ราชันเร้นลับ 2 : วัฏจักรแห่งชะตา (Circle of Inevitability) - ตอนที่ 1094 กับดัก?
- Home
- ราชันเร้นลับ 2 : วัฏจักรแห่งชะตา (Circle of Inevitability)
- ตอนที่ 1094 กับดัก?
ตอนที่ 1094 กับดัก?
………………..
เขตโรงอุปรากร ถนนหมวกดำ ภายในอพาร์ตเมนต์ที่ม่านถูกดึงปิดมิดชิด
นีเซียเกล้าผมสีน้ำตาลหยักศก สวมชุดกระโปรงสีดำเปิดไหล่ คลุมผ้าคลุมไหล่บางเบา วางกระจกแต่งหน้าที่หัวหน้ามอบให้ไว้บนตู้ตรงหน้า รอคอยการตอบกลับอย่างอดทน
เพียงยี่สิบสามสิบวินาที เธอก็เห็นร่างหนึ่งปรากฏในกระจก แล้วก้าวออกมา
คนผู้นั้นมีผมยาวสีเชือกป่าน อมดำเล็กน้อย รวบเป็นหางม้า ดูกระปรี้กระเปร่า คิ้วเต็มไปด้วยชีวิตชีวาลากยาวจรดขมับ ดวงตาสีทะเลสาบเข้มกว่าปกติ แววตาสว่างใส แฝงความลึกซึ้งราวดึงดูดวิญญาณมนุษย์
“ลูอิส·กุสตาฟหายตัวไปเมื่อไร?” ริมฝีปากอิ่มเอิบงดงามของฟรังก้าเอ่ยถาม
แม้จะเป็น ‘นางมารสุขสม’ แล้ว แต่นีเซียก็ยังตาพร่ามัวไปกับความงาม บุคลิกภาพ และเสน่ห์ของหัวหน้า จิตใจหวั่นไหวโดยไม่รู้ตัว
เธอเผลอเปรียบเทียบมาดามฟรังก้ากับ ‘นางมารดำ’ ที่เคยพบมาก่อน พบว่าหัวหน้าของตนไม่ค่อยชอบเปลี่ยนบุคลิกเพื่อหาด้านที่ดึงดูดคู่สนทนามากที่สุด แต่มักเป็นตัวของตัวเองอย่างเปิดเผยตรงไปตรงมาเสมอ
ความเป็นธรรมชาติตามอำเภอใจเช่นนี้เอง ทำให้มาดามฟรังก้ามีเสน่ห์เป็นพิเศษ เมื่อผนวกกับท่าทีเฉยเมยและสถานะอันสูงล้ำ ทำให้นีเซียรู้สึกอยากกราบแทบเท้าของอีกฝ่ายอยู่บ่อยครั้ง อุทิศทั้งกายและใจ
หลังจากใช้เวลาสักพักควบคุมคลื่นอารมณ์ในใจ นีเซียก็รายงานอย่างละเอียด
“ลูอิส·กุสตาฟนัดหมายกรูเอและแกนนำพรรคจักรพรรดิอีกหลายคนเมื่อวานนี้ ให้พบกันที่โพรงเหมืองลับแห่งหนึ่งในทรีอาร์ใต้ดิน เพื่อปรึกษาเรื่องการบ่มเพาะสมาชิกในกองทัพอย่างลับๆ”
“ผลปรากฏว่าทุกคนมาครบ มีแต่เขาที่ไม่มา”
“ตั้งแต่เมื่อวานจนถึงตอนนี้ กรูเอและพวกพยายามติดต่อเขาด้วยสารพัดวิธี แต่ไม่มีการตอบกลับเลย”
นีเซียในปัจจุบัน ไม่เพียงเป็นอนุของกรูเอ แต่ยังได้แสดงพรสวรรค์ด้านการยุยง ยั่วยุ และล่อลวง จนค่อยๆ กลายเป็นบุคคลที่ใกล้ชิดแกนกลางพรรคจักรพรรดิพอสมควร
ดูเหมือนลูอิส·กุสตาฟจะประสบอุบัติเหตุจริงๆ ไม่ใช่แค่ติดธุระ ถึงขั้นถูกมองว่าหายตัวไป…ฟรังก้าครุ่นคิดครู่หนึ่งแล้วถาม
“ช่วงนี้ภายในพรรคจักรพรรดิมีเรื่องผิดปกติเกิดขึ้นบ้างไหม?”
“สองสามเดือนมานี้ ไม่ว่าจะเป็นศาสนจักรสุริยันเจิดจรัส เทพจักรกลไอน้ำ หรือหน่วยแปดและกองทัพ ต่างก็เพิ่มจำนวนผู้วิเศษทางการที่ประจำในทรีอาร์…”
“มาดาม คุณอาจไม่อยากเชื่อ แม้แต่ผู้นำทีมลาดตระเวนในทรีอาร์ใต้ดิน ก็เป็นผู้วิเศษลำดับ 5 แล้ว แถมยังมีตั้งหลายทีม”
“ช่วงสองเดือนแรก พรรคจักรพรรดิยังพยายามทำอะไรแอบๆ ผลคือสมาชิกลับจำนวนมากถูกจับได้ ขาดทุนไม่น้อย ช่วงนี้พวกเขาจึงสงบเสงี่ยม เพียงแค่แอบบ่มเพาะและขยายกำลังอย่างลับๆ”
“หากเป็นแต่ก่อน พวกลูอิส·กุสตาฟกับกรูเอจะพบกันบ่อย รู้ที่อยู่ของกันและกัน บางครั้งยังไปปรึกษาหารือที่ร้านกาแฟประจำ แต่หลังจากเกือบถูกผู้วิเศษทางการจากหน่วยแปดจับได้ ลูอิส·กุสตาฟก็ย้ายออกจากที่อยู่เดิม คอยออกคำสั่งสมาชิกแกนนำจากระยะไกลอย่างรอบคอบ”
อย่างนี้นี่เอง…มิน่าล่ะถึงฟังดูไม่เหมือนเมื่อก่อน แต่ก่อนพวกกรูเอรู้สภาพประจำวันของลูอิส·กุสตาฟ…ฟรังก้าพยักหน้าเบาๆ แล้วกล่าวกับนีเซีย
“เรื่องนี้สำคัญมาก ฉันจะรายงาน ‘นางมารดำ’ ก่อน”
“คุณเตรียมตัวให้พร้อมด้วย รอรับคำสั่งใหม่อยู่ตลอด”
“ค่ะ มาดามฟรังก้า!” นีเซียเอ่ยจบ ก็เห็นร่างของหัวหน้าค่อยๆ จางหาย จากตัวจริงกลายเป็นเงา แล้วอันตรธานไปในพริบตาราวกับไม่เคยปรากฏตัว
มีเพียงกลิ่นหอมอ่อนๆ ที่ฟุ้งในอากาศ กับกลิ่นคล้ายน้ำมันเครื่องจางๆ เท่านั้น ที่บ่งบอกว่าเคยมีใครมาเยือน
…………
ภายในคฤหาสน์หรู
ฟรังก้าหยุดรักษาภาพสะท้อนกระจกเงา แล้วหันไปกล่าวกับลูเมี่ยนข้างๆ
“ตั้งแต่คุณเลื่อนลำดับเป็น ‘จอมอาคมลมฟ้าอากาศ’ ฉันมองอะไรก็เห็นเป็นกับดักไปหมด รายงานของนีเซียอาจเป็นกับดักของนิกายนางมาร การหายตัวของลูอิส·กุสตาฟอาจเป็นกับดักของ ‘คนในกระจก’”
“ช่างมันเถอะ รายงาน ‘นางมารดำ’ ไปก่อนก็แล้วกัน บอกว่าเรื่องนี้สำคัญมาก ขอให้มาดามจัดการด้วยตัวเอง”
“ถ้าฉันไม่เข้าไปยุ่ง ก็จะไม่ตกหลุมพราง!”
ในนิกายนางมาร ฟรังก้าภายนอกยังคงเป็น ‘นางมารสิ้นหวัง’ และยังเป็นลูกน้องของ ‘นางมารดำ’ ด้วย แน่นอนว่าความจริงคงปิดบัง ‘นางมารต้นกำเนิด’ ไม่ได้
“นี่น่ะหรือ วิธีโยนงานให้ผู้บังคับบัญชาที่คุณพูดถึง?” ลูเมี่ยนหัวเราะเบาๆ “ถ้าเป็นกับดัก ‘นางมารดำ’ ย่อมไม่ปล่อยให้คุณปัดมือไม่ทำ หากไม่ใช่กับดัก เธอก็น่าจะให้คุณสืบสวนไปพร้อมกัน”
“เฮ้อ…ฉันรู้น่า” ฟรังก้าถอนหายใจ “เมื่อกี้แค่ระบายอารมณ์เฉยๆ”
“ใครจะรู้ล่ะ ‘นางมารดำ’ อาจจะไปสืบสวนเองจริงๆ ก็ได้นี่?”
“คนเรานะ ต้องมีความหวัง มีความฝัน เพื่อมีชีวิตอยู่ต่อไป”
ลูเมี่ยนมองฟรังก้า
“ฉันว่า ในอนาคต คุณจะรักษาความเป็นมนุษย์ได้ดีมากเลยละ”
“ทำไมจู่ๆ ถึงพูดเรื่องความเป็นมนุษย์ขึ้นมาล่ะ? คุณถูกเทวบารมีรบกวนหรือ?” ฟรังก้าถามกลับอย่างมีไหวพริบ
พูดจบ เธอก็หยิบกระจกแต่งหน้าออกมา บอกเล่าเรื่องการหายตัวของลูอิส·กุสตาฟ รวมถึงรายงานด้วยวาจาโดยละเอียดของนีเซีย ให้กลายเป็นข้อมูล แล้วส่งผ่านโลกในกระจกไปยังกระจกบานที่ ‘นางมารดำ’ กำหนดไว้ ถ้าไม่จำเป็นต้องไปพบ ‘นางมารดำ’ เธอก็จะไม่ไป เพื่อหลีกเลี่ยงการเหยียบกับดัก
เมื่อฟรังก้าจัดการเรื่องนี้เสร็จ ลูเมี่ยนก็อธิบายง่ายๆ เกี่ยวกับคำอธิบายของ ‘มิสเตอร์ฟูล’ เกี่ยวกับเทวบารมีและความเป็นมนุษย์ รวมถึงปัญหาสภาพของตัวเอง
ฟรังก้าเข้าใจทันที
“ฉันก็ว่าอยู่ ทำไมคุณถึงขอกอดอย่างกะทันหัน ที่แท้ตอนนั้นควบคุมสัญชาตญาณการรวมตัวและแรงกระหายทำลายล้างไม่ค่อยอยู่สินะ?”
“ไม่ใช่ เพราะกอดจินนาไปก่อนแล้ว ฉันคิดว่าควรจะยุติธรรม” ลูเมี่ยนหัวเราะเบาๆ
“…” มุมปากฟรังก้ากระตุกนิดหน่อย
ลูเมี่ยนเสริมด้วยท่าทีเหมือนไม่ใส่ใจ
“ที่คุณพูดก็มีผลบ้างเหมือนกัน”
ฟรังก้า ‘อืม’ แล้วก็หัวเราะขึ้นมาทันที
“หัวเราะอะไร?” ลูเมี่ยนรู้สึกแปลกใจ
ฟรังก้ากระแอมเบาๆ
“ในฐานะคนบ้านเดียวกัน ฉันสนับสนุนอาชีพนักเขียนของพี่สาวคุณมาตลอด อ่านนิยายของเธอมาหลายเรื่อง คำบรรยายหลายตอนชวนชนลุกอยู่เหมือนกัน มีประโยคหนึ่งประมาณว่า”
“เขากอดฉันแน่นมาก แรงมาก ราวกับกลัวจะสูญเสีย อยากจะบดขยี้ฉันแล้วยัดเข้าไปในร่างกายของเขา”
“แม่เจ้า นี่มันคำบรรยายชวนขนลุกที่ไหน มันคือคำบรรยายสยองขวัญชัดๆ สมจริงเกินไป!”
เห็นฟรังก้าไม่ได้หวาดกลัวมากนัก กลับเอาไปล้อเล่น ความกดดันในใจลูเมี่ยนดูเหมือนจะบรรเทาลงบ้าง เขาจึงถือโอกาสคุยถึงผลงานของพี่สาว
“โอลัวร์ตั้งใจเพิ่มความขนลุกเข้าไป เห็นว่าชาวอินทิสชอบสไตล์นี้น่ะ”
“ว่าแต่ ผลงานพวกนั้นของเธอ มีในยุคเก่าด้วยหรือ?”
ฟรังก้าส่ายหน้า
“พูดได้แค่ว่า โครงเรื่องและไอเดียมีคล้ายๆ กัน แต่ในการสร้างสรรค์จริง เธอไม่ได้เป็น ‘นักปราชญ์’ สักหน่อย จะให้เหมือนเดิมทุกกระเบียดนิ้วได้ยังไง?”
“อีกอย่าง พี่สาวคุณยังผสมผสานกระแสนิยม รวมถึงวัฒนธรรมพื้นบ้านของสังคมปัจจุบันเข้าไปด้วย กลายเป็นผลงานที่แตกต่างไปแล้ว”
“จะบอกว่าเพราะมีคนเขียนเรื่องข้ามภพมาก่อน ฉันเขียนข้ามภพบ้าง ก็กลายเป็นคนขี้ลอกเลยหรือ?”
“อย่างนี้นี่เอง…” ลูเมี่ยนพอใจกับคำตอบนี้มาก
ขณะเดียวกัน ‘นางมารดำ’ ตอบกลับฟรังก้าผ่านข้อความในกระจกว่า
“หาเบาะแสที่ใช้การได้โดยเร็ว”
“ค่ะ มาดาม” ฟรังก้าตอบรับพลางยักคิ้วให้ลูเมี่ยน
เธอชั่งใจอยู่สองสามวินาที แล้วส่งคำสั่งใหม่ให้นีเซีย
“หาเบาะแส พยายามหาที่อยู่ปัจจุบันของลูอิส·กุสตาฟให้ได้”
“ถ้าเป็นไปได้ให้หาสิ่งของในชีวิตประจำวันของลูอิส·กุสตาฟมาให้ฉันด้วย”
หากทำได้ ฟรังก้าจะสามารถ ‘ทำนายด้วยกระจกวิเศษ’ หรือแม้แต่ขอวิวรณ์จาก ‘มิสเตอร์ฟูล’ โดยตรง
เมื่อเธอสั่งการเสร็จ ลูเมี่ยนก็ถามพร้อมรอยยิ้ม
“ยังจะทำอยู่ไหม ไอ้การขี่กระบี่อะไรนั่น?”
ฟรังก้าตื่นตัวขึ้นทันที
“แน่นอน!”
จากนั้น เธอเหมือนรู้สึกซาบซึ้งกับบางสิ่ง พูดราวกับบอกตัวเอง
“ใกล้วันสิ้นโลกแล้ว ต้องหวงแหนความสุข หวงแหนความพึงพอใจในชีวิตประจำวันเอาไว้”
“อย่าไปละทิ้งการใช้ชีวิตในปัจจุบัน เพียงเพราะภายหลังต้องทำเรื่องเสี่ยงอันตราย”
“อืม…” ลูเมี่ยนพยักหน้าช้าๆ
…………
หนึ่งสัปดาห์ต่อมา เที่ยงคืน
นีเซียลื่นไหลลงจากเตียงนอนอย่างไร้เสียง ยืนตัวตรง หลอมรวมเข้ากับความมืด
ในสภาพที่ใช้มุมผ้าห่มคลุมอกท้อง เธอมองชายวัยกลางคนที่เปลือยกายนอนอยู่บนเตียงอยู่สองสามวินาที แล้วออกจากห้องนอนอย่างไร้สุ้มเสียง จนมาถึงห้องมุมสุดของชั้น 2
จากนั้น เธอหยิบกระจกแต่งหน้าออกมา ใช้ยันต์ที่หัวหน้ามอบให้ ส่งข้อมูลไปยังกระจกบานที่กำหนดไว้
เธอทราบดีว่า การรายงานภารกิจในเวลานี้จะรบกวนการพักผ่อนของมาดามฟรังก้า แต่สถานการณ์เร่งด่วน หากรอจนสว่าง ของสองชิ้นดังกล่าวก็จะถูกกรูเอนำกลับไป จึงทำได้เพียงเท่านี้
ไม่นานนัก ร่างของฟรังก้าก็ฉายออกมาจากกระจกแต่งหน้า
เธอสวมเสื้อคลุมนอนผ้าไหม คลุมเสื้อนอกบางเบาสำหรับปกปิด ผมยาวสีเชือกป่านอมดำปล่อยสยายลงมา สีหน้าเต็มไปด้วยความเกียจคร้านและง่วงงุนที่ไม่ปิดบัง ดวงตาสีทะเลสาบที่เข้มขึ้นเล็กน้อยดูมัวๆ ลอยๆ
นีเซียมองด้วยความตะลึง จนกระทั่งฟรังก้าเอ่ยเสียงถึงได้สะดุ้งตื่น
“มีอะไรหรือ?”
นีเซียได้สติ
“มาดาม ฉันได้ของที่เกี่ยวข้องใกล้ชิดกับลูอิส·กุสตาฟมาสองชิ้น”
“เอามาจากแหล่งกบดานลับๆ แห่งหนึ่งของเขาในช่วงก่อนหน้า”
ขณะพูดไป นีเซียก็ยกสองมือขึ้น
มือข้างหนึ่งถือเข็มกลัดเงิน ทำจากงูสองตัวพันเกี่ยวกัน อีกข้างถือเหรียญสีทองแกมดำ
เมื่อเห็นชิ้นหลัง ฟรังก้าพลันตื่นตัว
เธอใช้ใยแมงมุมล่องหนดึงเหรียญนั้นมาตรงหน้า
ด้านหนึ่งของเหรียญทองค่อนข้างเรียบง่าย ลวดลายนูนประกอบเป็นรถม้าศึก บนรถมีตัวเลข ‘2’
อีกด้านหนึ่งมีลวดลายซับซ้อนยิ่ง
แกนหลักคือมงกุฎที่มีผ้าคลุมห้อยลงมา ด้านซ้ายของมงกุฎเป็นประตูซ้อนกันที่วาดแบบง่ายๆ ด้านขวาเป็นหน้าปัดนาฬิกาที่มีเข็มเพียงขาเดียว แต่ละช่องของหน้าปัดมีขนาดไม่เท่ากัน สลับสว่างมืด
ด้านล่างที่ขนานกับมงกุฎ ยังมีลายอันละเอียดประกอบเป็นรูปม่านตาแนวตั้ง นิ้วมือห้านิ้วที่ยาวไม่เท่ากัน และประตูที่ถูกแบ่งด้วยดาบตั้งตรง
เหรียญทองทูดอร์…รูม่านตาฟรังก้าขยายเล็กน้อย เนื่องจากจดจำสิ่งนี้ได้
มันคล้ายกับเหรียญทองทูดอร์ที่พวกตนได้มาจากนิกายโรค แต่มูลค่าเป็น ‘2’
ในด้านลวดลายและลายเส้น เหรียญทั้งสองมีแก่นเดียวกัน แต่บรรยากาศต่างกันพอสมควร
……………………………………………………..