ราชันเร้นลับ 2 : วัฏจักรแห่งชะตา (Circle of Inevitability) - ตอนที่ 1098 พระองค์
- Home
- ราชันเร้นลับ 2 : วัฏจักรแห่งชะตา (Circle of Inevitability)
- ตอนที่ 1098 พระองค์
ตอนที่ 1098 พระองค์
………………..
ความน่ากลัวในโลกกระจกพิเศษ อาจสร้างปัญหาให้การรุกรานของ ‘เทพภายนอก’ หรือ? ลูเมี่ยนที่กำลังเหยียบย่ำลมกระโชก หันไปมองอามุนด์พลางถาม
“ส่วนลึกของโลกในกระจกพิเศษมีอะไรกันแน่?”
บุคคลนี้คือหนึ่งในผู้เกี่ยวข้องโดยตรง อาจรู้อะไรบ้าง!
ลูเมี่ยนไม่ได้หวังว่าอามุนด์จะตอบ แต่ลองถามดูก็ไม่เสียหาย
อามุนด์ยืนนิ่งกลางอากาศ พลางหัวเราะด้วยน้ำเสียงปกติ
“เดิมที โลกในกระจกพิเศษถูกสร้างโดยเบเทล เพื่อให้การพบกันของทูดอร์กับชีคมีสถานที่ลับ ไม่ให้เทพอื่นล่วงรู้ ทั้งยังกว้างขวางพอ”
“ทูดอร์ไม่สนว่าใครจะเห็น พระองค์สนแค่ว่า คนที่ไม่ควรรู้ก็ห้ามรู้”
“นี่แหละสไตล์ของ ‘จักรพรรดิโลหิต’”
“แล้วต่อมา?” ลูเมี่ยนถามอย่างให้ความร่วมมือ
รวมช่วงเทอร์มีโพลอสด้วย เขากับอามุนด์คุยเล่นแบบนี้ไม่ใช่แค่ครั้งสองครั้ง
อามุนด์กดแว่นตาขาเดียวตรงเบ้าตาขวา
“ต่อมา โลกในกระจกพิเศษเกิดการเปลี่ยนแปลงประหลาด ไม่เพียงแต่ข้า แม้แต่พวกเบเทลก็เข้าไปไม่ได้อีก”
“ฝ่าบาทรู้วิธีสังหารเทวทูตจริงๆ”
“หลังจากนั้น ฝ่าบาทยิ่งคลั่งหนัก ทางชีคก็เริ่มเรียกตัวเองว่า ผู้สืบทอดตัวจริงของพระผู้สร้างต้นกำเนิด มนุษย์คนแรกที่เกิดจากปฐมกาล”
“ใน ‘หายนะสีจาง’ ชีคบาดเจ็บสาหัส สภาพไม่ดีมาพันปี…”
“แต่เจ้าที่เป็น ‘นางมารยุพนิรันดร์’ ย่อมทราบดีว่า สำหรับนางมารลำดับสูง นั่นแทบเป็นไปไม่ได้ พวกพระองค์ฟื้นจากความตายได้เร็ว นับประสาแค่บาดเจ็บ”
ลูเมี่ยนดูออกว่าอามุนด์จงใจเล่า การมาวันนี้คงไม่ใช่แค่รับจดหมายของ ‘วัฏจักรแห่งชะตา’
“ผู้สืบทอดตัวจริงของพระผู้สร้างต้นกำเนิด…” ลูเมี่ยนเคยฟังฟรังก้าเล่าแนวคิดของนิกายนางมาร พอนึกถึงก็เชื่อมโยงได้ทันที “ไม่ใช่ว่า…นั่นคือบุคลิกที่แยกออกมาในยุคแรกเริ่มหรือ? อีกทั้ง บุคคลที่สำคัญพอและมีสิทธิ์พูดแบบนี้ เกรงว่าคงมีแค่สองพระองค์ คือราชันสวรรค์ฟ้าดินประทานโชคกับพระเจ้าดั้งเดิม…”
ลูเมี่ยนหยุดแล้วพูดเหมือนเปรยกับตัวเอง
“ดูเหมือนว่า การรวมกันของทูดอร์กับชีค คือการจัดแจงที่พระเจ้าดั้งเดิมทิ้งไว้”
“พระองค์ที่ ‘ชุมนุมแสงเหนือ’ ศรัทธาก็ถูกจัดแจงด้วย จะนำมาซึ่งเหตุการณ์ที่ไม่อาจหลีกเลี่ยง”
“อีกอย่าง ‘นางมารดำ’ บอกว่า ‘นางมารต้นกำเนิด’ มีนามอันทรงเกียรติห้าวรรค สองวรรคไม่มีใครรู้”
ลูเมี่ยนคิดว่าถ้าจะได้ข้อมูลจากอามุนด์ ตนเองก็ต้องแลกข้อมูลบางส่วนไปด้วย
จะมีที่ไหนได้อย่างเดียวโดยไม่ต้องจ่าย?
คนตรงหน้านี่ต่างหาก ที่เชี่ยวชาญเรื่องได้ฟรี
อดีต ‘นักโจรกรรม’ ชั้นยอด!
ไม่รอให้อามุนด์ตอบ ลูเมี่ยนเสริม
“‘นครภัยพิบัติ’ ณ ปลายสุดของเส้นทาง ‘นักล่า’ และ ‘นางมาร’ เคยถูกพระเจ้าดั้งเดิมครอบครอง”
เขาเริ่มสงสัยว่า ความน่ากลัวในโลกกระจกพิเศษ อาจเกี่ยวข้องกับการหวนคืนของพระเจ้าดั้งเดิม
อามุนด์มองเขาแวบหนึ่ง ยิ้มพลางกล่าว
“เรื่องแบบนี้ ไม่ไปดูเอง ใครก็ไม่กล้ายืนยัน”
“ตอนแรก พอโลกในกระจกพิเศษเปลี่ยนไป เจ้าคนหมกมุ่นนั่นก็รู้ว่าไม่ชอบมาพากล…‘สงครามสี่จักรพรรดิ’ พระองค์ก็ผลักดันเบื้องหลัง”
“พระองค์เชื่อมต่อกับ ‘ทะเลแห่งความโกลาหล’ ใหม่ได้เจ็ดปีแล้ว แม้การใช้พลังไป จะทำให้การปรองดองถดถอย แต่เทียบกับพวกที่ต้องรอผนึกทวีปตะวันตกคลาย พระองค์ก็ควรสำเร็จเบื้องต้นเป็นอย่างน้อยแล้ว”
“เจ้าลองเดาสิ เหตุใดพระองค์ถึงยังปรองดองกับ ‘ทะเลแห่งความโกลาหล’ ไม่สำเร็จ?”
กังวลกับปัญหาของโลกในกระจกพิเศษ?
การที่พระองค์ต้องการผู้วิเศษที่มีคุณสมบัติจะเป็น ‘ต้นตอหายนะ ภัยพิบัติทำลายล้าง’ นอกจากจะเพื่อรวบรวมพลังต่อต้านวันสิ้นโลกแล้ว ยังเป็นเพราะเส้นทางสู่ ‘ต้นตอหายนะ’ ต้องผ่านส่วนลึกของโลกในกระจกพิเศษ ซึ่งจะปลุกความน่ากลัวให้ปรากฏต่อพระองค์?
ค่า ‘ของขวัญ’ ก่อนหน้า ต้องจ่ายตรงนี้? ลูเมี่ยนพูดกับอามุนด์อย่างครุ่นคิด
“พระองค์รู้อะไรเกี่ยวกับโลกในกระจกพิเศษอีกบ้าง?”
อามุนด์ยิ้มส่ายหน้า ตอบไม่ตรงคำถาม
“นามอันทรงเกียรติที่เหลือสองวรรคของชีค ถือเป็นความลับสุดยอด แม้แต่นางมารระดับสูงที่ใช้สีเป็นนาม ก็ไม่ใช่ทุกคนจะทราบ ต้องมีสัมพันธ์ใกล้ชิดกับชีค ชนิดที่หากถูกโจมตีอาจทำให้ถึงกับต้องเสด็จเยือน”
“คนแบบนี้เท่านั้นจึงจะรู้จริง”
“ไม่งั้นเจ้าคิดว่า ทำไมนามสองวรรคนั่น ถึงเก็บเป็นความลับได้จนแม้แต่ลำดับ 0 ทุกองค์ปัจจุบันก็ยังไม่ทราบ?”
“แค่เมดีซียังข่มขวัญ ‘นางมารขาว’ ได้เลย นับประสาอะไรกับคนที่เก่งกว่าพระองค์”
“แต่เจ้าคนหมกมุ่นนั่น อาจพอรู้บ้าง เพราะกระทั่ง ‘สิ่งที่คิดในใจ’ ก็อาจปิดบังพระองค์ไม่ได้”
‘นางมารดำ’ มีสัมพันธ์ใกล้ชิดกับ ‘นางมารต้นกำเนิด’ หรือ? นั่นสินะ เธอดูมีความพิเศษจริงๆ…ลูเมี่ยนมองอามุนด์แวบหนึ่ง แล้วพลันยิ้ม
“การใช้ภาษาอินทิสเอ่ยนามอันทรงเกียรติของเทพแท้จริง จะช่วยให้ไม่ถูกลงทัณฑ์? ต้องใช้ภาษาเฮอร์มิส เฮอร์มิสโบราณถึงจะถือเป็นการหมิ่นเทพ?”
ต้องไม่ลืมว่า ชีคไม่ใช่ชื่อที่เป็นความลับอะไร
“เจ้ายกตัวอย่างแค่เฮอร์มิสกับเฮอร์มิสโบราณ เพราะเจ้ารู้แค่นี้?” อามุนด์หัวเราะ “การใช้ภาษาธรรมดาเอ่ยนามแท้ลำดับ 0 จะดึงดูดการจับตามอง แต่ไม่จำเป็นต้องตามด้วยการลงทัณฑ์เสมอไป”
“ส่วนข้า…เจ้าลองเดาสิ ว่าเหตุใดนามเรียกขานของข้ามี ‘ผู้หมิ่นเทพ’ รวมอยู่ด้วย?”
พูดถึงตรงนี้ อามุนด์บีบแว่นตาขาเดียวตรงตาขวา มองสำรวจลูเมี่ยนสองสามวินาที
พระองค์แสยะยิ้มชัดเจน
“อันที่จริง ข้าอยากให้เจ้าเข้าไปในส่วนลึกของโลกในกระจกพิเศษ คงเกิดเรื่องน่าสนใจและคาดไม่ถึง แถมไม่กระทบข้าด้วย”
“ทำไมไม่ลองดูสักหน่อยล่ะ?”
“สักวันในอนาคต อาจจะพิจารณา” ลูเมี่ยนทำท่าไม่แยแส
“ลาก่อน ลูกทูนหัวที่ข้าไม่ยอมรับ หวังว่าเจอกันครั้งหน้า เจ้าจะยังไม่คลุ้มคลั่งไปจริงๆ” อามุนด์โบกมือแบบมนุษย์
ร่างของพระองค์หายไปทันที
ลูเมี่ยนก้มมองมหาสมุทรสีครามที่มีหมอกบาง กระตุ้นรอยประทับสีดำบนไหล่ขวา กลับสู่คฤหาสน์หรูในกรุงทรีอาร์
“เป็นไงบ้าง?” ฟรังก้าและจินนาที่รออยู่ เอ่ยถามพร้อมกัน
“ผู้มี ‘ชะตากรรม’ เป็นส่วนหนึ่งของนาม ส่งข้อความมาผ่าน ‘ผู้ส่งสารแห่งเทพ’ มาถึงฉัน” ลูเมี่ยนเล่าเนื้อหา ‘จดหมาย’ ให้เพื่อนทั้งสองฟัง
“ทางนั้นเตือนคุณไม่ให้เข้าไปยังส่วนลึกของโลกในกระจกพิเศษ? รู้สึกเหมือนพังพอนไหว้ไก่ ฟังดูไม่หวังดีเท่าไร” ฟรังก้าบ่นพึมพำ
“นี่เป็นการชักจูงหรือเปล่า?” จินนาขมวดคิ้ว “แต่ความลับในส่วนลึกของโลกกระจกพิเศษที่เกี่ยวข้องกับ ‘นางมารต้นกำเนิด’ ก็อันตรายจริงๆ”
“น่าจะไม่ใช่การชักจูง” ลูเมี่ยนเล่าบทสนทนากับอามุนด์เท่าที่พอพูดได้ แล้วหัวเราะเหน็บแนมตัวเอง “บางทีคนที่จะกอบกู้วันสิ้นโลกอาจเป็นฉัน โดยมี ‘มิสเตอร์ฟูล’ คอยสกัดกั้น ไม่ให้เหล่าผู้ยิ่งใหญ่มารบกวน ส่วนฉันเดินเข้าโลกในกระจกพิเศษไป พลางตะโกนขึ้นฟ้าว่า ‘ไสหัวกลับไปซะ ไม่งั้นฉันจะไปเผชิญความน่ากลัวนั่น!’”
“ยุคสมัยแห่งการข่มขู่สินะ…” ฟรังก้าอดแซวไม่ได้
จินนาไม่ค่อยเห็นด้วย
“บางที อาจแค่สร้างปัญหาให้ผู้มี ‘ชะตากรรม’ เป็นส่วนหนึ่งของนาม แต่ไม่กระทบกับผู้ยิ่งใหญ่องค์อื่น”
“คุณเห็นฉันโง่หรือ? ก่อนจะรู้ว่าความน่ากลัวในส่วนลึกของโลกในกระจกพิเศษคืออะไร ใครจะกล้านำไปขู่เหล่าผู้ยิ่งใหญ่? ไม่ใช่ฉันแล้วคนหนึ่ง” ลูเมี่ยนล้อเล่นกับจินนา
หลังคุยกันสักพัก เขาหยิบเศษชิ้นส่วนโลกในกระจกพิเศษที่ได้จาก ‘นางมารสิ้นหวัง’ พานาเทียออกจาก ‘กระเป๋านักเดินทาง’ แล้วยื่นให้ฟรังก้า
“นับแต่นี้ไป ฉันต้องหลีกเลี่ยงการสัมผัสกับสิ่งที่เกี่ยวกับโลกในกระจกพิเศษให้มาก”
“รอบคอบ!” ฟรังก้าชูนิ้วโป้งชื่นชม
เธอคิดแล้วก็หยิบเศษชิ้นส่วนโลกในกระจกพิเศษของตัวเองออกมาด้วย ยื่นให้จินนาพร้อมของลูเมี่ยน
“ฉันมีเทวรูป ‘นางมารต้นกำเนิด’ อยู่กับตัว ช่วงสำคัญต้องหลีกเลี่ยงไม่ให้มันอยู่รวมกับเศษชิ้นส่วนโลกในกระจกพิเศษ”
“กำลังจะเตือนพอดี” จินนายิ้มพลางเก็บเศษชิ้นส่วนโลกในกระจกพิเศษทั้งสอง
ฟรังก้าตอบด้วยรอยยิ้ม หันมองลูเมี่ยน
“เรื่องนี้พักไว้ก่อน?”
เธอหมายถึงเรื่องลูอิส·กุสตาฟ อีกสักพัก หากผู้นำพรรคจักรพรรดิกลับจากทรีอาร์ยุคที่สี่และโลกในกระจกพิเศษ ก็ปล่อยให้ผู้วิเศษทางการรับมือไป พร้อมกับแจ้งนิกายนางมารด้วย พวกตนอย่าไปพัวพันจะดีกว่า
“อืม” ลูเมี่ยนพยักหน้า “ต่อจากนี้ นอกจากหาลัทธินอกรีตอื่นๆ ในกรุงทรีอาร์ รวมถึงเบาะแสของซาราธ ฉันจะมุ่งย่อยโอสถเป็นหลัก”
“อาจขออนุญาตจาก ‘มิสเตอร์ฟูล’ ด้วย เพื่อลองสวมบทบาท ‘จอมอาคมลมฟ้าอากาศ’ ในสถานการณ์เฉพาะ”
“อีกอย่าง ฉันติดต่อ ‘มิสเตอร์สตาร์’ กับ ‘มิสเตอร์มูน’ ไว้แล้ว ถ้าพบฐานที่มั่นพวก ‘โรงเรียนกุหลาบ’ หรือกองกำลัง ทางนั้นจะแจ้งมาทันที”
“ฉันจะพาพวกคุณไปทวีปใต้ ทำสงครามขนาดย่อมๆ”
การสวมบทบาท ‘นักบวชสงคราม’ ต้องทำในสงคราม
“ดี” ฟรังก้าชี้ชั้นบน “งั้นตอนนี้ไม่มีอะไรแล้วใช่ไหม?”
เธออยากกลับไปสร้างหุ่นยนต์ยักษ์ต่อ
ลูเมี่ยนไม่ตอบ แต่ยิ้มให้จินนาและฟรังก้า
“ได้ยินว่าคณะละครสัตว์ชื่อดัง แวะมาแสดงสัญจรในกรุงทรีอาร์พอดี ไปดูด้วยกันไหม?”
“ตกลง” จินนามองฟรังก้า
ฟรังก้าทำตัวเรียบร้อยอยู่สองอึดใจ
“ก็ได้”
…………
ผ่านไปอีกสัปดาห์กว่า
อ็องกูแลม·เดอ·ฟรองซัว สวมเสื้อคลุมสีน้ำตาลปักด้ายทอง เดินลงใต้ดินวิหารนักบุญวีฟ
เขากับเพื่อนร่วมงานหลายคนได้รับมอบหมายให้ไปหาลูอิส·กุสตาฟและคุณนายปัวริสในทรีอาร์ยุคที่สี่ จึงต้องประกอบพิธีรับพรจาก ‘สุริยันเจิดจรัส’ เพื่อต้านมลทินในทรีอาร์ยุคที่สี่ชั่วระยะหนึ่ง
หากไม่ทำเช่นนี้ แม้แต่ ‘ผู้เจิดจรัส’ ก็ยังอันตราย
“ดาบซ่อนแขนนะดาบซ่อนแขน…” อ็องกูแลมได้แต่ทอดถอนใจเงียบๆ
เรื่องที่ลูอิส·กุสตาฟพบกับผู้ที่น่าจะเป็นปัวริสในยุคที่สี่ เขาเป็นคนรายงานขึ้นไปเอง
หลังได้รับภารกิจนี้ อ็องกูแลมถามหา ‘ดาบซ่อนแขน’ ในกลุ่มโทรเลขหลายครั้ง อยากบ่นสักสองสามคำ แต่ ‘ดาบซ่อนแขน’ สัปดาห์กว่านี้ ออนไลน์แค่สองสามครั้ง ไม่รู้มัวยุ่งอะไรอยู่
……………………………………………………..