ราชันเร้นลับ 2 : วัฏจักรแห่งชะตา (Circle of Inevitability) - ตอนที่ 1109 โอกาสเดียวเท่านั้น ....................
- Home
- ราชันเร้นลับ 2 : วัฏจักรแห่งชะตา (Circle of Inevitability)
- ตอนที่ 1109 โอกาสเดียวเท่านั้น ....................
ตอนที่ 1109 โอกาสเดียวเท่านั้น
………………..
หลังหายจากอาการตกตะลึงเพราะนามอันทรงเกียรติ ‘พระผู้สร้างต้นกำเนิดในกระจก’ แล้ว ฟรังก้าก็ยังคงต่อสู้อย่างดุเดือดกับ ‘นางมารดำ’ แคลริสต่อไป
เธอค่อยๆ เริ่มสังเกตเห็นความผิดปกติบางอย่าง
อุโมงค์ในกระจกที่ลวงตาและมืดดำรอบข้างนั้น ส่วนหนึ่งได้คลายสีเทาขาวออกแล้ว ไม่กลายเป็นหินอีกต่อไป ไม่เป็นอุปสรรคขวางทางหนีอีกแล้ว
‘นางมารดำ’ วางตัวในเชิงตั้งรับมากกว่า คอยปกป้องแท่นบูชาสีเทาขาวที่ตั้งเทวรูป ‘นางมารต้นกำเนิด’ อยู่
‘นางมารดำ’ เปิดเผยนามอันทรงเกียรติทั้งสองส่วนที่ ‘นางมารต้นกำเนิด’ ปกปิดไว้โดยไม่หวงแหน นอกจากจะทำให้ตัวเองอารมณ์แปรปรวน เผยจุดอ่อนออกมา จนเสียเปรียบไปชั่วครู่แล้ว ก็ไม่มีประโยชน์อื่นใดอีก ทั้งยังไม่ทำให้ฟรังก้าปนเปื้อนมลทินอันน่าสะพรึงกลัวตามที่เคยคิดไว้
จุดประสงค์แท้จริงของเธอในการเปิดเผยความลับสำคัญเช่นนี้ คืออะไรกันแน่? เพียงเพื่อข่มขวัญเรา พลิกสถานการณ์อย่างตื้นเขินเท่านั้นหรือ? ฟรังก้ารู้สึกกังขาอย่างยิ่งในใจ
ทันใดนั้น เธอพลันผุดข้อสันนิษฐานหนึ่ง
การปรากฏตัวที่นี่ของ ‘นางมารดำ’ มิใช่เพื่อเฝ้ารอตน แต่มีภารกิจอื่น!
“การที่เรากับ ‘นางมารดำ’ มาพบกัน แท้จริงแล้วเป็นผลจากกฎการรวมตัวของตะกอนพลัง?”
“เมื่อ ‘นางมารดำ’ รู้สึกได้ว่า มีบุคคลภายนอกมาถึงบริเวณใกล้เคียงอย่างไม่ทราบสาเหตุ ปฏิกิริยาแรกย่อมเป็นการปิดกั้นอุโมงค์ กำจัดภัยที่อาจเกิดขึ้น…”
“หลังจากต่อสู้มาพักหนึ่ง พบว่าเราย่อยโอสถ ‘ยุพนิรันดร์’ จนหมดสิ้นแล้ว ไม่อาจแยกแพ้ชนะได้ในเวลาอันสั้น เธอจึงเลือกที่จะแสร้งต่อสู้สุดกำลัง ทำทีเป็นไม่มีสมาธิสนใจสภาพแวดล้อม แอบถอนสาปหินบางส่วนในอุโมงค์ของโลกกระจก พร้อมทั้งพยายามใช้นามอันทรงเกียรติทั้งสองส่วนที่ ‘นางมารต้นกำเนิด’ ปกปิดไว้ มาข่มขวัญให้เราถอยหนีสินะ?”
“นี่หมายถึงอะไร?”
“หมายถึงการที่เธอจัดวางแท่นบูชาไว้ตรงนี้ นับว่ามีความสำคัญอย่างยิ่ง และยังแสดงว่านามอันทรงเกียรติทั้งสองส่วนที่ ‘นางมารต้นกำเนิด’ ปกปิดไว้ อีกไม่นานก็จะไร้ค่าในเชิงความลับ!”
“อีกทั้ง แรงดึงดูดจากการรวมตัวของตะกอนพลังระหว่างเรากับเธอ น่าจะไม่แรงถึงขนาดที่เราบังเอิญ ‘เทเลพอร์ต’ มาใกล้เธอได้เอง…”
“ในโลกในกระจกนี้ ย่อมต้องมีนางมารระดับสูงกว่าเธอมาก มีอำนาจดึงดูดที่แข็งแกร่งกว่า…”
“สิ่งที่ ‘ดึงดูด’ เรามาทางนี้ นอกจากตะกอนพลังแล้ว ก็ยังมี…”
ฟรังก้านึกขึ้นได้ทันที ถึงเทวรูป ‘นางมารต้นกำเนิด’ ในกระเป๋านักเดินทางของตน
หางตาของเธอมองไปยังแท่นบูชาที่ก่อด้วยหินสีเทาขาว มองไปยังเทวรูป ‘นางมารต้นกำเนิด’ ที่ทำจากกระดูกสีขาว ซึ่งตั้งอยู่บนแท่นบูชา
เจอตัวแล้ว!
…………
อาศัยพลังของ ‘ยันต์กระจกน้ำแข็ง’ อ็องโตนีเดินทางผ่านอุโมงค์ในกระจกที่ทอดตัวดุจใยแมงมุม มุ่งหน้าไปยังตำแหน่งของหัวหน้าทีม
เมื่อใกล้จะถึงจุดหมายแล้ว สิ่งที่ต้อนรับเขากลับเป็นแสงสว่างรุนแรงราวกับดวงอาทิตย์ระเบิด
อ็องโตนีหลับตาลงโดยสัญชาตญาณ เกล็ดสีเทาขาวทยอยผุดบนผิวหนังทีละแผ่นสองแผ่น
นี่คือสัญญาณของการคลุ้มคลั่ง
เขารีบ ‘ปลอบโยน’ ตัวเอง ควบคุมความผันผวนของจิตใจและอารมณ์ไว้
โชคดีที่แสงสว่างระเบิดออกมาเพียงชั่วพริบตา จากนั้นก็รวมตัวกันที่ขอบของโลกในกระจกพิเศษ กลายเป็นบาเรียที่มองไม่เห็น
อ็องโตนีอดทนผ่านพ้นไปได้ จนกลับมาเป็นปกติ จากนั้น เขาก็เห็นลุดวิกที่ร่างกายเพิ่งกลับมาเป็นรูปธรรม และจินนาที่ลืมตาอีกครั้ง รวมถึงร่างจำนวนหลายร่างที่กะพริบวิบวับไม่หยุด ซึ่งน่าจะเป็นมิสเตอร์ฟูล
จินนามองบาเรียที่แสงสว่างรวมตัวกันเป็นรูปร่าง พลางนึกย้อนถึงการระเบิดของดวงดาวที่ราวกับจะสร้างโลกขึ้นมาใหม่ได้เมื่อครู่นี้
หัวใจของเธอพลันดำดิ่งสู่ก้นหุบเหว ตกลงสู่ห้วงนรก
การเกิดสถานการณ์เช่นนี้หมายความว่า ส่วนลึกของโลกในกระจกพิเศษได้เกิดการเปลี่ยนแปลงผิดปกติขึ้นแล้ว!
ความน่าสะพรึงกลัวอย่างยิ่งภายในนั้น อาจถูกกระตุ้นขึ้นมาแล้ว…
หมายความว่า โอกาสที่ลูเมี่ยนจะยังมีชีวิตอยู่นั้น แทบไม่หลงเหลือแล้ว…
ทันใดนั้นเอง เสียงหนึ่งก็ดังขึ้นข้างหูของจินนา
“อันที่จริง ยังมีโอกาสที่จะช่วยชีวิตลูเมี่ยน·ลีได้อยู่ โอกาสที่พอจะหวังให้สำเร็จได้”
จินนารีบหันขวับไปด้านข้าง มองไปรอบๆ จนพบว่า ไม่รู้ตั้งแต่เมื่อใด มีชายหนุ่มคนหนึ่งกำลังยืนอยู่ สวมหมวกแหลมอ่อนนุ่ม แว่นตาขาเดียว คลุมเสื้อคลุมจอมเวทแบบโบราณ
“อามุนด์…” จินนาขยับริมฝีปาก เอ่ยชื่อนี้ออกมา
อามุนด์มองไปยังมิสเตอร์ฟูลที่ ‘แยกร่าง’ ใหม่ออกมาเพื่อมองมาทางนี้ชั่วครู่ ยิ้มพลางส่ายศีรษะ แล้วเปรยกับตัวเอง
“เหตุใดข้าต้องมาทำเรื่องพรรค์นี้อีกแล้ว?”
“ขอทีเถอะ คราวหน้าอย่าพยากรณ์ว่าข้าเป็นแสงสว่างยามวันสิ้นโลกอีกเลย…”
ขณะที่พระองค์พูดกับตัวเอง ก็หยิบกระดาษขาวแผ่นหนึ่งออกจากที่ใดไม่ทราบ แล้วมองไปทางจินนาพร้อมกับกล่าว
“โอกาสนั้นอยู่ที่เจ้า และราคาที่ต้องจ่ายคือชีวิตของเจ้า”
ชีวิตของฉัน…จินนาพึมพำทวนคำพูดนี้อย่างงุนงง
โดยไม่รอให้จินนาตอบ อามุนด์พูดเร็วขึ้น ราวกับมีหลายคนผลัดกันอ่าน แทบจะสร้างผลอันยิ่งใหญ่ซ้อนทับกัน
“เวลามีจำกัด ข้าจะเล่าเฉพาะส่วนสำคัญของเรื่องราว”
“ตามที่อามุนด์ฝากฝัง เชเลีย·เบลโลได้ค้นพบแฮร์ริสันจากทวีปตะวันตก และยังได้รับเศษชิ้นส่วนโลกในกระจกพิเศษ ได้พบกับร่างของกริสโมนา”
“ในการเลื่อนลำดับต่อๆ มา ร่างของกริสโมนาจะเตือนเชเลีย·เบลโลซ้ำแล้วซ้ำเล่า ถึงอันตรายของนางมารสตรีแท้ และสิ่งที่อาจเป็นต้นตอของอันตราย แต่นั่นก็ไม่สามารถหยุดยั้งเชเลีย·เบลโล กลับยิ่งกระตุ้นให้นางยืนหยัดเดินบนเส้นทางนี้ เพราะเชเลีย·เบลโลที่มีชาติกำเนิดต่ำต้อย เคยเป็น ‘นางพญา’ เคยเห็นญาติสนิทตายต่อหน้าต่อตา ปรารถนาที่จะแข็งแกร่ง อยากคว้าทุกโอกาสเพื่อให้ตนเองแข็งแกร่ง เพื่อปกป้องคนที่อยากปกป้อง และความพิเศษของนางมารสตรีแท้ทำให้นางมองเห็นความเป็นไปได้ที่จะถูกใช้ประโยชน์ การถูกใช้ประโยชน์หมายความว่า นางอาจได้รับ ‘ของขวัญ’ สามารถไต่เต้าเป็นยอดฝีมือลำดับสูงในเวลาอันสั้น”
“นางยินดีแบกรับความเสี่ยงมหาศาลที่ตามมา เนื่องจากเป็นคนที่ถนัดการเดิมพันด้วยทุกสิ่งมาแต่ไหนแต่ไร”
“ภายใต้การจัดแจงของผู้ประพันธ์เรื่องราว เชเลีย·เบลโลประสบความสำเร็จในการหลบเลี่ยงการสืบสวนของนิกายนางมาร และอาศัยความพิเศษของลานบูชาเล็กๆ ในสุสานใต้ดิน หลบเลี่ยงสายตาของ ‘นางมารต้นกำเนิด’ ชีคได้ จนกระทั่ง มิสเตอร์…‘ฟูล’ ลืมตาตื่นเบื้องต้น”
อามุนด์หยุดชั่วครู่หลังจากเอ่ยคำว่า ‘มิสเตอร์’ จากนั้นจึงเน้นคำว่า ‘ฟูล’ ด้วยเสียงสูงกว่าเดิม
พระองค์มองกระดาษขาวแล้วอ่านต่อไป
“ในส่วนท้ายของเรื่องราว ทั้งลูเมี่ยน·ลีและฟรังก้า·โรลังด์ต่างมอบเศษชิ้นส่วนโลกในกระจกพิเศษที่ตนมีให้จินนาเก็บรักษา ส่งผลให้นางรวบรวมได้ครบสามชิ้นโดยไม่คาดคิด สามประสานเป็นหนึ่ง เสาหลักทั้งสามแผ่ขยายเป็นสรรพสิ่ง”
“บัดนี้ จินนามีโอกาสหนึ่ง โอกาสที่จะช่วยชีวิตลูเมี่ยน·ลี”
“นั่นก็คือ ในขณะที่โอสถ ‘นางมารสิ้นหวัง’ ยังย่อยไม่สมบูรณ์ ให้นางฝืนเลื่อนลำดับเป็น ‘นางมารยุพนิรันดร์’ อาศัยความพิเศษของนางมารสตรีแท้และเศษชิ้นส่วนโลกในกระจกพิเศษทั้งสามชิ้น โอนถ่าย ‘ความน่าสะพรึงกลัวอย่างใหญ่หลวง’ ในส่วนลึกของโลกกระจกพิเศษ ย้ายมาสู่ตัวนาง”
“เมื่อเป็นเช่นนี้ บาเรียของโลกในกระจกพิเศษจะแตกสลายทันที มิสเตอร์ฟูลผู้ยิ่งใหญ่ย่อมสามารถดึงลูเมี่ยน·ลีที่เพียงแค่มีอลิสต้า·ทูดอร์ฟื้นขึ้นในร่าง กลับมาจากขอบเหวแห่งความตายทางจิตสำนึกและการแปรเปลี่ยนทางจิตวิญญาณได้สำเร็จ…มิสเตอร์ฟูลจงเจริญ!”
“นี่เป็นแนวคิดหนึ่ง สิ่งที่จะเกิดขึ้นในภายหลังย่อมไม่แน่นอน เพียงแต่มีข้อเท็จจริงสามประการรองรับ”
“ข้อเท็จจริงแรกคือ ก่อนหน้านี้ นางมารสตรีแท้เพียงคนเดียวคือกริสโมนา ได้ตายในสงครามสี่จักรพรรดิ และนิกายนางมารยังคงปราบปรามนางมารสตรีแท้อย่างเข้มงวดมาโดยตลอด”
“ข้อเท็จจริงที่สองคือ วิญญาณของกริสโมนาเคยกล่าวว่า นางมารสตรีแท้เมื่อเลื่อนลำดับเป็น ‘นางมารยุพนิรันดร์’ จะเผชิญกับการทดสอบ หากไม่ผ่าน จะเกิดเรื่องน่าสะพรึงกลัวอย่างยิ่ง ซึ่งได้ยืนยันแล้วว่าไม่ใช่คำโกหก”
“ข้อเท็จจริงที่สามคือ ความน่าสะพรึงกลัวยิ่งในส่วนลึกของโลกในกระจกพิเศษ เกี่ยวข้องกับเส้นทาง ‘นางมาร’ และ ‘นักล่า’”
“นี่แสดงว่า ทั้ง ‘นางมาร’ ที่เป็นสตรีแท้และ ‘นักล่า’ ที่เป็นบุรุษแท้ ต่างก็อาจดึงดูดความน่าสะพรึงกลัวยิ่งนั้นได้ แต่มีเพียง ‘นางมาร’ เท่านั้นที่เชื่อมโยงอย่างแนบแน่นกับโลกในกระจกและ ‘คนในกระจก’”
อามุนด์เงยหน้าขึ้น บีบแว่นตาข้างเดียวของตน มองไปยังจินนาแล้วกล่าวต่อไป
“ผู้ประพันธ์เรื่องราวรู้เพียงข้อเท็จจริงเหล่านี้ ก่อนที่แสงสว่างจะระเบิดเมื่อครู่ พระองค์ไม่ทรงทราบแน่ชัดว่า โลกในกระจกพิเศษซ่อนสิ่งใดไว้กันแน่”
“กล่าวคือ แนวคิดของพระองค์มีโอกาสสำเร็จเพียงระดับหนึ่งเท่านั้น ระหว่างทางอาจเกิดการเปลี่ยนแปลงที่คาดไม่ถึง นำไปสู่ความล้มเหลว ซึ่งมีโอกาสสูงกว่าด้วยซ้ำ แต่ทว่า ด้วยพระบารมีของมิสเตอร์ฟูลผู้ยิ่งใหญ่ของเรา พระองค์สามารถขยายความเป็นไปได้ที่จะสำเร็จ ลดโอกาสล้มเหลวลงได้”
“แต่ถึงจะเป็นเช่นนั้น ก็ยังไม่ใช่ความสำเร็จที่แน่นอน ไม่มีใครรู้ว่าความน่าสะพรึงกลัวยิ่งในส่วนลึกของโลกในกระจกพิเศษ ยังมีความพิเศษใดซ่อนอยู่อีกบ้าง”
“เชเลีย·เบลโลมาถึงทางแยกแห่งการตัดสินใจแล้ว”
“ด้านหนึ่งคือลูเมี่ยน·ลีจะมีชีวิตต่อไปหรือไม่ อีกด้านหนึ่งคือชีวิตของนางเอง”
“ไม่ว่าผลลัพธ์จะสำเร็จหรือล้มเหลว นางก็ต้องตายอย่างแน่นอน เพราะจุดประสงค์ไม่ใช่ให้นางผ่านการทดสอบเมื่อเลื่อนลำดับ แต่ต้องการให้ต้อนรับความล้มเหลวในขณะทดสอบต่างหาก”
“สืบเนื่องจากมิสเตอร์ฟูลผู้ยิ่งใหญ่ตื่นขึ้นก่อนกำหนด ผู้ประพันธ์เรื่องราวไม่ทันจัดแจงพี่ชายของเชเลีย·เบลโล เพราะนั่นจะทำให้หลายเรื่องถูกเปิดเผยก่อนเวลา ดังนั้น เชเลีย·เบลโลจึงไม่ต้องตกอยู่ในทางตัน ไม่ต้องถูกบีบให้มีทางเลือกเดียว”
“เช่นนั้นแล้ว คำตอบของนางคืออะไร?”
เมื่อได้ยินคำถามสุดท้าย จินนาจึงตื่นจากภวังค์ทันที
ขณะเดียวกัน ร่างหนึ่งที่มิสเตอร์ฟูล ‘แยกตัว’ ออกมา ซึ่งกะพริบวิบวับถี่รัว กล่าวกับจินนาว่า
“เจ้าไม่ต้องเลือกก็ได้ หรือจะเลือกตรงกันข้ามก็ได้”
“ข้าจะพยายามอย่างสุดกำลังเพื่อทำลายบาเรียในเวลาอันสั้น หากไม่ทัน ก็จะผนึกที่นี่เอาไว้”
ท่ามกลางเสียงที่ดังใกล้สลับไกล จินนาหายจากความงุนงงโดยสิ้นเชิง เข้าใจแล้วว่าอามุนด์เล่าอะไรให้ฟังเมื่อครู่
ที่แท้ การที่เรายืนหยัดเดินบนเส้นทางนางมารสตรีแท้ ก็ล้วนถูกจัดแจงไว้แล้ว…แม้แต่อารมณ์ ปฏิกิริยา และความคิดของเรา ก็อยู่ในความคาดหมายมาตลอด…
ที่แท้ ยูเลียนเกือบจะกลายเป็นเป้าหมายที่ถูกจัดแจงเพราะความ ‘พิเศษ’ ของเรา เกือบต้องตกอยู่ในสถานการณ์ที่ต้องตายหรือไม่ก็คลั่ง…
ที่แท้ การที่เราไม่เคยถูกนิกายนางมารค้นพบ ก็เพราะอยู่ภายใต้การจัดแจงเสมอมา…
อันที่จริง จินนาคาดเดาได้นานแล้วว่า ตนก็ถูกจัดแจงเช่นกัน และได้เตรียมใจไว้แล้ว เธอยินดีรับความเสี่ยงเพื่อให้ตัวเองแข็งแกร่งขึ้นโดยเร็ว เพื่อปกป้องคนที่อยากปกป้อง ยินดียอมรับ ‘ของขวัญ’ ล่วงหน้า
แต่สิ่งที่เธอไม่คาดคิดคือ ผลลัพธ์สุดท้ายกลับออกได้หน้าเดียว มีเพียงแค่ความตายที่รออยู่
ตัวเธอเป็นเพียงเครื่องเซ่นสังเวย เป็นเพียงเครื่องมือ เป็นเพียงหุ่นกระบอกที่ถูกชักใยให้แสดงบนเวที หุ่นกระบอกราคาถูก
ในขณะนี้ เธอเข้าใจอย่างถ่องแท้ถึงอารมณ์ของลูเมี่ยนเมื่อครั้งเล่าถึงประสบการณ์และการถูกจัดแจงก่อนจะกลายเป็น ‘นางมารสิ้นหวัง’
ทุกอย่างดูเหมือนไร้ความหมาย ทั้งหมดทั้งมวลช่างสิ้นหวังเหลือเกิน
จินนารู้สึกว่าตนควรจะโกรธ ควรจะแค้นเคือง ควรจะบ้าคลั่งสาปแช่งทุกสิ่ง และพยายามสุดกำลังต่อต้าน
อารมณ์เหล่านี้ เธอมีอย่างครบถ้วน เพียงแต่…
จินนาหันศีรษะไปทางด้านข้าง มองไปยังบาเรียที่แข็งตัวด้วยแสงจ้าจนแสบตา
รอยยิ้มค่อยๆ ปรากฏบนใบหน้าของเธอ พลางเปรยกับตัวเองด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน
“แต่…”
“ฉันยินดี”
……………………………………………………..