ราชันเร้นลับ 2 : วัฏจักรแห่งชะตา (Circle of Inevitability) - ตอนที่ 1108 หลอมรวม
- Home
- ราชันเร้นลับ 2 : วัฏจักรแห่งชะตา (Circle of Inevitability)
- ตอนที่ 1108 หลอมรวม
ตอนที่ 1108 หลอมรวม
………………..
ขณะมงกุฎที่ราวกับหล่อจากสนิมเหล็กและเลือด ถูกกดเข้าไปในศีรษะของลูเมี่ยนทีละนิด ลูเมี่ยนซึ่งอยู่ในสภาพสุขสมต่อเนื่อง แถมยังถูกสาปหิน พลันหวนคืนสติกลับมาเล็กน้อย
“มงกุฎนี้คือตะกอนพลังของ ‘ผู้พิชิต’ ลำดับ 1 เส้นทาง ‘นักล่า’?”
“ตะกอนส่วนที่ตกไปอยู่ในมือของ ‘นางมารต้นกำเนิด’?”
“โอสถ ‘จอมอาคมลมฟ้าอากาศ’ ของเราเพิ่งย่อยไปได้แค่บางส่วน…”
“ในสถานการณ์แบบนี้ การฝืนหลอมรวมตะกอนพลัง ‘ผู้พิชิต’ โดยไม่มีวัตถุดิบเสริม ไม่พิธีเลื่อนลำดับช่วย เราต้องคลุ้มคลั่งแน่…”
“นี่คืออนาคตที่จดหมายของ ‘วัฏจักรแห่งชะตา’ บ่งบอก และยังเป็นคำทำนายใน ‘คัมภีร์วิวรณ์ภาคต่อ’ สินะ?”
ลูเมี่ยนยังพอจะคิดอะไรได้บ้าง แต่ไร้หนทางจะใช้พลัง เพราะเส้นผมสีดำดุจอสรพิษที่นำมาซึ่งการสาปหิน ยังคงพันรัดเขาอยู่
ร่างขาวนวลที่มอบทั้งสวรรค์และนรกให้เขา ยังคงอยู่บนตัวเขา โอบรับเขา กอดรัดเขาจากทุกทิศทุกทาง
มงกุฎลวงตาที่เปื้อนเลือดและสนิมเหล็ก ค่อยๆ จมหายเข้าไปในศีรษะของลูเมี่ยน นำมาซึ่งความเจ็บปวดราวกับถูกฉีกกระชาก นำมาซึ่งแรงกระหายที่จะพิชิตทุกสิ่ง รวมถึงอารมณ์ดุร้ายบ้าคลั่ง
เสียงสตรีที่มีทั้งรอยยิ้มและเสียงถอนหายใจผสมผสานกัน เปี่ยมไปด้วยความรู้สึกเย้ายวน ดังขึ้นอีกครั้งข้างหูของลูเมี่ยน
“รอจนพวกเราเป็น ‘พระผู้สร้างต้นกำเนิดในกระจก’ อย่างแท้จริง เจ้าก็ไม่ต้องกังวลเรื่องอนาคต กังวลเรื่องวันสิ้นโลกอีกต่อไป”
“ต่อให้โลกความจริงพินาศ ตราบใดที่จักรวาลนี้ยังมีกระจกสักบานหนึ่งหลงเหลืออยู่ โลกในกระจกก็จะไม่แตกสลายโดยสิ้นเชิง”
“ถึงตอนนั้น โลกความจริงที่โลกในกระจกสะท้อน จะก้าวออกจากกระจกในสภาพเดิมทุกประการ สิ่งก่อสร้างต่างๆ จะกลับมาสมบูรณ์ มนุษย์ทุกคนจะฟื้นคืนชีพ มีชีวิตต่อไปอย่างมีความสุข เพียงแต่นิสัยการใช้มือซ้ายขวาจะสลับกัน…”
“ข้าทราบดี สิ่งที่เจ้าต้องการที่สุดคือ การคืนชีพให้โอลัวร์…”
“นางต้องคืนชีพแน่นอน ซึ่งในท้ายที่สุด ข้าจะหลอมรวมกับร่างกายของเจ้า รวมเป็นหนึ่งเดียวกับนาง…”
“ถึงตอนนั้น ข้าจะเป็นพี่สาวของเจ้าต่อให้เอง…”
“เด็กโง่ ข้าก็คือพี่สาวของเจ้า…”
วินาทีถัดมา ในสายตาที่พร่ามัวของเขาปรากฏร่างหนึ่ง
ร่างดังกล่าวมีผมยาวสีเลือด สวมเกราะดำย้อมแดงฉาน ท่าทางแข็งกร้าว ดวงตาสีคราม ไม่ปิดบังความโหดเหี้ยมและบ้าคลั่ง เสมือนอยากทำลายล้างทุกสิ่งอยู่ตลอดเวลา
‘จักรพรรดิโลหิต’ อลิสต้า·ทูดอร์ในกระจก!
ลูเมี่ยนเข้าใจในทันที คนที่เกลี้ยกล่อมให้ ‘จักรพรรดิโลหิต’ ในกระจกองค์นี้จากไปครั้งก่อนคือ ‘นางมารต้นกำเนิด’ ชีค
นี่อาจเป็นเพราะตอนนั้น ลูเมี่ยนยังไม่ได้เป็นเทวทูต หรืออาจเป็นเพราะสถานการณ์ยังไม่วุ่นวาย มีผู้ทรงอำนาจมากมายจับตามองอยู่…
อลิสต้า·ทูดอร์ในกระจกมองดูลูเมี่ยนที่พัวพันอยู่กับร่างขาวนวล พลางหัวเราะเยาะหยันแผ่วเบา แล้วเดินตรงมายังร่างของลูเมี่ยน
พระองค์ค่อยๆ กลายเป็นภาพลวงตา ทั้งยังหดเล็กลงเรื่อยๆ ราวกับเป็นมนุษย์ที่สะท้อนอยู่บนกระจกทั่วๆ ไป
เห็นภาพนี้ ลูเมี่ยนเข้าใจในทันที ว่าอลิสต้า·ทูดอร์ในกระจกคิดจะทำสิ่งใด
พระองค์จะอาศัยการบังคับยัดเยียดตะกอนพลัง ‘ผู้พิชิต’ และออร่าตกค้างของ ‘จักรพรรดิโลหิต’ ในร่างของตน ยึดครองร่างกายนี้เพื่อคืนชีพ!
และสำหรับทูดอร์ที่เคยเป็น ‘นักบวชสีชาด’ ลำดับ 0 ไม่ว่าจะเป็นตะกอนพลัง ‘จอมอาคมลมฟ้าอากาศ’ หรือตะกอนพลัง ‘ผู้พิชิต’ ก็ย่อมสามารถย่อยได้ง่ายดาย ไม่ประสบปัญหา จึงไม่คลุ้มคลั่งเพราะเหตุนี้
ลูเมี่ยนพลันตระหนักถึงจุดประสงค์แท้จริงที่ ‘วัฏจักรแห่งชะตา’ ส่งจดหมายฉบับนั้นมา
“พระองค์หวังตรึงโชคชะตาแห่งการคลุ้มคลั่งนี้ไว้ ให้กลายเป็นจุดจบที่ไม่อาจหลีกเลี่ยง…”
“นี่ไม่ได้มุ่งเป้ามาที่เรา แต่เป็น ‘จักรพรรดิโลหิต’ อลิสต้า·ทูดอร์ ซึ่งพระองค์มองเห็นว่าจะมาแทนที่เรา…”
“แต่ว่า…ทูดอร์จะกลัวตัวเองเสียสติหรือ?”
“พระองค์แยแสด้วยหรือ?”
…………
ภายนอกโลกในกระจกพิเศษ
จินนาไม่กล้าแม้แต่จะมองเงายักษ์อันบิดเบี้ยวผิดมนุษย์ผ่านบาเรียนานเกินไป และเธอก็ไม่อาจเข้าร่วมการต่อสู้ในมิติดังกล่าวเช่นกัน
เธอทราบเพียงว่า มิสเตอร์ฟูลแยกตัวออกเป็นร่างหลายร่างที่วูบวาบอย่างบ้าคลั่ง ทราบเพียงว่า ที่นั่นถูกทำลายหลายครั้ง และกลับคืนสภาพเดิมหลายครั้ง ทราบเพียงว่า ตัวเองบางครั้งก็รู้สึกสมองทื่อ โง่ทึ่ม ความคิดติดขัด บางครั้งรู้สึกว่า กระบวนการตรงกลางขาดหายไปช่วงหนึ่ง บางครั้งแสดงอาการคลุ้มคลั่ง บางครั้งก็มีสภาพดีจนน่าอัศจรรย์…
เธอยังทราบอีกว่า มิสเตอร์ฟูลดูเหมือนไม่อาจเอาชนะเงายักษ์บิดเบี้ยวนั่นได้ในเวลาอันสั้น เพื่อเข้าไปยังส่วนลึกของโลกในกระจกพิเศษ
ซึ่งลางสังหรณ์ทางพลังวิญญาณของเธอ กับการเชื่อมโยงทางศาสตร์เร้นลับที่ ‘กระจกตัวแทน’ นำมา ได้แจ้งกับเธอว่า ตอนนี้ลูเมี่ยนอยู่ในส่วนลึกของโลกในกระจกพิเศษ
ที่นั่นน่าจะมี ‘นางมารต้นกำเนิด’ ชีค มีความน่ากลัวอันยิ่งใหญ่ที่ไม่รู้จัก ยิ่งเสียเวลามากขึ้นแค่วินาทีเดียว โอกาสที่ลูเมี่ยนจะตายอย่างสิ้นเชิงหรือกลายเป็นอลิสต้า·ทูดอร์ หรือสัตว์ประหลาดอื่นๆ ก็จะสูงขึ้นมาก
สำหรับจินนา ทุกวินาทีตอนนี้เหมือนทั้งปี และได้ผ่านไปหลายวินาทีแล้ว
หัวใจของเธอค่อยๆ จมดิ่ง สิ้นหวังมากขึ้นทุกลมหายใจ
เธอเกลียดตัวเองที่ช่วยอะไรไม่ได้เลย ไม่อาจช่วยมิสเตอร์ฟูลจบการต่อสู้ได้อย่างรวดเร็ว
และที่น่าเย้ยหยันคือ โอสถ ‘สิ้นหวัง’ ของเธอกำลังย่อยอย่างรวดเร็ว
…………
ส่วนลึกของโลกในกระจกพิเศษ
เบื้องหน้า ‘จักรพรรดิโลหิตในกระจก’ ที่หดเล็กจนมีขนาดเท่ามนุษย์ปกติ พลันปรากฏร่างหนึ่ง
ร่างดังกล่าวมีผมยาวสีสนิมเหล็ก สวมเกราะขาว ดวงตาสีดำเหล็ก จมูกโด่ง คล้ายกับ ‘จักรพรรดิโลหิต’ อลิสต้า·ทูดอร์ราวกับแกะออกมาจากแม่พิมพ์เดียวกัน เพียงแต่รายละเอียดเชิงสีสันมีจุดตรงกันข้ามมากมาย
ดวงตาของพระองค์ทื่อซึม ว่างเปล่า ราวกับมีจิตสำนึกหลงเหลือเพียงน้อยนิด
อลิสต้า·ทูดอร์ในกระจกกับร่างนี้ เริ่มซ้อนทับกัน หลอมรวมอย่างรุนแรง
ลูเมี่ยนที่ถูกอารมณ์ดุร้าย การพิชิต และอื่นๆ รุมเร้าในสมอง สัมผัสได้เลือนรางว่า อลิสต้า·ทูดอร์ที่สวมเกราะเต็มตัวสีขาวนั้นคือใคร
พระองค์คือผลผลิตจากการหลอมรวมเบื้องต้นของ ‘จักรพรรดิโลหิต’ ในยุคที่สี่ กับ ‘พระผู้สร้างต้นกำเนิดในกระจก’ ในโลกกระจกพิเศษ
พระองค์ต่างหากที่เป็นการ ‘เตรียมการ’ คืนชีพที่แท้จริงของ ‘จักรพรรดิโลหิต’ อลิสต้า·ทูดอร์ ซึ่งถูก ‘นางมารต้นกำเนิด’ ชีคปกป้องดูแลมาตลอด
บัดนี้ เมื่อมีอลิสต้า·ทูดอร์ในกระจกกับตะกอนพลัง ‘ผู้พิชิต’ ลำดับ 1 ‘เข้าร่วม’ การคืนชีพก็จะยิ่งง่ายขึ้น และสมบูรณ์แบบมากขึ้น!
ทูดอร์ทั้งสองที่กำลังหลอมรวมกันอย่างรุนแรง เดินมาถึงข้างกายลูเมี่ยน
ตอนนี้ศีรษะของลูเมี่ยนถูกเปิดออกแล้ว ข้างในไม่ใช่สมองสีขาว ไม่ใช่เปลวไฟสีน้ำเงินอมม่วง หรือลวดลายสัญลักษณ์ที่ประสานเป็นกระดูกสีดำเหล็ก หากแต่เป็น ‘มงกุฎ’ ลวงตาเปื้อนเลือด
มันดูเหมือนกำลังดูดซับเลือดเนื้อ ดูดซับพลังวิญญาณของลูเมี่ยน แล้วหลอมรวมโดยใช้มันเป็นแกนหลัก ไม่ใช่ใช้ลูเมี่ยนเป็นหลัก
ทูดอร์ซ้อนทับที่ยังคงหลอมรวม โดยมีเปลวไฟหลากสีหยดลงมา กดฝ่ามือขวาเข้าไปในสมองของลูเมี่ยน กดลงบน ‘มงกุฎ’ ลวงตาสนิมเหล็กนั่น
ร่างของพระองค์ทั้งสองเข้าสู่ร่างกายลูเมี่ยนทันที ออร่าตกค้างของ ‘จักรพรรดิโลหิต’ ในฝ่ามือขวาของลูเมี่ยนพลันปูดโปนพองตัว ทะลวงผ่านผนึกของ ‘นักพรตโลกแห่งความตาย’ ในพริบตา จนร่างของเขาลุกโชนทันที
จิตวิญญาณแห่งความดุร้าย บ้าคลั่ง โหดเหี้ยม และอำมหิต พัดกระหน่ำราวกับพายุ บ่อนทำลายจิตสำนึกของลูเมี่ยน
ลูเมี่ยนสูญเสียความคิดส่วนสุดท้ายไปในที่สุด
ร่างอันงดงามหมดจดที่พันรัดเขา ซึ่งยังคงร่วมรักอยู่กับเขา ฉาบร่างของเขาด้วยน้ำแข็งหนา
มันคือน้ำแข็งที่ไม่ละลายเร็วนักแม้อยู่ใต้เปลวไฟสีม่วง เธออาศัยวิธีนี้ควบคุมการเผาไหม้ของเปลวไฟ ช่วยรักษาจังหวะการหลอมรวมของลูเมี่ยนและทูดอร์เอาไว้
ร่างดังกล่าวลุกขึ้นยืนจากอ้อมกอดของลูเมี่ยน แยกตัวออกจากเขา ไม่พันรัดและมัดเขาอีกต่อไป
ชุดกระโปรงที่ทำจากกระดูกขาวลอยขึ้นจากพื้น สวมลงบนร่างขาวนวลนี้
ใบหน้าอันงดงามไร้ที่ติของพระองค์ เผยรอยยิ้มชัดเจน พลางกล่าวกับสองทูดอร์ที่กำลังหลอมรวมกับลูเมี่ยน
“ในเมื่อเจ้ายังไม่ได้เอกลักษณ์ของ ‘นักบวชสีชาด’ คืนมา ตัวข้าในปัจจุบันจึงไม่อาจหลอมรวมกับด้านสตรีของร่างนี้ นั่นจะทำให้สมดุลเสียไป จนเกิดผลลัพธ์เลวร้ายที่สุด”
“แต่ช่างเถิด ปัญหาที่เกิดจากการคืนชีพของจิตสำนึก ‘พระเจ้าดั้งเดิม’ นั้น เป็นทั้งอุปสรรคและเป็นความช่วยเหลือ ข้าสามารถแยกบุคลิกที่มีตะกอนพลัง ‘นางมารสิ้นโลก’ ลำดับ 1 รวมถึงจิตสำนึกของตัวเองบางส่วน และจิตวิญญาณออกมาได้เหมือน ‘นักสร้างฝัน’ โดยไม่ลดระดับปัจจุบันลง เพียงแต่จะสูญเสียความทรงจำไปบางส่วน เกิดความบกพร่องทางจิตในระดับหนึ่ง…”
ขณะที่ ‘นางมารต้นกำเนิด’ พูด สีหน้าของพระองค์พลันบิดเบี้ยว เผยความเจ็บปวดรวดร้าว
แขนของพระองค์ ไหล่ของพระองค์ ศีรษะของพระองค์ ล้วนกำลังแตกออก
ผ่านไปหลายวินาที ร่างหนึ่งที่เหมือนพระองค์ทุกประการ สวมชุดกระโปรงกระดูกขาว ก้าวออกมาจากร่างของพระองค์
ร่างอันงดงามยิ่งนี้ รอบกายเปียกชุ่ม ราวกับเปื้อนของเหลวที่มีทุกสีผสมอยู่
ใบหน้าของ ‘นางมารต้นกำเนิด’ กลับมาเป็นปกติ
พระองค์เมินเฉยต่อตัวเองที่แยกออกมา ราวกับลืมบางสิ่งบางอย่างไป
‘นางมารต้นกำเนิด’ ที่แยกออกมา มีจุดประสงค์เดียวกับร่างต้น ปล่อยให้ชุดกระโปรงกระดูกขาวตกลงพื้น แล้วนั่งลงบนตัวลูเมี่ยนอีกครั้ง กอดเขา พันรัดเขา แรงขึ้นตามลำดับ จนเลือดเนื้อเริ่มหลอมรวมกัน
แทบจะในเวลาเดียวกัน ร่างใหญ่โตบิดเบี้ยว ณ ขอบโลกในกระจกพิเศษ ได้ถูกแรงดึงดูดอันน่าพรั่นพรึงเหนือคำบรรยายกระชากกลับไป กลายเป็นรูปลักษณ์ปกติอย่างรวดเร็ว
พระองค์คือ ‘นางมารต้นกำเนิด’ อีกองค์หนึ่ง ซึ่งสวมกระโปรงกระดูกดำ ใบหน้างดงามเหลือล้น
แววตาของพระองค์แสดงการต่อต้าน แต่ภายใต้การกดข่มอย่างสุดกำลังของ ‘นางมารต้นกำเนิด’ ตัวจริง พระองค์จำใจต้องถอดชุดกระโปรง แล้วซ้อนทับเข้ากับร่างที่กำลังเกี่ยวพันกับลูเมี่ยน
ทันใดนั้น ภายในมิติปัจจุบัน ซึ่งสัญลักษณ์และสิ่งเตรียมการต่างๆ ครบถ้วนแล้ว พลันระเบิดแสงสว่างอันเจิดจ้า ราวกับจะสร้างโลกใบหนึ่งขึ้นมา
นี่คือแสงที่ระเบิดจากจุดหลอมรวมของลูเมี่ยนกับ ‘จักรพรรดิโลหิต’ สององค์ และ ‘นางมารต้นกำเนิด’ สององค์
…………
ณ ขอบโลกในกระจกพิเศษ
เมื่อเห็นเงาบิดเบี้ยวถอยกลับในพริบตา มิสเตอร์ฟูลไม่ลังเลแม้แต่น้อย เตรียมผ่านบาเรียเข้าไปยังจุดที่อันตรายที่สุด
ทันใดนั้น แสงสว่างเจิดจ้าถึงขีดสุด พลันพรั่งพรูออกมา คลุมบาเรียไว้จากด้านใน ก่อตัวเป็นอุปสรรคใหม่ เสมือนเยื่อหุ้มที่ปกป้องทารก เฉกเช่นสิ่งที่มองไม่เห็นซึ่งคอยปกป้องดาวเคราะห์ดวงนี้
ความน่าสะพรึงกลัวที่ไม่อาจบรรยาย เริ่มแผ่ซ่านออกมา จนร่างของมิสเตอร์ฟูลถึงกับชะงักงัน ส่วนจินนาสูญเสียความคิดไปชั่วขณะ
ไม่ไกลออกไปนัก ‘เทวทูตสีชาด’ เมดีซีที่กำลังกินแอปเปิลอย่างสบายใจ รอคอยพัฒนาการอย่างอดทน สีหน้ากลายเป็นแข็งทื่อในบัดดล
บนกระจกตาของพระองค์ก็สะท้อนแสงที่พรั่งพรูจนไม่อาจจินตนาการนั้น
ผ่านไปหลายวินาที ‘เทวทูตสีชาด’ เมดีซีกัดฟันพูดกับตัวเองเสียงต่ำ
“เจ้าบ้าทูดอร์ทำอะไรลงไปกันแน่…”
……………………………………………………..