ราชันเร้นลับ 2 : วัฏจักรแห่งชะตา (Circle of Inevitability) - ตอนที่ 1091 อนาคตของปฐมกาล
- Home
- ราชันเร้นลับ 2 : วัฏจักรแห่งชะตา (Circle of Inevitability)
- ตอนที่ 1091 อนาคตของปฐมกาล
ตอนที่ 1091 อนาคตของปฐมกาล
“มีเสาหลักที่สี่ซ่อนอยู่?” มาดามเมจิกเชี่ยนอุทานด้วยความตกใจ
เห็นได้ชัดว่าเธอเองก็ไม่เคยได้ยินเรื่องนี้มาก่อน
‘แชเรียต’ ลูเมี่ยนก็ประหลาดใจไม่แพ้กัน
เขาอดมองมาดามเมจิกเชี่ยนไม่ได้ พลางบ่นอยู่ในใจ
รักษาความเป็นมนุษย์ไว้ได้ดีจริงๆ…
มิสเตอร์ฟูลที่ปกคลุมด้วยหมอกสีเทาขาว อธิบายด้วยน้ำเสียงสงบนิ่ง
“โลกนี้ถือกำเนิดจากปฐมกาลแล้ว ดังนั้น สัญลักษณ์สำคัญที่สุดนอกเหนือจากผู้ปกครองโลกดารา เจ้าแห่งโลกวิญญาณ และผู้ครองความเป็นจริง ยังมีอีกหนึ่ง”
“นั่นคือสัญลักษณ์แห่งจุดจบของโชคชะตา การทำลายล้างจักรวาล บทอวสานของสรรพสิ่ง”
“ภายใต้สัญลักษณ์นี้ แม้แต่ ‘ราชันสวรรค์ฟ้าดินประทานโชค’ และ ‘เทวมารดาเสื่อมทราม’ ก็จะล่มสลายสิ้นเชิง จิตวิญญาณไม่หลงเหลือ ทุกสิ่งกลับคืนสู่ปฐมกาล”
“แน่นอนว่า เสาหลักที่สี่เองก็มีจุดจบแบบเดียวกัน ไม่ช้ากว่าพวกเรามากนัก”
“หรือกล่าวได้ว่า การทำลายตัวเองของพระองค์ จะนำมาซึ่งจุดจบของทุกสรรพสิ่ง”
“มิสเตอร์ฟูล สิ่งนี้ตรงกับแก่นแท้ต้นกำเนิดชิ้นใดหรือ?” มาดามเมจิกเชี่ยนรีบถามอย่างอยากรู้อยากเห็น ก่อนที่ ‘แชเรียต’ ลูเมี่ยนจะทันเอ่ยปาก
นิ้วมือของมิสเตอร์ฟูลเคาะเบาๆ ริมโต๊ะสำริดยาว
“รวมตัวจากแก่นแท้ต้นกำเนิดสองชิ้น หนึ่งคือ ‘นครภัยพิบัติ’ อีกหนึ่งคือ ‘แม่น้ำอันธการนิรันดร์’”
มาดามเมจิกเชี่ยนหันมอง ‘แชเรียต’ ลูเมี่ยนที่นั่งฝั่งตรงข้ามเยื้องๆ ทันที
ทางด้านลูเมี่ยนกำลังหวาดหวั่นในใจ ยกมือขวาพลางมองไปยัง ‘รูเข็ม’ ดำสนิทไร้ชีวิตบนฝ่ามือ
มิสเตอร์ฟูลกล่าวต่อไป
“วิธีที่ดีที่สุดในการก้าวข้ามลำดับคือ กลายเป็นเทพแท้จริงลำดับ 0 ของเส้นทางหนึ่งก่อน จากนั้นจึงรับแก่นแท้ต้นกำเนิดที่สอดคล้องกัน แล้วค่อยรับเอกลักษณ์ของเส้นทางอื่นภายใต้แก่นแท้ต้นกำเนิดดังกล่าว รวมไปถึงตะกอนพลังลำดับ 1 ของเส้นทางนั้น โดยไม่มีพิธีกรรมใดช่วยเสริม”
“นี่เป็นแค่ภาพรวม บางเส้นทางจะมีรายละเอียดเฉพาะตัว เช่นเส้นทาง ‘นางมาร’ และ ‘นักล่า’ แต่ท้ายที่สุดก็ยังต้องกลายเป็นเทพแท้จริงลำดับ 0 ของเส้นทางหนึ่งก่อน เพื่อรับแก่นแท้ต้นกำเนิด ไม่ใช่กลายเป็นเทพแท้จริงสองเส้นทางแล้วค่อยพยายาม วิธีหลังมีโอกาสสำเร็จก็จริง แต่ไม่มากนัก”
“เมื่อ ‘นักบวชสีชาด’ หรือ ‘นางมารต้นกำเนิด’ รับ ‘นครภัยพิบัติ’ และครอบครองเอกลักษณ์ของเส้นทางใกล้เคียงพร้อมตะกอนพลังลำดับ 1 หนึ่งก้อน จนกลายเป็น ‘ภัยพิบัติต้นกำเนิด’ ‘หายนะแห่งการทำลายล้าง’ แล้ว หากรับ ‘แม่น้ำอันธการนิรันดร์’ พร้อมเอกลักษณ์และตะกอนพลังลำดับ 1 ของเส้นทางนั้นเข้าไป ก็จะกลายเป็นเสาหลักที่สี่ กลายเป็นจุดจบของโชคชะตา ผู้ทำลายล้างจักรวาล”
“ในทางกลับกัน เทพแท้จริงลำดับ 0 ที่สอดคล้องกับ ‘ความมืด’ ‘มรณา’ และ ‘ยักษ์สนธยา’ หากเริ่มจากการรับ ‘แม่น้ำอันธการนิรันดร์’ ก่อน ก็กลายเป็นเสาหลักที่สี่ได้เช่นกัน”
“ตอนนี้ ‘เทพธิดารัตติกาล’ ได้รับเอกลักษณ์ของ ‘ยักษ์สนธยา’ และ ‘เทพมรณา’ แล้ว พร้อมทั้งควบคุมตะกอนพลังลำดับ 1 ที่จำเป็นไว้ครบถ้วน ปัจจุบันกำลังสร้างความสัมพันธ์ลึกซึ้งกับแก่นแท้ต้นกำเนิดดังกล่าว ผ่านทาง ‘นักพรตโลกแห่งความตาย’ และสาขาหนึ่งของ ‘แม่น้ำอันธการนิรันดร์’ ที่รั่วไหลจากผนึก”
ผ่านทาง ‘นักพรตโลกแห่งความตาย’…ลูเมี่ยนเข้าใจทันทีว่า เหตุใดศาสนจักรรัตติกาลถึงให้ความสำคัญกับอมันดีนนัก
ในช่วงครึ่งปีที่ผ่านมา แม้พวกเขาจะติดต่อกับอมันดีนไม่บ่อย แต่ก็พอรู้สถานการณ์คร่าวๆ ของเธอ
ศาสนจักรเทพธิดารัตติกาลได้สานสัมพันธ์กับศิษย์ของ ‘นักพรตโลกแห่งความตาย’ คนนี้แล้ว โดยมีมิสเตอร์สตาร์รับผิดชอบด้วยตัวเอง
ปัจจุบัน อมันดีนได้รับวัตถุดิบสำหรับผู้วิเศษลำดับ 5 ‘จอมอาคมวิญญาณ’ แล้ว กำลังย่อยโอสถ ‘ผู้ปลอบวิญญาณ’ เตรียมพิธีกรรมเลื่อนลำดับ และรอ ‘เทศกาลฝัน’ ปลายปีเพื่อรับพรรอบใหม่
ความสัมพันธ์ระหว่างเธอกับศาสนจักรเทพธิดารัตติกาลถือว่าแน่นแฟ้นขึ้นมาก
ขณะที่ลูเมี่ยนรู้สึกกังวลกะทันหัน มิสเตอร์ฟูลก็กล่าวต่อไป
“พวกเจ้าคงได้ยินแล้วว่า เสาหลักที่สี่เกี่ยวข้องกับการทำลายล้างจักรวาล เกี่ยวข้องกับจุดจบของสรรพสิ่ง ปกติจะไม่ปรากฏตัว”
“ส่วนคำถามที่ว่า ต้องรอให้จักรวาลเดินทางถึงจุดสิ้นสุดแห่งชีวิตก่อน นครภัยพิบัติกับแม่น้ำอันธการนิรันดร์จึงจะหลอมรวมกลับเป็นหนึ่ง ให้กำเนิดเสาหลักที่สี่ หรือเสาหลักที่สี่สามารถบังคับให้ถือกำเนิดได้ แต่จะนำมาซึ่งการทำลายล้างจักรวาลและสรรพสิ่ง หากพระองค์ไม่หลับใหลทันทีหรือแยกตัวโดยอัตโนมัติ ทุกสิ่งก็จะดับสูญ ข้าเองก็ยังมองเห็นไม่ชัด แต่องค์ที่ชุมนุมแสงเหนือศรัทธา เอนเอียงไปทางกรณีหลังมากกว่า”
หรือก็คือ เสาหลักที่สี่อาจไม่สามารถถือกำเนิดได้นานนัก หรือไม่ก็ใช้เป็นทางเลือกสุดท้ายเพื่อล้มกระดาน หรือเพื่อข่มขู่ศัตรูสินะ? ‘แชเรียต’ ลูเมี่ยนค่อยๆ วางใจลง
จากนั้น เขาครุ่นคิดว่ามิสเตอร์ฟูลกล่าวถึงเสาหลักที่สี่ด้วยเจตนาใด มีนัยอะไรแฝงอยู่
“สำหรับเรา ความรู้ด้านนี้ยังไม่มีความหมายใดเป็นพิเศษ…”
“หรือว่า เราควรข้ามไปเป็นลำดับ 1 ของเส้นทาง ‘มรณา’ หรือ’ ยักษ์สนธยา’ ก่อน เพื่อใช้พลังของ ‘0-01’ ได้ดีขึ้น ลดช่องว่างระหว่างตัวเองกับ ‘เทวทูตสีชาด’ เมดีซี?”
“ถ้าเอาชนะราชาเทวทูตองค์นี้ได้ จนได้รับตะกอนพลังลำดับ 1 ของเส้นทาง ‘นักล่า’ สองก้อนจากพระองค์ แล้วหาทางลดระดับตัวเอง ขับตะกอนพลังลำดับ 1 เดิมออก กลับไปเป็น ‘จอมอาคมลมฟ้าอากาศ’ แล้วค่อยเลื่อนลำดับใหม่ กลายเป็นราชาเทวทูตของเส้นทาง ‘นักล่า’ เพื่อรับ ‘0-01’…”
“การลดลำดับตัวเองและเลื่อนลำดับใหม่ แม้มีความเสี่ยงสูง ซ้ำยังมีปัญหาแฝงอยู่บ้าง แต่ก็ดีกว่าให้เราแข่งขันกับ ‘เทวทูตสีชาด’ เมดีซีด้วยลำดับ 2 มาก…”
แต่อย่างไรเสีย เราไม่ได้จะสู้ตัวต่อตัวกับ ‘เทวทูตสีชาด’ อยู่แล้ว ทางนี้เป็นไพ่อาร์คาน่าใหญ่ของ ‘ชุมนุมทาโรต์’ เป็นนักบุญผู้พิทักษ์ของศาสนจักรเดอะฟูล ไม่สิ เป็นเทวทูตผู้พิทักษ์…
‘นักล่า’ ต้องรวมพลังมวลชน ทำไมต้องสู้ตัวต่อตัวด้วยเล่า?
“สำหรับฟรังก้ากับจินนา ถ้าจะเลื่อนลำดับในอนาคต หากพิธีกรรมยากลำบากหรือหาตะกอนพลังไม่ได้ ก็อาจพิจารณาเปลี่ยนไปเส้นทางใดเส้นทางหนึ่งระหว่าง ‘ความมืด’ ‘มรณา’ และ ‘ยักษ์สนธยา’…”
ขณะที่ ‘แชเรียต’ ลูเมี่ยนกำลังครุ่นคิด มิสเตอร์ฟูลก็มองมาที่เขาแล้วกล่าว
“หลังจากย้ายไปยังเส้นทางใกล้เคียงที่ซ่อนอยู่ หากไม่ขับตะกอนพลังดังกล่าวออก ในอนาคตจะไม่สามารถรับแก่นแท้ต้นกำเนิดได้ จะถูกแก่นแท้ต้นกำเนิดที่ตนสังกัดผลักออก”
“อีกอย่าง หลังจากกลายเป็น ‘จอมอาคมลมฟ้าอากาศ’ แล้ว โชคชะตาของเจ้าก็เริ่มสับสนวุ่นวาย เต็มไปด้วยการเปลี่ยนแปลง ข้าไม่ได้รู้ทุกอย่าง มองเห็นได้ไม่ชัดเจนอีกต่อไป ได้แต่เตือนเจ้าว่า ต่อจากนี้ไป จงระมัดระวังให้มาก”
ในตอนที่เลื่อนลำดับเป็น ‘จอมอาคมลมฟ้าอากาศ’ ลูเมี่ยนก็แน่ใจแล้วว่า ตราประทับวิญญาณตกค้างของ ‘จักรพรรดิโลหิต’ อลิสต้า·ทูดอร์ไม่ได้แข็งแกร่งขึ้น หรือสามารถคืนชีพในตัวเขา
นับแต่นั้นมา เขาก็กระจ่างว่าแผนการคืนชีพของ ‘จักรพรรดิโลหิต’ จะมาถึงและปะทุในบางเหตุการณ์ในอนาคต แต่ยังไม่อาจคาดเดาได้ว่าเป็นอะไร
คำเตือนของมิสเตอร์ฟูลยิ่งทำให้เขาระวังในเรื่องนี้มากขึ้น
แผนการที่ทำให้แม้แต่มิสเตอร์ฟูลผู้ยิ่งใหญ่ยังไม่อาจมอบวิวรณ์อย่างแม่นยำ ย่อมต้องไม่ธรรมดาแน่นอน!
‘เมจิกเชี่ยน’ ฟอร์ส ที่เคยสนทนากับมิสเตอร์ฟูลมาหลายครั้ง พอได้ยินประโยคล่าสุดของมิสเตอร์ฟูล ก็ตระหนักการชุมนุมย่อยวันนี้ หรือการสอน ‘ความรู้พื้นฐาน’ ให้เทวทูตใหม่ของชุมนุมทาโรต์ ถึงแก่เวลาต้องยุติแล้ว
เธอมองไปยัง ‘แชเรียต’ ลูเมี่ยนแล้วแนะนำ
“ตอนนี้เธอคงเข้าใจสถานการณ์ปัจจุบัน รวมถึงต้นตอของวันสิ้นโลกแล้ว ในภายภาคหน้า เมื่อวิเคราะห์เรื่องต่างๆ ก็จะมองเห็นแก่นแท้ได้ด้วยตัวเอง”
“ในฐานะเทวทูตที่อาวุโสกว่าเธอหลายปี ฉันจะแบ่งปันประสบการณ์สามข้อสุดท้าย”
“หนึ่ง ลำดับก่อนๆ ต้องสวมบทบาทใหม่ เพราะโอสถที่เธอดื่ม นับรวมตะกอนพลังของทุกลำดับก่อนหน้าไว้”
“สำหรับเธอ สิ่งสำคัญที่สุดคือเติมเต็มการสวมบทบาท ‘อัศวินเลือดเหล็ก’ และ ‘นักบวชสงคราม’ ส่วน ‘นักล่า’ ‘นักยั่วยุ’ ‘นักวางเพลิง’ ‘นักวางแผน’ และ ‘ยมทูต’ นั้น จะถูกย่อยได้เองและได้ดี ท่ามกลางการต่อสู้หรือสงครามที่เธอจะก่อในอนาคต”
“สอง ตระเวนไปตามเขตต่างๆ ให้มาก เพื่อปรับปรุงสภาพอากาศท้องถิ่น สร้างตำนาน”
“นี่ทั้งเป็นความจำเป็นในการย่อยโอสถ ‘จอมอาคมลมฟ้าอากาศ’ และเป็นสิ่งที่เธอต้องทำเพื่อเผยแผ่ศรัทธา เพิ่มจำนวนของหลักยึดเหนี่ยว”
“สาม มิสเตอร์ฟูลเพิ่งอธิบายความแตกต่างระหว่างเทวบารมีกับความเป็นมนุษย์ไปชัดเจนมากแล้ว เมื่อรวมกับประสบการณ์ของฉัน จึงอยากมอบข้อคิดให้หนึ่งข้อ”
“แยกแยะให้ชัดเจนระหว่างความปรารถนาตามปกติ ซึ่งมาจากความเป็นมนุษย์ชั้นที่สอง กับความปรารถนาอันผิดปกติ ซึ่งเกิดจากความเป็นมนุษย์ชั้นแรกและเทวบารมี”
“พยายามต่อต้านอย่างหลัง ระบายอย่างแรก อย่ากดดันและยับยั้งชั่งใจมากเกินไป แต่ก็อย่าโลภและปล่อยตัว”
‘แชเรียต’ ลูเมี่ยนฟังอย่างตั้งใจจนจบ แล้วพูดอย่างครุ่นคิด
“ขอบพระคุณเป็นอย่างสูง มาดามเมจิกเชี่ยน”
‘เมจิกเชี่ยน’ ฟอร์ส หัวเราะเยาะตัวเองแล้วกล่าวต่อ
“สำหรับเรื่องนี้ ถ้าเธอมีข้อคิดใหม่ๆ ก็บอกฉันได้นะ”
“ฉันต้องเตรียมตัวสำหรับการเลื่อนเป็นลำดับ 1 แล้ว”
“ลำดับ 1 ของเส้นทาง ‘ประตู’ หรือ?” ‘แชเรียต’ ลูเมี่ยน ถามด้วยความแปลกใจ
ในสายตาเขา ‘จอมเวทท่องมิติ’ ลำดับ 2 ของเส้นทาง ‘ประตู’ คือลำดับที่มีโอกาสรอดชีวิตสูงที่สุดเมื่อวันสิ้นโลกมาถึง ชนิดที่ไม่มีลำดับใดเทียบเคียงได้
ประการแรก ยังไม่ถึงลำดับ 1 จะไม่ถูก ‘เทพภายนอก’ จับตามองเป็นพิเศษ
ประการที่สอง มีพลังในการเดินทางข้ามดวงดาว ทั้งยังพาคนกลุ่มหนึ่งไปด้วยได้ เมื่อถึงตอนนั้นก็สามารถหาดาวเคราะห์ที่อยู่ในเขต ‘ห่างไกล’ ของจักรวาล มีสภาพอากาศเหมาะสม แล้วอาศัยพลัง ‘บันทึก’ ของตัวเองหรือผู้วิเศษเส้นทางต่างๆ ที่พาไปด้วย พัฒนาที่นั่นให้เหมาะแก่การอยู่อาศัย ก่อตั้งอารยธรรมใหม่
มาดามเมจิกเชี่ยนพยักหน้า
“ใช่ ทั้งตะกอนพลังและวัตถุดิบเสริมของ ‘กุญแจดารา’ ล้วนไม่ขาด ตระกูลอับราฮัมต้องการยกให้ฉันมานานแล้ว ราคาก็คือ ปกป้องตระกูลพวกเขา ไม่ให้ชื่ออับราฮัมขาดสาย สนับสนุนให้ในหมู่พวกเขาเกิดเทวทูตลำดับ 1 อย่างน้อยหนึ่งองค์ หลังจากนั้น หากวันสิ้นโลกมาถึง สิ่งแรกที่ฉันต้องทำคือพาพวกเขาหนีไปให้พ้น”
“ข่าวดีคือ ตอนนี้พวกเขามีนักบุญหลายคนแล้ว ข่าวร้ายคือ ยังห่างไกลจากการย่อยสำเร็จอยู่มาก ลำดับ 3 ‘นักพเนจร’ ยังคงต้องท่องเที่ยวในนภาดาว การย่อยถึงจะดำเนินไปเร็ว”
“พิธีกรรมก็ไม่ยุ่งยากนัก หาดาวเคราะห์หนักๆ ที่หมุนไม่หยุดไปพร้อมกับส่งสัญญาณ พยายามเข้าใกล้มัน ลองไปเหยียบพื้นดาว แล้วหาทางสร้างความเชื่อมโยงทางศาสตร์เร้นลับกับมันให้ถึงเกณฑ์”
“พิธีกรรมส่วนแรกอันตรายมาก ส่วนหลังยากมาก แต่ถ้ามีมิสเตอร์ฟูลช่วยสนับสนุน ก็ไม่ใช่ปัญหาใหญ่ แค่ ‘ปลูกถ่าย’ ฉันกับดาวเคราะห์ดังกล่าวเข้าด้วยกัน ก็ผ่านเงื่อนไขแล้ว อา…ถ้าฉันทนแรงกดดันไหวละนะ”
“ตอนนี้ที่ลำบากคือ โอสถ ‘จอมเวทท่องมิติ’ ยังย่อยไม่หมด หลายปีมานี้ฉันแฟลชไปทั่ว จำนวนครั้งเพียงพอแล้ว คำว่าจอมเวทก็เก็บครบถ้วนแล้ว แต่ไม่นับว่าเป็นการท่องเที่ยว…”
พูดถึงตรงนี้ มาดามเมจิกเชี่ยนก็ปิดปากเงียบทันที
เธอรู้สึกเหมือนกำลังบ่นเรื่องงาน โดยที่หัวหน้าใหญ่ผู้สามารถบีบคอเธอตายได้ง่ายๆ กำลังนั่งอยู่ตรงหัวโต๊ะ
ฟังคำพูดของมาดามเมจิกเชี่ยน ลูเมี่ยนก็ค้นพบปัญหาข้อหนึ่งทันที
อันที่จริง มิสเตอร์ฟูลไม่จำเป็นต้องเผชิญหน้ากับวันสิ้นโลกที่จะมาถึงก็ได้ เพราะไม่มี ‘เทพภายนอก’ องค์ใดจะแย่ง ‘ปราสาทต้นกำเนิด’ ของพระองค์
การรับแก่นแท้ต้นกำเนิดที่มีสัญลักษณ์ของเสาหลักเข้าไป รังแต่จะทำให้พวกพระองค์มุ่งสู่การทำลายตัวเอง…
……………………………………………………..