ราชันเร้นลับ 2 : วัฏจักรแห่งชะตา (Circle of Inevitability) - ตอนที่ 1082 แผนการอันโจ่งแจ้ง
- Home
- ราชันเร้นลับ 2 : วัฏจักรแห่งชะตา (Circle of Inevitability)
- ตอนที่ 1082 แผนการอันโจ่งแจ้ง
ตอนที่ 1082 แผนการอันโจ่งแจ้ง
………………..
จักรวรรดิฟุซัค กรุงนักบุญมิลลอมที่ตั้งอยู่ริมชายฝั่งทะเลกลาง
สนาร์เนอร์·ไอน์ฮอร์น ผู้สวมต่างหูทองคำหรูหรา ผมยาวสีแดงเข้ม กำลังเล่นกับเครื่องประดับอยู่ พลันเงยหน้ามองท้องฟ้าทางใต้
พระองค์ประหลาดใจในทีแรก ตามด้วยเผยสีหน้าสงสัย แต่สุดท้ายก็ยังอยู่ในห้อง ไม่ลงมือทำอะไร
ณ สถานที่ไกลออกไปมาก ริมชายฝั่งของอาณาจักรเฟเนพ็อต แสงสีม่วงเข้มบินเร็วยิ่งกว่าเดิม พ้นจากการล้อมของพายุเฮอริเคนแล้ว ทิ้งเสียงคำรามอันน่าพรั่นพรึงไว้เบื้องหลัง
…………
สาธารณรัฐอินทิสแห่งหนึ่ง
ดีสต์ ประธานชุมนุมกางเขนเลือดเหล็ก ผมสีแดงเข้มหวีเรียบไปด้านหลัง สวมเครื่องแบบทหารสีน้ำเงิน ดวงตาสีดำเหล็ก รอยย่นชัดเจน หันสายตาจากกระดานหมากรุกที่ประกอบด้วยหุ่นทหารทองเหลือง มองไปยังท้องฟ้า
พระองค์เตรียมจะกลายเป็นแสงสีม่วงเข้มอมเขียวพุ่งทะยาน แต่สุดท้ายก็ควบคุมตัวเองไว้ได้
พระองค์พึมพำแผ่วเบา
“อึกทึกขนาดนี้ เทพทั้งหลายคงมองมาแล้ว…”
“เทวทูตของศาสนาจารีตจะแย่งชิงกันหรือเปล่านะ?”
เป็นเช่นนี้ ภายใต้สายตาธารกำนัล แสงสีม่วงเข้มนั่นยังคงบินข้ามอาณาจักรเฟเนพ็อต
ที่แปลกประหลาดคือ ไม่มีใครมาขัดขวางมัน และไม่มีใครพยายามจะครอบครองมัน
…………
ท่าเรือแบนชี
เมื่อเห็นลูเมี่ยนมองไปทางตะวันตก ฟรังก้าและจินนาก็มองตาม แต่ไม่เห็นอะไรเลย
“คุณมองอะไรอยู่?” ฟรังก้าถามอย่างสงสัย
ลูเมี่ยนพูดอย่างครุ่นคิด
“ฉันรู้สึกว่า กระจกเต็มตัวในคลังสมบัติของเรือ ‘โทสะสีคราม’ แตกแล้ว ตะกอนพลัง ‘จอมอาคมลมฟ้าอากาศ’ ที่ซ่อนอยู่ด้านหลังกระจก กำลังบินข้ามทวีปเหนือ จากทะเลหมอกมาหาฉัน”
นี่มัน…จินนาฟังแล้วถึงกับงงงัน
ฟรังก้าก็ตกใจพูดออกมา
“มีเรื่องแบบนี้ด้วยหรือ?”
“พล็อตคลาสสิกที่สมบัติบินมาหาเจ้าของเองนี่นา…”
มาแบนชีเพื่อหาเบาะแสตะกอนพลัง ‘จอมอาคมลมฟ้าอากาศ’ ที่เหลืออยู่ กลับกลายเป็นว่า มีตะกอนพลัง ‘จอมอาคมลมฟ้าอากาศ’ หนึ่งชิ้นบินข้ามระยะทางเป็นหมื่นลี้มาหาเอง?
ลูเมี่ยนประมาณการแล้วพูดอย่างไม่รีบร้อน
“เรื่องนี้ต้องเริ่มจากประสบการณ์พันธลับของฉันเมื่อครู่”
ฟรังก้าตาเป็นประกาย สนใจเรื่องที่ลูเมี่ยนจะเล่าอย่างมาก
จินนาก็เช่นกัน แต่คิดละเอียดกว่า เธอเตือนลูเมี่ยน
“คุณไม่เตรียมตัวบ้างหรือ? เผื่อว่าตะกอนพลัง ‘จอมอาคมลมฟ้าอากาศ’ นั่นไม่ได้มาหาคุณ แต่มาฆ่าคุณล่ะ?”
“ส่วนประสบการณ์ก่อนหน้านี้ สาเหตุของเรื่อง รอจบทุกอย่างแล้วค่อยเล่าก็ได้ ตอนนี้ไม่จำเป็นต้องเสียเวลา”
สิ่งที่ควรเตรียมต้องรีบทำ อาทิ สวดวิงวอนมิสเตอร์ฟูล ขอให้พระองค์จับตาดู อาทิ อัญเชิญผู้ส่งสารของมาดามเมจิกเชี่ยน สัญญาว่าจะใช้ ‘คัมภีร์วิวรณ์ภาคต่อ’ แลกกับความช่วยเหลือหนึ่งครั้ง…
สรุปก็ต้อง ต้องเตรียมพร้อมสำหรับการต่อสู้ครั้งใหญ่กับสิ่งของที่เกิดจากตะกอนพลัง ‘จอมอาคมลมฟ้าอากาศ’
ลูเมี่ยนยิ้มแล้วพูด
“ไม่ต้องรีบหรอก ถึงมันจะบินเร็วมาก แต่ก็ต้องใช้เวลาอีกชั่วโมงกว่าๆ จึงจะมาถึง”
พูดถึงตรงนี้ ลูเมี่ยนส่ายหัว
“เทเลพอร์ตไม่เป็น เดินทางผ่านโลกในกระจกไม่ได้ มันถึงได้ยุ่งยากแบบนี้ไง ชักช้าอืดอาด”
“…” จินนาพูดไม่ออกชั่วขณะ
ฟรังก้าตั้งคำถามอีกข้อ
“ระหว่างทางจะไม่ถูกใครดักปล้นไปใช่ไหม?”
“ถ้าศาสนาจารีตเอาไป ยังพอเจรจากันได้ทีหลัง หรือใช้ ‘คัมภีร์วิวรณ์ภาคต่อ’ ไปแลกได้ ยังไงเสียมันก็เป็นสมบัติพิสดาร ใช้ประโยชน์ไม่ค่อยได้ แถมยุ่งยากน่าปวดหัว” ลูเมี่ยนหัวเราะ “ถ้าพวกนับถือเทพมารพยายามดักปล้นกลางทาง ในสถานการณ์ที่อึกทึกครึกโครมขนาดนี้ มันไม่เท่ากับเป็นการเปิดเผยตัวเอง กระโดดเข้าปากเสือเองหรอกหรือ?”
แม้ว่าในแง่การตอบสนองผู้ศรัทธา ‘คัมภีร์วิวรณ์ภาคต่อ’ จะใช้งานได้ดีทีเดียว หากความปรารถนาไม่มากนัก ก็สามารถทำให้เป็นจริงได้ผ่านการมอบโชคดี แต่ ‘นักล่าชะตากรรม’ อย่างลูเมี่ยนก็ทำเองได้เหมือนกัน เพียงแต่จะยุ่งยากกว่า ผลลัพธ์ก็ไม่ดีเท่า
“นั่นก็จริง…” ฟรังก้าคิดอย่างจริงจังแล้วเริ่มล้อเล่น “คุณจะไม่ไปต้อนรับตะกอนพลังนั่นหน่อยหรือ? มันอุตส่าห์ถ่อมาหาเป็นหมื่นลี้ คุณก็ต้องแสดงให้เห็นว่ามันสำคัญ กระตือรือร้นหน่อย!”
“รอดูไปก่อน” อันที่จริง ลูเมี่ยนยังไม่แน่ใจว่าตะกอนพลังนั่น หรือสมบัติปิดผนึกระดับ ‘0’ นั่นต้องการจะทำอะไรกันแน่ จึงควรรอดูลาดเลาอยู่ที่ท่าเรือแบนชีไปก่อน
สถานที่แห่งนี้ถูกวายุสลาตันทำลาย ไม่มีมนุษย์อาศัยอยู่แล้ว มีเพียงนักผจญภัยและโจรสลัดมาสำรวจเป็นครั้งคราว หวังจะได้สมบัติที่คนอื่นยังหาไม่เจอ
และเช้าวันนี้ ลูเมี่ยนได้ยืนยันแล้วว่า บนเกาะนอกจากพวกเขาสามคน ก็เหลือแต่สัตว์ป่าเท่านั้น
ที่นี่เหมาะมากสำหรับศึกระหว่างครึ่งเทพ ไม่ต้องกังวลว่าจะฆ่าใครโดยไม่ตั้งใจ
ฟรังก้ามองรอบๆ จนเข้าใจเจตนาของลูเมี่ยนคร่าวๆ
จินนากล่าวต่อ
“ยังไงก็เตรียมตัวก่อน แล้วค่อยเล่าประสบการณ์ตอนพันธลับทีหลัง เผื่อระหว่างทางเกิดอะไรไม่คาดคิด”
“เผื่อว่า ผู้ยิ่งใหญ่องค์ใดจะใจดีช่วยย่นระยะทางให้ตะกอนพลังนั่น จนมันมาถึงเร็วกว่ากำหนด”
ลูเมี่ยนรับคำแนะนำของจินนา ทั้งสวดวิงวอน ทั้งอัญเชิญผู้ส่งสาร เตรียมการครบถ้วน
จากนั้น เขาเริ่มเล่าตั้งแต่จิตสำนึกของตนปรากฏในสำนักโทรเลขแห่งหนึ่งในเมือง ‘ตะวันออก’
เล่าถึงอลิสต้า·ทูดอร์ในกระจกที่แม้จะได้เปรียบมาก ทั้งยังกระหายจะต่อสู้ แต่กลับยอมถอยเข้าสู่ความมืดไปเอง อันตรธานไปอย่างไร้ร่องรอย
ไม่รอให้ฟรังก้าและจินนาตอบสนอง ลูเมี่ยนถามด้วยความอยากรู้ปนสงสัย
“คนที่แอบเข้าไปในหอคอยไม้เหมือนกัน พอเห็นฉันแล้วพึมพำ หมายความว่าอะไร?”
เขารีบเลียนแบบการออกเสียงของอีกฝ่าย
ฟรังก้าลองจำแนกฟังแล้วหัวเราะทันที
“เขาสบถว่า ‘โชคร้าย’”
“หมายความว่า เจอคุณแล้วซวยจริงๆ”
“ฉันไปขัดขวางแผนการของเขาหรือ?” ลูเมี่ยนครุ่นคิดแล้วพูด “หรือว่า เขาเคยโดนผู้วิเศษเส้นทาง ‘นางมาร’ หลอกมาก่อน? ในทวีปตะวันตก นางมารชื่อเสียงไม่ค่อยดีหรือ?”
“คุณคิดว่าในทวีปเหนือใต้ นางมารชื่อเสียงดีหรือไง?” ฟรังก้าพูดอย่างขบขัน “ฉันว่าเขาเคยโดนนางมารหลอกจริงๆ ไม่งั้น คนปกติเห็นหน้าตาคุณแบบนี้ สัญชาตญาณคงไม่ใช่สบถ ‘ซวยจริง!’ ทันที นี่เขาคงฝังใจจากอดีต”
จินนาหัวเราะตาม มองไปที่ลูเมี่ยน
“ได้ยินแบบนี้ ตะกอนพลัง ‘จอมอาคมลมฟ้าอากาศ’ ที่กำลังพุ่งมาหา อาจไม่ใช่เรื่องดีเสมอไป ฉันได้กลิ่นแผนร้ายตุๆ แล้ว”
“มาเพื่อฆ่าคุณ? แต่ถ้าไม่ใช่การซุ่มโจมตี ไม่ได้ลอบเร้น การฆ่านักบุญของมิสเตอร์ฟูลแทบเป็นไปไม่ได้ นอกเสียจากจะมีใครช่วยขัดขวางมิสเตอร์ฟูล”
“แต่นอกเสียจากว่าเทพมารบุกรุกสำเร็จแล้ว วันสิ้นโลกมาถึงก่อนกำหนด ไม่งั้น คนที่ขัดขวางมิสเตอร์ฟูลได้ ก็ไม่มีแรงจูงใจสักหน่อย…” ฟรังก้ามองลูเมี่ยน คิดอยู่สองสามอึดใจ “ยอมสละตัวเองกลายเป็นวัตถุดิบโอสถ ให้คุณกินมันเลื่อนลำดับ แล้วเชื่อมโยงกับออร่าตกค้างของ ‘จักรพรรดิโลหิต’ ในตัวคุณ ฟื้นคืนชีพสำเร็จ ยึดร่างกายคุณ? แผนร้ายแบบนี้ไม่ทื่อมะลื่อไปหน่อยหรือ? แม้แต่เด็กสิบขวบยังคิดได้เลย”
“ใช่” ลูเมี่ยนพยักหน้า “ฉันยังขอให้มิสเตอร์ฟูลช่วยบดตะกอนพลังได้ กำจัดจิตของ ‘จักรพรรดิโลหิต’ ที่ตกค้างภายใน”
“ต่อให้กำจัดไม่หมด ก็ไม่ถึงกับให้อลิสต้า·ทูดอร์คืนชีพในตัวฉัน”
“งั้นนี่คือ…” ฟรังก้าและจินนาสบตากัน ต่างก็งุนงงบ้าง
ลูเมี่ยนพลันยิ้ม
“นี่น่าจะเป็นแผนการอย่างโจ่งแจ้ง”
“อลิสต้า·ทูดอร์อยากให้ฉันกลายเป็นเทวทูต”
“หลังจากนั้น แผนการคืนชีพที่พระองค์เตรียมไว้ ถึงจะเริ่มต้นอย่างแท้จริง”
“ก่อนหน้านี้ ‘เทวทูตสีชาด’ เมดีซีบอกว่า จะให้โอกาสฉัน รอให้ฉันกลายเป็นเทวทูต ค่อยมาล่าฉัน”
“คงไม่ใช่เพราะตอนนั้นฉันอ่อนแอเกินไป จนพระองค์ดูแคลน และไม่ใช่เพราะพระองค์ซาบซึ้งกับประสบการณ์ของฉัน อาจมีบ้าง แต่ไม่ใช่เหตุผลหลักแน่นอน”
“พระองค์ก็รอให้ฉันเลื่อนเป็นลำดับ 2 ก่อนเหมือนกัน”
จินนาขมวดคิ้วเล็กน้อย
“คุณหมายความว่า จุดประสงค์ปัจจุบันของอลิสต้า·ทูดอร์คือ ให้คุณเลื่อนเป็นเทวทูต ส่วนคุณจะเลือกเป็น ‘จอมอาคมลมฟ้าอากาศ’ หรือ ‘นางมารหายนะ’ จะใช้ตะกอนพลังก้อนนี้หรือก้อนอื่น ก็ไม่กระทบกับผลสุดท้าย?”
“คงอย่างนั้น” ลูเมี่ยนพยักหน้า พูดอย่างยิ้มๆ “เพราะงั้น อลิสต้า·ทูดอร์ในกระจกถึงอดกลั้นความบ้าคลั่งและความอยากฆ่าไว้ได้”
ฟรังก้าและจินนาเงียบไปทันที ไม่รู้จะพูดอะไรต่อ
จะไปแนะนำให้ลูเมี่ยนอย่าเลื่อนเป็นเทวทูตก็คงไม่ได้
“อะไรจะเกิดก็ต้องเกิด” ลูเมี่ยนเชิดคางเล็กน้อย หัวเราะด้วยน้ำเสียงปกติ “ฉันก็อยากรู้เหมือนกันว่าจะมีอะไรรออยู่…หวังว่าจะไม่ผิดหวังนะ”
ฟรังก้าได้ยินแล้วถอนหายใจ
“ช่างเถอะ ยังไงวันสิ้นโลกก็จะมาถึงอยู่ดี วุ่นหน่อยก็ดีเหมือนกัน ในความวุ่นวายถึงจะมีโอกาสชนะ”
หนึ่งชั่วโมงผ่านไปอย่างรวดเร็ว ลูเมี่ยนที่อ่อนแรงเหนื่อยล้าจากพิธีพันธลับ ฟื้นฟูกลับสู่สภาพดีที่สุดแล้ว
ท้องฟ้าทางตะวันตกพลันมีแสงสีม่วงเข้มบินมา เมื่อระยะเริ่มใกล้ มันก็ยิ่งขยายใหญ่ จนกระทั่งปรากฏชัดเจนในสายตาของลูเมี่ยน ฟรังก้า และจินนา
สิ่งที่กำลังพุ่งเข้ามาคือ กลุ่มเปลวไฟสีม่วงเข้ม ลุกไหม้อย่างเกรี้ยวกราด ตรงแกนกลางเจือสีน้ำเงินบริสุทธิ์บางส่วน
ในกลุ่มเปลวไฟนี้ยังมีโลหะสีดำเหล็กท่อนแล้วท่อนเล่า พวกมันประกอบเป็นโครงกระดูกขนาดมหึมา
เปลวไฟสีม่วงเข้มอมน้ำเงินไหลเวียนบนโครงเหล็ก ลากหางขนนกยาวเหยียด จนภาพรวมดูคล้ายวิหคยักษ์อันรุ่งโรจน์ ลำตัวยาวหลายสิบเมตร ปีกกางกว้างจนปกคลุมท้องฟ้า
วิหคยักษ์ที่ลุกเป็นไฟสีม่วงเข้มอมน้ำเงิน ยังไม่ทันเข้าใกล้ท่าเรือแบนชี บรรดาหญ้าแห้ง ต้นไม้ริมซากปรักหักพัง และกำแพงที่เหลืออยู่ ต่างก็ล้วนติดไฟเองโดยไม่มีสาเหตุ
เสียงแตกแหลกดังเกรียวกราว แบนชีตกอยู่ท่ามกลางทะเลเพลิงในบัดดล
ขณะเดียวกัน เสียงกังวานที่ดูถูกเหยียดหยาม แฝงความรู้สึกเหนือกว่า ดังก้องในโสตประสาทลูเมี่ยน
“เจ้ากล้าเผชิญหน้ากับข้าไหม?”
นี่เป็นภาษาเฮอร์มิสโบราณ
ลูเมี่ยนพลันตระหนัก การเผชิญหน้านี้มีความหมายหลายชั้น
เจ้ากล้าเผชิญการโจมตีของข้าเพียงลำพังแล้วยังไม่ตายไหม?
เจ้ากล้าใช้ตะกอนพลังที่แยกจากข้า เลื่อนเป็น ‘จอมอาคมลมฟ้าอากาศ’ ไหม?
เจ้ามีความกล้าหาญพอไหม?
ลูเมี่ยนใจเต้นรัว รีบหันไปบอกฟรังก้าและจินนา
“พวกคุณออกจากน่านน้ำนี้ไปก่อน”
จินนาและฟรังก้าสบตากัน ไม่พูดอะไรมาก
ช่วงเวลาสำคัญ พวกเธอเชื่อในการตัดสินใจและการเลือกของลูเมี่ยนอย่างไม่ลังเล
ตาของฟรังก้าสะท้อนความมืดมิดซ้อนทับกันทันที จากนั้นก็จูงจินนาออกจากท่าเรือแบนชีผ่านโลกในกระจก
ลูเมี่ยนหันกลับมา เงยหน้ามองวิหคยักษ์เพลิงม่วงที่บดบังท้องฟ้า ยื่นมือเข้าไปใน ‘กระเป๋านักเดินทาง’ ดึง ‘คัมภีร์วิวรณ์ภาคต่อ’ ที่ทำจากหนังแกะออกมา
……………………………………………………..