ราชันเร้นลับ 2 : วัฏจักรแห่งชะตา (Circle of Inevitability) - ตอนที่ 1070 เดินหน้าต่อไป
- Home
- ราชันเร้นลับ 2 : วัฏจักรแห่งชะตา (Circle of Inevitability)
- ตอนที่ 1070 เดินหน้าต่อไป
ตอนที่ 1070 เดินหน้าต่อไป
ในย่านทะเลที่ปกคลุมด้วยหมอกสีเทาขาวทั้งบน ล่าง ซ้าย ขวา หน้า หลัง
‘ศาสตราจารย์’ ‘ตารางธาตุ’ และ ‘โปรโตไทป์’ บ้างพิงราวเรือ ใบหน้ามีเส้นเลือดปูดโปน เต้นตุบๆ
บ้างอุดหูแล้วย่อตัวลงนั่ง ขดตัวเป็นก้อน
บ้างกระชากผมตัวเองไม่หยุด ราวกับต้องการเปิดกะโหลกศีรษะเพื่อระบายความกดดันที่สมองต้องทนรับ
เห็นอาการของพวกเขาแล้ว ฟรังก้าอดมองไปยังมิสเตอร์แฮงแมนไม่ได้
“มีวิธีบรรเทาอาการไหม?”
นี่เป็นปัญหาที่แม้แต่ ‘การปลอบโยน’ ของ ‘ผู้ชม’ ก็แก้ไม่ได้ เพราะมันไม่ใช่ความสับสนทางจิตใจหรือการระเบิดของอารมณ์ แต่เป็นเพียงสมองที่รับความรู้มากเกินไปในเวลาสั้นๆ จนแม้กระทั่งจะเปิดกลไกป้องกันตัวเองด้วยการหมดสติก็ทำไม่ได้
ด้วยเหตุนี้ มาดามจัสติสจึงไม่ได้เข้าร่วมปฏิบัติการบนเรือโทสะสีคราม และไม่ได้มอบยันต์ที่เกี่ยวข้องให้ แน่นอนว่าการจะรองรับพลังระดับครึ่งเทพ วัสดุที่ใช้ทำยันต์ต้องมีคุณสมบัติพิเศษกว่าเดิม ไม่ใช่อยากทำก็ทำได้ เว้นแต่จะจงใจกดระดับพลังลง ให้ยันต์ที่ทำเสร็จมีแค่ระดับลำดับ 6 หรือลำดับ 5
มิสเตอร์แฮงแมนคิดสักครู่แล้วตอบ
“ทำให้พวกเขาหมดสติไปเลย”
ผู้ถืออาร์คาน่าใหญ่ท่านนี้เสริมอย่างไม่ค่อยมั่นใจนัก
“อาจจะได้ผลนะ”
“มีเหตุผล” ฟรังก้าหันกลับไปมองพวกศาสตราจารย์อีกครั้ง ท่าทางอยากลองเหลือเกิน
แต่ทันใดนั้น อาการของพวกศาสตราจารย์ก็เริ่มทุเลาลง เส้นเลือดสีเขียวบนใบหน้าไม่ปูดโปนอีกต่อไป ผมที่ร่วงหล่นก็ค่อยๆ น้อยลง
ฟู่ว…ฟรังก้าถอนหายใจโล่งอกอย่างเงียบงัน
ผ่านไปอีกสิบกว่าวินาที ศาสตราจารย์ ตารางธาตุ และโปรโตไทป์ก็ฟื้นคืนสภาพปกติทีละคน แม้บางคนยังซีดอยู่บ้าง บางคนร่างกายยังสั่นเบาๆ
“ไม่แปลกเลยที่คุณเปรียบเทียบอันตรายที่เราอาจเจอ กับการถูกปราชญ์เร้นลับยัดเยียดความรู้ มันคล้ายกันจริงๆ” ศาสตราจารย์พูดด้วยความรู้สึกประทับใจ แล้วถามอย่างสงสัย “ความรู้พวกนั้นมีชีวิตขึ้นมาจริงๆ แย่งกันวิ่งเข้าหาพวกเรา ราวกับว่าถ้าไม่ตั้งใจเรียน ก็จะถูกพวกมันจับฉีกเป็นชิ้นๆ”
สิ่งนี้แตกต่างอย่างชัดเจนจากการยัดเยียดของปราชญ์เร้นลับ
อันที่จริง พวกศาสตราจารย์เคยมีประสบการณ์คล้ายกันมาก่อน แต่ปริมาณน้อยมาก ไม่ได้ทำให้เจ็บปวดถึงเพียงนี้
โปรโตไทป์มองฟรังก้าสลับกับมิสเตอร์แฮงแมน แล้วถามอย่างครุ่นคิด
“ปรมาจารย์สวรรค์คือใคร?”
ฟรังก้าหัวเราะแห้งๆ สองครั้ง
“เดี๋ยวค่อยเล่าให้ฟังนะ”
เธอหันไปยิ้มให้พวกศาสตราจารย์
“ภารกิจของพวกคุณเสร็จสิ้นแล้ว!”
“จริงหรือ?” “ไม่ต้องทำอีกรอบแล้วใช่ไหม?” “สำเร็จแล้วใช่ไหม?” พวกศาสตราจารย์ถามคนละประโยค
พวกเขาผ่อนคลายลงอย่างเห็นได้ชัด น้ำเสียงมีความยินดีที่ปิดไม่มิด
ฟรังก้าสบตากับมิสเตอร์แฮงแมนแล้วตอบ
“ฝั่งเราสำเร็จแล้ว อีกฝั่งยังไม่มีผลออกมา”
มิสเตอร์แฮงแมนพยักหน้าเห็นด้วย ยกมือขวาสั่งเรือโทสะสีคราม
“เดินทางกลับ!”
…………
ด้านมืดของแดนมหัศจรรย์
‘เฮอร์มิท’ แคทลียาได้ออกจากบริเวณที่เต็มไปด้วยเสาหินพังทลายก่อนหน้านี้แล้ว หลุดพ้นจากการต่อสู้กับ ‘ปราชญ์มังกร’ เลเทีย
ปัจจุบันเธออยู่ในโถงทางเดินมืดสนิท ปลายทางเดินมีแสงสว่างส่องลอดเข้ามา ดูเหมือนจะไม่ได้นำไปสู่ห้อง แต่เป็นทุ่งร้างกว้างใหญ่
ระหว่างเดินไป แคทลียาอดหันกลับไปมองทางที่ตนเพิ่งผ่านมาไม่ได้
อันที่จริง เมื่อครู่เธออยากจะอยู่ช่วยราชินีเงื่อนงำต่อสู้กับเลเทีย แต่สุดท้ายก็ตัดสินใจจากมา
เหตุผลแรกคือ เธอเห็นฝ่าบาทหยิบมงกุฎสีดำประดับอัญมณีมืดทึบหลายเม็ดออกมา
เหตุผลที่สอง ตัวเธอเองยังไม่ใช่เทวทูต และ ‘ลูกเป็ดขี้เหร่’ ใช้ได้อีกแค่ครั้งเดียว เวลาสั้นๆ แค่สิบกว่าวินาที ย่อมไม่สามารถเปลี่ยนสถานการณ์ได้ อาจจะไปรบกวนอิทธิฤทธิ์ของราชินีเงื่อนงำด้วยซ้ำ
เหตุผลที่สามคือ เธอยังมีเรื่องอื่นต้องไปทำ
แคทลียาหันกลับมามองข้างหน้า ยังคงโบยบินต่อไปในโถงทางเดินมืดมิด มีเพียงแสงสว่างเล็กน้อยด้านหน้า
เธอรู้สึกว่า ในความมืดสองข้างที่แสงส่องไม่ถึงนั้น ซุกซ่อนความสกปรกโสมมที่ตกค้างอยู่ในแดนมหัศจรรย์ ซ่อนการตกต่ำของจอมเวทแต่ละคน ซ่อนความทุกข์ระทมจากการถูกปราชญ์เร้นลับยัดเยียดความรู้ให้กับผู้วิเศษเส้นทางเดียวกัน ซ่อนเสียงกรีดร้องสุดท้ายของบางคนก่อนจะคลุ้มคลั่ง
ครั้งหนึ่ง เธอเองก็เคยมีความทุกข์เช่นนี้ เคยเดินอยู่บนชายขอบของความคลุ้มคลั่ง
ด้วยการพึ่งพาเดอะฟูล เธอจึงรับประกันความปลอดภัยของตัวเองได้ในเบื้องต้น และการที่ปลีกตัวจากศึกระหว่างราชินีเงื่อนงำกับเลเทีย ก็เพื่อให้แน่ใจว่าฝั่ง ‘แชเรียต’ ลูเมี่ยนจะไม่เกิดเหตุไม่คาดฝัน เพื่อให้แน่ใจว่าผู้วิเศษเส้นทาง ‘ผู้ส่องความลับ’ ทุกคนจะหลุดพ้นจากอันตรายด้านนี้ ไม่ต้องคอยพะวงในทุกลมหายใจ เรื่องที่จะถูกยัดเยียดความรู้อีกต่อไป
แน่นอนว่า ความรู้ยังคงไล่ตามผู้คน เพียงแต่ไม่บ่อยและน่ากลัวเหมือนเดิม
‘เฮอร์มิท’ แคทลียาบินเร็วและมั่นคงยิ่งขึ้น เพราะข้างหน้ามีเรื่องสำคัญรออยู่
ในที่สุด เธอก็ผ่านแสงสว่างปลายโถงทางเดิน มาถึงทุ่งร้างที่มองไม่เห็นขอบเขต
ณ ขณะนี้ แสงจันทร์สีแดงฉานส่องลงมาจากที่สูง จนทุ่งร้างทุกแห่งปกคลุมด้วยสีเลือดจางๆ แต่ไม่ได้ส่งผลกระทบอย่างเป็นรูปธรรม
แคทลียามองไปก็เห็น ‘มิสเตอร์แชเรียต’ ลูเมี่ยนที่ยืนอยู่ข้างหลุมใหญ่กลางทุ่งร้าง และ ‘มาดามเมจิกเชี่ยน’ ฟอร์สที่เปลี่ยนมาสวมเสื้อคลุมสีม่วงดำแล้ว
“ทอริโอโบตายแล้วหรือ?” ‘เฮอร์มิต’ แคทลียาถามทันที
มาดามเมจิกเชี่ยนยิ้มน้อยๆ
“เทพแท้จริงลงมือเอง แถมยังมี ‘เครื่องมือ’ ไว้แก้ทาง ทอริโอโบจะไม่ตายได้ยังไง?”
“สำหรับตะกอนพลัง ฉันผนึกไว้หมดแล้ว รอปฏิบัติการจบค่อยแบ่งกันตามความประสงค์ของมิสเตอร์ฟูลและองค์อื่นๆ”
ขณะที่มาดามเมจิกเชี่ยนพูด ทุ่งร้างแห่งนี้ก็สั่นไหวแผ่วเบา
ดิน หญ้า และหินค่อยๆ หลุดลอกไปสู่ความว่างเปล่า แม้จะไม่รุนแรงนัก
แดนมหัศจรรย์ถูกสร้างโดยทอริโอโบ หลังจากเขาตาย มันก็ย่อมค่อยๆ เสื่อมสลายไป
เฮอร์มิทพยักหน้ารับ ภายใต้แสงจันทร์สีเลือดที่ไม่หนาทึบนัก เธอเดินไปใกล้ลูเมี่ยน
เธอและเมจิกเชี่ยนยืนซ้ายขวา หน้าหลัง คอยระวังเหตุไม่คาดฝันที่อาจเกิดขึ้น
…………
ดวงจันทร์สีเลือดลอยสูงบนท้องฟ้า ทำให้แม้แต่ดวงอาทิตย์ยังแลดูจืดจาง ทำให้ทุกทวีป มหาสมุทร และทุกเกาะ เสมือนถูกปกคลุมด้วยผ้าบางๆ สีแดงฉานอันชั่วร้าย
ณ เกาะรอสต์ ‘เมืองแห่งการให้’ กรุงบายัม ในร้านกาแฟแห่งหนึ่ง บริเวณที่นั่งกลางแจ้ง
มิสเตอร์สตาร์ เลียวนาร์ด ถือกาแฟเฟอร์โม่ใส่นมและน้ำตาล จิบเบาๆ พลางมองผู้คนที่รีบร้อนกลับบ้าน
คนส่วนใหญ่ในโลกนี้รู้ดีว่า ‘พระจันทร์เลือด’ นำมาซึ่งความโชคร้าย เป็นสัญลักษณ์ของลางไม่ดี!
“ตาแก่…เซียอาและพี่น้องของพระองค์ช่างใจเย็นจริงๆ ไม่ขยับเขยื้อนเลย เทวทูตที่รับใช้องค์มารดาผู้ยิ่งใหญ่ในเงามืดก็เงียบ” มิสเตอร์สตาร์วางถ้วยกาแฟกระดูกเนื้อละเอียดลง พูดกับตัวเองเสียงแผ่ว
เสียงชราดังข้างหูทันที
“ถ้าพวกพระองค์จะไปช่วยปราชญ์เร้นลับ หรือมาทำลายเกาะรอสต์จริงๆ นั่นกลับไม่ใช่ปัญหาใหญ่”
“แต่ที่เงียบไปเลย แสดงว่าสถานการณ์ชักไม่ดีแล้ว”
มิสเตอร์สตาร์เข้าใจทันทีว่าตาแก่หมายถึงอะไร
นี่แสดงว่า การมีอยู่ของปราชญ์เร้นลับไม่มีความสำคัญมากนักต่อแผนการถัดไปขององค์มารดาผู้ยิ่งใหญ่และเทพมารแล้ว!
นี่แหละที่วิกฤติ
“องค์มารดาผู้ยิ่งใหญ่ก็ลงมือกดเทพแท้จริงไว้ไม่ใช่หรือ?” มิสเตอร์สตาร์คิดแล้วถาม
“ในเมื่อการมีอยู่ของปราชญ์เร้นลับจะทำให้กองกำลังต้านทานในบาเรียอ่อนแอลง ลดโอกาสเกิดเทพใหม่ ก็ย่อมต้องช่วยเหลือแน่นอน”
“แต่นี่ไม่ใช่กุญแจสำคัญอีกแล้ว เป็นเรื่องที่ทำก็ได้ไม่ทำก็ได้” เสียงชราตอบง่ายๆ
มิสเตอร์สตาร์ เลียวนาร์ด หยิบกาแฟมาอีกครั้ง พลางหัวเราะ ‘หึๆ’
“รู้สึกเหมือนสถานการณ์แย่ลงทีละนิดเลย วันสิ้นโลกใกล้เข้ามาแล้ว ทำยังไงก็เปลี่ยนแปลงไม่ได้จริงๆ”
หลังจากดื่มกาแฟไปหนึ่งอึก ครึ่งเทพแห่งศาสนจักรรัตติกาล ผู้ถืออาร์คาน่าใหญ่รายนี้เก็บรอยยิ้มบนใบหน้า พูดเสียงแผ่ว
“แต่ไม่ว่ายังไง ก็ต้องดิ้นรนช่วยเหลือตัวเองอย่างสุดความสามารถ”
“ไม่ว่ายังไง การกำจัดปราชญ์เร้นลับก็เป็นเรื่องดี เพิ่มความหวังในการต่อสู้กับวันสิ้นโลก”
พูดจบ เขาเงยหน้ามองดวงจันทร์กลมสีแดงฉานอันชั่วร้าย
แสงจันทร์ดูราวกับเลือดที่กำลังหยดลงมา
…………
ในดินแดนลึกลับที่ไม่มีใครรู้จัก
เมื่อเทียบกับก่อนหน้านี้ บริเวณโดยรอบมีภูเขาหลายลูกผุดขึ้นมา ปรากฏมหาสมุทรกว้างใหญ่และหุบเขาแตกนับไม่ถ้วน
สถานที่ที่ปราชญ์เร้นลับใช้ซ่อนตัวก็ประกอบด้วยข้อมูล เมื่อข้อมูลถูก ‘ปั่นหัว’ ย่อมเกิดการกลายพันธุ์ต่างๆ จึงสร้างสภาพแวดล้อมแบบนี้ขึ้นมา
หลังจากต่อสู้มาสิบกว่ายี่สิบวินาที ปราชญ์เร้นลับที่ไม่อาจฟื้นตัวจากการซุ่มโจมตีได้ ในที่สุดก็ถูกไม้ตะพดประดับเศษดาวมากมายแทงใส่
แสงเสมือนจริงที่ประกอบจากข้อมูลยุ่งเหยิง ดุจดังงูยักษ์ ยุบตัวลงทันที มุ่งไปยังปลายไม้ตะพด ไปยังจุดหนึ่งภายใน
แสงที่เป็นอากาศธาตุพังทลายทีละนิ้ว ข้อมูลนับไม่ถ้วนอัดแน่นเข้าด้วยกัน ถูกบีบอัดเป็นลูกกลมสีดำสนิท พร้อมกับที่ไม้ตะพดเศษดาวถูกดึงออก ก็เกิดระเบิดดังสนั่น พุ่งพล่านออกมา
โครงสร้างโดยรวมของข้อมูลจึงถูกทำลาย
ข้อมูลกลุ่มแล้วกลุ่มเล่าปลิวร่วง สลายหายไปทีละส่วน ในนั้นมีสีแดงเข้มซึมออกมาเล็กน้อย
สีแดงเข้มเหล่านี้ งอกเงยในพริบตา เตรียมจะรวมตัวกัน นำมาซึ่งการเกิดใหม่
เมื่อเดอะฟูลตวัดชี้ไม้ตะพดเศษดาว ความว่างรอบข้างก็โค้งงอลงมา ไล่ต้อนสีแดงเข้มทั้งหมดมารวมกัน ขังไว้ในลูกกลมเล็กสีดำเสมือนจริง
ลูกกลมเสมือนจริงพร้อมกับสีแดงเข้มที่รวมตัวกัน พลันสลายหายไปในบัดดล
แต่หลังจากข้อมูลที่แตกสลาย หายไปพร้อมกับแสงสีแดงแล้ว กลับไม่มีตะกอนพลังหลุดออกมา ไม่มีเอกลักษณ์ปรากฏ
เดอะฟูลในเสื้อโค้ตสีดำหันไปมองอีกด้านหนึ่งของดินแดนนิรนามทันที ปลายสายตาตรึงอยู่กับสุดขอบของมหาสมุทร
แสงเสมือนจริงคล้ายงูยักษ์โผล่พรวดออกจากตรงนั้น แล้วกลายเป็นเงาดำที่แตกออกเป็นดวงตาขาวดำนับไม่ถ้วน
การสำรองและซ่อนข้อมูล!
ข้อมูลสำรองที่ซ่อนไว้ในลักษณะนี้ ปราชญ์เร้นลับไม่ได้มีแค่ชุดเดียว!
ดวงตาขาวดำนับไม่ถ้วนเร่งกลอกหมุน แต่ละดวงรวมตัวเป็นสัญลักษณ์เสมือนจริงอันซับซ้อน ยัดเยียดความรู้ไร้ประโยชน์ปริมาณมหาศาลเข้าสู่สมองของเดอะฟูล
……………………………………………………..