ราชันเร้นลับ 2 : วัฏจักรแห่งชะตา (Circle of Inevitability) - ตอนที่ 1096 สอดส่อง
- Home
- ราชันเร้นลับ 2 : วัฏจักรแห่งชะตา (Circle of Inevitability)
- ตอนที่ 1096 สอดส่อง
ตอนที่ 1096 สอดส่อง
………………..
นีเซียรู้สึกหัวใจเต้นแรง แต่ภายนอกยังคงสงบนิ่ง
ตั้งแต่ลอบออกมาจากห้อง เธอก็เตรียมพร้อมรับมือกับเหตุการณ์แบบนี้แล้ว
เธอตบอกเบาๆ พลางเอ่ยด้วยน้ำเสียงบ่นอุบ
“คุณจะทำให้ฉันตกใจตายหรือไง? จู่ๆ ก็โพล่งออกมาแบบนี้!”
หลังจาก ‘สงบใจ’ ได้สองสามวินาที นีเซียจึงตอบคำถามของกรูเอด้วยท่าทีไม่ใส่ใจ
“นอนไม่หลับน่ะ รู้สึกอึดอัดนิดหน่อย เลยออกไปรับลมบนระเบียง”
เธอไม่ให้กรูเอมีโอกาสซักไซ้ต่อ รีบเม้มปากแสดงความกดดัน
“คุณว่า ลูอิสจะไม่เป็นอะไรจริงๆ ใช่ไหม?”
เขาคือหัวหน้าพรรคจักรพรรดิ การหายตัวไปอย่างลึกลับย่อมสร้างความวิตกกังวลให้ลูกน้อง การนอนไม่หลับจึงเป็นเรื่องปกติ
กรูเอจ้องมองนีเซียครู่หนึ่ง ก่อนจะผ่อนคลายสีหน้า
“ใครจะรู้ล่ะ?”
“บางทีอีกสองสามวัน เขาอาจจะโผล่มาเฉยๆ ก็ได้”
…………
ภายในคฤหาสน์หรู ในห้องทำงานของฟรังก้า ตรงหน้าลูเมี่ยนและพรรคพวกมีกระจกลอยอยู่มากมาย แต่ละบานแสดงภาพต่างกัน
จากหลายๆ มุม กระจกหลายบานฉายภาพนีเซียกับกรูเอซึ่งกำลังสนทนากัน
ตอนใช้โลกในกระจกส่งภาพไปก่อนหน้านี้ ฟรังก้าได้ทำเครื่องหมายไว้กับวัตถุที่เป็นกระจกทุกบานในบ้านอีกฝ่าย
นี่ก็เพื่อคุ้มครองความปลอดภัยของลูกน้องคนเดียว ให้แน่ใจว่า นีเซียจะไม่ถูกจับได้ว่า ขโมยเข็มกลัดตระกูลกุสตาฟกับเหรียญทองทูดอร์ออกมา
เหตุการณ์ต่อมาพิสูจน์ถึงไหวพริบของฟรังก้า กรูเอสังเกตเห็นการหลบออกจากห้องของนีเซียจริงๆ
ระหว่างทั้งสองคุยกัน ฟรังก้าเตรียมส่งพลังผ่านโลกในกระจกด้วยใจจดจ่อ
ครู่ต่อมา สีหน้าของฟรังก้าก็เริ่มแปลกไป
เดี๋ยวสิ ทำไมถึงจูบกันล่ะ?
มีคนดูอยู่ตั้งเยอะ!
เธอแค่ต้องการเพิ่มความปลอดภัยให้นีเซีย ไม่คิดว่านีเซียผู้มีลับลมคมใน กับกรูเอผู้เริ่มสงสัย จะคุยกันอยู่ดีๆ แล้วจูบปากกันได้!
อย่าบอกนะว่ากำลังจะได้เห็นภาพบัดสีบัดเถลิง?
หากมีแค่ฟรังก้าคนเดียวดู ‘จอมอนิเตอร์’ เธอคงรู้สึกว่าเรื่องนี้นอกเหนือความคาดหมาย แต่ยังสมเหตุสมผล ไม่ใช่เรื่องใหญ่ แถมยังสนุกด้วย ได้แอบดูความลับคนอื่น
แต่บัดนี้ข้างๆ เธอมีจินนานั่งอยู่ ด้านหลังยังมีอ็องโตนีกับลุดวิกที่กำลังกินมื้อดึก
เธอเริ่มอึดอัด
ตอนนั้นเอง อ็องโตนีที่จ้องดูภาพบนกระจก ถึงคราวเอ่ยปาก
“ภาษากายของทั้งสองแสดงการต่อต้าน การจูบนี้ทำแบบขอไปทีโดยไม่มีใครเต็มใจ”
มืออาชีพจริงๆ…ฟรังก้าบ่นในใจ
ตามที่อ็องโตนีคาดไว้ หลังนีเซียกับกรูเอจูบกันครู่หนึ่ง ก็กล่าวราตรีสวัสดิ์แล้วนอนต่อ
ฟรังก้าถอนใจโล่งอก แล้วบอกกับผองเพื่อน
“จอควบคุมน่ะ ทิ้งไว้เฝ้าแค่คนเดียวก็พอ พวกคุณไปพักเถอะ”
“จินนา อีกชั่วโมงครึ่งมาเปลี่ยนฉัน ลูเมี่ยน สามชั่วโมงหลังจากนั้นเปลี่ยนกับจินนา อ็องโตนีกับลุดวิก พวกคุณไม่ต้องอดนอนหรอก”
การดู ‘จอควบคุม’ ต้องมีครึ่งเทพนางมารคอยสนับสนุน
แถมถ้าเกิดเรื่อง ก็มีแต่นางมารที่ส่งภาพหรือย้ายตัวไปช่วยเหลือได้ทันท่วงที
“ตกลง” อ็องโตนีไม่ยืนกราน รอลุดวิกกินมื้อดึกเสร็จก็พาเขาออกจากห้อง
หลังลูเมี่ยนกับจินนากำชับฟรังก้าสองสามประโยค ก็แยกย้ายไปพักผ่อน
ฟรังก้าผ่อนคลายอย่างเต็มที่ คอยเฝ้า ‘จอควบคุม’ อย่างสบายใจ
เวลาผ่านไปอย่างช้าๆ ขณะเธอพิงหมอนอ่านนิยาย พลังวิญญาณก็สัมผัสถึงบางสิ่ง จึงเงยหน้ามองกระจก ‘ควบคุม’ บานหนึ่ง
กรูเอพลิกตัวลงจากเตียงเงียบเชียบ เดินไปที่โต๊ะทำงาน แล้วเปิดช่องลับ
หลังตรวจพบว่าเข็มกลัดตระกูลกุสตาฟกับเหรียญทองทูดอร์ยังอยู่ สมาชิกแกนหลักพรรคจักรพรรดิรายนี้ก็เข้าห้องน้ำในห้องนอนใหญ่ กดชักโครกให้เสียงดัง
พอเห็นกรูเอออกจากห้องน้ำแล้วกลับไปนอน ฟรังก้าก็เบ้ปาก
“แค่นี้เองหรือ?”
เธอคิดว่าเขาจะลุกขึ้นฆ่านีเซีย หรือใช้เข็มกลัดกับเหรียญทองติดต่อลูอิส·กุสตาฟ หรือคนอื่น
แต่กรูเอเรียบร้อยจนน่าผิดหวัง
เป็นเช่นนี้ไปเรื่อยๆ เหล่านางมารผลัดเวรกันเฝ้ายาม จนฟ้าค่อยๆ สว่าง แสงแดดส่องลงมาจากที่สูง
ฟรังก้าที่เปลี่ยนมาใส่เสื้อเชิ้ตสตรีประดับลูกไม้ กับกางเกงขายาวสีขาวครีม ยกมือปิดปากหาวพลางเดินเข้าห้องทำงาน เอ่ยถามลูเมี่ยนที่ตั้งใจดู ‘จอควบคุม’ อยู่
“ไม่มีอะไรผิดปกติใช่ไหม?”
“มีนิดหน่อย” ลูเมี่ยนงอขาข้างหนึ่ง เหยียดอีกข้าง เอนพิงหมอน
“ผิดปกติยังไง?” ฟรังก้าตื่นตัวทันที
ลูเมี่ยนยิ้ม
“หลังตื่นขึ้นบนเตียงเดียวกับ ‘นางมารสุขสม’ กรูเอไม่ ‘ทำกิจกรรม’ ยามเช้า แสดงว่าใจเขาไม่อยู่ตรงนี้แล้ว คงมีอะไรในใจ เดี๋ยวอาจทำอะไรสักอย่าง”
“มีเหตุผล” ฟรังก้าเข้าใจเสน่ห์ของ ‘นางมารสุขสม’ ดี
เธอนั่งข้างลูเมี่ยน นึกไตร่ตรองแล้วเอ่ยบอก
“ฉันทำเครื่องหมายกระดุมโลหะบนเสื้อบางตัวของกรูเอด้วย ถ้าโชคไม่ร้าย เราน่าจะเห็นเขาไปไหนทำอะไร”
“โชค? โชคต้องไม่ร้ายแน่” ลูเมี่ยนยิ้มพลางตบ ‘กระเป๋านักเดินทาง’ ที่มี ‘คัมภีร์วิวรณ์ภาคต่อ’ อยู่
โดยไม่ต้องพึ่งสมบัติปิดผนึกระดับ ‘0’ ชิ้นนี้ หลังกรูเอกินข้าวเช้า ชุดสูทที่เขาเปลี่ยนใส่ คือตัวมีกระดุมโลหะวาวสองเม็ดที่ฟรังก้าทำเครื่องหมายไว้
ภาพ ‘ควบคุม’ เปลี่ยนไปทันที แสดงภาพหน้ากรูเอเป็นหลัก โยกเยกโคลงเคลง
ต่อมากรูเอจูบลานีเซีย นั่งรถม้าสองล้อสองเบาะไปเขต 4 หรือก็คือเขตเรือนจำ เลี้ยวเข้าถนนสายหนึ่ง
เขาเดินมาถึงประตูสีแดงเข้มบานหนึ่งแล้วกดกริ่ง
ประตูเปิดออกเอง
พอกรูเอเข้าประตูไป ภาพ ‘ควบคุม’ ก็พร่ามัว เต็มไปด้วยจุดสีขาว
จุดสีขาวอยู่แค่สองวินาทีก็หาย กระจกเบื้องหน้าลูเมี่ยนกับฟรังก้าก็ไม่มีภาพอีก
“ถูกจับได้? หรือบ้านหลังนั้นมีอะไรผิดปกติกับโลกในกระจก?” ฟรังก้าหันถามลูเมี่ยน
“รอดูก่อน” ลูเมี่ยนพูดอย่างสงบ
ราวสามสี่นาที ภาพบนกระจกกลับมาอีก พบว่ากรูเอออกจากบ้านหลังนั้นแล้ว
ฟรังก้าพยักหน้าอย่างครุ่นคิด
ตลอดทั้งเช้า กรูเอในฐานะรองผู้จัดการโรงงานอาวุธ แวะไปเยี่ยมค่ายทหารหลายแห่งในย่านเอราโต แล้วกลับมายังสำนักงานตอนเที่ยง
ลูเมี่ยนที่พักผ่อนแล้ว ถึงคราวลุกขึ้น
“ไม่มีอะไรน่าดูแล้ว”
“อืม” ฟรังก้าลุกตาม
เธอมองลูเมี่ยนแล้วแปลกใจ
“ทำไมฉันรู้สึกว่าคุณเตี้ยลงจากเดิม?”
“โอสถ ‘จอมอาคมลมฟ้าอากาศ’ ของฉันย่อยไปบ้างแล้ว ร่างกายเสถียร ควบคุมได้ดีขึ้น ทำให้สูงประมาณ 1.95 เมตร ถ้าย่อยมากขึ้นก็จะลดได้อีก พอย่อยหมดแล้ว ปกติน่าจะ 1.85 เมตร ตอนสู้แม้ไม่แปลงร่างสัตว์ในตำนาน ก็ขยายได้ถึงสองเมตรเจ็ดถึงแปด เหมือนคนยักษ์ตัวเล็ก” ลูเมี่ยนตอบอย่างอารมณ์ดี
“ย่อยได้เร็วขนาดนี้เลย?” ฟรังก้าแปลกใจ
ลูเมี่ยนยิ้ม
“เพราะเจอจุดสำคัญของการสวมบทบาท ‘จอมอาคมลมฟ้าอากาศ’ แล้ว สองสามวันก่อนเจอเผ่าหนึ่งในป่าดั้งเดิมทวีปใต้ พวกเขายังบูชายัญด้วยเลือด ฉันสร้างสภาพอากาศสุดขั้วไปหลายแบบ พวกเขาทนได้สามวัน ก็พ่ายแพ้ต่อความกลัว ยอมสวามิภักดิ์ ละทิ้งการบูชายัญด้วยเลือด”
“นี่ช่วยให้ฉันสรุปหลักสวมบทบาทได้หนึ่งข้อ โอสถเลยย่อยไปมาก”
ฟรังก้าคิดครู่หนึ่ง ถามอย่างอยากรู้
“อาคมลมฝนเพื่อนำหายนะ ให้เป้าหมายยอมจำนน?”
นี่สอดคล้องกับความหมายของเส้นทาง ‘นักล่า’
“ทำนองนั้น” ลูเมี่ยนมองกระจกลอยแวบหนึ่งพลางยิ้ม “ถึงเวลาไปดูบ้านผิดปกตินั่นแล้ว”
“คุณจะไป?” ฟรังก้าขมวดคิ้ว “ให้นิกายนางมารหรือผู้วิเศษทางการจัดการก็พอ ตอนนี้คุณจะทำอะไร ฉันก็รู้สึกว่าข้างหน้าอาจมีกับดัก”
ลูเมี่ยนยิ้ม
“นี่อยู่บนดิน ไม่ใช่ใต้ดิน อยู่ใต้สายตามิสเตอร์ฟูลและเหล่าเทพ”
“ถ้าขนาดนี้ยังไม่กล้าจัดการกับสิ่งผิดปกติ แล้วจะสวมบทบาท ‘อัศวินเลือดเหล็ก’ ได้ยังไง?”
“ก็จริง” ฟรังก้าพยักหน้า
เธอลังเลสองวินาที
“งั้นพาจินนาไปด้วย”
ลูเมี่ยนหัวเราะ ก่อนจะชวนฟรังก้า
“คุณก็ไปด้วยกัน”
“ก็ได้…” ฟรังก้ายอมแต่โดยดี
…………
หน้าบ้านเลขที่ 20 ถนนนักบุญเฟร็ด เขตเรือนจำ
ลูเมี่ยนสวมหมวกผ้าไหมทรงกึ่งสูง ใส่เสื้อเชิ้ตขาว เสื้อกั๊ก และกางเกงขายาวสีดำ เปิดประตูสีแดงเข้ม
เขาเดินเข้าไป แต่ก็ไม่พบสิ่งผิดปกติ
ฟรังก้ากับจินนาที่อยู่นอกประตู ต่างก็มองเห็นฉากด้านในผ่านกระจกแต่งหน้าในมือเขา
โซฟา ตู้ และเครื่องเรือนคลุมผ้าขาวกันฝุ่น พื้นห้องสะอาดเกลี้ยงเกลา
“ไม่มีปัญหา ไม่ถูกรบกวน” จินนาเข้ามาบอกลูเมี่ยน
ลูเมี่ยนมองไปรอบๆ
“ที่นี่ไม่มีคนอยู่นานแล้ว แต่มีแม่บ้านมาทำความสะอาดเป็นประจำ”
นี่คือพลังการอ่านและฟื้นฟูข้อมูลสภาพแวดล้อมของ ‘จอมอาคมลมฟ้าอากาศ’
พูดจบ ฟรังก้าที่เข้ามาในบ้านก็เห็นร่างหนึ่งค่อยๆ ลงมาจากบันได
ร่างดังกล่าวผอมโซ ราวกับแค่ลมพัดก็พร้อมจะล้ม
ผมขาวเป็นหย่อม ชรามากแล้ว หนวดเคราสีน้ำตาลดูไม่ได้ตัดนาน สวมชุดสูทสีดำยับยู่ยี่
ก่อนเขาปรากฏ ลูเมี่ยนที่เป็นเทวทูตไม่ได้รู้สึกถึงเขา ตอนนี้ก็ไม่ได้กลิ่นลมหายใจ
ลูเมี่ยนจึงเชื่อว่าอีกฝ่ายไม่มีอยู่จริง
ชายชรามองหน้าลูเมี่ยนพลางยิ้ม
“ในที่สุดเจ้าก็มารับจดหมาย”
“จดหมาย?” ลูเมี่ยนเลิกคิ้ว
ชายชรายิ้มตอบ
“ข้าคือ ‘ผู้ส่งสารแห่งเทพ’ หน้าที่หนึ่งคือส่งจดหมายแทนผู้ยิ่งใหญ่”
“ที่นี่ มีจดหมายฉบับหนึ่งส่งถึงเจ้า”
……………………………………………………..