ราชันเร้นลับ 2 : วัฏจักรแห่งชะตา (Circle of Inevitability) - ตอนที่ 1078 ใกล้ถึงเดือนสิงหาคม
- Home
- ราชันเร้นลับ 2 : วัฏจักรแห่งชะตา (Circle of Inevitability)
- ตอนที่ 1078 ใกล้ถึงเดือนสิงหาคม
ตอนที่ 1078 ใกล้ถึงเดือนสิงหาคม
………………..
โรงแรมระกาทอง บาร์ใต้ดิน
เมื่อลีอองในชุดเสื้อเชิ้ตสีฟ้าอ่อนเดินเข้ามา ลูกค้าทุกคนที่เขาเดินผ่าน ต่างก็ทักทายเขาอย่างจริงใจ
ลีอองนั่งลงตรงเคาน์เตอร์บาร์ ยิ้มพลางบอกปาวาร์·นีซองต์ เจ้าของบาร์ผู้เป็นบาร์เทนเดอร์ด้วย
“นางฟ้าหยกหนึ่งแก้ว”
ปาวาร์·นีซองต์ที่ผูกผมหางม้า ดูมีกลิ่นอายศิลปิน รินเหล้าพลางถามด้วยความอยากรู้
“ทำไมคุณถึงดื่มแต่นางฟ้าหยกทุกครั้งเลยล่ะ”
“สำหรับผม มันมีความหมายอันศักดิ์สิทธิ์” ลีอองเอาศอกยันโต๊ะเคาน์เตอร์ พลางหันไปมองลูกค้าคนอื่นๆ
ปาวาร์ไม่ได้ถามต่อ
มิสเตอร์ลีอองผู้ดูเหมือนนักวิชาการมากกว่ากรรมกรคนนี้ เป็นบุคคลที่ได้รับความเคารพมากที่สุดในย่านถนนอลเวงช่วงหลายเดือนหลัง
เขามาถึงเมื่อเดือนเมษายน ใช้เวลาเพียงสามเดือนกว่าก็ได้รับความรักใคร่อย่างกว้างขวาง
เขาช่วยคนที่ถูกรังแกให้ได้รับความยุติธรรม เขาปรุงยารักษาคนป่วยหนักโดยไม่คิดเงิน เขาเล่านิทานให้เด็กๆ ในถนนอลเวงฟัง เขาช่วยคนจรจัด หางเครื่อง และโสเภณีที่ต้องการกลับตัวกลับใจ ให้หางานที่พอเลี้ยงชีพได้
เขาไม่เคยมองชาวบ้านด้วยสายตาเหนือกว่า การแต่งกายก็ไม่ได้หรูหรา
อีกทั้ง ดูเหมือนแก๊งในเขตตลาดกับตำรวจจะเมินเขา
คนแบบนี้จะไม่เป็นที่รักได้อย่างไร?
ลีอองจ่ายเงิน รับแก้วเหล้าสีเขียวมรกตที่ส่องประกายชวนฝันมาจิบเบาๆ
ตอนนั้นเอง เขาเห็นชายหนุ่มคนหนึ่ง สวมเสื้อเชิ้ตขาว เสื้อกั๊กสีดำเปิดกระดุม ถือเบียร์ขวดหนึ่ง กระโดดไปบนโต๊ะกลม
“ทุกคน มองมาทางนี้!”
“ผมขอประกาศว่า มิสฟอร์สได้ตีพิมพ์ ‘นักผจญภัยผู้ยิ่งใหญ่ เล่ม 8’ แล้ว ภายในเวลาไม่ถึงครึ่งปี เธอออกมาติดกันสองเล่ม ช่างน่าทึ่งจริงๆ!”
“อีกอย่าง ผมขอแจ้งให้ทราบไปพร้อมกันเลยว่า ผมได้เลื่อนตำแหน่งและขึ้นเงินเดือนแล้ว!”
“นี่จะเป็นครั้งสุดท้ายในรอบเกือบสองปีที่ผมมาดื่มที่นี่ พวกคุณเชื่อไหม ผมเรียนภาษาฟุซัคโบราณสำเร็จแล้ว ภาษาที่คนมีอารยะตัวจริงเท่านั้นถึงจะอ่านออกเขียนได้!”
“ช่างเป็นพรสวรรค์อันยอดเยี่ยมเหลือเกิน ผมสอบผ่าน ได้รับการส่งตัวไปประจำการ กำลังจะไปรับตำแหน่งสำคัญที่ซูสิต”
“ช่วยแสดงความยินดีกับผมด้วย โรงแรมระกาทองกำลังจะมีคนมีอารยะตัวจริงแล้ว!”
ลีอองมองดูพลางยิ้ม เพลิดเพลินกับบรรยากาศอันวุ่นวายแต่กลับกลมกลืนอย่างประหลาดนี้
ดื่มจนถึงสี่ทุ่ม เขาจึงลาทุกคนที่โบกมือส่ง เดินออกจากบาร์ ขึ้นไปชั้น 3 เข้าห้อง 302
ที่นั่นมีคนรออยู่แล้ว
ไม่ใช่ใครนอกจากลูกาโน ชายคิ้วหนาตาโต ท่าทางดูสุภาพเคร่งขรึม
“ท่านบิชอปมาทำอะไรที่นี่?” ลีอองถามด้วยความตกใจ ยินดี ปนหวาดกลัว
ลูกาโนเหลือบมองลูกน้องแวบหนึ่ง ยกมือทั้งสองทำท่าผลักออกไปข้างหน้า
“โรคภัยจงห่างไกล!”
ลีอองถึงได้สติ ตอบด้วยท่าทางเดียวกัน
“โรคภัยจงห่างไกล! เทพแห่งโรคระบาดผู้ยิ่งใหญ่จงเจริญ เทพแห่งไข้ผู้ยิ่งใหญ่จงเจริญ!”
ลูกาโนแสดงสีหน้าพอใจในที่สุด
“ช่วงนี้พัฒนาสาวกได้เท่าไร?”
ลีอองตอบอย่างนอบน้อม
“ตามคำสั่งของพระองค์และท่าน ผมไม่ได้เทศนาตรงๆ แต่ใช้วิธีช่วยเหลือชาวบ้านแถวนี้ อาศัยความกลัวโรคภัยของพวกเขา ค่อยๆ พัฒนาคนที่ยินดีติดตามผม จนมีรูปแบบเบื้องต้นของศาสนา”
“ต่อจากนี้ ผมจะเริ่มพูดถึงความเชื่อของผมกับเหล่าผู้ติดตาม พูดถึงความยิ่งใหญ่ของ ‘เทพแห่งโรค’ ทั้งสององค์ พูดถึงความเมตตากรุณาขององค์สันตะปาปา”
ลูกาโนพยักหน้า
“ทำได้ดีมาก”
“ผมลองเดินดูทั่วถนนอลเวงและถนนใกล้เคียงแล้ว ได้ยินเรื่องราวของคุณจากปากใครหลายคน”
“จงจำไว้ ต้องปฏิบัติตามกฎของศาสนจักร ข้อหนึ่ง ห้ามเทศนาเปิดเผย ข้อสอง อนุญาตให้สาวกนับถือ ‘สุริยันเจิดจรัส’ หรือ ‘เทพจักรกลไอน้ำ’ หรือเทพแท้จริงองค์อื่นร่วมด้วยได้”
“ครับ ท่านบิชอป” ลีอองก้มศีรษะ ตอบรับอย่างจริงใจ
ลูกาโนหยิบกล่องเครื่องประดับใบเล็กฉลุลายเงิน กับกระจกแต่งหน้าธรรมดาๆ ใบหนึ่งออกมา แล้วพูดพลางยิ้ม
“คุณไม่ต้องเรียกผมว่าท่านอีกแล้ว นับแต่นี้ไป คุณคือบิชอปประจำพื้นที่นี้ รายงานตรงต่อองค์สันตะปาปา รับคำสั่งโดยตรง”
“ผม…” ดวงตาของลีอองสว่างวาบ ไม่รู้ว่าควรแสดงปฏิกิริยาอย่างไรต่อหน้าบิชอปลูกาโน
“นี่คือสิ่งที่คุณสมควรได้รับ” ลูกาโนยื่นกล่องเครื่องประดับเล็ก กับกระจกแต่งหน้าให้ลีออง “กระจกใช้ติดต่อกับองค์สันตะปาปา ในกล่องเครื่องประดับบรรจุสูตรโอสถและวัตถุดิบต่างๆ ของลำดับ ‘จอมเวท’”
“นี่คือพรจาก ‘เทพแห่งโรคระบาด’ และ ‘เทพแห่งไข้’ เมื่อคุณปรับสภาพร่างกายพร้อมแล้ว ก็ดื่มโอสถเลื่อนลำดับเป็น ‘จอมเวท’ ได้เลย”
นึกถึงพลังวิเศษและเวทมนตร์อัศจรรย์ที่เคยเห็นจากบิชอปลูกาโนและบิชอปคนอื่นๆ ลีอองตื่นเต้นไปทั้งตัว รีบยื่นฝ่ามือขวาออกไป
“เทพแห่งโรคระบาดจงเจริญ เทพแห่งไข้จงเจริญ!”
ลูกาโนสรรเสริญ ‘เทพแห่งโรค’ ทั้งสองตาม แล้วเอ่ยต่อไป
“ในกล่องเครื่องประดับยังมีข้อมูลเวทมนตร์ ให้คุณเรียนรู้เวทมนตร์รักษาและปรุงยาได้หลายชนิด ไม่ต้องพึ่งผมหรือบิชอปคนอื่นอีก”
“เวทมนตร์เหล่านี้ใช้รักษาโรคทั่วไปได้ หากพบเจอโรคร้ายแรงจริงๆ ให้สวดวิงวอนถึงนามอันทรงเกียรติของ ‘เทพแห่งโรคระบาด’ หรือ ‘เทพแห่งไข้’”
“ครับ” ลีอองรับกล่องเครื่องประดับเล็กกับกระจกแต่งหน้า
คิดว่าตัวเองกำลังจะเป็น ‘จอมเวท’ ลำดับ 7 ครอบครองพลังวิเศษอย่างแท้จริง เขาก็สั่นสะท้านไปทั้งตัว ศรัทธาต่อสอง ‘เทพแห่งโรค’ และเทิดทูนองค์สันตะปาปายิ่งกว่าเดิม
ราวสามเดือนก่อนหรือนานกว่านั้น เขายังเป็นเพียงคนน่าสงสารที่ถูกชาวหมู่เกาะหลอก ยากจนข้นแค้น สิ้นหวังในชีวิต คิดจะดับลมหายใจตัวเองอยู่เลย
หลังออกจากห้อง 302 ของโรงแรมระกาทอง ลูกาโนกลับไปยังอพาร์ตเมนต์ที่เช่าไว้
จากนั้น เขาหยิบกระจกบานหนึ่งออกมา วางไว้บนโต๊ะอย่างสำรวมเคร่งขรึม
“สุภาพสตรีที่เก่าแก่กว่ายุคสมัย ข้ารับใช้ภัยพิบัติ บุตรแห่งโรคระบาดและไข้ ผู้ทำลายที่เดินในเงามืด ผู้นำทางเหล่าลูกแกะหลงทางแห่งกรุงทรีอาร์ เทพแห่งโรคระบาดผู้ยิ่งใหญ่…”
“ข้าขอภาวนา ขอพระองค์ช่วยทอดพระเนตรมอง…” ลูกาโนสวดภาวนาก่อน แล้วจึงนำเอกสารงาน ‘นิกายโรค’ ที่ตนรับผิดชอบ ซึ่งจัดเตรียมไว้แล้ววางหน้ากระจกบนโต๊ะ มองดูมันทะลุม่านแล้วหายเข้าไปในผิวกระจกราวกับคลื่นน้ำ
ไม่นานนัก บนผิวกระจกปรากฏข้อความ
“อีกไม่นาน คุณจะได้เป็นอาร์ชบิชอป ดูแลหลายเขตปกครอง”
ข้อความนี้มาจากสันตะปาปาแห่ง ‘นิกายโรค’
ลูกาโนได้รับการตอบกลับแล้วก็ดีใจไปทั้งตัว
แม้เขาจะเสียดายที่ตนไม่ใช่บริวารที่ขึ้นตรงต่อ ‘เทพแห่งโรคระบาด’ ลูเมี่ยน·ลีผู้ยิ่งใหญ่อีกต่อไป ต้องฟังคำสั่งจากองค์สันตะปาปาแทน แต่ในช่วงหลายเดือนนี้ เขาไม่เพียงได้รับ ‘เทคนิคการสวมบทบาท’ ยังได้สูตรโอสถและวัตถุดิบของ ‘นักชีววิทยา’ ลำดับ 6 เส้นทาง ‘นักเพาะปลูก’ ด้วย ปัจจุบันเป็นผู้วิเศษลำดับ 6 แล้ว
คำนึงจากคำพูดขององค์สันตะปาปาเมื่อครู่ หากเขาสั่งสมผลงานอีกปีครึ่ง ก็มีโอกาสเลื่อนอีกหนึ่งลำดับ เป็น ‘ดรูอิด’ เป็นอาร์ชบิชอป
ด้วยความคาดหวัง ลูกาโนมองกระจกบานนั้น ก้มศีรษะอย่างนอบน้อม
“ครับ องค์สันตะปาปา”
…………
ในคฤหาสน์หรูหราที่ลูเมี่ยนและพวกพ้องอาศัยอยู่
จินนา สันตะปาปาแห่ง ‘นิกายโรค’ นั่งบนโซฟายาว พิงกับ ‘เทพแห่งไข้’ ฟรังก้า·โรลังด์ผู้ยิ่งใหญ่ อ่านรายงานความคืบหน้าที่ลูกาโนส่งมา
หลังปรึกษากัน ลูเมี่ยนกับฟรังก้าตัดสินใจให้สาวกนิกายโรครู้จักจินนาในฐานะสันตะปาปาก่อน วิธีนี้ก็ได้หลักยึดเหนี่ยวเช่นกัน และอธิบายการเปลี่ยนแปลงหลักคำสอนได้ง่าย
ในอนาคต หากจินนาเลื่อนเป็นลำดับ 3 ได้ ก็สามารถใช้วิธีให้ ‘เทพแห่งโรคระบาด’ กับ ‘เทพแห่งไข้’ ประกาศคำสั่งเทพร่วมกัน แต่งตั้งสันตะปาปาผู้ทรงงานหนักเป็น ‘เทพบริวาร’ เรื่องราวของเธอก็จะกลายเป็นส่วนหนึ่งของคัมภีร์ศาสนาโดยปริยาย ไม่มีใครตั้งคำถาม
หลังจากนั้นก็ค่อยๆ ยกสถานะของเธอให้สูงกว่าเดิม
ฟังจินนาเล่าจบ ฟรังก้าหันไปมองลูเมี่ยนที่นั่งอ่านหนังสืออยู่บนโซฟาอีกตัว
“ฉันว่าหลักยึดเหนี่ยวของเราพอให้เลื่อนเป็นลำดับ 2 แล้วละ ในกรุงทรีอาร์ พวกเราเทศนาเปิดเผยเป็นวงกว้างไม่ได้”
ไม่เทศนาเปิดเผย แต่พัฒนาสาวกได้บ้าง เป็นข้อตกลงเงียบๆ ระหว่างลูเมี่ยนกับพวกพ้องกับคณะสงฆ์ ‘เทพจักรกลไอน้ำ’
ในเรื่องนี้ ‘เทพจักรกลไอน้ำ’ ค่อนข้างใจดีกับพวกเขา
ก่อนหน้านี้ ในวันพิธีศักดิ์สิทธิ์เดือนพฤษภาคม คณะสงฆ์ไอน้ำจัดพิธีมิสซาใหญ่หน้ามหาวิหารหลักในกรุงทรีอาร์ มีผู้เข้าร่วมหลายหมื่นคน อารมณ์ของผู้ร่วมพิธีต่างคละคลุ้งฟุ้งซ่าน ในพิธีกรรมต่างได้รับอิทธิพลจากตัวมิสซาและบรรยากาศรอบข้าง กลายเป็นคนเคร่งศาสนาและคลั่งไคล้สุดโต่ง
อ็องโตนีที่เป็นสาวก ‘เทพจักรกลไอน้ำ’ ก็เข้าร่วมมิสซานี้ด้วย ท่ามกลางอารมณ์ที่สะเทือนใจของผู้คนหลายหมื่น เขาแอบดื่มโอสถ กลายเป็น ‘จอมบงการ’ ลำดับ 4
นี่คือการใช้พิธีมิสซาใหญ่ของคณะสงฆ์ไอน้ำช่วยให้พิธีกรรมง่ายลง
‘ผู้ชม’ คนอื่นไม่ทำแบบนี้ เพราะเท่ากับดูหมิ่นเทพ จะถูกพิธีมิสซาและอารมณ์คลั่งไคล้กระทบ เทพแท้จริงองค์นั้นๆ จะสังเกตเห็นทันที มอบทัณฑ์สวรรค์อันน่าสะพรึงกลัว
แต่ ‘เทพจักรกลไอน้ำ’ อนุญาตให้อ็องโตนีกระทำได้
ลูเมี่ยนกับอ็องโตนีได้ไปสวดภาวนาที่มหาวิหารหลักของศาสนจักรไอน้ำในทรีอาร์ล่วงหน้าแล้ว ได้รับวิวรณ์ว่า ‘ทำได้’
ลูเมี่ยนวางหนังสือในมือลง พูดพลางยิ้ม
“ปัญหาตอนนี้คือ ยังหาตะกอนพลัง ‘จอมอาคมลมฟ้าอากาศ’ หรือ ‘นางมารหายนะ’ ไม่ได้เลย”
จากข้อมูลที่ฟรังก้าสืบมาจากภายในนิกายนางมาร พวกเขาแน่ใจว่า นิกายนางมารมีตะกอนพลัง ‘นางมารหายนะ’ อย่างน้อยห้าก้อน ในนั้นมีเทวทูตสี่องค์ (เทา เหลือง น้ำเงิน ม่วง) และสมบัติปิดผนึกระดับ ‘0’ หนึ่งชิ้น
นอกจากนั้น ลูเมี่ยนกับพวกพ้องก็ทราบแล้วว่า ในเมื่อแต่ละเส้นทางมีเทวทูตลำดับ 1 ได้สามองค์ เทวทูตลำดับ 2 ก็จะมีได้เพียงหกถึงแปดองค์ ขึ้นอยู่กับเส้นทาง
กล่าวคือ ในเมื่อมีเทพแท้จริงอย่าง ‘นางมารต้นกำเนิด’ อยู่ ตะกอนพลัง ‘นางมารหายนะ’ นอกนิกายนางมาร จะมีเพียงหนึ่งถึงสามก้อน ปัจจุบันไม่ทราบที่อยู่ทั้งหมด อย่างน้อยก็ไม่อยู่ในมือพันธมิตรของศาสนจักรเดอะฟูล
ในทำนองเดียวกัน การกระจายตะกอนพลัง ‘จอมอาคมลมฟ้าอากาศ’ คือ
ตระกูลไอน์ฮอร์นมีเทวทูตลำดับ 2 สององค์ ตระกูลเซารอนมีเทวทูตลำดับ 2 หนึ่งองค์ กองทัพอินทิสมีเทวทูตลำดับ 2 หนึ่งองค์ (ดูเหมือนจะมาจากตะกอนพลังที่รั่วไหลหลังตระกูลเซารอนเสื่อมโทรม) ‘ชุมนุมกางเขนเลือดเหล็ก’ มีเทวทูตลำดับ 2 อย่างน้อยหนึ่งองค์ คลังสมบัติ ‘โทสะสีคราม’ มีตะกอนพลังที่เกี่ยวข้องหนึ่งก้อน
กล่าวอีกนัยหนึ่งคือ ตะกอนพลัง ‘จอมอาคมลมฟ้าอากาศ’ ที่ยังไม่มีเจ้าของ อาจมีมากสุดสองก้อน หรืออาจไม่มีเหลือเลย ลูเมี่ยนยังไม่มีเบาะแส
ไม่รอให้ฟรังก้ากับจินนาตอบ ลูเมี่ยนพูดอย่างครุ่นคิด
“ไม่ช้าก็เร็ว ฉันตั้งใจจะไปท่าเรือแบนชีสักครั้ง”
……………………………………………………..