ราชันเร้นลับ 2 : วัฏจักรแห่งชะตา (Circle of Inevitability) - ตอนที่ 1105 รอคอย
- Home
- ราชันเร้นลับ 2 : วัฏจักรแห่งชะตา (Circle of Inevitability)
- ตอนที่ 1105 รอคอย
ตอนที่ 1105 รอคอย
เผชิญหน้ากับการโจมตีของลูเมี่ยน ‘นางมารเทา’ จูดิธยังคงยิ้มอย่างสงบนิ่ง
อุโมงค์ลวงตาที่พระองค์ประทับอยู่นั้น พังทลายลงเองพร้อมกับพระองค์
ก่อนที่ ‘ดาบประลัยกัลป์’ จะฟาดฟันถึงตัว ทุกสิ่งราวกับตัวต่อไม้ที่ถูกผลักล้ม ร่วงหล่นทีละชิ้นสองชิ้น ไหลทลายดุจน้ำตก
หายนะกลืนกินพระองค์ก่อน ตามด้วยพายุกาลอวกาศพัดกระหน่ำ แล้วตบท้ายด้วยดาบยักษ์เพลิงทมิฬของลูเมี่ยน
ครั้นมิติแห่งนี้กลับคืนสู่ความว่างเปล่า กระแสกาลอวกาศอันน่าพรั่นพรึงและยากจะบรรยาย เริ่มไหลเวียนอย่างไร้ระเบียบในส่วนลึกของความมืด
ภายในอุโมงค์ลวงตาสีดำสนิทอีกแห่งหนึ่ง ร่างของ ‘นางมารเทา’ จูดิธกลับปรากฏขึ้นอย่างน่าอัศจรรย์
พระองค์กำลังถ่วงเวลาลูเมี่ยนอย่างเห็นได้ชัด ไม่เปิดโอกาสให้กลับสู่โลกความจริง
ลูเมี่ยนเปลี่ยนทิศทาง ก้าวเดียวมาถึงเบื้องหน้า ‘นางมารเทา’ อีกครั้ง ฟาดฟัน ‘ดาบประลัยกัลป์’ ลงไป
…………
ส่วนลึกของทรีอาร์ใต้ดิน ลำต้นสีน้ำตาลอมเขียวของ ‘พฤกษาเงา’ ถูกหมอกสีเทาขาวปกคลุมอย่างทั่วถึง
เปลือกไม้ที่แต้มด่าง แรงกระหายที่ตกตะกอน และภาพในอดีตกาล เริ่มแปรเปลี่ยนเป็นลวงตาภายใต้การกัดกร่อนของ ‘หมอกประวัติศาสตร์’
สิ่งที่เป็นประวัติศาสตร์ จักกลับคืนสู่ประวัติศาสตร์!
สิ่งที่เป็นนามธรรมอาจกลายเป็นรูปธรรม และอาจถูกนิยามให้เป็นเพียงมโนทัศน์อันบริสุทธิ์
‘ราชันเร้นลับ’ ของจริงอาจกลายเป็นของปลอม ของปลอมก็อาจกลายเป็นของจริง ความแตกต่างระหว่างความจริงกับความเท็จไม่ชัดเจนอีกต่อไป!
ขณะที่หมอกสีเทาขาวกัดกร่อน ‘พฤกษาเงา’ อยู่ ร่างของ ‘มิสเตอร์ฟูล’ ผู้สวมถุงมือสีดำ ถือไม้ตะพดประดับเศษดวงดาว สวมเสื้อคลุมยาวสีดำสนิท พลันเกิดความรู้สึกวูบวาบ
ไม้ตะพดประดับเศษดวงดาวด้ามนั้น เปล่งประกายแสงเจิดจ้าในทันที
ณ ที่ใดสักแห่งในโลกกระจก ร่างของ ‘มิสเตอร์ฟูล’ ก้าวออกมา แฟลชด้วยความไวชนิดที่ดวงตาของมนุษย์ธรรมดาจับภาพไม่ทัน
ตรงหน้าเขาคืออุโมงค์ลวงตาที่ขาดตอนหลายช่วง ความมืดที่กลืนกินทุกสิ่งกำลังท่วมทับจุดที่พังทลาย ขวางกั้นเส้นทางเอาไว้
‘มิสเตอร์ฟูล’ เอ่ยด้วยน้ำเสียงต่ำทุ้ม เปล่งเสียงรวดเร็วยิ่ง
“ความ, ปรารถนา, ของ, ข้า, คือ”
“ให้, ที่, นี่, กลับ, คืน, สู่, สภาพ, เดิม”
เขาหยุดเล็กน้อยหลังการออกเสียงแต่ละครั้ง แต่การหยุดนี้ไม่เด่นชัด ไม่กระทบต่อการนำเสนอถ้อยคำอย่างรวดเร็ว เพียงทำให้พยางค์บางพยางค์ ฟังดูเหมือนส่งมาจากที่ไกลแสนไกล
เสียงเพิ่งขาดหาย ปาฏิหาริย์ก็บังเกิด อุโมงค์ลวงตาสีดำสนิทกลับคืนสู่ความสมบูรณ์ทั้งหมด สามารถเดินทางผ่านได้อย่างอิสระอีกครั้ง
…………
เมื่อเห็นบรรดาอุโมงค์ในกระจก ซึ่งดำรงอยู่ในรูปแบบใยแมงมุม ถูกซ่อมแซมสำเร็จ ‘เทวทูตสีชาด’ เมดีซีที่พิงอยู่ริมขอบมิติหลังกระจก หยิบแอปเปิลในมือขึ้นมา ยิ้มพลางกัดลงไปคำหนึ่ง
เมดีซีผู้ควบแน่นเกราะเหล็กดำเปื้อนเลือด มีพลังป้องกันด้อยกว่าผู้วิเศษเส้นทาง ‘นักรบ’ ลำดับเดียวกันไม่มากนัก ไม่รีบร้อนเดินหน้าต่อ หากแต่ยังคงรออยู่ในจุดเดิม เฝ้ารอการเปลี่ยนแปลงที่อาจเกิด เฝ้ารอผู้ขัดขวางที่อาจปรากฏ
หนึ่งในกุญแจสู่ความสำเร็จของ ‘นักล่า’ คือความอดทน อดทนรอให้เหยื่อก้าวเข้ากับดัก รอให้ทุกตัวแปรและเหตุไม่คาดฝันเผยตัว จนค้นพบจุดอ่อนที่แท้จริง แล้วจึงโจมตีให้ถึงแก่ชีวิต เก็บเกี่ยวชัยชนะ
เมื่อนานมาแล้ว เมดีซีมองข้าม ‘ความเป็นไปได้’ ที่อลิสต้า·ทูดอร์จะสมัครใจเสียสติ
ครั้งนี้ พระองค์จะไม่ตัดทางเลือกที่ดูเหลวไหลเหล่านั้นออกไปอีก
…………
ลูเมี่ยนร่างสูงนับสิบเมตร ทั่วกายลุกโชนด้วยเปลวไฟแดงฉานจนเกือบม่วง ใบหน้ายังคงรูปลักษณ์ของมนุษย์ ด้านหนึ่งงดงาม อีกด้านหล่อเหลา
กลางหน้าผากมีรอยแดงเลือดดุจหนามแหลม พร้อมจะปะทุได้ทุกเมื่อ
‘นางมารเทา’ เตรียมจะใช้กลเดิมซ้ำ หลบหนีการโจมตีอันทรงพลังของศัตรู ทว่าจิตใจพลันสั่นสะท้าน
พระองค์เริ่มมองว่าอีกฝ่ายสูงใหญ่ น่าเกรงขาม น่าพรั่นพรึง แข็งแกร่ง เปี่ยมเสน่ห์ อยากจะสยบยอมโดยไม่รู้ตัว
น่ากลัวยิ่งกว่านั้น พระองค์รู้สึกเหมือนได้เผชิญหน้ากับต้นกำเนิด เผชิญหน้ากับองค์เทพ เผชิญหน้ากับร่างอวตารแห่งการทำลายล้างและวันสิ้นโลก
สิ่งนี้ทำให้กายและใจของพระองค์สูญเสียตัวตนไปชั่วขณะ ไม่อาจตอบโต้อย่างมีประสิทธิภาพได้ทันท่วงที
พิชิต!
ลูเมี่ยนได้มาซึ่งพลัง ‘พิชิต’ ผ่านการบวงสรวงต่อ ‘นครภัยพิบัติ’
แถมยังเป็นพลังพิชิตที่แฝงกลิ่นอายแก่นแท้ต้นกำเนิดเล็กๆ
บัดนี้ เขาคือนักบวชของ ‘นครภัยพิบัติ’ อย่างแท้จริง บิชอปแห่งต้นกำเนิดสงคราม!
‘นางมารเทา’ แข็งทื่ออยู่กับที่ ลูเมี่ยนซึ่งดวงตาเป็นสีดำเหล็ก สะท้อนแสงซีดขาว ฟาดฟันดาบยักษ์สีดำที่ลุกโชนด้วยไฟประลัยกัลป์เข้าใส่
ขณะเดียวกัน ทั้งบน ล่าง ซ้าย ขวา หน้า หลังของ ‘นางมารเทา’ โลกในกระจกทยอยแตกเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อย แต่ละชิ้นถูก ‘พิชิต’ ให้กลายเป็นทหาร แปรสภาพเป็นลูกศรสั้นที่ประกอบจากเพลิงดำ ขนาดใหญ่บ้างเล็กบ้าง พันธนาการความดุร้ายและการทำลายล้างไว้ กระหน่ำพุ่งเข้าใส่จูดิธพร้อมกับส่งเสียงหวีดหวิว
มันหนาแน่นมิดชิด จนลมแทบไม่ผ่าน ราวกับทอเป็นตาข่ายประลัยกัลป์ ส่วนจูดิธคือปลาตัวใหญ่ใจกลางตาข่าย
บึ้ม!
เมื่อ ‘ดาบประลัยกัลป์’ ฟาดลงบนบ่าของ ‘นางมารเทา’ บรรดาลูกศรเพลิงดำก็พุ่งเข้าหาเป้าหมายจากทุกทิศทุกทาง
เสียงแตกร้าวดังขึ้นต่อเนื่อง ‘กระจกตัวแทน’ ของ ‘นางมารเทา’ จูดิธระเบิดพร้อมกันหมด ไม่มีชิ้นใดรอดพ้น
พระองค์ในปัจจุบันคือพระองค์ในกระจก แต่กระทั่งพระองค์บนโลกความจริงก็ได้รับผลกระทบจาก ‘เก็บเกี่ยว’ และ ‘ดาบประลัยกัลป์’ ด้วยเช่นกัน ร่างลุกโชนด้วยเพลิงดำ มอดไหม้เป็นเถ้าถ่าน
มีเพียงกระจกแห่งการหลับใหลที่พระองค์ซ่อนไว้ล่วงหน้าในหลายสถานที่ ตัดขาดการเชื่อมโยงทางศาสตร์เร้นลับส่วนใหญ่แล้วเท่านั้น ที่รอดพ้นภัยมาได้
ซึ่งพระองค์ต้องใช้เวลาไม่น้อย กว่าจะฟื้นคืนชีพได้ด้วยวิธีนี้
หลังจัดการ ‘นางมารเทา’ แล้ว ร่างกายของลูเมี่ยนหดเล็กลงฉับพลัน ธงสีแดงเลือดใจกลางหน้าผากค่อยๆ หดกลับ แต่ก็ราวกับยังคงดิ้นรน
เขาไม่ชักช้าแต่อย่างใด ไม่คิดจะไล่ล่า ‘นางมารเทา’ ต่อ หวังหลุดพ้นจากโลกในกระจกทันที แล้วค่อยหาทางไปรวมตัวกับฟรังก้า จินนา และพรรคพวก
ในชั่วพริบตา เขาตระหนักถึงบางสิ่ง จึงหันมองไปยังอุโมงค์ลวงตาแห่งหนึ่ง
เขาสัมผัสว่า ความปลอดภัยที่แท้จริงอยู่ตรงนั้น
ร่างของลูเมี่ยนเริ่มโปร่งแสง เตรียมจะทะลุผ่านไป
ทว่าในขณะนั้น ความคิดของเขาพลันแข็งทื่อ ผิวกายสัมผัสได้ถึงความรู้สึกลื่นเลื่อม แต่วิเศษงดงาม
เขาเห็นเส้นผมสีดำหนาราวกับงูกลุ่มหนึ่ง ไม่รู้ว่าโผล่จากที่ใด พันรัดตัวเขาไว้
ปลายผมบ้างฝังดวงตาขาวดำ บ้างเป็นหัวอสรพิษ กำลังอ้าปากเล็กน้อย แลบลิ้นออกมา
ลูเมี่ยนยังเห็นอีกว่า ภายใต้การจ้องมองของดวงตาขาวดำเหล่านั้น ร่างกายของเขาถูกฉาบด้วยสีเทาขาวแล้ว กลายเป็นหิน ไม่อาจใช้พลังใดๆ ได้อีก
ตัวเขาในสภาพรูปปั้นหิน ถูกเส้นผมหนาราวกับงู ลื่นเลื่อมชุ่มชื้นเหล่านั้น พันรัดไว้ชั้นแล้วชั้นเล่า
สิ่งเดียวที่เขาทำได้ในตอนนี้คือ การฆ่าตัวตาย
ทันใดนั้น เสียงสตรีที่อ่อนหวาน นุ่มนวล แฝงรอยยิ้มเล็กๆ ได้ดังขึ้นข้างใบหู
“ข้ารอเจ้ามานานแล้ว”
เสียงนี้ขยี้จิตใจของลูเมี่ยน จนทั่วร่างคันยุบยิบ แม้จะกลายเป็นหินไปแล้ว ก็ยังจมดิ่งลงไป ไม่อยากดิ้นรนหลุดพ้น
ในสมองของเขาผุดชื่อหนึ่งทันที
‘นางมารต้นกำเนิด’ ชีค!
มือขาวละเอียดคู่หนึ่ง ยื่นมาจากด้านหลังถึงใบหน้าของลูเมี่ยน ลูบไล้แก้มเขาแผ่วเบา
มือคู่งามนี้ยังไม่อาจเรียกว่าหมดจดสมบูรณ์แบบ แต่กลับกระตุ้นความปรารถนาดั้งเดิม ซึ่งรุนแรงที่สุดในใจทุกคน พร้อมกับทำให้เหยื่อบรรลุถึงสุขสมที่พุ่งตรงสู่สรวงสวรรค์ในพริบตา แล้วติดอยู่ในห้วงนั้นอย่างไม่อาจหลุดพ้น
เพียงแค่ได้เห็นเท่านั้น
ลูเมี่ยนในสภาพสาปหิน ก็ได้รับผลกระทบเช่นกัน สมองแทบว่างเปล่า
ที่ยังไม่ว่างเปล่าโดยสิ้นเชิง เพราะเขาเห็นตัวเองในกระจกก็ถูกเส้นผมหนาลื่นเลื่อมราวงูพิษสีดำ ลากออกมาจากที่ซ่อนตัว ทั่วร่างถูกฉาบด้วยสีเทาขาว
ด้านหลังของเขามีร่างที่สัดส่วนเว้าโค้ง เย็นเฉียบ แต่แฝงความร้อนแรงยากจะบรรยายแนบติดมาด้วย
ร่างดังกล่าวประคองใบหน้าเขาอยู่ ใช้ผมดำยาวลากเขา ถอยกลับไปยังส่วนลึกของโลกในกระจก ไปยังโลกในกระจกพิเศษนั่น
‘มิสเตอร์ฟูล’ แฟลชมาถึงบริเวณนี้ พอดีทันเห็นรางๆ ว่า ลูเมี่ยนในกระจกถูกร่างเปี่ยมเสน่ห์ล้นเหลือโอบกอดจากด้านหลัง พลางลากเข้าไปข้างใน
เสื้อคลุมสีดำของเขาสะบัดพลิ้วทันที
ปั่นหัว!
ในขณะเดียวกัน เบื้องหน้าลูเมี่ยน ร่างสูงสิบกว่าเมตรได้ปรากฏกาย
นั่นคือสตรี สวมชุดกระโปรงยาวราวกับทำจากกระดูก ผมดำขลับดุจดังอสรพิษยักษ์ ยาว หนา และลื่นเลื่อม ปลายผมบ้างเป็นหัวงู บ้างเป็นดวงตาขาวดำกลอกกลิ้ง ทุกสิ่งรอบข้างกลายเป็นหินเพราะมัน พร้อมกับปลดปล่อยจุลชีพทางศาสตร์เร้นลับนานาชนิด
ความงามในรูปโฉมของสตรีข้างต้น ล้ำเลยมนุษย์ไปแล้ว ถึงขั้นเป็นมโนทัศน์
ทุกสรรพชีวิต สรรพสิ่ง ล้วนจะหลงใหลคลั่งไคล้ในทุกอิริยาบถของพระองค์ สุขสมตลอดเวลา
แม้แต่กฎเกณฑ์ แม้แต่มโนทัศน์ ดูเหมือนจะไม่ค่อยอยากจำกัดพระองค์ เป็นศัตรูกับพระองค์
‘ปั่นหัว’ ของ ‘มิสเตอร์ฟูล’ เกิดผลในพริบตา ช่วยให้ดวงตาสีครามดุจมหาสมุทร ใสราวอัญมณีของสตรีคนดังกล่าวพลันมัวหม่น
ทว่าเสน่ห์ของพระองค์ไม่ลดลงเลย กลับแสดงความเย้ายวนอีกแบบหนึ่ง
สิ่งนี้ทำให้แม้แต่ ‘มิสเตอร์ฟูล’ ก็ตะลึงไปชั่วขณะ
ด้วยความตะลึงเพียงชั่วครู่นี้เอง บริเวณภายนอกโลกในกระจกพิเศษนั้น พร้อมกับร่างของ ‘นางมารต้นกำเนิด’ ชีค ต่างมุ่งสู่วันสิ้นโลก หดตัวเป็นความมืดที่อันตรายผิดวิสัยในพริบตา
เมื่อ ‘มิสเตอร์ฟูล’ อธิษฐานด้วยตนเอง สมปรารถนาด้วยตนเอง จนเรียกคืนสภาพเดิมของที่นี่กลับมา ร่างของลูเมี่ยนก็หายไปแล้วในความมืดมิดลึกล้ำ อันเป็นตัวแทนของโลกในกระจกพิเศษ
ร่างที่กำลังแฟลชของ ‘มิสเตอร์ฟูล’ ชูไม้ตะพดประดับเศษดวงดาวในมือ เปลี่ยนท้องฟ้ายามราตรีให้มีหมู่ดาวเจิดจ้าปรากฏ
ดวงดาวเหล่านั้น ประกอบกันเป็นกุญแจมายาที่มีทิศทางชี้นำ เปิดบาเรียของโลกในกระจกพิเศษด้วยกำลัง ระบุตำแหน่งปัจจุบันของลูเมี่ยน
‘มิสเตอร์ฟูล’ กำลังจะ ‘ท่อง’ เข้าไปด้านใน จากความมืดมิดลึกล้ำดังกล่าว ได้มี ‘สีดำ’ ประหลาดไหลมายังขอบ ก่อตัวเป็นเงารางๆ ใหญ่โตผิดปกติ บิดเบี้ยวสุดขีด คล้ายมนุษย์แต่มีส่วนที่ไม่ใช่มนุษย์หลายประการ
เงาดังกล่าวมองผ่านบาเรียของโลกในกระจกพิเศษ แววตาเต็มไปด้วยความคลั่ง แต่เงียบสงบอย่างยิ่งยวด จ้องมายัง ‘เดอะฟูล’ ราวกับรอให้เขาผ่านเข้าไป
‘มิสเตอร์ฟูล’ หยุดการ ‘ท่อง’ แล้วจ้องมองเงานั้นอย่างสงบเช่นกัน
ในมิติหลังกระจกแห่งหนึ่ง ซึ่งไม่ไกลจากที่นี่นัก ‘เทวทูตสีชาด’ เมดีซีพิงผิวกระจกแข็ง ยกแอปเปิลแดงในมือเข้าปาก กัดลงไปอีกคำ
ท่ามกลางเสียงกรอบแกรบ พระองค์บ่นกับตัวเองเสียงแผ่ว
“ชีคโผล่มาจริงๆ…”
“แต่พระองค์ไม่อ่อนแอเลยสักนิด กลับดูแข็งแกร่งขึ้นด้วยซ้ำ…”
……………………………………………………..