ราชันเร้นลับ 2 : วัฏจักรแห่งชะตา (Circle of Inevitability) - ตอนที่ 1087 ความพิเศษอื่นๆ
- Home
- ราชันเร้นลับ 2 : วัฏจักรแห่งชะตา (Circle of Inevitability)
- ตอนที่ 1087 ความพิเศษอื่นๆ
ตอนที่ 1087 ความพิเศษอื่นๆ
………………..
ผ่านไปครู่หนึ่ง จินนาหวนนึกถึงคำแนะนำของลูเมี่ยนเมื่อครู่นี้
“ถึงแม้จะเป็นเทวทูตแล้ว ก็ยังต้องอาศัยการบินเพื่อเดินทางอยู่หรือ?”
“แต่ละเส้นทางไม่เหมือนกัน อย่างน้อย ‘นักล่า’ ไม่มีวิธีที่เน้นศาสตร์เร้นลับมากนัก แต่พอถึงลำดับ 1 ความเร็วของฉันอาจช่วยให้บินออกจากดาวเคราะห์ดวงนี้ได้ หรืออาจเร็วกว่านั้น” ลูเมี่ยนครุ่นคิดแล้วกล่าวต่อ “อันที่จริง ตอนนี้ฉันก็สามารถใช้พลังการระเบิดและพ่นไฟ เร่งความเร็วไปเรื่อยๆ จนกระทั่งถึงความเร็วที่น่าหวาดหวั่น แต่ร่างกายของฉันคงทนได้ไม่นานนักก่อนถึงจุดนั้น”
“จรวดมนุษย์สินะ…” ฟรังก้าแซวขึ้นมา
ลูเมี่ยนพูดต่อ
“ฉันยังสามารถอาศัยคำวิงวอนของผู้ศรัทธาเพื่อปรากฏตัวต่อหน้าได้เลย และยังสามารถเข้าสู่โลกวิญญาณโดยไม่ต้องพึ่งพาพลังอื่น แต่ไม่สามารถแยกแยะทิศทางหรือระบุตำแหน่ง จะไปได้เฉพาะจุดที่ทำเครื่องหมายไว้บนโลกความจริงเท่านั้น”
“เข้าใจแล้ว… ‘นักล่า’ ลำดับสูงต้องอาศัยสมาชิกในทีมเพื่อให้ได้พลังที่หลากหลาย” ฟรังก้ารู้สึกพอใจอย่างยิ่งกับข้อมูล
ลูเมี่ยนพยักหน้ารับพร้อมรอยยิ้ม
“ถูกต้อง”
ขณะพูด ดวงตาสีครามของเขาแปรเปลี่ยนเป็นแนวตั้ง ย้อมด้วยสีทอง
เมื่อเห็นภาพนี้ อ็องโตนีนั่งหลังตรงโดยไม่รู้ตัว
ลูเมี่ยนรีบอธิบาย
“ตอนนี้ พวกคุณทุกคนคือสมาชิกในทีมของฉัน มีผลในระยะ 10 กิโลเมตร”
“ฉันใช้พลังวิเศษของพวกคุณได้โดยไม่ต้องขออนุญาต แต่ถ้าพวกคุณจะใช้ของฉัน ต้องได้รับอนุญาตก่อนเท่านั้น”
“แค่นี้ก็เป็นสมาชิกในทีมแล้วหรือ?” ฟรังก้าอุทานด้วยความตระหนก “ไม่ต้องมีพิธีกรรมอะไรเลย?”
“ใจถึงใจ ภายในขอบเขต หากจิตใต้สำนึกของพวกคุณไม่ต่อต้าน ก็สามารถถูกนับรวมเป็นทีมของฉัน” ลูเมี่ยนไม่ได้ขยับปาก แต่เปล่งเสียงในห้วงความคิดของฟรังก้า จินนา อ็องโตนี และลุดวิก
“งั้นฉันก็ลองเป็นเทวทูตได้เหมือนกันหรือ? ยืมพลังวิเศษและคุณสมบัติของคุณ…” ฟรังก้าที่กำลังตื่นเต้นพลันปิดปากเงียบ
เพราะเธอนึกถึงเรื่องหนึ่ง
หนึ่งในคุณลักษณะของครึ่งเทพเส้นทาง ‘นักล่า’ คือ
การเป็นเพศชาย
ลูเมี่ยนรู้ทันความคิดของเธอ จึงหัวเราะ ‘หึๆ’ แล้วกล่าว
“การดัดแปลงร่างกายตอนเลื่อนลำดับ ไม่สามารถแบ่งปันกันได้ เหมือนกับที่พวกคุณไม่สามารถยืมร่างสัตว์ในตำนานของฉัน”
“เข้าใจแล้ว…” ฟรังก้าผิดหวังเล็กน้อย
เธอเปลี่ยนเรื่องถาม
“คุณเคยบอกว่า เมื่อกลับไปยังเส้นทาง ‘นักล่า’ และใกล้ชิดกับเป้าหมายของพิธีพันธลับมากกว่าเดิม ก็น่าจะไม่ต้องใช้เทียนน้ำมันศพแล้ว ไม่ต้องประกอบพิธีกรรมหรืออยู่ในสภาพแวดล้อมพิเศษ ก็สามารถทำพันธลับได้”
“ตอนนี้ยังยืนยันคำพูดเดิมไหม?”
“ใช่” ลูเมี่ยนพยักหน้า “สิ่งนี้ผสานกับความสามารถในการสวดวิงวอนขอความช่วยเหลือจากต้นกำเนิดสงครามและสัญลักษณ์สงคราม จนทำให้มันลึกซึ้งยิ่งขึ้น”
“จอมอาคมลมฟ้าอากาศทั่วๆ ไปจะทำได้เจ็ดวันหนึ่งครั้ง ฉันทำได้วันละครั้ง ไม่ใช่ว่าทำบ่อยกว่านี้ไม่ได้ แต่สิ่งที่จำกัดจำนวนครั้งจริงๆ คือร่างกายและจิตใจของฉัน”
“นอกจากนี้ ‘จอมอาคมลมฟ้าอากาศ’ ทั่วๆ ไปเมื่อสวดวิงวอน จะได้รับเพียงความช่วยเหลือที่สอดคล้องแต่แฝงความบิดเบี้ยว ส่วนฉันยังได้รับประสบการณ์พันธลับด้วย”
“แต่จะเป็นแบบพันธลับแบบใดบ้างนั้น ขึ้นอยู่กับว่าฉันสวดวิงวอนต่อ ‘0-01’ หรือเงาดำในก้นบ่อโบราณ ขึ้นอยู่กับสิ่งที่ฉันวิงวอนขอ รวมถึงสภาพของเป้าหมายพันธลับในขณะนั้น”
“อา…จอมอาคมลมฟ้าอากาศคนอื่นต้องเตรียมเครื่องสังเวย ต้องประกอบพิธีกรรมจึงจะวิงวอนได้ แต่ฉันไม่ต้อง”
“แน่นอน หากมีเครื่องสังเวยจะได้ผลดีกว่า และถ้าไม่ใช้เครื่องสังเวยบ่อยเกินไป อาจทำให้เป้าหมายพันธลับโกรธได้”
“ขี้โกงชะมัด…นี่น่ะหรือ คุณค่าของ ‘ผู้แทน’ สงครามและบุตรแห่งภัยพิบัติ?” ฟรังก้าฟังแล้วถึงกับซี้ดปาก
“ของขวัญทุกอย่างล้วนติดป้ายราคาไว้แล้ว เพียงแต่ยังไม่ถึงเวลาที่ฉันต้องจ่าย” ลูเมี่ยนตอบอย่างสงบนิ่ง
ทันใดนั้น เสียงหนึ่งก็ดังขึ้นในจิตใจของทุกคน
“ผมหิว!”
ทันทีทันใด พวกลูเมี่ยนต่างหันไปมองลุดวิกโดยไม่ได้นัดหมาย
“ฉันจะพาเขาไปทะเล” ลูเมี่ยนลุกขึ้นยืน
ฟรังก้าคิดอยู่ครู่แล้วกล่าว
“ไปหาอาหารให้ ‘ใบหน้าแห่งความลับ’ ด้วยเลย”
พูดถึงตรงนี้ เธอลดเสียงลง พูดต่อหน้าลุดวิก
“บล็อกลุดวิกออกจากช่องทางจิตใจได้ไหม ยกเว้นตอนมีเหตุฉุกเฉินค่อยปลดบล็อก? ไม่งั้น เราคงนอนไม่หลับแน่ๆ คืนนี้อาจได้ยินเสียง ‘ผมหิว ผมหิว ผมหิว ผมหิวแล้ว’ เป็นพักๆ”
“ตกลง” ลูเมี่ยนก็เห็นว่านี่เป็นปัญหาเหมือนกัน
เมื่อเขาพาลุดวิกที่อิ่มหนำแล้วกลับจากทะเล ในห้องนั่งเล่นกลับเหลือเพียงจินนา
“คนอื่นไปไหนแล้ว?” ลูเมี่ยนถามผ่านๆ
จินนาที่นั่งบนโซฟายิ้มตอบ
“ฟรังก้าไปทำหุ่นยนต์แบบที่เธออยากได้ต่อ ส่วนอ็องโตนี คุณก็รู้ เขายุ่งอยู่กับการย่อยโอสถ ‘จอมบงการ’ รวมถึงการสืบหาเบาะแสลัทธินอกรีตที่ซุกซ่อนอยู่”
“ฉันเองก็ตั้งใจจะไปติดต่อบรรดาบิชอป ให้บางส่วนในหมู่พวกเขาเดินทางไปแคว้นอื่นเขตอื่นบ้าง หรือแม้แต่ประเทศอื่น ตระเวนหาหมู่บ้านห่างไกลที่อำนาจของศาสนจักรอ่อนแอ ไปเผยแผ่ศาสนาของเรา”
“ตอนนี้คุณเป็นเทวทูตแล้ว สามารถตอบรับคำวิงวอนได้ทั่วโลก ย่อมต้องการผู้ศรัทธามากขึ้น ถึงเวลาที่เราต้องขยายขอบเขตการเผยแผ่แล้ว เพียงแต่…”
“แต่อะไร?” ลูเมี่ยนถาม
จินนาลุกขึ้นยืน
“คุณยังไม่ได้ออกแบบนามอันทรงเกียรติที่ตรงตามเงื่อนไข”
“อีกอย่าง…”
จินนาใช้ดวงตาสีน้ำเงินใสกระจ่างมองสำรวจใบหน้าของลูเมี่ยน
“ฉันรู้สึกว่า หลังจากเลื่อนลำดับ คุณดูไม่ค่อยมีความสุขเท่าไหร่ อารมณ์ซึมเศร้ามาตลอด”
ลูเมี่ยนยิ้มแล้วกล่าว
“อันที่จริง ฉันดีใจมาก การเป็นเทวทูตหมายความว่า โอลัวร์ใกล้จะคืนชีพไปอีกก้าวแล้ว ตัวฉันเองก็แข็งแกร่งขึ้นมาก สามารถปกป้องสิ่งที่อยากปกป้องได้แล้ว”
“ส่วนพวกปัญหาซ่อนเร้นต่างๆ ก็คงระเบิดก่อนวันสิ้นโลกไม่นาน ตอนนี้ยังไม่ต้องกังวลเรื่องการรบกวนจากเทพมาร”
เขาหยุดชั่วครู่แล้วพูดต่อ
“ส่วนใหญ่เป็นเพราะเพิ่งเลื่อนลำดับ เทวบารมีเพิ่มขึ้น สภาพก็ไม่มั่นคง ฉันต้องใช้พลังงานส่วนใหญ่ไปรักษาและข่มกลั้นพวกมัน การแสดงออกในชีวิตประจำวันจึงจืดจางลงโดยปริยาย”
“รออีกสักพัก พอปรับตัวได้แล้ว ย่อยได้เบื้องต้นแล้ว จะกลับมาเป็นปกติแน่นอน”
จินนาเม้มริมฝีปาก พยักหน้าเบาๆ
“อย่างนี้นี่เอง”
เธอเงียบไปสองวินาที แล้วพลันเดินไปหาลูเมี่ยน
เธอหยุดตรงหน้าลูเมี่ยน กางแขนออก รอยยิ้มสดใสเบ่งบานบนใบหน้า
จากนั้น เธอเป็นฝ่ายกอดลูเมี่ยนก่อน พร้อมกับส่งเสียงดังเล็ดลอดจากอ้อมอก
“ไม่ได้เจอกันนานเลยนะ ลูเมี่ยน·ลี”
ลูเมี่ยนค่อยๆ ยกมือขึ้น กอดจินนากลับไป
สีหน้าของเขาเริ่มกลายเป็นอ่อนโยน ร่างกายดูผ่อนคลายขึ้นหลายส่วน
กอดกันอยู่พักใหญ่ จินนากับลูเมี่ยนก็ตระหนักถึงความไม่ชอบมาพากล
พวกเขารีบกลับมายืนตัวตรง หันไปมองด้านข้าง
ลุดวิกกำลังอมอมยิ้มอยู่ มองพวกเขาด้วยสีหน้างุนงงเล็กน้อย
“ฉันจะไปติดต่อบรรดาบิชอป เตรียมให้พวกเขาออกไปเผยแผ่ศาสนาในต่างถิ่น” จินนาชี้ไปยังห้องหนึ่งบนชั้น 1
นั่นคือห้องทำงานสันตะปาปา ซึ่ง ‘องค์เทพ’ ทั้งสองไม่มี
“ฉันก็ต้องไปวิงวอนต่อ ‘มิสเตอร์ฟูล’ เหมือนกัน”
“ตอนที่เพิ่งเลื่อนลำดับเสร็จ ท่านส่งวิวรณ์มา บอกให้ฉันไปเหนือหมอกสีเทาหลังจากปรับสภาพได้แล้ว” ลูเมี่ยนพยักหน้าตอบ “คงมีบางเรื่องที่ต้องถึงระดับเทวทูตก่อนจึงจะมีสิทธิ์ฟัง”
หลังแยกจากจินนา เดินขึ้นบันได ลูเมี่ยนได้ยินเสียงก๊องแก๊งดังมาจากสุดโถงทางเดินชั้น 2
เขาเดินไปดู พบว่าประตูห้องทำงานของฟรังก้าเปิดแง้มอยู่ ด้านในเสียงดังทีเดียว
ลูเมี่ยนเปิดประตูบานดังกล่าวออก เห็นฟรังก้าใบหน้าซ้ายปกคลุมด้วยหน้ากากที่ประกอบจากหมุด สปริง ไขลาน เฟือง และชิ้นส่วนเครื่องจักรต่างๆ กำลังพยายามประกอบแขนกลให้เสร็จ
สำหรับเครื่องรักษาอัตโนมัติของเธอ มันถูกคิดค้นสำเร็จไปนานแล้ว โดยในกระบวนการดังกล่าว เธอยังสร้างจุลชีพชนิดพิเศษของตัวเองขึ้นมาได้ด้วย
บัดนี้ เครื่องจักรที่เธอใช้ ‘ใบหน้าแห่งความลับ’ บรรจุชิ้นส่วนดวงวิญญาณและมอบพลังชีวิตให้ ได้ย้ายไปอยู่ในกระจกแล้ว อยู่กับตัวเธอในกระจก สำหรับการ ‘ตอบสนองอัตโนมัติ’ ไม่จำเป็นต้องให้ตัวเธอในกระจกทำอะไรมาก แค่จัดหมวดหมู่คำวิงวอน เพราะมันเป็นเครื่องจักรอัตโนมัติอย่างแท้จริง ซึ่งมีตะกอนพลัง มีสัญญาณชีพ และสติปัญญาเบื้องต้น
ฟรังก้ายืนตัวตรง ถอด ‘ใบหน้าแห่งความลับ’ ออก เดินไปทางประตู ยื่นมันให้ลูเมี่ยนพลางล้อเล่น
“ถึงเวลาให้อาหารอาจารย์ความลับแล้ว”
ลูเมี่ยนหยิบกระจกออกมา ยัด ‘ใบหน้าแห่งความลับ’ เข้าไป
หลังกระจกบานดังกล่าวเต็มไปด้วยน้ำทะเล รวมถึงสัตว์น้ำปลากุ้ง
ฟรังก้ามองไปยังโถงทางเดิน ชำเลืองดูแล้วกล่าว
“จินนาล่ะ?”
“ไปเตรียมตัวสำหรับการเผยแผ่ศาสนาต่างถิ่นให้บรรดาบิชอปแล้ว” ลูเมี่ยนตอบสั้นๆ
“อ้อ ถึงเวลาต้องไปเผยแผ่ต่างถิ่นจริงๆ แล้วสินะ” ฟรังก้าตอบประโยคหนึ่ง แล้วเงียบไป
ลูเมี่ยนมองเธอ พลันยิ้มแล้วกล่าว
“คุณเคยบอกว่า บางครั้งก็ยังอยากเห็นลูเมี่ยน·ลี อยากกอดลูเมี่ยน·ลีไม่ใช่หรือ?”
“ตอนนี้ มากอดได้แล้วนะ”
“…” ฟรังก้าอึ้งค้างทันที
ฉันพูดเองไม่เป็นไร แต่คุณพูดมันได้หรือ?
หน้าไม่อาย!
เธอ ‘เฮ่อ’ สองครั้ง แต่ก็ก้าวไปข้างหน้า กอดลูเมี่ยนพลางบ่นพึมพำ
“ฉันเริ่มคิดถึงลูเมียนนา คิดถึงโอลัวร์แล้วสิ…”
เธอหยุดชั่วครู่ แล้วพูดเสียงอู้อี้
“ยินดีต้อนรับกลับมานะ ลูเมี่ยน·ลี”
ลูเมี่ยนกอดฟรังก้ากลับ โอบกอดกันเงียบงัน
ผ่านไปครู่หนึ่ง ลูเมี่ยนคลายแขนแล้วกล่าว
“ฉันต้องไปเหนือหมอกสีเทาแล้ว”
เขานำ ‘ใบหน้าแห่งความลับ’ ที่กินอิ่มแล้วออกมาจากหลังกระจก
“อา ฉันจะทำต่อ ไม่เชื่อหรอกว่าจะสร้างมันไม่สำเร็จ!” ฟรังก้ารับ ‘ใบหน้าแห่งความลับ’ ด้วยอารมณ์ฮึกเหิม
…………
เหนือหมอกสีเทา ภายในพระราชวังสุดอลังการ
ร่างของลูเมี่ยนปรากฏข้างโต๊ะยาวสำริด พลางพบว่าที่นี่มีเพียง ‘มิสเตอร์ฟูล’ และ ‘มาดามเมจิกเชี่ยน’
อย่างที่คิด…หัวข้อการสนทนาในคราวนี้ มีเพียงเทวทูตเท่านั้นจึงจะฟังได้…ลูเมี่ยนลุกขึ้นยืน แล้วทักทาย ‘มิสเตอร์ฟูล’
‘มาดามเฮอร์มิท’ กับ ‘มาดามจัดจ์เมนต์’ ติดขัดด้านความก้าวหน้าในการย่อยโอสถ รวมถึงพิธีกรรมสำหรับเลื่อนลำดับ จึงยังไม่สามารถเป็นเทวทูตได้
‘มิสเตอร์ฟูล’ ที่นั่งอยู่หัวโต๊ะยาวสำริดมองหน้าลูเมี่ยน แล้วกล่าวด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน
“สภาพของเจ้าเป็นอย่างไรบ้าง?”
ลูเมี่ยนไม่ปิดบังสิ่งใด
“เต็มไปด้วยแรงกระตุ้นฆ่าล้างและทำลาย มีความปรารถนาร่วมเพศอย่างรุนแรง โดยเฉพาะกับนางมาร อยากหลอมรวมกายและใจกับพวกเธอ จนกระทั่งกินพวกเธอ กลืนพวกเธอ รวมเป็นหนึ่งเดียวกันอย่างแท้จริง นอกจากนี้ยังอยากพิชิตทุกสิ่งรอบตัว”
‘มิสเตอร์ฟูล’ พยักหน้ารับ
“นี่คืออิทธิพลของเทวบารมี”
‘มาดามเมจิกเชี่ยน’ ที่นั่งเยื้องกับลูเมี่ยน รีบขอคำปรึกษา
“มิสเตอร์ฟูล ท่านช่วยอธิบายความแตกต่างระหว่างเทวบารมีกับความเป็นมนุษย์อย่างละเอียดหน่อยได้ไหมคะ? ฉันเองก็แยกแยะได้ไม่ชัดเจนนัก”
ในทีแรก เธอไม่มีความกังวลด้านนี้ และ ‘มิสเตอร์ฟูล’ ก็ไม่ได้กำชับอะไรไว้ จนกระทั่งเธอได้เป็นเทวทูต ‘มิสเตอร์ฟูล’ ก็หลับใหลไปนานแล้ว ไม่สามารถตอบข้อสงสัยของเธอได้
‘มิสเตอร์ฟูล’ ที่ถูกปกคลุมด้วยหมอกสีเทา มองไปยัง ‘แชเรียต’ ลูเมี่ยนกับ ‘เมจิกเชี่ยน’ ฟอร์สแล้วกล่าว
“ได้”
……………………………………………………..