ราชันเร้นลับ 2 : วัฏจักรแห่งชะตา (Circle of Inevitability) - ตอนที่ 1107 บทบาท
- Home
- ราชันเร้นลับ 2 : วัฏจักรแห่งชะตา (Circle of Inevitability)
- ตอนที่ 1107 บทบาท
ตอนที่ 1107 บทบาท
………………..
พระผู้สร้างต้นกำเนิดในกระจก? ‘นางมารต้นกำเนิด’ เสียสติไปแล้วหรือ? กล้าตั้งนามอันทรงเกียรติแบบนี้ให้ตัวเอง แถมยังใช้ได้จริงอีก? ฟรังก้าเตรียมใจไว้แล้วว่า จะไม่ตกใจหรือประหลาดใจ เพื่อไม่ให้ ‘นางมารดำ’ ฉวยโอกาสโจมตี แต่สถานการณ์จริงกลับยังเกินความคาดหมายของเธออยู่ดี
นามอันทรงเกียรติว่า ‘ร่างสตรีของพระเจ้าดั้งเดิม’ นั้น หลังจากผ่านความตกใจในตอนแรกไปแล้ว เธอก็รู้สึกว่าพอเข้าใจได้ก่อนหน้านี้ลูเมี่ยนเคยสงสัยว่า ความน่าสะพรึงกลัวครั้งใหญ่ในส่วนลึกของโลกกระจกพิเศษ น่าจะเกี่ยวข้องกับการคืนชีพของ ‘พระเจ้าดั้งเดิม’ การที่ ‘นางมารต้นกำเนิด’ ซึ่งสัมผัสใกล้ชิดกับเรื่องนี้ และควบคุมมันได้ในระดับหนึ่ง จะกลายเป็น ‘ร่างสตรีของพระเจ้าดั้งเดิม’ อย่างเงียบงัน แม้จะน่ากลัวยิ่ง แต่ก็ไม่ถือว่าเหนือความคาดหมายมากนัก
แต่กับ ‘พระผู้สร้างต้นกำเนิดในกระจก’ นั้น ถือว่าเกินจินตนาการของพวกตนโดยสิ้นเชิง!
‘นางมารต้นกำเนิด’ คิดได้อย่างไรว่า พระองค์จะรับนามอันทรงเกียรติเช่นนี้ไหว?
พระองค์กับอลิสต้า·ทูดอร์ ไปก่อความน่าสะพรึงกลัวอันใดไว้ในส่วนลึกของโลกกระจกพิเศษ?
คงไม่ใช่จะทำลายโลกแล้วสร้างใหม่หรอกกระมัง?
…………
ส่วนลึกของโลกในกระจกพิเศษ
‘นางมารต้นกำเนิด’ ชีค ราวกับว่าไม่ได้มีคนคุยด้วยมานาน หรือไม่ก็แอบแฝงเจตนาอันตราย ไม่สนใจว่าลูเมี่ยนซึ่งกลายเป็นหินจะคิดอย่างไร
ท่ามกลางสีเทาขาวที่แตกร้าว เธอส่งเสียงหายใจกระเส่าพลางหัวเราะขึ้นๆ ลงๆ
“ผนวกกับเรื่องที่ แฮ่ก…โลกในกระจกเป็นของเส้นทาง ‘นางมาร’…”
“คำตอบก็ ฮู่…ก็ชัดเจนแล้ว…”
“พระผู้สร้างต้นกำเนิดในกระจก…”
สมองของลูเมี่ยนราวกับมีดอกไม้ไฟระเบิดปะทุ ท่วมท้นไปด้วยสีสัน งดงามแต่ก็อันตราย
ใบหน้าของเขาถูกประคองด้วยฝ่ามือขาวนวลละเอียดอ่อน แขนเปลือยเปล่าดุจหยกขาวเชื่อมต่อไปยังร่างกายอันเปี่ยมเสน่ห์ราวกับงานศิลป์
เส้นผมดำขลับนับไม่ถ้วน รูปร่างคล้ายอสรพิษ เลื้อยไต่ไปมาทั่วร่างของเขา ลื่นเลื่อมผสมกับความชุ่มชื้นจากเหงื่อ
เสียงสตรีอันไพเราะจนแม้แต่ดวงวิญญาณของลูเมี่ยนก็ยังอยากใกล้ชิด บ้างก็ดังขึ้นทางซ้ายของเขา บ้างก็วิ่งไปทางขวา บ้างก็ลงมาตรงอกเขาพร้อมกับความรู้สึกชุ่มชื้น
“พระเจ้าดั้งเดิม แฮ่ก…ผู้เคยรองรับ ‘นครภัยพิบัติ’ ฮู่…ทราบเรื่องนี้เป็นอย่างดี…”
“การจัดแจงเพื่อคืนชีพของพระองค์ แฮ่ก…ส่วนหนึ่งอยู่ใน ‘ทะเลแห่งความโกลาหล’ และในห้าเส้นทางที่สอดคล้องกับ ‘ทะเลแห่งความโกลาหล’ ฮู่…อีกส่วนหนึ่งก็ซ่อนอยู่ใน ‘นครภัยพิบัติ’ แฮ่ก…ซ่อนอยู่ในเส้นทาง ‘นางมาร’ และ ‘นักล่า’…”
“เมื่อ ‘นางมาร’ ผู้ครองปฐมกาล แฮ่ก…พบและรวมเป็นหนึ่งกับ ‘นักบวชสีชาด’ ฮู่…พระองค์ก็จะรวม ‘สามเป็นหนึ่ง’ ใน ‘นครภัยพิบัติ’ ด้วยร่างของ ‘นางมารปฐมกาล’ และ ‘นักบวชสีชาด’ ฮ่อ…ฟื้นคืนชีพพร้อมกัน หลอมรวมเป็นหนึ่งเดียว กลับคืนมาจากในกระจก…”
“ฮู่…แต่พระองค์สิ้นพระชนม์เร็วเกินไป บางเรื่อง ไม่เป็นไปตามที่คาดคิด ไม่ตรงตามที่จัดแจงไว้…”
“นครภัยพิบัติ แฮ่ก…ถูกผนึกไว้ที่…ทวีปตะวันตก ทำให้พระองค์ไม่สามารถ รวมสามเป็นหนึ่ง รวมภัยพิบัติทั้งหมดเป็นหนึ่งได้เร็วนัก แถม ฮ่อ…ที่ ‘นครภัยพิบัติ’ ยังเกิดความผิดปกติอื่นขึ้นอีก…”
“จิตสำนึกของพระองค์ ลืมตาตื่นในตัวข้าและทูดอร์ อา…ทูดอร์ แต่ไม่มี ‘นครภัยพิบัติ’ คอยสนองรับและเชื่อมโยง…จิตสำนึกนั้น เพิ่มพลังช้ามาก แฮ่ก…ถูกพวกเราปราบไว้ได้ ควบคุมไว้ได้…”
“อีกอย่าง แฮ่ก…สถานที่ที่เราร่วมหอ ไม่ใช่โลกในกระจกธรรมดา ฮู่…แต่เป็นโลกในกระจกพิเศษที่เบเทลสร้าง…”
“เบเทลตอนนั้น ได้ปรองดองกับเอกลักษณ์ของเส้นทาง ‘ประตู’ และตะกอนพลังลำดับ 1 ทุกก้อนแล้ว แฮ่ก…แต่อาศัยความพิเศษของเส้นทาง ‘ประตู’ ผนึกตัวเอง ขัดขวางการรวมตัว จึงไม่ได้กลายเป็นเทพ ฮ่อ…แต่พระองค์ก็สัมผัสได้ถึง การฟื้นคืนอันน่าสะพรึงกลัวของราชันสวรรค์ในร่างของพระองค์ แฮ่ก…ยุคที่สี่ไม่เหมาะกับการที่สามเส้นทาง ‘เร้นลับ’ จะกลายเป็นเทพ…”
“การที่เบเทลสร้างโลกในกระจกพิเศษ ฮู่…เป็นความสมัครใจ ส่วนจะมีอิทธิพลของเทวบารมีหรือไม่ ไม่มีใครรู้…”
“เมื่อด้านสตรีและด้านบุรุษดั้งเดิม หลอมรวมกับจิตสำนึกของ ‘พระเจ้าดั้งเดิม’ และโลกในกระจกพิเศษที่สร้างโดยเส้นทางเร้นลับ การพัฒนาของเหตุการณ์ก็หลุดพ้นจากการจัดแจงของพระเจ้าดั้งเดิม!”
เสียงสตรีอันแหบพร่าหยุดหายใจหอบ พลันเปลี่ยนเป็นเสียงสูงแหลม ราวกับหงส์ที่ออกแรงย้อนคอกลับไปด้านหลัง
“ร่างชายหญิงต้นกำเนิด…บวกกับพลังของสองเสาหลักที่ขึ้นตรงต่อองค์ต้นกำเนิด…” ลูเมี่ยนที่ตกอยู่ในนรกเพราะแรงกระหาย พลันเข้าใจว่าเหตุใดจึงมี ‘พระผู้สร้างต้นกำเนิดในกระจก’ ปรากฏ
ในเรื่องนี้ ราชันสวรรค์ได้ใช้อิทธิพลอย่างไร้สติ หรืออาจมีสติอยู่บ้าง พยายามขัดขวางการคืนชีพของพระเจ้าดั้งเดิม ผลก็คือ เหตุการณ์พัฒนาไปในทิศทางที่เกินความคาดหมายของทุกฝ่าย
ในส่วนลึกของโลกกระจกพิเศษได้ก่อกำเนิดความน่าสะพรึงกลัวครั้งใหญ่ที่ไม่มีใครรู้จัก จนแผนการของราชันสวรรค์ที่จะอาศัย ‘คนในกระจก’ แยกตัวเอง เอาชนะมิสเตอร์ฟูล ต้องประสบความล้มเหลวโดยสิ้นเชิง
เสียงสตรีไม่แหบพร่าอีกต่อไป กลับกลายเป็นทุ้มต่ำนุ่มนวล ผ่อนคลายยิ่งนัก
“พระผู้สร้างต้นกำเนิดในกระจกจึงถือกำเนิดขึ้น แต่จิตสำนึกของพระองค์อ่อนแอยิ่ง เหมือนทารกแรกเกิดทุกคน…”
“นี่จึงเป็นโอกาสแก่ข้าและเจ้า ไม่เพียงแต่เป็นโอกาสปราบจิตสำนึกที่ฟื้นคืนของพระเจ้าดั้งเดิม แต่ยังเป็นโอกาสกลายเป็นพระผู้สร้างอย่างแท้จริง…”
“มันอันตรายอย่างยิ่ง ความพยายามต่างๆ ในกระบวนการเหล่านี้ คือพฤติกรรมที่บ้าคลั่งที่สุดในโลก แต่เจ้ากลับไม่กลัว นี่คือตอนที่เจ้ามีเสน่ห์ที่สุด…”
“ข้าและทูดอร์พยายามหลอมรวมกับพระผู้สร้างต้นกำเนิดในกระจก คนหนึ่งแบกรับด้านหญิง อีกคนรองรับด้านชาย แล้วอาศัยสิ่งนี้ควบคุม ‘นครภัยพิบัติ’”
“เช่นนี้ก็จะแยกกันได้ แต่ก็รวมกันได้ เป็นหนึ่งเดียวได้ แต่ก็เป็นสองร่างได้ เป็นอันหนึ่งอันเดียวกันได้ แต่ก็ขัดแย้งกันได้…”
“ดูเหมือนนี่จะเป็นวิธีหนึ่งที่พระเจ้าดั้งเดิมจะดำรงอยู่ได้อย่างมั่นคง แต่ยังไม่เคยได้รับการพิสูจน์…”
“ตอนนี้ เจ้ามาแล้ว บนตัวเจ้ายังมีลูกแฝดของ ‘เทวมารดาเสื่อมทราม’ มีตราประทับของ ‘แม่น้ำอันธการนิรันดร์’”
“ทั้งหมดนี้รวมกัน ‘พระผู้สร้างต้นกำเนิดในกระจก’ อาจจะกลายเป็นจริงได้…”
“เมื่อถึงตอนนั้น โลกในกระจกจะมีดวงอาทิตย์ จะมีดวงจันทร์ จะมีหมู่ดาว จะมีทุกสิ่งของโลกภายนอก กลายเป็นเหมือนกับความเป็นจริงทุกประการ…”
เสียงสตรีที่นุ่มนวลผ่อนคลาย กลับกลายเป็นหนักแน่นอีกครั้ง แต่ยังสับสนการใช้สรรพนามระหว่าง ‘เจ้า’ กับ ‘ทูดอร์’ ประหนึ่งต้องการให้ ‘เจ้า’ และ ‘ทูดอร์’ กลายเป็นสิ่งเดียวกัน
เสียงดังกล่าวแฝงรอยยิ้มเล็กๆ ริมฝีปากอันหวานหอม ประกบปิดปากของลูเมี่ยนไว้ พลางส่งเสียงก้องกังวานในช่องปากของเขา
“อาดัมต้องการฝึกฝนเจ้าให้ไปรองรับ ‘นครภัยพิบัติ’ ทว่า ตั้งแต่ข้าเห็นเจ้าครั้งแรก ก็เชื่อทันทีว่านี่คือร่างกายที่ถูกเตรียมไว้ให้ทูดอร์และข้า”
“เจ้าไม่ควรกลายเป็น ‘รากเหง้าแห่งภัยพิบัติ’ ‘หายนะล้างโลก’ แต่ควรเป็น ‘พระผู้สร้างต้นกำเนิดในกระจก’ เป็นทูดอร์ และเป็นชีค…”
พูดถึงตรงนี้ ลิ้นที่นำพาความตื่นเต้นและสุขสมอย่างหนาแน่น ถูกดึงกลับไป ถอนหายใจพลางหวนระลึก
“ความพยายามของพวกเราค่อยๆ เห็นผล หลอมรวมได้จริง แต่อาดัมสังเกตเห็นความผิดปกติเสียก่อน ทางนั้นเองก็มีลางสังหรณ์อันตราย สงครามสี่จักรพรรดิจึงปะทุขึ้น…”
“มีทั้งที่หวังจัดการพวกเรา และที่ฉวยโอกาสความวุ่นวายโจมตีศัตรู…”
“อันที่จริง ข้าอยากสังหารอาดัมก่อนเริ่มแผนการ เพื่อไม่ให้พระองค์ล่วงรู้เจตนาของเรา เจ้าเองก็สนับสนุน แต่เจ้าบ้านั่นวิ่งหนีเร็วกว่าใคร ซ่อนตัวลึกกว่าใคร…”
“น่าเสียดาย การหลอมรวมของพวกเรายังไม่เสร็จสมบูรณ์ ศัตรูก็มีมากมายถึงเพียงนั้น…”
“ในช่วงเวลาสุดท้าย ทูดอร์ต้องการฝืนหลอมรวมให้สำเร็จ อาศัยสิ่งนี้ดึงแก่นแท้ต้นกำเนิดอื่นๆ ออกมาจากทวีปตะวันตก ลากทั้งโลกไปตายด้วยกัน รอให้สัญลักษณ์ของพระผู้สร้างปรากฏท่ามกลางความตาย…”
“นี่บ้าคลั่งเกินไป ความฝันของพวกเรายังไม่สำเร็จ พวกเรายังไม่ได้กลายเป็น ‘พระผู้สร้างต้นกำเนิดในกระจก’ เลย”
“ข้าจึงตัดสินใจให้เจ้าตายไปสักพักก่อน แล้วค่อยชุบชีวิตกลับมา…”
“ข้าโจมตีใส่จุดตายของทูดอร์ แล้วให้ซาลินเจอร์มาเก็บเกี่ยวชีวิตพระองค์ ส่งดวงวิญญาณของพระองค์เข้าสู่ ‘แม่น้ำอันธการนิรันดร์’…”
“ในภายหลัง ข้าไปหาซาลินเจอร์ เพื่อชุบชีวิตเจ้า เพื่อให้พระองค์ไปจัดการกับพวกที่อ้างตัวเป็นเทพจารีตทั้งเจ็ดองค์…”
“ซาลินเจอร์ไม่รู้ถูกใครยุยง อาศัยสาขาของ ‘แม่น้ำอันธการนิรันดร์’ ฝืนปรองดองเอกลักษณ์ของ ‘นักบวชสีชาด’ เข้าไป ทำให้กึ่งคลั่งในทันที…”
“นี่กลับกลายเป็นเรื่องดี เช่นนี้เจ้าก็มีโอกาสคืนชีพในร่างของพระองค์ คนกึ่งคลั่งย่อมถูกชักจูงได้ง่ายกว่า…”
“ข้าจะชักจูงพระองค์ไปยังทรีอาร์ยุคที่สี่เพื่อเก็บศพทูดอร์ หลอมรวมเข้ากับตัวเอง ชักจูงพระองค์ให้สัมผัสโลกในกระจกพิเศษ”
“เช่นนี้ เจ้าก็จะฟื้นคืนชีพได้…”
“ทุกอย่างราบรื่นดีในทีแรก แต่ดันเกิดเรื่องไม่คาดคิดขึ้น…”
เสียงสตรีพลันหม่นหมองลง ราวกับกำลังกดข่มความคลั่งของตนเอง
“เรื่องที่ซาลินเจอร์บังคับปรองดองเอกลักษณ์ของ ‘นักบวชสีชาด’ กลับทำให้ ‘พระผู้สร้างต้นกำเนิดในกระจก’ เกิดการกลายพันธุ์ มีตัวตนขึ้นมาในระดับหนึ่ง…”
“นางเหมือนข้าทุกประการ เพียงแต่ชอบสวมกระโปรงกระดูกสีดำ นางยังบอกว่านางเป็นสตรีแท้”
“ฮ่ะๆ บางครั้ง ข้าก็อดสงสัยไม่ได้ว่า ที่จริงไม่ใช่ ‘พระผู้สร้างต้นกำเนิดในกระจก’ มีจิตสำนึกของตนเอง แต่เป็นข้าเองที่จิตใจและบุคลิกแตกแยก…”
“เพื่อปราบนาง และหลอมรวมต่อไป ข้าจำต้องปล่อยให้จิตสำนึกของ ‘พระเจ้าดั้งเดิม’ ในตัวเองฟื้นคืนมากขึ้น เพื่อแสวงหาความสมดุล…”
“นับแต่นั้นมา ข้าต้องปราบจิตสำนึกของพระเจ้าดั้งเดิมไปด้วย ต้องต่อสู้กับตัวข้าสีดำไปด้วย ส่วนใหญ่ได้แต่อยู่ในนี้ ไม่อาจแทรกแซงโลกภายนอกได้มากนัก…”
“ยังดีที่ปัญหาไม่ร้ายแรงเท่าไร เพียงแต่ข้าและลูกหลานสายตรงของข้า จะมีอาการบุคลิก จิตใจ จิตสำนึก ความทรงจำแยกออกจากกันและสูญหายเป็นพักๆ…”
พูดไปพลาง ขณะที่ลูเมี่ยนถึง ‘สุขสม’ อย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน เสียงสตรีก็หัวเราะขึ้นมา
“ตอนนี้ สภาพของเจ้าเหมาะสมแล้ว เจ้าจะเท่ากับทูดอร์…”
“อย่าคาดหวังความช่วยเหลือจาก ‘เดอะฟูล’ พระองค์เพิ่งลืมตาตื่นเบื้องต้น ยังไม่ใช่ผู้ยิ่งใหญ่อย่างแท้จริง ลำพังพระผู้สร้างในกระจกที่ถูกข้าครอบงำ ก็เพียงพอจะขวางพระองค์ได้…”
“ส่วนทางอาดัม มีปัญหาอื่น…”
ในสายตาอันพร่ามัวของลูเมี่ยน แขนคู่หนึ่ง ขาวนวลลื่นเลื่อมราวกับมีประกาย ได้ยกมงกุฎรูปทรงแปลกประหลาดขึ้นมา มันทั้งเปื้อนเลือดและมีสนิมเหล็ก
มงกุฎนี้กลายเป็นภาพลวงตาทันที ราวกับถูกคืนรูปเป็นจุดแสงเล็กๆ นับไม่ถ้วน แต่ยังคงรูปร่างโดยรวมไว้
มือที่งดงามปลายแขนขาวนวล นำ ‘มงกุฎ’ ไปยังเหนือศีรษะของลูเมี่ยน ราวกับจะสวมให้เขา
ไม่สิ ไม่ใช่สวม มือคู่นั้นบังคับกด ‘มงกุฎ’ เข้าไปในหัวของลูเมี่ยน โดยไม่พึ่งพาวัตถุดิบเสริม และไม่มีพิธีเลื่อนลำดับ
ขณะเดียวกัน แขนขาวนวลนับไม่ถ้วนทยอยปรากฏ พร้อมกับเส้นผมสีดำคล้ายอสรพิษ พันรัดร่างกายของลูเมี่ยนด้วยสารพัดวิธีการ
ใบหน้าอันงดงามพลันแนบเข้าใกล้ศีรษะของลูเมี่ยนจากด้านข้าง ริมฝีปากอมชมพูถอนหายใจอย่างยินดีระคนพึงพอใจ
“เจ้าเป็นใครไม่สำคัญ…”
“เจ้าอยากทำอะไรก็ไม่สำคัญ…”
“ที่สำคัญคือ เจ้าสวมบทบาทอะไร…”
เสียงนี้เบาหวิวนุ่มนวล ก้องกังวานไป
……………………………………………………..