ราชันเร้นลับ 2 : วัฏจักรแห่งชะตา (Circle of Inevitability) - ตอนที่ 1077 การเทิดทูนและความต่ำต้อย
- Home
- ราชันเร้นลับ 2 : วัฏจักรแห่งชะตา (Circle of Inevitability)
- ตอนที่ 1077 การเทิดทูนและความต่ำต้อย
ตอนที่ 1077 การเทิดทูนและความต่ำต้อย
เบลล่าถอดแว่นกันลมออก เผยให้เห็นใบหน้าที่มีเส้นสายอ่อนโยน ดวงตางดงาม ไม่เหมือนภาพจำของยูเลียนที่มักคิดว่าช่างเครื่องหญิงจะดูเป็นผู้ชายมากกว่า
“ได้ยินว่าเพิ่งกลับจากไปศึกษาแลกเปลี่ยนมา?” เบลล่าถามด้วยความอยากรู้
“ครับ” ยูเลียนตอบ ไม่มีอารมณ์อยากเล่าประสบการณ์นั้นแล้ว
“ไปเรียนอะไรมาบ้างล่ะ?” เบลล่าชี้ไปยังชิ้นส่วนเครื่องจักรที่กระจัดกระจายอยู่บนพื้นโรงงาน ท่าทางแฝงความกระตือรือร้น “ไหนลองแลกเปลี่ยนกันหน่อย คุณลองประกอบเครื่องจักรจากอะไหล่ที่เหลือพวกนี้ให้ดูหน่อย ช่างฝีมือที่ดีต้องมีวิจารณญาณเป็นของตัวเอง มีความคิดสร้างสรรค์เพียงพอ”
ยูเลียนอยากปฏิเสธโดยสัญชาตญาณ เขารู้ดีว่าตัวเองกับสุภาพสตรีที่เป็นมิตรคนนี้ มีช่องว่างที่ไม่อาจเติมเต็ม
แต่ทันใดนั้น จินนาน้องสาวของเขากลับยุยงว่า
“ลองดูสิพี่ มันจะเป็นผลงานชิ้นแรกหลังจากที่พี่เรียนจบกลับมา”
“ถึงจะมีข้อบกพร่องก็ไม่เป็นไร คุณเบลล่าจะคอยแนะนำ ช่วยแก้ไขปัญหาให้”
แนะนำ…ยูเลียนรู้สึกหวั่นไหวทันที
เขาเริ่มด้วยการเกริ่นอย่างถ่อมตัวว่า ตัวเองธรรมดามาก ฝีมือแค่พอผ่านเกณฑ์เท่านั้น แล้วก็เดินไปยังอะไหล่ที่กระจายอยู่ สังเกตไปพลางคิดแบบไปพลาง
เมื่อเขาหยิบคีม เบลล่าก็เดินเข้ามา พยักหน้าเบาๆ พลางเอ่ยปาก
“ท่ามือของคุณยังมีข้อบกพร่องนิดหน่อย”
เธอระบุปัญหาได้อย่างรวดเร็ว แก้ไขความผิดพลาดอันเกิดจากนิสัยเดิมของยูเลียน
ระหว่างการประกอบต่อมา เบลล่าคอยสอนแบบนี้เป็นระยะๆ คำสอนของเธอบางครั้งทำให้ยูเลียนเข้าใจในทันที บางครั้งก็ทำให้เขาค้นพบอย่างน่าประหลาดว่า หลายสิ่งที่ตนเคยคิดว่ายากมาก กลับกลายเป็นเรื่องง่ายในพริบตา
ขณะที่สอนนั้น ทั้งตัวของเบลล่าราวกับเปล่งประกายที่ไม่อาจบรรยาย ไม่ใช่เด็กสาวข้างบ้านอย่างเมื่อครู่อีกต่อไป ทุกคำพูดล้วนทำให้ยูเลียนรู้สึกว่าเธอมีความมั่นใจเต็มประดา
ทีละเล็กละน้อย สายตาที่ยูเลียนมองเบลล่าเริ่มเหมือนศิษย์มองครูที่เคารพยิ่ง คำพูดและกิริยาเริ่มมีท่าทีเลียนแบบ
นี่คือช่างฝีมือระดับสูงสุดอย่างแท้จริง!
ช่างฝีมือระดับสูงสุดที่คนธรรมดาแทบไม่มีโอกาสได้พบในชีวิตประจำวัน!
ด้วยวิธีนี้ ยูเลียนจึงประกอบชิ้นงานของตัวเองสำเร็จ สร้างเครื่องตัดโลหะที่มีความแม่นยำสูง
เขาไม่อยากเชื่อว่านี่คือผลงานของตัวเอง เครื่องจักรแบบนี้ต้องซื้อจากโรงงานที่เกี่ยวข้องกับศาสนจักรไอน้ำเท่านั้น
สายตาที่เขามองเบลล่าเต็มไปด้วยความบูชายิ่งกว่าเดิม
จินนาชื่นชมเครื่องจักรนั้นด้วยความจริงใจอยู่ครู่หนึ่ง แล้วก็ดึงยูเลียนกลับบ้านไปเปลี่ยนเสื้อผ้า ก่อนจะนัดกับเบลล่าที่ร้านอาหารแห่งหนึ่งใกล้สวนพฤกษศาสตร์
ทั้งสามคนรับประทานอาหารกันอย่างสนุกสนาน บรรยากาศอบอุ่นเป็นกันเอง
“กินกันไปก่อนนะ ฉันขอตัวไปเข้าห้องน้ำ” จินนาลุกยืนพลางวางผ้าเช็ดปาก
หลังจากมองตามหลังน้องสาวที่หายเข้าไปในทางเดินสู่ห้องน้ำ ยูเลียนก็หันกลับมา เห็นเบลล่ายกแก้วไวน์แดงจิบเบาๆ แล้วยิ้มด้วยท่าทีเป็นมิตรแต่แฝงความเหนือกว่าเล็กน้อย
“คุณมีพรสวรรค์ด้านเครื่องจักรจริงๆ” เธอกล่าวชื่นชม
“ไม่หรอกครับ เทียบกับคุณแล้ว นี่ไม่นับเป็นพรสวรรค์เลย” ยูเลียนตอบด้วยความเขินอายปนตัดพ้อตัวเอง
เบลล่าวางแก้วไวน์ลง พลางส่ายหน้า
“ฉันพูดจริงนะ”
“คุณสนใจจะมาเป็นศิษย์ฉันไหม?”
“ศิษย์?” ยูเลียนอึ้งไป
เบลล่าพยักหน้าเบาๆ
“ใช่ ศิษย์แบบสมัยโบราณ ติดตามฉันเรียนรู้ เติบโตภายใต้การช่วยเหลือของฉัน พอจบการศึกษาแล้วก็ทำงานให้ฉันฟรีสักระยะหนึ่ง”
นี่มัน…ช่างฝีมือระดับสูงสุดที่อายุน้อยขนาดนี้ก็รับศิษย์ด้วยหรือ? ทำไมเธอถึงเห็นคุณค่าในตัวเรา? ยูเลียนทั้งตกใจ ดีใจ และสงสัย
“อ…อย่างผมเป็นได้หรือครับ?”
“ฉันบอกแล้วไง นายมีพรสวรรค์จริงๆ” เบลล่าที่ดูเหมือนเด็กสาวข้างบ้าน กลับมีความน่าเกรงขามเมื่อพูดถึงเรื่องนี้
“คนธรรมดาอย่างผมจะไปถึงระดับคุณได้หรือ?” ยูเลียนถามอย่างไม่แน่ใจ
“ฉันบอกได้แค่ว่า มีความหวังสูงมาก แต่ก็ต้องดูที่ตัวคุณเองด้วย” เบลล่าชั่งใจก่อนพูด “ถ้าทุกอย่างราบรื่น ภายในครึ่งปี คุณจะใกล้เคียงระดับฉัน แต่ยังไม่เท่า หลังจากนั้นก็ทำงานให้ฉันฟรีอีกปีครึ่ง”
สมองของยูเลียนหึ่งๆ ทันที รู้สึกเหมือนขนมหวานที่ตกจากฟ้าใหญ่เกินไป ทำให้วิงเวียนศีรษะไปหมด
ตอนนั้นเอง จินนาก็เดินออกมาจากทางเดินที่มีห้องน้ำอยู่
ยูเลียนรีบกดเสียงต่ำ
“ผมขอเวลาคิดสักสองสามวันได้ไหมครับ?”
เขาไม่ใช่ไม่อยากได้โอกาส แต่ยังสงสัยในเจตนาแท้จริงของคุณเบลล่า
เรื่องดีขนาดนี้จะมาตกถึงตัวเองได้อย่างไร?
หรือนี่คือวิธีหลอกลวงรูปแบบใหม่ คุณเบลล่าเป็นพวกชาวหมู่เกาะ?
“ได้” เบลล่าไม่ได้เร่งรัด
หลังรับประทานอาหารเย็นอย่างสนุกสนาน พอกลับมาถึงบ้านเช่าบนถนนปลาสเตอร์ ยูเลียนก็แกล้งเปรยๆ ถามน้องสาว
“เชเลีย คุณเบลล่าเป็นใครกันแน่ ทำไมอายุยังน้อยแต่เป็นช่างฝีมือระดับสูงสุดได้?”
“เธอเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านเทคนิคที่เก่งจริงๆ หรือ?” จินนาถามกลับด้วยความตื่นเต้น
พอยูเลียนตอบยืนยัน เธอก็นึกย้อนพูดว่า
“คุณเบลล่ามาดูการแสดงที่โรงละครกรงพิราบเก่าบ่อยๆ เป็นสาวกของ ‘เทพจักรกลไอน้ำ’ ดูเหมือนจะมีความสัมพันธ์อันดีกับพวกพระที่อารามในหุบเขาลึก ตำแหน่งผู้เชี่ยวชาญด้านเทคนิคของเธอน่าจะได้รับการรับรองจากศาสนจักรไอน้ำด้วย ฉันจะช่วยพี่ไปสืบดูว่าเป็นเรื่องจริงหรือเปล่า”
พอได้ยินว่าคุณเบลล่าเป็นผู้ศรัทธาเทพจารีต และมีความสัมพันธ์แน่นแฟ้นกับพระจากอารามของศาสนจักรไอน้ำ ความสงสัยในใจยูเลียนก็ค่อยๆ คลายลง
คนแบบนี้ไม่น่าจะเป็นนักต้มตุ๋น!
แต่ก็ยังต้องหานักบวชของศาสนจักรไอน้ำมายืนยันตัวตนของเธออีกที…
ยูเลียนค่อยๆ เริ่มรู้สึกภาคภูมิใจในตัวเองอีกครั้ง
ถ้าได้เรียนรู้เทคนิคของคุณเบลล่า ต่อให้ได้แค่แปดส่วนของเธอ เราก็จะกลายเป็นหัวหน้าฝ่ายเทคนิคที่ทุกโรงงานในทรีอาร์แย่งกันจ้าง และในอนาคตยังมีโอกาสเปิดโรงงานของตัวเอง!
หลังจากคุยกับน้องสาวจนเกือบตีหนึ่ง ยูเลียนก็นอนลงบนเตียง พลิกตัวไปมา ตื่นเต้นจนหลับไม่ลง
ในหัวของเขาเต็มไปด้วยภาพคุณเบลล่าที่จดจ่อ จริงจัง รอบรู้ เชี่ยวชาญเทคนิค จนทำให้คนเงยหน้ามองและเทิดทูนโดยไม่รู้ตัว
…………
ทางใต้ของเขตพืชพรรณ ภายในโรงงานที่สร้างใหม่แห่งเดิม
เบลล่ามองจินนาที่แต่งกายเป็นแม่มดเดินออกมาจากกระจก พลางกล่าวด้วยร่างกายที่สั่นเทา
“มาดาม ฉันพูดตามที่คุณสั่งแล้วค่ะ”
ในใจของเธอ นี่คือเทพีแห่งความตายที่นำมาซึ่งการทำลายล้างและความสิ้นหวัง
เธอเห็นกับตาตัวเองว่า พวกพ้องหลายคนทยอยตายไป แต่ละคนไอจนเลือดนองเต็มพื้น
จินนาพยักหน้าด้วยสีหน้าไร้อารมณ์
“เขาจะตอบรับข้อเสนอของเธอ”
“สองปีหลังจากนี้ เธอต้องรับผิดชอบพาเขาไปซูสิตและเมืองใหญ่อื่นๆ ชี้นำให้เขาได้สัมผัสความรู้ศาสตร์เร้นลับ กลายเป็น ‘นักปราชญ์’ และช่วยเขาย่อยโอสถ จนกว่าเขาจะเลื่อนเป็น ‘นักประเมิน’”
“ฉันจะขอให้นักบวชของศาสนจักรไอน้ำท้องถิ่นช่วย ทำให้ยูเลียนเชื่อว่าเธอได้รับพรคุ้มครองจากเทพ เป็นคนที่น่าไว้วางใจ”
“สองปีหลังจากนี้ ถ้ายูเลียนไม่เกิดปัญหาอะไร และพัฒนาไปตามที่คาดหวัง เธอจะได้รับอิสรภาพกลับคืน”
“อา…ยังมีเงื่อนไขอีกข้อหนึ่ง เธอต้องเปลี่ยนมานับถือเทพจารีตสักองค์ และคอยสวดมนต์ให้ครบถ้วน”
ไม่รอให้เบลล่าตอบ จินนาก็หยิบตุ๊กตาขนาดฝ่ามือที่ดูเหมือนเปื้อนคราบเลือดสีดำออกจาก ‘กระเป๋านักเดินทาง’
เธอยิ้มบางๆ พลางเอ่ยต่อไป
“ถ้าเธอคิดหนีระหว่างทาง หรือกระทำในสิ่งที่อันตรายต่อยูเลียน ฉันจะใช้มันระบุพิกัดของเธอ”
“อย่ากังวล ฉันจะไม่ฆ่าเธอ แค่จะส่งกลับไปยัง ‘อนาคตกาล’”
พอได้ยินครึ่งประโยคหลัง ใบหน้าของเบลล่าซีดเผือดทันที ราวกับนึกถึงเรื่องบางอย่างที่ไม่อยากจะจดจำอีกต่อไป
นั่นมันน่ากลัวยิ่งกว่าฝันร้าย!
เธอรีบพูดอย่างต่ำต้อยสุดขีด
“มาดาม ฉันจะทุ่มเททำภารกิจที่คุณมอบให้อย่างสุดฝีมือค่ะ!”
…………
หนึ่งสัปดาห์ผ่านไป ในอพาร์ตเมนต์ที่ฟรังก้าและจินนาเคยเช่าไว้ซึ่งยังไม่หมดสัญญา
ยูเลียนนั่งลงฝั่งตรงข้ามโต๊ะอาหาร
เขามองหน้าน้องสาว ลังเลอยู่ครู่แล้วพูด
“เชเลีย ฉันมีเรื่องอยากปรึกษา”
“เรื่องอะไร?” จินนาถามด้วยสีหน้างุนงง
ยูเลียนชั่งใจก่อนพูด
“คุณเบลล่าอยากให้ฉันเป็นศิษย์ของเธอ ศิษย์แบบสมัยโบราณน่ะ”
“มีเรื่องดีแบบนี้ด้วยหรือ? ถ้าพี่เรียนรู้ฝีมือเธอได้ ก็จะกลายเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านเทคนิคระดับสูงสุดแล้วนะ!” จินนาตื่นเต้นกับพี่ชาย ดวงตาเต็มไปด้วยความคาดหวัง
“แต่ว่า…คุณเบลล่าจะไปเป็นหัวหน้าฝ่ายเทคนิคที่โรงงานแห่งหนึ่งในอารามไอน้ำของเมืองซูสิต ถ้าฉันเป็นศิษย์เธอ ก็ต้องตามไปด้วย อยู่ที่นั่นอย่างน้อยสองปี” ยูเลียนพูดอย่างไม่ค่อยสบายใจ
“แค่สองปีเอง พี่ยังหนุ่ม พอมีฝีมืออย่างแท้จริง โอกาสทำเงินในกรุงทรีอาร์ก็จะวิ่งเข้ามาหาเอง ถึงเวลากอบโกยเงินก้อนใหญ่!” จินนาให้กำลังใจพี่ชาย
“ฉันต้องเรียนการละครอีกหนึ่งปี แล้วเป็นนักแสดงประกอบที่กรงพิราบเก่าอีกหนึ่งปี นี่เป็นสัญญาตั้งแต่ตอนสมัครเป็นนักแสดงฝึกหัด พี่ลืมแล้วหรือ?” จินนาปลอบใจพร้อมกับชักชวนพี่ชาย “สองปีข้างหน้า ชีวิตฉันจะเป็นระเบียบมาก ไม่มีอะไรต้องให้ช่วยแล้วละ”
ยูเลียน ‘อืม’ รับคำ แล้วรีบหยิบธนบัตรและเหรียญออกมาจากอก
“เชเลีย เก็บเงินนี่ไว้ สองปีนี้ตั้งใจเรียนการแสดงละคร ไม่ต้องคิดเรื่องหาเงิน”
จินนามองพี่ชายอยู่สองสามวินาที ยิ้มรับเงินสดนั้นมา
“พอพี่กลับมา ฉันอาจจะเป็นนักแสดงละครคนดังแล้วก็ได้นะ”
“งั้นฉันก็จะเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านเทคนิคมือฉมัง” ยูเลียนนึกถึงคำพูดใหญ่โตสมัยเด็กๆ แล้วสบตากับน้องสาวพลางยิ้มให้กัน
ทั้งตัวของเขาราวกับปลดภาระอันหนักอึ้งออกไปได้
พอยูเลียนจากไป ฟรังก้าก็เดินออกมาจากห้องนอนใหญ่ พูดด้วยความยินดีปนประทับใจ
“ดีจัง ไม่ต้องสะกดจิต!”
“อันที่จริงก็ไม่ต่างกันมาก ตอนที่ฉันตัดสินใจจะสะกดจิตยูเลียน มันก็เหมือนกับว่าได้ทำไปแล้ว” จินนายิ้มเยาะตัวเอง
ฟรังก้าปลอบใจ
“ยังไงก็เถอะ เรื่องนี้คลี่คลายไปเปลาะนึงแล้ว”
“ต่อไป สิ่งที่เราต้องทำส่วนใหญ่คือ สร้างความมั่นคงให้สาวกนิกายโรค แอบเผยแผ่ความเชื่อ และคิดคำนิยามที่น่าเชื่อถือพอ สำหรับแทรกชื่อของเธอเพิ่มเข้าไป”
“แล้วก็ช่วยอ็องโตนีเตรียมพิธีเลื่อนลำดับ หาร่องรอยของ ‘สมาคมมลายสิ้นสรรพสิ่ง’ และซาราธ”
จินนา ‘อืม’ รับคำ แล้วพูดด้วยความรู้สึกจากใจจริง
“ได้พักบ้างสักที”
ด้วยเหตุนี้ เมื่อพวกลูเมี่ยนค่อนข้างสงบ ไม่ได้นำพาหายนะอะไรมา เวลาก็ผ่านไปอย่างรวดเร็ว พริบตาเดียวก็ก้าวหน้าไปหลายเดือน
……………………………………………………..