่ได้ส่งผลต่อสิ่งมีชีวิตใดๆ
มาดามเมจิกเชี่ยนหลุดออกจากทุ่งร้างนี้อีกแล้ว
ข้อมูลที่หน้าผากของทอริโอโบเริ่มแปรเปลี่ยน สั่นกระตุกรุนแรงผิดวิสัย
อารมณ์ของพระองค์เริ่มไม่มั่นคง
พระองค์รู้ว่าศัตรูจะกลับมาอีกในไม่ช้า!
โจมตีก็ไม่โดน หนีก็หนีไม่พ้น!
ในเวลานั้น ทอริโอโบเห็นพื้นดินลึกเข้าไปในทุ่งร้างยุบตัวลงอย่างเงียบเชียบ
ที่นั่นปรากฏหลุมใหญ่ นำไปสู่สถานที่ซึ่งมีหมอกควันหนาทึบ พร่าเลือน และมัวหม่น
อารมณ์ของทอริโอโบกลายเป็นยินดีในบัดดล กลับมาคึกคักอีกครั้ง
‘ปราชญ์เร้นลับ’ ผู้ยิ่งใหญ่ให้การตอบสนองแล้ว!
สถานที่ที่มีหมอกควันมัวหม่นนั่น ความจริงแล้วคือเศษเสี้ยวพลังที่ ‘ปราชญ์เร้นลับ’ มอบให้ตอนทอริโอโบสร้าง ‘แดนมหัศจรรย์’ เพื่อเป็น ‘ทางลับ’ สำหรับหลบหนี
เมื่อออกไปผ่านตรงนั้น ศัตรูจะไม่สามารถติดตามและล็อกเป้าได้
‘ปราชญ์เร้นลับ’ ที่มีนามว่าเร้นลับ ย่อมมีอำนาจด้านการเร้นลับ!
นี่ก็เป็นเหตุผลหลักที่พระองค์ยังมีชีวิตอยู่ตั้งแต่ยุคที่สี่จวบจนปัจจุบัน
ทอริโอโบแปลงร่างเป็นกระแสข้อมูลอีกครั้งอย่างยินดี พุ่งตรงไปยังหลุมที่ยุบตัวนั่น
ร่างของมาดามเมจิกเชี่ยนปรากฏกลางอากาศเหนือทุ่งร้างอีกครั้ง
…………
บนเรือ ‘โทสะสีคราม’ ฟรังก้าแจกกระดาษสีเหลืองที่มีลายเส้นละเอียด เต็มไปด้วยตัวอักษรขนาดเล็กและลวดลายประหลาดให้กับ ‘ศาสตราจารย์’ ‘ตารางธาตุ’ และ ‘โปรโตไทป์’ จำนวนสามแผ่น
“เผามันด้วยการเสียดสีพลังวิญญาณ” ฟรังก้าแจ้งวิธีการอย่างจริงจัง
หลังรับกระดาษสีเหลือง ‘โปรโตไทป์’ กวาดตามองอย่างรวดเร็ว พบว่าตัวอักษรเหล่านี้คล้ายกับในไดอารีของโรซายล์ แต่ก็แตกต่างกันมาก
เขาจำแนกคำสองคำได้อย่างรางๆ
“ปรมาจารย์สวรรค์”
นี่มัน…พวก ‘ศาสตราจารย์’ ลังเลอยู่วินาทีหนึ่ง แล้วก็จุดกระดาษสีเหลืองในมือตามกัน
ควันสีฟ้าอันเกิดจากการเผากระดาษสีเหลืองไม่กระจายตัว แต่รวมกันเป็นต้นเสา ลอยสูงเข้าไปในหมอกสีเทาขาวเบื้องบน
วินาทีถัดมา พวก ‘ศาสตราจารย์’ เสมือนเห็นทุ่งร้างที่มีร่างนับไม่ถ้วน เดินวนเวียนและร้องเสียงดัง พลางตระหนักว่าความรู้ที่ไล่ตามพวกตนได้เพิ่มปริมาณอย่างฉับพลัน รุนแรงยิ่งกว่าเดิม
พวกเขาลิ้มรสความทุกข์ทรมานแบบเดียวกับตอนที่ถูก ‘ปราชญ์เร้นลับ’ ยัดเยียดอย่างบ้าคลั่งอีกครั้ง
จากนั้น ตรงหน้าพวกเขาก็ปรากฏร่างหนึ่งอย่างเลือนราง
ร่างดังกล่าวนั่งขัดสมาธิ ใบหน้างามดั่งหยก สวมเสื้อคลุมสีน้ำเงิน สวมหมวกทรงสูง
เขาหยิบสิ่งที่เรียกว่า ‘ไม้ปัดฝุ่น’
…………
สถานที่ลึกลับซึ่งไม่มีใครล่วงรู้
แสงที่เป็นภาพลวงตา ประกอบจากข้อมูลอันซับซ้อนยุ่งเหยิง ได้ปกปิดตัวเองและมิตินี้ไว้
พระองค์คือ ‘ปราชญ์เร้นลับ’
พระองค์ทำนายถึงอันตราย
ทันใดนั้น พระองค์สั่นสะเทือนอย่างรุนแรง ร่างกายบิดเบี้ยวราวกับงูยักษ์ที่ถูกแทง
พระองค์ทำนายถึงอันตราย แต่ไม่ได้ทำนายว่าอันตรายจะตามมาจากทุ่งร้างนั้นได้!
พระองค์อดทนต่อความเจ็บปวด พยายามตัดการเชื่อมต่อ ปกปิดข้อมูลส่วนนี้ไว้ด้วย
ในขณะนั้น ร่างที่สวมเสื้อโค้ตสีดำ ซึ่งติดตามการเชื่อมต่อมา ได้ร่วงหล่นจากท้องฟ้า ตกลงตรงหน้าพระองค์ ตรงขอบของสถานที่อันไม่มีใครรู้
ร่างดังกล่าวใช้ฝ่ามือขวาที่สวมถุงมือสีดำ กดหมวกผ้าไหมทรงกึ่งสูงบนศีรษะ แล้วค่อยๆ ยืดตัวตรง
…………………………………………………….