ราชันเร้นลับ 2 : วัฏจักรแห่งชะตา (Circle of Inevitability) - ตอนที่ 1081 กับดัก
- Home
- ราชันเร้นลับ 2 : วัฏจักรแห่งชะตา (Circle of Inevitability)
- ตอนที่ 1081 กับดัก
ตอนที่ 1081 กับดัก
‘จักรพรรดิโลหิต’ ในกระจก? ลูเมี่ยนไม่ได้รู้สึกแปลกใจกับบุคคลตรงหน้า
เขาไม่ได้ฉวยโอกาสโจมตีทันที ไม่ใช่เพราะไม่อยาก แต่เพราะถูกพลังวิญญาณอันบ้าคลั่งกระหน่ำเข้าใส่ จนทั้งร่างแข็งทื่อไปหนึ่งอึดใจกว่าจะหลุดพ้นออกมาได้
ความร้อนและความเจ็บแปลบบนฝ่ามือขวาของเขาชัดเจนยิ่งกว่าเดิม ราวกับต้องการสมรู้ร่วมคิดจากภายใน ผลักดันให้ร่างที่เป็นพาหะในปัจจุบัน หลอมรวมเป็นหนึ่งเดียวกับตัวเองในกระจก
อลิสต้า·ทูดอร์ในกระจกสูงเกือบสามเมตร สองมือถือดาบไฟเล่มยักษ์ที่เพิ่งควบแน่น
ดาบยักษ์นั่นลุกโชนด้วยเปลวเพลิงสีน้ำเงินอมม่วง
ด้วยดวงตาสีครามอันเปี่ยมด้วยความโหดร้ายบ้าคลั่ง อลิสต้าในกระจกที่สวมชุดเกราะสีดำเปื้อนเลือด จ้องมองลูเมี่ยนที่ทั้งตัวเหมือนถูกเลือดสดชุ่มโชก พลางเอ่ยด้วยน้ำเสียงเย็นเฉียบ
“ดาบของเจ้าอยู่ไหน?”
เสียงเพิ่งขาดหาย พระองค์ก็ก้าวเดียวมาถึงตรงหน้าลูเมี่ยน ชูดาบไฟยักษ์สีน้ำเงินอมม่วงนั่น ฟันสับลงมาอย่างไม่ไว้หน้าเป้าหมาย
ลูเมี่ยนที่เพิ่งคลายตัวจากการถูกข่มขวัญเมื่อครู่ ชักดาบเหี้ยมหาญสีดำสนิทออกมาทันควัน ยกปัดไว้ด้านบน!
แคร้ง!
ท่ามกลางเสียงโลหะปะทะกัน เปลวไฟสีน้ำเงินอมม่วงกระจายไปทั่ว ลูเมี่ยนถูกฟันจนกระเด็นถอยหลัง ร่างกายก็ถูกไฟแผดเผา
เพล้ง! เขาใช้ ‘กระจกตัวแทน’ ทันที หลุดพ้นจากการเผาไหม้โดยเปลวเพลิงของอลิสต้าในกระจก
อลิสต้าในกระจกลากดาบไฟเล่มเขื่อง พลางประเมินอย่างไร้อารมณ์
“อ่อนแอเกินไป!”
ขณะที่พระองค์พูด ลานกว้างขนาดเท่าเมืองนี้ก็ถูกไฟเผาแล้ว
ใยแมงมุมใสราวกับไร้รูปร่าง ปรากฏออกมาเส้นแล้วเส้นเล่า ต่างล้วนกำลังลุกไหม้เกรี้ยวกราด ไม่อาจพันธนาการและรบกวนอลิสต้าในกระจกได้อีก
จุลชีพศาสตร์เร้นลับที่ลูเมี่ยนแอบปล่อยออกมาก่อนหน้า ก็สูญสลายไปในพริบตาภายใต้เปลวไฟความร้อนสูง มีเพียงชนิดทนไฟที่ยังดิ้นรนกระเสือกกระสนอยู่
เผชิญหน้ากับนรกเปลวเพลิง ลูเมี่ยนกลับสร้างกำแพงน้ำแข็งใสดุจคริสตัลรอบตัว
ชู่! น้ำแข็งเหล่านี้ ภายใต้การรุกรานของเปลวไฟสีน้ำเงินอมม่วง ภายใต้การรุกรานของอุณหภูมิสูงอันน่าสะพรึง พวกมันกลายเป็นไอทันที จับตัวเป็นหมอกสีขาว
หมอกขาวบังร่างของลูเมี่ยนไว้ จนหายไปจากสายตาของอลิสต้าในกระจก
ด้านหลังของ ‘จักรพรรดิโลหิต’ ในกระจก ร่างของลูเมี่ยนปรากฏอย่างรวดเร็ว ดวงตาสีฟ้าอ่อนใสกระจ่างกลายเป็นเข้มขึ้น สะท้อนร่างที่สวมชุดเกราะสีดำเปื้อนเลือด
เขาจะสาปแช่งอีกฝ่าย!
นี่คือหนึ่งในไม่กี่วิธีที่ตัวเขาในปัจจุบันสามารถทำร้ายอีกฝ่ายได้อย่างเห็นผล
แต่เพียงพริบตา หมอกหนาทึบลอยสูง ปกคลุมอลิสต้า·ทูดอร์ในกระจกไว้รอบด้าน จนสัมผัสวิญญาณของลูเมี่ยนไม่อาจแผ่ออกไปเกินสิบเมตร ยากแก่การล็อกเป้าหมาย
‘หมอกแห่งสงคราม’ แท้จริง!
ภายในหมอกที่ปกคลุมนรกเปลวเพลิง ลูเมี่ยนโยนกระจกบานหนึ่งออกไป
มันแปลงร่างเป็นเขา พร้อมกับได้รับพลังการฉาย
ส่วนร่างจริงของลูเมี่ยนอันตรธานหายไป
ทันใดนั้น เสียงเย้ยหยันของอลิสต้าในกระจกก็ดังแว่วข้างหูเขา
“ลูกเล่นพิสดาร ไร้ประโยชน์!”
พร้อมกับคำวิจารณ์นี้ เสียงระเบิดก็พลันดังสนั่น ครอบงำลานทั้งหมด
การระเบิดแบบไม่เลือกหน้า ในบริเวณกว้าง
‘หมอกแห่งสงคราม’ จึงเบาบางลง ภาพฉายของลูเมี่ยนแตกกระจาย แม้แต่ร่างจริงของเขา ก็ต้องใช้ ‘กระจกตัวแทน’ ติดต่อกันหลายครั้ง กว่าจะรอดพ้นจนการระเบิดสงบลง
พื้นลานพังทลายเละเทะอย่างทั่วถึง มีเพียงกระจกเงาเต็มตัวลวดลายวิจิตรเท่านั้นที่ยังคงสมบูรณ์ดี
ลูเมี่ยนเพิ่งทรงตัวได้ ก็เห็น ‘จักรพรรดิโลหิต’ ในกระจกพุ่งมาตรงหน้าด้วยบรรยากาศดุจขุนเขา ฟันสับดาบไฟยักษ์สีน้ำเงินอมม่วงลงมาในแนวเฉียง
สีเทาขาวพลันพุ่งออกจากตัวลูเมี่ยน ทุกที่ที่มันฉาบผ่าน เปลวไฟล้วนแข็งตัว กลายเป็นรูปปั้นหินแน่นิ่ง
คลื่นสีเทาขาวที่ถาโถม เพิ่งเข้าใกล้ร่างของอลิสต้าในกระจก จักรพรรดิโลหิตที่เหลือแค่พลังบางส่วนนี้ก็ลุกโชนเป็นเปลวไฟเกรี้ยวกราด สลายตัวเองเป็นดวงไฟสีน้ำเงินอมม่วงกลุ่มแล้วกลุ่มเล่า
เปลวไฟเหล่านี้บินออกไปทางด้านข้าง บ้างก็กลางอากาศ หลบเลี่ยงพลัง ‘สาปหิน’ ของลูเมี่ยน
มันรวมตัวกันอย่างรวดเร็วด้านหลังลูเมี่ยน ก่อร่างเป็นอลิสต้า·ทูดอร์ผมยาวสีแดงเลือด สูงเกือบสามเมตรอีกครั้ง
เพล้ง! พร้อมกับการฟันกวาดดาบไฟยักษ์ในแนวนอน ร่างของลูเมี่ยนแตกละลายในรูปแบบกระจกอีกครั้ง
คราวนี้ เขาใช้ ‘เทเลพอร์ต’ ควบคู่ไปด้วย
จุดหมายที่เขา ‘เทเลพอร์ต’ ไปคือ ด้านหลังของกระจกเงาเต็มตัวบานนั้น
เขาฟาดดาบเหี้ยมหาญที่ลุกเป็นเปลวไฟขาวแกมน้ำเงินใส่กระจกทันที
เนื่องจากเชื่อว่า กระจกเต็มตัวบานนี้มีความเชื่อมโยงอย่างใกล้ชิดกับอลิสต้า·ทูดอร์ในกระจก การทำลายมันอาจช่วยให้ศัตรูทรงพลังรายนี้ไม่อาจคงร่างของตัวเองไว้ได้อีก
หลักฐานคือ ในการระเบิดครั้งใหญ่ก่อนหน้า อลิสต้าในกระจกจงใจควบคุมทิศทางการระเบิด แถมยังแอบมอบการป้องกัน เพื่อไม่ให้กระจกเงาเต็มตัวบานนี้เสียหาย
ฉันสู้แกไม่ได้ ยังสู้กระจกบานนี้ไม่ได้อีกหรือ?
ในสายตาของลูเมี่ยน ‘จักรพรรดิโลหิต’ ในกระจกแปลงร่างเป็นหอกไฟสีน้ำเงินอมม่วง พุ่งเข้าหาตัวเองด้วยความเร่ง
เขาไม่ถอย ยังคงฟันสับ ‘ดาบเหี้ยมหาญ’ ลงไปตามเดิม
บึ้มมม!
กระจกเงาเต็มตัวเผชิญกับการระเบิดครั้งใหญ่ แม้แต่เสียง ‘เพล้ง’ ก็ไม่ทันเปล่งออกมา ก็แตกกระจายโดยสิ้นเชิง กระเด็นออกไปรอบด้านในรูปแบบเศษชิ้นนับไม่ถ้วน
ขณะเดียวกัน หอกเพลิงสีน้ำเงินอมม่วงก็ทะลุร่างของลูเมี่ยน จุดไฟเผาเขาในบัดดล หมายแผดเผาให้กลายเป็นเถ้าถ่าน
หอกไฟนี้ตกลงด้านหลังลูเมี่ยน รวมตัวกันเป็นอลิสต้า·ทูดอร์ในกระจกอีกครั้ง
บนใบหน้าที่มีเส้นสายคมกริบของพระองค์ ท่วมท้นไปด้วยการเย้ยหยันอย่างไม่ปิดบัง
ร่างของพระองค์ไม่ปรากฏความสั่นคลอน หรือเลือนรางใดๆ เพราะการทำลายกระจกเงาเต็มตัวบานนั้น
นั่นคือจุดอ่อนที่จงใจวางไว้
มันคือกับดัก!
…………
บนทะเลหมอก ภายในห้องสมบัติที่ควบแน่นจากแสงดาวบนเรือ ‘โทสะสีคราม’
กระจกเงาเต็มตัวที่ตั้งตระหง่านสุดโถงทางเดิน พลันปริแตกอย่างเงียบเชียบ บนผิวปรากฏรอยร้าวตัดกันไปมา
แกร่ก!
เศษกระจกที่แตก ร่วงกราวกระทบพื้นทันที
บนดาดฟ้าเรือ ‘โทสะสีคราม’ มิสเตอร์แฮงแมนและลูกเรือไม่กี่คน พบว่าเรือสั่นไหวอย่างรุนแรง ราวกับเผชิญลมพายุคลื่นใหญ่
บนท้องฟ้าเบื้องสูง สายหมอกแผ่คลุมกะทันหัน เมฆทับซ้อนกับ พายุฝนใกล้จะมาเยือน
…………
ภายในลานที่มีบาเรียล่องหนขวางกั้นน้ำเลือดข้นหนืด
ในถุงเหรียญสีดำ กระจกบานหนึ่งบินสู่กลางอากาศ ลูเมี่ยนกระโดดออกมา เก็บคืน ‘ดาบเหี้ยมหาญ’ และ ‘กระเป๋านักเดินทาง’ ที่มิสเตอร์ฟูลประดิษฐ์พิเศษ
เขาไม่ถอยหนีหรือหวาดกลัวแม้แต่น้อย พลังในอุ้งมือพุ่งออกมาจากรูเข็มสีดำมืด
ใบหน้างดงามเฉิดฉายของเขา พลันเพิ่มสัดส่วนความห้าวหาญของบุรุษ หน้าอกหดเล็กลงเล็กน้อย ร่างกายสูงขึ้นบ้าง
เขากำลังใช้พลัง ‘นักบวชสงคราม’ ที่ได้รับผ่านพร
แน่นอน ‘นางมารยุพนิรันดร์’ บวก ‘นักบวชสงคราม’ ก็คงไม่ใช่คู่ต่อสู้ของอลิสต้า·ทูดอร์ในกระจก แม้อีกฝ่ายจะไม่ใช้พลังของ ‘จอมอาคมลมฟ้าอากาศ’ มากนัก ก็แสดงความได้เปรียบอย่างท่วมท้นแล้ว
จุดประสงค์แท้จริงของลูเมี่ยนไม่ใช่ตัว ‘นักบวชสงคราม’ เอง สิ่งที่เขาต้องการใช้คือ ความพิเศษในแหล่งที่มาของพลังนี้
มันมาจากพรของผู้ทำพันธลับกับเทียนน้ำมันศพ มาจากก้นบ่อโบราณ ย่อมต้องเกี่ยวข้องกับ ‘เงาดำมหึมา’ ที่สิงสถิตใกล้ลานและอยู่ในโลกความจริง
ในกรณีนี้ ลูเมี่ยนจึงเทียบเท่า ‘ผู้รับพร’ ของอีกฝ่าย และสนามรบปัจจุบันก็อยู่ในโลกกระจกของก้นบ่อโบราณ
กล่าวคือ ลูเมี่ยนอาจใช้สภาพแวดล้อมพิเศษนี้ขอความช่วยเหลือ ได้รับพลังระดับเทวทูตชั่วคราว
ยิ่งกว่านั้น หลังเพิ่มพร ‘นักบวชสงคราม’ ตัวเขาในปัจจุบันเป็นทั้งชายทั้งหญิงอย่างแท้จริง หยินตั้งครรภ์หยาง หยางมีหยิน ใกล้ชิดกับพลังระดับสูงอย่างยิ่ง
เห็นภาพตรงหน้า อลิสต้า·ทูดอร์ในกระจกไม่ได้ขมวดคิ้ว ความบ้าคลั่งในดวงตาสีครามยิ่งเข้มข้น ราวกับต้องการใช้การต่อสู้จริงบอกลูเมี่ยนว่า มันช่างเปล่าประโยชน์สิ้นดี
ความพ่ายแพ้คือจุดจบที่เจ้าหนีไม่พ้น!
ในเวลาเดียวกัน ณ สถานที่ซึ่งเงาดำมหึมาสิงสถิต ความมืดมิดพลันแผ่ซ่านออกมา
มันทะลุผ่านบาเรียล่องหน ไหลบ่ามาด้านหลัง ‘จักรพรรดิโลหิต’ ในกระจก
ความมืดมิดนี้เลือนรางโปร่งใส ราวกับเชื่อมไปสู่โลกแห่งความไม่รู้
ความคิดของลูเมี่ยนพลันเลือนราง ดูเหมือนได้ยินเสียงซ้อนทับกันแต่ลอยล่องไร้ตัวตน
จากนั้น เขาเห็นอลิสต้าในกระจกเก็บดาบไฟยักษ์สีน้ำเงินอมม่วง กวาดตามองตนด้วยสายตาดูแคลน
‘คนในกระจก’ ที่สวมชุดเกราะสีดำเปื้อนเลือดรายนี้ ‘ฮึ’ เบาๆ พร้อมกับเลิกโจมตี หันกายเดินเข้าไปในความมืดมิดนั่น หายไปจากสายตาของลูเมี่ยน
จบแล้วหรือ? ลูเมี่ยนชะงักไป
แน่นอน เขาไม่คิดว่าอลิสต้า·ทูดอร์ในกระจกยอมแพ้เพราะกลัวที่ตนขอความช่วยเหลือมา แต่เหมือนกับมีใครบางคนห้ามปรามพระองค์มากกว่า
ใครห้าม ‘จักรพรรดิโลหิต’ ในกระจกที่กึ่งบ้าได้? ขณะลูเมี่ยนครุ่นคิด เขาพบว่าจิตใจเริ่มอ่อนล้า สติก็อ่อนแอลงมาก
พิธีพันธลับใกล้จะสิ้นสุดแล้ว
ลูเมี่ยนมองรอบตัว เลือกเข้าฌาน ออกจากสภาวะพันธลับด้วยตนเอง
ท่าเรือแบนชี ในซากสำนักงานโทรเลข
ลูเมี่ยนลืมตา ตรวจสอบสภาพของตัวเอง
พลังจาก ‘นักบวชสงคราม’ กำลังจางหายไป
“เกิดอะไรขึ้น?” ฟรังก้าที่อยู่ไกลออกไป ถามไถ่ด้วยความอยากรู้
ลูเมี่ยนใช้พลัง ‘นักบวชสงคราม’ จากพรในระหว่างพิธีพันธลับ!
ลูเมี่ยนกำลังจะตอบ ก็พลันตระหนักถึงบางสิ่ง จึงหันไปมองท้องฟ้าทิศตะวันตก
…………
ทะเลหมอก บนเรือ ‘โทสะสีคราม’
ภายในเรือที่สั่นสะเทือนหนักหน่วง เสมือนจะแตกสลาย พลันมีแสงสีม่วงเข้มพุ่งสูง โดยมีพายุรายล้อม
มันพุ่งไปทางทิศตะวันออกด้วยความเร่ง
นี่คือ…มิสเตอร์แฮงแมนจ้องมองภาพนี้พลางขมวดคิ้ว
…………
ริมชายฝั่งที่แสงแดดสดใส
‘เทวทูตสีชาด’ เมดีซีที่ไม่สวมเกราะ เพียงแค่ใส่เสื้อเชิ้ตกับกางเกงขายาวธรรมดา ดูเหมือนมนุษย์มากแล้ว นอนสบายๆ บนเก้าอี้ชายหาด ไขว้ขา มองแสงสีม่วงเข้มบินผ่านกลางอากาศอย่างผ่อนคลาย
จากนั้น พระองค์ก็หัวเราะ พูดกับอัลบัสที่อยู่ข้างกาย
“ทำไมข้าถึงไม่โจมตีลูเมี่ยน·ลีในแดนฝันน่ะหรือ?”
“มันแน่อยู่แล้ว ข้าต้องรอให้เขากระตุ้นปัญหาที่ไอ้ทูดอร์บ้านั่นทิ้งไว้ให้หมดก่อนสิ”
“ทางที่ต้องเดิน ต้องมีคนช่วยพวกเราเดิน กับดักที่ต้องเหยียบ ต้องมีคนช่วยพวกเราเหยียบ”
……………………………………………………..