ราชันเร้นลับ 2 : วัฏจักรแห่งชะตา (Circle of Inevitability) - ตอนที่ 1080 โชคชะตาที่ไม่อาจเลี่ยง
- Home
- ราชันเร้นลับ 2 : วัฏจักรแห่งชะตา (Circle of Inevitability)
- ตอนที่ 1080 โชคชะตาที่ไม่อาจเลี่ยง
ตอนที่ 1080 โชคชะตาที่ไม่อาจเลี่ยง
ขังมังกรหายนะไว้ ณ ที่แห่งนี้…ปรมาจารย์สวรรค์รุ่นห้า…ลูเมี่ยนนึกถึงภาพที่เห็นระหว่างพิธีกรรมพันธลับครั้งก่อน เริ่มเข้าใจบางอย่างรางๆ
เขาไม่หยุดอยู่แค่นั้น เดินผ่านศิลาจารึกด่างพร้อยเข้าไปในหอคอยไม้
ภายในหอคอยไม่มีตะเกียงแก๊สติดผนังหรือเทียนที่จุดไว้ มีเพียงแสงอาทิตย์ที่พยายามส่องทะลุหน้าต่างกระดาษบางๆ ให้ความสว่างเล็กน้อย
แสงน้อยนิดไม่เป็นอุปสรรคต่อการสำรวจรอบตัวของลูเมี่ยน เขาเห็นว่าชั้นแรกของหอคอยกว้างขวางผิดวิสัย รอบด้านเป็นเสาและคานตั้งตระหง่านประสานกัน ตรงกลางมีบันไดหินลงไปยังส่วนใต้ดิน
ลูเมี่ยนเดินตรงไปยังปากบันไดที่ดูราวกับปกคลุมด้วยเงาอย่างคุ้นเคย
เดินไปได้ไม่กี่ก้าว ท่ามกลางสภาพแวดล้อมที่มืดสลัว เขาพลันเงยหน้ามองไปด้านข้าง เห็นชายหนุ่มในชุดดำแนบกายนอนนิ่งอยู่บนคานไม้ท่อนหนึ่ง
ชายคนนั้นใบหน้าผอมเพรียว หน้าผากกว้าง โดยรวมแล้วหน้าตาไม่เลว ดวงตาสีดำแวววาวสดใส ร่างกายเหมือนหลอมรวมเป็นหนึ่งเดียวกับความมืด
เนื่องจากลูเมี่ยนแหงนมอง สายตาของทั้งคู่จึงประสานกัน ฮู้ดก็ไม่อาจบังตาได้อีกต่อไป
ชายคนนั้นบ่นงึมงำคำพูดที่ลูเมี่ยนฟังไม่เข้าใจ สีหน้าเต็มไปด้วยความรังเกียจ รีบปีนป่ายไปยังชั้นบนอย่างรวดเร็วจนหายลับตา
คนนอกเหมือนกัน? เขาสามารถหลบเลี่ยงการป้องกันของพวก ‘พระ’ ด้านนอก แอบเข้ามาในหอคอยประหลาดนี้ได้? แม้เมื่อกี้เขาจะไม่ได้ใช้พลังวิเศษ แต่ฝีมือไม่ธรรมดาเลย…ลูเมี่ยนที่มี ‘เนตรมองกลางคืน’ ไม่ได้รับผลกระทบจากความมืดสลัวด้านบน พยายามติดตามร่องรอยของชายคนเมื่อครู่ด้วยสายตา แต่ไม่พบเลยสักนิด
ลูเมี่ยนรู้สึกรางๆ ว่าอีกฝ่ายยังคงสังเกตตนอยู่ จึงแหงนหน้ายิ้มกว้าง ยิ้มอย่างสดใสเจิดจ้า
หว่านเสน่ห์!
‘เสน่ห์’ ที่มุ่งเป้าไปยังทุกสิ่งมีชีวิตโดยรอบ!
โครม! ชายหนุ่มคนนั้นร่วงลงมาจากที่ใดไม่ทราบ กระแทกลงบนคานไม้ท่อนหนึ่ง
ลูเมี่ยนฟังไม่เข้าใจว่าเขาด่าอะไร แต่รู้สึกว่าเสียงนั้นคล้ายกับคำด่าที่ตนเคยได้ยินในสำนักงานโทรเลข
“เฉอหน่า!”
หลังแน่ใจว่าชายหนุ่มไม่จ้องมองตนอีกแล้ว ลูเมี่ยนก็เดินลงบันไดหินสีเทาทีละขั้น หายลับไปในปากบันไดที่ปกคลุมด้วยเงามืด
ไม่รู้ผ่านไปนานเท่าไร ในที่สุดเขาก็มาถึงส่วนล่างสุดของหอคอยไม้ เห็นบ่อน้ำโบราณที่ซ่อนตัวในความมืด เห็นแท่งหินที่ปกคลุมด้วยตะไคร่ เห็นโซ่เหล็กที่ทอดยาวจากแท่งหินลงไปยังก้นบ่อลึก
บนโซ่เหล็กเหล่านี้มีภาพนูนต่ำมากมาย ล้วนสลักเป็นใบหน้า แต่ละใบหน้าดุดันผิดปกติ รูปร่างประหลาด ดุจปีศาจร้าย
“คล้ายกับชุดเกราะของเฉินถู…ในการขังมังกรหายนะ ‘นักพรตโลกแห่งความตาย’ ก็มีส่วนร่วมด้วยหรือ? หรือว่าอาจารย์ของพระองค์ หรืออาจารย์ของอาจารย์?” ลูเมี่ยนรู้แล้วว่า ‘ปรมาจารย์สวรรค์’ สอดคล้องกับเส้นทาง ‘ผู้ส่องความลับ’ และ ‘นักปราชญ์’ โซ่สีดำเหล็กเหล่านี้ไม่น่าจะเป็นฝีมือของพระองค์
ลูเมี่ยนยื่นศีรษะออกไป เลื่อนสายตาลงด้านล่าง เห็นผิวน้ำที่ก้นบ่อ ดูคล้ายเลือดของคนนับพันนับหมื่นรวมกัน
เลือดข้นหนืด วิปริตประหลาด ส่งกลิ่นคาวและสนิมเหล็กแรงกล้า
ลูเมี่ยนยกมือขวาแตะจมูกโดยสัญชาตญาณ พบว่าตนไม่มีเลือดไหลเหมือนคราวก่อนที่ทำพิธีพันธลับ สภาพร่างกายกลับดีเยี่ยม
“เพราะเรารับพรจากภัยพิบัติ ได้รับพลัง ‘นักบวชสงคราม’ จึงถือเป็นพวกเดียวกันหรือ?” ลูเมี่ยนพยักหน้าอย่างครุ่นคิด จ้องมองผิวน้ำเลือดข้นหนืดที่ไม่สะท้อนศีรษะและใบหน้าของตน แล้วกล่าวด้วยภาษาเฮอร์มิสโบราณ
“พลังแห่งยอดภัยพิบัติ องค์ผู้ยิ่งใหญ่สูงสุดเอ๋ย ผู้ติดตามอันต่ำต้อยของพระองค์ ขอให้พระองค์ช่วยชี้ทาง ว่าจะหาตะกอนพลังสำหรับเลื่อนลำดับได้จากที่ใด?”
ลูเมี่ยนไม่เคยเป็นคนหน้าบาง จึงกล่าวคำเหล่านี้ได้อย่างคล่องแคล่วเป็นธรรมชาติ
แต่เขาไม่แน่ใจว่า ‘มังกรหายนะ’ ที่ถูกขังอยู่ในก้นบ่อ จะเข้าใจคำพูดของตนหรือไม่
เพื่อให้อีกฝ่ายเข้าใจง่าย เขาจึงไม่ใช้คำศัพท์อย่าง ‘จอมอาคมลมฟ้าอากาศ’ ลำดับ 2 หรือสัตว์ในตำนาน
คนจากทวีปตะวันตกคงไม่เคยเห็นศิลาเย้ยเทพ!
หลังความเงียบสั้นๆ ที่ยากจะบรรยาย ผิวน้ำสีเลือดก็ฉายภาพฉากหนึ่ง
นั่นคือแขนเน่าเปื่อยมีหนองไหล สวมชุดเกราะชำรุด มันยันพื้นไว้ สูงกว่าเสาหินพังทลาย รอยแตกมีหนองปนเปลวไฟล่องหนหลั่งไหลลงพื้นอย่างต่อเนื่อง จุดไฟเผาแผ่นดิน เผาอากาศ ทำให้ทุกสิ่งรอบข้างลุกโชนไม่มีวันดับ
ลูเมี่ยนถอยกรูดสองก้าว ไม่กล้ามองตรงๆ
ออร่าตกค้างของ ‘จักรพรรดิโลหิต’ ในฝ่ามือที่พลุ่งพล่านราวกับน้ำเดือด เสมือนกำลังบอกเขาว่า ภาพฉากเมื่อครู่คือกายเทพของอลิสต้า·ทูดอร์ที่ร่วงหล่น ณ ส่วนลึกของทรีอาร์ยุคที่สี่
ที่นั่นมีตะกอนพลัง ‘จอมอาคมลมฟ้าอากาศ’ หรือ? ลูเมี่ยนพยักหน้ารับ กลับมายืนข้างบ่อน้ำอีกครั้ง จ้องมองน้ำเลือดข้นหนืดนั่น
บนผิวน้ำสีเลือด ภาพฉากเปลี่ยนไปแล้ว ความมืดมิดแผ่ปกคลุมแทน ภายในดูเหมือนมีร่างสูงใหญ่กำลังจ้องมองลูเมี่ยนอย่างเงียบงัน
ลูเมี่ยนอาศัยลางสังหรณ์ทางพลังวิญญาณประเมินหาคำตอบ
นี่คือ ‘จักรพรรดิโลหิต’ ในกระจก ซึ่งซ่อนอยู่ในคลังสมบัติเรือ ‘โทสะสีคราม’!
เราแค่อยากได้ตะกอนพลัง ‘จอมอาคมลมฟ้าอากาศ’ ทำไมถึงหนีไม่พ้นอลิสต้า·ทูดอร์สักที? เอาจากประธานชุมนุมกางเขนเลือดเหล็กไม่ได้หรือไง? ลูเมี่ยนเพิ่งขมวดคิ้ว ก้นบ่อลึก ใต้ผิวน้ำเลือดนั้น ก็เกิดแรงดูดมหาศาลกะทันหัน
ลูเมี่ยนต้านทานไม่ไหว นี่ทั้งเป็นสัญชาตญาณของตะกอนพลังลำดับสูงที่อยากรวมตัวกันอย่างแรงกล้า และยังมาจากพรบนตัวเขา กับสภาพในปัจจุบัน ที่ตอนนี้เป็นเพียงวิญญาณหรือจิตสำนึกบริสุทธิ์
เขาถูกดึงตกลงไปในบ่อ ร่วงหล่นสู่ความลึก
เพียงชั่วพริบตา ขณะที่ลูเมี่ยนพยายามกระตุ้นรอยประทับสีดำบนไหล่ขวาเพื่อ ‘เทเลพอร์ต’ หนีออกไป ร่างของเขาก็สัมผัสกับผิวน้ำอันเกิดจากเลือดข้นหนืด
เขาทะลุผ่านไปโดยไม่ก่อให้เกิดระลอกคลื่นแม้แต่น้อย ราวกับนางมารลำดับสูงก้าวเข้าสู่โลกในกระจก
ลูเมี่ยนพลันตระหนักได้อย่างหนึ่ง
ผิวน้ำ ก็คือผิวกระจก…
เราไม่ได้เข้าไปในสถานที่กักขังมังกรหายนะ แต่เข้าไปในโลกในกระจกที่สอดคล้องกัน…
สายตาของเขามืดลง แล้วแดงฉาน ทั้งร่างจมดิ่งลงไปในน้ำเลือด
กลิ่นคาวเน่า กลิ่นสนิมเหล็ก พร้อมกับของเหลวหนืดเหนียวไชเข้ารูจมูก พยายามจะเติมเต็มปอดและร่างกายของเขา
ลูเมี่ยนไม่รู้สึกเจ็บปวด กลับสบายตัวอย่างยิ่ง เสมือนกลับสู่ต้นกำเนิดของตน กลับสู่บ้านเกิดที่ฝันถึง
มหาสมุทรสีเลือดแห่งนี้ ดูเหมือนไม่มีผิวน้ำ ไม่ว่าลูเมี่ยนจะพยายามลอยตัวสักเพียงใด ก็ไม่อาจหลุดพ้น ไม่อาจหายใจเอาอากาศบริสุทธิ์
เขาเห็นศพลอยผ่านตัวเขาไปทีละศพ บ้างไร้ศีรษะ บ้างเหลือแต่ศีรษะ ลากกระดูกสันหลังขาวโพลนยาวราวกับหาง นับพันนับหมื่น มากมายจนนับไม่ถ้วน
ลูเมี่ยนว่ายตามศพเหล่านี้ อยากดูว่าพวกมันจะลอยไปที่ใด
เขาลอยไปกับศพ ตามทิศทางของกระแสน้ำเลือดมืดเป็นเวลานาน
ร่างไร้ศีรษะ รวมถึงศีรษะที่ลากกระดูกสันหลังด้านหน้า ยิ่งมีจำนวนมากขึ้นเมื่อเวลาผ่านไป
ราวกับว่าไม่ไกลนักควรมีทางออก เพียงแต่มีศพหลั่งไหลมามากเกินไป จนอุดตันมัน
ลูเมี่ยนเลือกอ้อมไปรอบบริเวณที่หนาแน่น เข้าใกล้ ‘จุดสิ้นสุด’ จากด้านข้าง
แม้ว่าจะไม่อาจเบียดแทรกเข้าไปได้ แต่เขาแค่อยากดูว่าด้านหน้าเป็นอย่างไรกันแน่
ว่ายไปอีกพักหนึ่ง ในที่สุดลูเมี่ยนก็เห็นจุดหมาย
นั่นคือช่องน้ำสีดำสนิท ถูกศพนับพันอุดตัน ด้านหลังยังมี ‘ฝูงปลา’ หลั่งไหลมาไม่ขาดสาย
ศพที่ติดอยู่ในช่องน้ำล้วนบวมพอง ผิวกายมีรอยเน่าเปื่อยเป็นหย่อมๆ สีดำอมเขียว
ลูเมี่ยนนึกถึงสตรีที่นั่งรถลาก ใช้พัดวาดลายดอกไม้และนกปิดบังใบหน้าทันที
เธอหนีออกมาจากที่นี่หรือ? หรือว่าเธอคือผู้ควบคุมศพพวกนี้? ลูเมี่ยนส่ายหน้า ไม่คิดว่าตนจะเบียดเข้าไปในช่องน้ำได้
ศพที่อุดตันอยู่ตรงนั้น มีจำนวนมหาศาลเกินไป และเขาก็ไม่รู้ว่าการจุดไฟเผาพวกมัน จะนำมาซึ่งการเปลี่ยนแปลงแบบใด
นั่นคงทำให้สถานการณ์แย่ลงเป็นแน่!
ทันใดนั้น ช่องน้ำที่ถูกอุดตันพลันสั่นสะเทือนหนักหน่วง ราวกับมีใครบางคนจากอีกฝั่งพยายามเจาะทะลุอุโมงค์
ครืน!
ศพจำนวนมากที่อุดช่องน้ำอยู่เดิม ถูก ‘ฮุบกลืน’ เข้าไปในทันใด ศพที่อยู่ด้านหลังจึงมีโอกาสเข้าไปใกล้
และนี่ก็ทำให้กระแสน้ำสีดำสนิทบางส่วนไหลกระเพื่อม
ลูเมี่ยนได้รับผลกระทบ ถูกผลักไปไกล สีเลือดตรงหน้าค่อยๆ เลือนรางอย่างรวดเร็ว
ท่ามกลางความเลือนราง เขาเห็นเงาดำมหึมาที่ขดตัวอยู่
เงาดำดังกล่าวนอนราบอยู่ ณ ก้นมหาสมุทรสีเลือด ยึดครองพื้นที่กว้างใหญ่เทียบเท่ากรุงทรีอาร์
ลูเมี่ยนถูกดูดเข้าหาทันที ร่วงหล่นลงไป แต่ไม่อาจเข้าใกล้หรือมองเห็นเงาดำนั่นได้ถนัดตา
ฝ่ายหนึ่งอยู่ในกระจก อีกฝ่ายอยู่ในความเป็นจริง
ด้านหน้าเงาดำมีลานกว้าง ยาวด้านละหลายสิบกิโลเมตร ปูด้วยหินสีเทาขาว บนลานตั้งตระหง่านเสาสีดำสนิท สีแดงเลือด หรือสีเทาขาว ค้ำจุนบาเรียล่องหน ป้องกันไม่ให้น้ำทะเลสีเลือดกัดกร่อนเข้ามาภายใน
ลูเมี่ยนตกลงมาบนลานแห่งนี้ ตรงหน้าเขามีกระจกเต็มตัวบานหนึ่งตั้งอยู่
กระจกเต็มตัวบานดังกล่าวทำจากเงินบริสุทธิ์ผสมโลหะอื่น ลวดลายรอบด้านวิจิตรพิสดาร รูปทรงเก่าแก่โบราณยิ่ง
เมื่อเห็นกระจกบานนี้ จิตใจของลูเมี่ยนพลันตึงเครียด
นี่ไม่ใช่กระจกในคลังสมบัติเรือ ‘โทสะสีคราม’ หรอกหรือ?
บานที่ซ่อนอลิสต้าในกระจกไว้!
ทำไมที่นี่ถึงมีบานหนึ่งด้วย?
หรือว่ากระจกในคลังสมบัติเรือ ‘โทสะสีคราม’ เชื่อมต่อมายังบานนี้?
พวกมันคือหนึ่งในผลงานการทดลองอันบ้าคลั่งต่างๆ นานาของ ‘จักรพรรดิโลหิต’ อลิสต้า·ทูดอร์?
ด้วยสัญชาตญาณ ลูเมี่ยนอยากถอยห่างจากกระจกบานนั้น เพื่อไม่ให้มันสะท้อนเงาของตน แต่บนผิวกระจก ร่างของคนที่ซ่อนอยู่ในกระจกได้ปรากฏชัดเจนแล้ว
อีกฝ่ายสวมชุดเกราะสีดำเปื้อนเลือด ผมยาวส่องประกายโลหิตจางๆ ใบหน้าเหมือนแกะสลักด้วยมีดและขวาน ริมฝีปากเม้มแน่น แสดงออกถึงความแข็งแกร่งและเด็ดเดี่ยว ดวงตาสีครามแฝงไว้ด้วยความโหดร้ายบ้าคลั่ง
วินาทีถัดมา คนในกระจกยื่นฝ่ามือขวาที่สวมถุงมือเกราะ ทะลุออกมาจากผิวกระจกแข็งเย็น
พระองค์ก้าวออกมาจากกระจกเต็มตัวทีละก้าว ราวกับไม่แยแสเลยสักนิดว่าลูเมี่ยนจะฉวยโอกาสจู่โจม
……………………………………………………..