ราชันเร้นลับ 2 : วัฏจักรแห่งชะตา (Circle of Inevitability) - ตอนที่ 1111 พลังแห่งการขัดขวาง
- Home
- ราชันเร้นลับ 2 : วัฏจักรแห่งชะตา (Circle of Inevitability)
- ตอนที่ 1111 พลังแห่งการขัดขวาง
ตอนที่ 1111 พลังแห่งการขัดขวาง
………………..
ณ ขอบสุดของโลกในกระจกพิเศษ
อ็องโตนีเฝ้ามองร่างหลายร่างของ ‘มิสเตอร์ฟูล’ ที่หายวับไปกลางอากาศ
พระองค์ได้เสด็จไปยังตำแหน่งของ ‘นางมารต้นกำเนิด’ แล้ว เหลือทิ้งไว้เพียงร่างเดียวเพื่อเฝ้าสังเกตการเปลี่ยนแปลงของจินนา พร้อมจัดการได้ทุกเมื่อ
ใบหน้าของจินนาค่อยๆ คลายตัว ไม่บิดเบี้ยวและทุกข์ทรมานเช่นเดิม กระทั่งมีรอยยิ้มน้อยๆ ปรากฏ
สีเทาซีดบนร่างเธอกำลังจางหายไป ราวกับกำลังจะสำเร็จการเลื่อนลำดับ ได้รับความยุพนิรันดร์ และก้าวขึ้นสู่ลำดับ 3
ลุดวิกแอบถอยหลังหลายก้าวอย่างเงียบเชียบ หลบซ่อนตัวอยู่ด้านหลังอ็องโตนี
เขาดูวิตกกังวลอย่างยิ่ง เริ่มกัดแทะนิ้วมือของตนเอง
ปึด! เขากัดนิ้วมือขาดไปหนึ่งข้อ เคี้ยวกลืนมันลงไปพร้อมกับเลือดที่ไหลนอง
ในขณะเดียวกัน อ็องโตนีสังเกตเห็นว่า ทิวทัศน์รอบข้างเกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างลึกลับ
ด้านหนึ่งสะท้อนภาพโลกความจริง ดวงอาทิตย์ หมู่ดาว ต้นไม้เขียวขจี มหาสมุทร และมนุษย์ ทั้งหมดรวมตัวกันอย่างสับสนวุ่นวาย
อีกด้านหนึ่งคือจักรวาลอันกว้างใหญ่ไพศาลที่ดูราวกับถูกแช่แข็ง สูญเสียพลังชีวิตทั้งปวง ด้านบนมีแสงสว่างจ้าอย่างยิ่งยวดปะทุตลอดเวลา สสารจำนวนมากถูกเหวี่ยงออกมา ด้านล่างคือความมืดมิดอันลึกล้ำและเยือกเย็น กลืนกินทุกสิ่งไม่หยุดหย่อน พยายามบีบอัดให้กลับคืนสู่จุดจบสุดท้าย…
ณ ขณะนี้ พวกมันยังเป็นเพียงภาพลวงตา เป็นแค่ภาพสะท้อนจากโลกในกระจก
แต่กระนั้น มันก็ทำให้อ็องโตนีผู้อยู่ในระดับครึ่งเทพ สัมผัสถึงความหวาดกลัวที่ไม่อาจบรรยายเป็นคำพูด ความกลัวที่ฝังรากลึกในส่วนลึกสุดของจิตวิญญาณและเนื้อหนัง
จินนา ณ ขณะนี้ แม้ว่ายังคงไม่ทะลุพ้นลำดับ 3 และยังมิได้รับตะกอนพลังจากลำดับที่สูงกว่า แต่ความน่าสะพรึงกลัวของเธอก็หาได้ด้อยไปจากความหวาดหวั่นที่แผ่ซ่านมาจากส่วนลึกของโลกในกระจกพิเศษนี้เลย
เพราะเธอครอบครองสัญลักษณ์อันพิเศษที่สุด น่าหวาดหวั่นที่สุด
สัญลักษณ์แห่งการสร้างสรรพสิ่งและทำลายล้างสรรพสิ่ง!
จำต้องยับยั้งการเปลี่ยนแปลงเช่นนี้ ก่อนที่สัญลักษณ์ดังกล่าวจะสมบูรณ์ ก่อนที่จินนาจะลืมตาตื่นอีกครั้ง!
ทันใดนั้นเอง เสียงเย้าหยันของอามุนด์ก็ดังแว่วเข้าสู่โสตประสาทของอ็องโตนีและลุดวิก
“ทำไมข้าต้องมารับผิดชอบอีกแล้ว?”
“ข้าก็อยากจะเก็บกวาดแท่นบูชาและเทวรูปงูใหญ่นั่นบ้าง…”
ขณะกล่าวคำเหล่านั้น ‘ผู้หมิ่นเทพ’ ผู้สวมหมวกยอดแหลมอ่อนนุ่ม คลุมเสื้อคลุมจอมเวทโบราณองค์นี้ หันหน้าเข้าหาจินนาพร้อมกับชูสองแขน
แว่นตาขาเดียวบนพระเนตรขวาของพระองค์เปล่งประกายแสงจ้าอร่ามตา
ด้านหลังพระองค์ ประตูอันเจิดจ้าซ้อนทับกันนับไม่ถ้วนพลันปรากฏชัด สายธารสีเงินปรอทที่ประกอบด้วยสัญลักษณ์ต่างๆ เชื่อมต่อกันเป็นทอดๆ ไหลผ่านอย่างสงบนิ่งแต่ยิ่งใหญ่
…………
ส่วนลึกของโลกในกระจกพิเศษ
บนร่างของลูเมี่ยน เนื้อหนังที่พร่ามัว กระดูกสีดำเหล็ก เปลวไฟสีม่วง และสัญลักษณ์อันซับซ้อนอันตราย กำลังยุบตัวลงอย่างรวดเร็ว
การยุบตัวนี้ดึงเอาร่างที่แยกออกจาก ‘นางมารต้นกำเนิด’ ไปด้วย รวมทั้งอลิสต้า·ทูดอร์สองคนที่หลอมรวมกัน ตะกอนพลัง ‘ผู้พิชิต’ และความคลุ้มคลั่งส่วนใหญ่
ศีรษะของลูเมี่ยนที่ถูกผ่าเปิดราวกับเปิดกะโหลก พร้อมด้วยความคลุ้มคลั่งที่ยังตกค้าง ก็กำลังจะเข้าร่วมในแถวนี้เช่นกัน
เมื่อเห็นภาพตรงหน้า ‘นางมารต้นกำเนิด’ ผู้คลุมกระโปรงกระดูกสีขาวก็หัวเราะทันที
ดุลยภาพสูญสิ้นไปแล้วจริงๆ…
ดูเหมือนว่าทุกอย่างจะล้มเหลวแล้ว…
แต่ไม่เป็นไร ข้าจะหลอมรวมเข้าไปด้วย มาดูกันว่าสุดท้ายแล้ว จะหลอมรวมออกมาเป็นสัตว์ประหลาดชนิดใด
สิ่งที่ข้าไม่อาจได้มา ใครก็อย่าหวังจะได้ครอง ข้ายังจะให้ทุกสรรพสิ่งทั้งภายในและภายนอกบาเรีย มาเป็นเครื่องเซ่นไหว้อีกด้วย
นี่จะเป็นงานศพที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของข้าและทูดอร์
ทันใดนั้น ‘นางมารต้นกำเนิด’ ก็สังเกตเห็นว่า การยุบตัวอย่างสุดขั้วบนร่างของลูเมี่ยนเริ่มชะลอตัวลง
มีพลังสองกระแสกำลังขัดขวางมัน
หนึ่งคือโชคชะตาที่ถูกตรึงไว้กับการ ‘คลุ้มคลั่ง’ แทนที่จะเป็นการยุบตัวทำลายล้าง
ในสถานการณ์ที่บทสรุปของเรื่องหนึ่งต้องไม่ดีอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ความไม่ดีระดับรอง ย่อมดีกว่าความไม่ดีแบบสุดหลอดแน่นอน และการนำพาโชคชะตาไปสู่จุดดังกล่าว ย่อมง่ายกว่าการบิดพลิกไปในทิศทางที่ดีมากนัก
นี่ต่างหากคือจุดประสงค์แท้จริงของการที่ ‘วัฏจักรแห่งชะตา’ ส่งจดหมายฉบับนั้นมา!
สองคือ ภายในการยุบตัวอย่างสุดขั้ว เนื้อหนัง สัญลักษณ์ เปลวไฟสีม่วง กระดูกสีดำเหล็ก และตะกอนพลังของลูเมี่ยน ล้วนมีการงอกเงยขึ้นใหม่อย่างอ่อนแรง
พวกมันกำลังผลิบานอีกครั้ง แผ่ขยายออกไปภายนอก ธำรงรักษาชีวิตสุดท้ายเอาไว้
พวกมันมาจากสายเลือดของโอมีเบล่า และเศษวิญญาณที่จีดาสทำให้มีชีวิตขึ้นมา
บนร่างกายของลูเมี่ยนที่ยุบตัวจนกลายเป็นลูกกลมประหลาด ก้อนเนื้อก้อนหนึ่งโผล่พองออกมา ราวกับเป็นศีรษะของผู้ใด
บนศีรษะดังกล่าวปรากฏใบหน้าสองใบ สลับสับเปลี่ยนไม่หยุดหย่อน ใบหนึ่งเป็นของ ‘จักรพรรดิโลหิต’ อลิสต้า·ทูดอร์ ผู้มีสันจมูกโด่งเด่น แววตาเต็มไปด้วยความคลุ้มคลั่ง
อีกใบหนึ่งคือจีดาส ผู้มีดวงตาดุจทับทิมแดงเลือดนก ราวกับใกล้จะบรรลุถึงขีดสุดแห่งความงาม
จิตสำนึกที่ดับสนิทของลูเมี่ยน พลันสะท้านตื่นในบัดดล ถูกดึงกลับจากความมืดมิดอันยาวนานและนิรันดร์ กลับคืนสู่วิญญาณของตนเอง
นี่คือสิ่งที่ ‘การเกิดใหม่’ นำพามา
เขาสัมผัสได้ถึงความเจ็บปวดสิ้นหวังอันสุดขั้ว พร้อมกันนั้นก็เห็นการเปลี่ยนแปลงบนร่างกายของตนเอง
เขาพลันนึกถึงวิวรณ์ที่ ‘มิสเตอร์ฟูล’ ประทานให้ เกี่ยวกับวิธีจัดการกับสายเลือดของโอมีเบล่า และเศษวิญญาณของจีดาส
“นี่คือภัยแฝง อันตราย แต่ก็เป็นตัวแปร เป็นโอกาส”
ตัวแปร โอกาส…หมายถึงตอนนี้สินะ? ขณะที่ลูเมี่ยนตระหนักรู้ได้ เขาก็พบว่าการเกิดใหม่เช่นนี้ยังอ่อนแอเกินไป ไม่อาจต้านทานการยุบตัวอันน่าสะพรึงกลัวที่สูญเสียดุลยภาพไปแล้ว และหวังทำลายล้างทุกสรรพสิ่ง
อย่างมากที่สุดก็เหลือเวลาอีกเพียงไม่กี่วินาที ทุกอย่างจะจบสิ้นลง
แต่ลูเมี่ยนไม่ยอมแพ้ นิสัยของเขาคือทุ่มเททุกสิ่งที่มี จนกว่าความตายจะมาถึง
ในวินาทีถัดมา เขาเห็นบนร่างกายที่ถูกบีบอัดอย่างรวดเร็วของตน งอกเงยขึ้นมาอีกหนึ่งศีรษะที่หล่อหลอมด้วยเนื้อหนังและเลือด
ศีรษะดังกล่าวก็มีใบหน้าสองใบ แปรเปลี่ยนไม่หยุดเช่นกัน
ใบหนึ่งเป็นของ ‘นางมารต้นกำเนิด’ ชีค ผู้งามสะคราญแต่ก็บริสุทธิ์ผุดผ่อง
อีกใบหนึ่งค่อนข้างแปลกหน้าสำหรับลูเมี่ยน เป็นความงามอันเปี่ยมไปด้วยรัศมีแห่งมารดา
ราชินีคนยักษ์โอมีเบล่า!
เมื่อเห็นการเปลี่ยนแปลงเช่นนี้ ‘นางมารต้นกำเนิด’ ชีค ที่กำลังจะหลอมรวมเข้าสู่ร่างของลูเมี่ยน เพื่อให้ความ ‘ไม่สมดุล’ ทวีความน่าสะพรึงกลัว กลับหยุดความพยายามกะทันหัน
พระนางยิ้มอ่อนหวาน พลางมองไปยังร่างหลายร่างของ ‘เดอะฟูล’ ที่เสด็จมาถึง พระวรกายอันเปี่ยมด้วยพลังเสน่หาอันไร้ขอบเขต กลายเป็นภาพลวงตาในบัดดล แผ่ซ่านไปทั่วทั้งโลกในกระจกพิเศษนี้
พระนางคือผู้ครอบครองโลกในกระจก พระนางก็เท่ากับพวกมัน สามารถหลอมรวมกับพวกมันได้ทุกเมื่อ หากไม่ทำลายโลกในกระจกให้สิ้นซาก ก็ไม่อาจสังหารพระนางได้อย่างแท้จริง
แม้ว่าด้านหญิงของความหวาดหวั่นอันยิ่งใหญ่ในกระจก จะถูกถ่ายโอนไปยังจินนาแล้ว แต่ ‘นางมารต้นกำเนิด’ ที่พยายามหลอมรวมกับพระองค์มานับพันปี ยังคงสามารถใช้ประโยชน์จากสัญลักษณ์พิเศษของพระองค์ได้ระดับหนึ่ง จนกว่าพระองค์จะแยกตัวเป็นอิสระโดยสมบูรณ์ กลายเป็น ‘พระผู้สร้างในกระจก’ อย่างแท้จริง
ร่างของ ‘นางมารต้นกำเนิด’ ปรากฏขึ้นพร้อมกันในทุกซอกมุมของโลกกระจกอันพิเศษ
เสียงอันอ่อนหวานละมุนละไมดังแว่วมาจากทุกทิศทุกทาง ส่งเข้าสู่โสตประสาทของ ‘มิสเตอร์ฟูล’
“เจ้าจะช่วยเขาได้หรือ?”
“ก็คงได้ละนะ…”
“หากเจ้าทำไม่ได้ ข้าก็จะหลอมรวมกับเขา แล้วเชิญเจ้ามาร่วมงานศพของพวกเรา งานศพของทุกคน งานศพของจักรวาลนี้”
“น่าตื่นเต้นใช่ไหมล่ะ?”
‘มิสเตอร์ฟูล’ มิได้หวั่นไหวต่อถ้อยคำข้างต้น เพียงบัญชาให้ร่างส่วนใหญ่ที่กะพริบถี่ยิบไปต่อกรกับ ‘นางมารต้นกำเนิด’ พยายามปิดผนึก ป้องกันไม่ให้อีกฝ่ายหลอมรวมเข้าสู่ร่างของลูเมี่ยนอย่างแท้จริง
ร่างที่เหลืออยู่มองไปยังลูเมี่ยน ซึ่งกำลังทุ่มสุดกำลังเพื่อต้านทาน
พระองค์ทรงถอนพระทัยเฮือกหนึ่ง
…………
ณ ขอบสุดของโลกในกระจกพิเศษ
อามุนด์ผู้ขอพระราชทานบารมีและพลังแห่งเทพแท้จริงสองเส้นทางจาก ‘เดอะฟูล’ คว้าโอกาสที่ ‘พระผู้สร้างในกระจก’ ยังไม่ทันหลอมรวมจินนาโดยสมบูรณ์ ยังไม่ได้ครอบครองร่างของ ‘นางมารยุพนิรันดร์’ อยู่ในสภาพที่กระอักกระอ่วนและอ่อนแอถึงขีดสุด กดแว่นตาขาเดียวบนพระเนตรขวาลง
เสื้อคลุมสีดำบนร่างของ ‘เดอะฟูล’ ที่ไม่ได้เข้าไปในโลกในกระจกพิเศษ สะบัดพลิ้วอย่างฉับพลัน
สิ่งนี้ทำให้อ็องโตนีและลุดวิกถูกหมอกสีเทาขาวปกคลุม ราวกับถูกย้ายไปยังโลกอื่น โลกแห่งความลับอันพิศวง
ในวินาทีถัดมา บนแว่นตาขาเดียวของอามุนด์ เบื้องหน้าร่างของ ‘จินนา’ ปรากฏทะเลแสงสว่างจ้าถึงขีดสุด ร้อนแรงเป็นพิเศษ
มันถาโถมกลืนกิน ‘จินนา’ ที่สีหน้ายังคงบิดเบี้ยวและเจ็บปวดอยู่บ้าง พร้อมด้วยความแค้นเคืองที่เพิ่มขึ้นเล็กน้อย จนกระทั่งหายวับไปอย่างสิ้นเชิง
มหานวดารา!
การจำลองพลังของ ‘ผู้ทนทุกข์’ ซึ่งขับเคลื่อนด้วยบารมีและพลังแห่งเทพแท้จริงสองเส้นทาง!
สิ่งนี้แทบจะเทียบเท่ากับ ‘มหานวดารา’ ที่ ‘มิสเตอร์ฟูล’ ใช้ในศึกชิง ‘ปราสาทต้นกำเนิด’ เมื่อครั้งนั้น
ร่างของ ‘จินนา’ ละลายหายวับในพริบตา แม้แต่การระเหยก็ถูกลบล้างจนสิ้น ตัวอามุนด์เองและโลกในกระจกรอบข้างก็ได้รับผลกระทบเล็กน้อยจากแนวคิดของมหานวดารา เกิดการพังทลายอย่างไม่อาจหลีกเลี่ยง
โลกในกระจกพิเศษเองก็กำลังถล่ม การพังทลายแผ่ขยายออกไปชั่วครู่ ก่อนจะถูก ‘นางมารต้นกำเนิด’ ชีคยับยั้งไว้ ไม่ให้กระทบถึงลูเมี่ยนที่อยู่ส่วนลึก
แสงสว่างที่ส่องสะท้อนทั่วทั้งความมืดมิด เริ่มมืดลงทีละนิด รัศมีศักดิ์สิทธิ์อันเปี่ยมด้วยความหมายแห่งการไถ่บาป พลันพุ่งพล่านออกจากสายธารแห่งชะตา
ร่างของอามุนด์ปรากฏตามมา ยังคงสวมแว่นตาขาเดียวและหมวกยอดแหลม คลุมเสื้อคลุมจอมเวทโบราณสีดำ
พระองค์เห็นในกระแสกาลอวกาศอันสับสนวุ่นวาย ณ ตำแหน่งที่ถูกห่อหุ้มด้วยความมืดหม่นอันลึกล้ำ เศษวิญญาณน้อยๆ เริ่มสว่างวาบ มีทั้งของจินนาและของ ‘พระผู้สร้างในกระจก’
พวกมันพันเกี่ยวกันแน่นหนา หาได้ดับสูญไปโดยสิ้นเชิงไม่
แม้แต่มหานวดาราก็ไม่อาจสังหาร ‘พระผู้สร้างในกระจก’ ได้อย่างแท้จริง ทั้งที่พระองค์ยังไม่สมบูรณ์ เป็นเพียงด้านหญิงเท่านั้น!
บรรดาเศษวิญญาณที่พันเกี่ยวกัน กำลังจะรวมตัวกันใหม่ สำเร็จการฟื้นคืนชีพ
ในส่วนลึกของโลกในกระจกพิเศษ ‘มิสเตอร์ฟูล’ ผู้ยืนอยู่หน้าร่างอันผิดรูปของลูเมี่ยน ทรงยกไม้ตะพดประดับดวงดาวด้วยพระหัตถ์ขวาที่สวมถุงมือสีดำ เสื้อคลุมสีดำบนพระวรกายสะบัดพลิ้วเงียบงัน
เบื้องบนพระองค์ ณ ที่สูงอันไร้ขอบเขต ประตูแห่งแสงซึ่งย้อมด้วยสีน้ำเงินอมดำเริ่มปรากฏเลือนราง ถูกโอบล้อมด้วยหมอกสีเทาขาว
ปราสาทต้นกำเนิด!
ณ ที่นั่น คล้ายกับว่ามีร่างหนึ่ง ลืมพระเนตรขึ้นชั่วครู่หนึ่ง
ขณะที่ ‘มิสเตอร์ฟูล’ ทรงชี้ไม้ตะพดประดับดวงดาวไปยังลูเมี่ยน ภายนอกโลกในกระจกพิเศษ เศษวิญญาณของ ‘พระผู้สร้างในกระจก’ และจินนาที่พันเกี่ยวกันแน่นหนา กำลังจะก่อร่างเป็นรูปมนุษย์ ได้ถูกย้ายไปสู่ร่างของลูเมี่ยนอย่างกะทันหัน
ปลูกถ่าย!
การ ‘ปลูกถ่าย’ ทั้งในเชิงแนวคิดและแก่นแท้ เพื่อการหลอมรวมอีกครั้งหนึ่ง!
‘นางมารต้นกำเนิด’ ที่ปรากฏกายและต่อสู้อยู่รอบๆ โลกในกระจกพิเศษมาตลอด เมื่อเห็นภาพดังกล่าวก็เปล่งเสียงชื่นชมออกมา
เสียงนั้นเพียงพอที่จะเติมเต็มความหยิ่งทะนงของเพศชายทุกคน
ทว่า แตกต่างจากการหลอมรวมครั้งก่อน สายเลือดของโอมีเบล่าและเศษวิญญาณของจีดาสได้ถูกกระตุ้นแล้ว และต่างหลอมรวมกับ ‘นางมารสิ้นโลก’ ชีค รวมถึงทูดอร์ที่ใกล้จะคืนชีพตามลำดับ
เศษวิญญาณของ ‘พระผู้สร้างในกระจก’ เสมือนถูกแรงดึงดูดทางศาสตร์เร้นลับชนิดหนึ่ง พาส่วนของจินนาพุ่งเข้าสู่ก้อนเนื้อที่แสดงใบหน้าของโอมีเบล่าและ ‘นางมารสิ้นโลก’ ชีคสลับกันไปมา
‘มิสเตอร์ฟูล’ ทรงประทานแสงดาวอันเจิดจ้าให้แก่เศษวิญญาณเล็กๆ ของจินนา เพื่อให้พวกมันสามารถทนทานต่อการกัดกร่อนและการหลอมรวมในช่วงเวลาต่อไป
…………
แดนฝันที่แสดงภาพทิวทัศน์ชนบทอันงดงาม ได้กลายเป็นความวุ่นวายยุ่งเหยิงไปแล้ว
‘มาดามเมจิกเชี่ยน’ ร่วมมือกับ ‘มาดามจัสติส’ ผู้เผยร่างสัตว์ในตำนานด้วยการสะกดจิตตนเอง ต่อสู้อย่างดุเดือดกับมังกรบรรพกาลเอิร์ดฟานามาเป็นเวลานานพอสมควรแล้ว
ท่ามกลางการต่อสู้อันเข้มข้น ‘มาดามจัสติส’ พลันสัมผัสได้ถึงความผิดปกติสองประการที่ไม่กลมกลืน
อีกฝ่ายเป็นเพียงมังกรจิตลำดับ 2 เหตุใดจึงสามารถต้านทานการผนึกกำลังของฟอร์ส ผู้ถือครองสมบัติปิดผนึกระดับ ‘0’ กับเราได้นานเช่นนี้?
ยิ่งไปกว่านั้น ฟอร์สไม่เคยนึกถึงเลยว่า สามารถแยก ‘ร่างแบ่งภาค’ ออกไปสนับสนุนสนามรบอื่นได้…
ขณะนั้นเอง เสียงแก่ชราของเอิร์ดฟานาก็ดังก้องกังวาน
“ข้ามิได้ปรารถนาจะเป็นศัตรูกับพวกเจ้า เพียงแต่ถูกบังคับขับเคี่ยว”
“ในฐานะมังกรที่ถือกำเนิดมาตั้งแต่กลางยุคที่หนึ่ง ข้าเก่าแก่พอๆ กับแอนเคอร์เวล ไม่เหมือนพวกอาริฮ็อกที่ผ่านประวัติศาสตร์ยุคที่สองมาเพียงส่วนเดียว”
“พวกเจ้าไม่รู้สึกประหลาดใจบ้างหรือว่า ข้าที่เป็นเพียงลำดับ 2 เหตุใดจึงอยู่รอดมาได้จนถึงปัจจุบัน?”
……………………………………………………..