ราชันเร้นลับ 2 : วัฏจักรแห่งชะตา (Circle of Inevitability) - ตอนที่ 1122 การเลือก
- Home
- ราชันเร้นลับ 2 : วัฏจักรแห่งชะตา (Circle of Inevitability)
- ตอนที่ 1122 การเลือก
ตอนที่ 1122 การเลือก
………………..
ข้างโต๊ะสำริดยาว ณ ตำแหน่งที่เป็นของ ‘แชเรียต’
แสงสว่างลอยขึ้นมา จับตัวเป็นร่างของลูเมี่ยนที่มีสามเศียร
เขามองไปยังหัวโต๊ะสำริดยาวที่ดูเก่าแก่ พลางกล่าวว่า
“มิสเตอร์ฟูล ฉันได้รับตะกอนพลัง ‘ผู้พิชิต’ ที่เหลือจาก ‘เทวทูตสีชาด’ เมดีซีมาแล้ว ต้องการไปเยือนโมโรลาโดยเร็ว”
มิสเตอร์ฟูลพยักหน้ารับ
“เจ้าไปได้ทุกเมื่อ ข้าจะให้ความช่วยเหลือตามสมควร”
ลูเมี่ยนเข้าใจว่า ความช่วยเหลือที่มิสเตอร์ฟูลกล่าวถึง ไม่ใช่ช่วยพาตนเข้าไปในโมโรลา แต่เป็นการช่วยเหลือขณะเก็บเกี่ยว ‘0-01’
นึกถึงที่มิสเตอร์ฟูลต้องรักษาบาเรียชั้นนอกในโลกดาราไปพร้อมๆ กับต้องแยกสมาธิไปเสริมความแข็งแกร่งให้ผนึกที่ราชันสวรรค์ทิ้งไว้ และยังต้องซ่อนเขตคุ้มครองเพื่อให้สังคมมนุษย์ดำรงอยู่ต่อไปชั่วคราว หากไม่ใช่สามเส้นทางเร้นลับที่เชี่ยวชาญการแบ่งพลัง คงไม่มีทางทำทุกอย่างได้พร้อมกันแน่
ลูเมี่ยนชั่งใจแล้วกล่าวว่า
“ฉันจะพยายามจัดการด้วยตัวเอง แต่เพื่อการนี้ ฉันต้องไปเยือนดินแดนเทพทอดทิ้งก่อน”
“ตอนนั้นอาจเกิดเหตุไม่คาดฝันขึ้น ต้องให้มิสเตอร์ฟูลช่วยจับตาดูล่วงหน้า”
“ไม่มีปัญหา” มิสเตอร์ฟูลที่ปกคลุมด้วยหมอกสีเทา ให้คำรับรองด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน
…………
ดินแดนเทพทอดทิ้ง บนยอดของเทือกเขาที่ทอดยาวไม่ขาดสาย
ร่างของลูเมี่ยนปรากฏรวดเร็วบนยอดเขา แลเห็นชายคนหนึ่ง ผมยาวสีเงิน สวมเสื้อคลุมยาวสีเมล็ดฝ้าย ใบหน้าหล่อเหลาอ่อนโยน รูปหน้างดงาม
“เทวทูตโชคชะตา โอโรเลอุส?” เศียรกลางของลูเมี่ยนเอ่ยถาม
ชายคนนั้นตอบด้วยสีหน้าอ่อนโยน น้ำเสียงเฉยเมย
พระองค์ไม่ได้ปฏิเสธว่าตนคือราชาเทวทูตแห่งยุคบรรพกาล ‘เทวทูตโชคชะตา’ โอโรเลอุส
“ฉันอยากพบกรีชา·อาดัม หรืออาดัม·กรีชา” ลูเมี่ยนแสยะยิ้ม
‘เทวทูตโชคชะตา’ โอโรเลอุสหันกายไปด้านข้าง จนไม้กางเขนอันใหญ่ด้านหลังปรากฏออกมาเต็มตา แต่บนนั้นกลับว่างเปล่า ไม่มีร่างของพระเจ้าแขวนอยู่
“พระองค์ทรงดำรงอยู่ในอดีต ปัจจุบัน และนิรันดร” โอโรเลอุสกล่าวด้วยสีหน้าศรัทธาอย่างแรงกล้า “หากพบไม่ได้ นั่นเป็นปัญหาของเจ้าเอง”
ลูเมี่ยนไม่ได้ระคายเคืองกับคำตอบของ ‘เทวทูตโชคชะตา’ เพียงจ้องมองไม้กางเขนขนาดมหึมานั้น พลางหัวเราะเสียงดัง
“ฉันนำหนึ่งในความหวังที่จะช่วยโลกมาด้วย คุณจะพบ หรือไม่พบ?”
“ในฐานะ ‘นักอ่านใจ’ ที่เก่งที่สุด คุณน่าจะฟังออกว่าฉันไม่ได้โกหก”
ใต้ไม้กางเขนขนาดมหึมา ฉับพลันก็มีทะเลที่ดูเหมือนบรรจุทุกสีสันพลุ่งพล่าน มันท่วมเทือกเขาจนมิด เหลือไว้เพียงตำแหน่งที่ลูเมี่ยนและ ‘เทวทูตโชคชะตา’ โอโรเลอุสยืนอยู่
บน ‘ทะเล’ แห่งความโกลาหลนี้ เงาแสงรูปร่างคนเดินอยู่บนพื้นผิวสีดำว่างเปล่า ราวกับเชื่อมต่อระหว่างฟ้ากับดิน
พระองค์ยังคงรักษารูปลักษณ์ของมนุษย์ ครึ่งล่างใบหน้าปกคลุมด้วยหนวดเคราสีทองอ่อน ดวงตาสีเหลืองทองใสบริสุทธิ์ดั่งทารก ร่างกายของพระองค์ไม่มีความเป็นรูปธรรมอีกต่อไป ประกอบขึ้นจากแสงเงาล้วนๆ
ใต้เท้าของพระองค์ ลากเงาดำยาวเหยียด เงาดำนั้นไม่เหมือนกับพระองค์เสียทีเดียว มีห้าเศียร ด้านหลังศีรษะของพระองค์ ดวงอาทิตย์สีเหลืองทองค่อยๆ ลอยขึ้นมา
“ฉันเห็นแล้ว” ลูเมี่ยนเอียงศีรษะหัวเราะกับ ‘เทวทูตโชคชะตา’ โอโรเลอุส
เขาจึงขยายร่างกาย แปรเปลี่ยนเป็นยักษ์เหล็กที่ลุกโชนด้วยเปลวไฟสีม่วง มองไปยังกรีชา·อาดัม กล่าวด้วยรอยยิ้มสดใส
“ก่อนจะบอกความหวังนั้น ฉันอยากต่อยคุณหนึ่งหมัด”
ดวงตาใสบริสุทธิ์ดั่งทารกของกรีชา·อาดัมไม่มีการแปรเปลี่ยนทางอารมณ์ใดๆ เพียงตอบด้วยเสียงอันยิ่งใหญ่
“ได้”
สีหน้าของลูเมี่ยนกลายเป็นเย็นชาทันที
เขา ‘เทเลพอร์ต’ ไปเบื้องหน้ากรีชา·อาดัม กำหมัดซ้ายแน่น ท่วมท้นด้วยเปลวไฟสีม่วง ต่อยใส่แก้มขวาของเทพองค์นี้เต็มแรง
ท่ามกลางเสียงระเบิดดังสนั่น ศีรษะของกรีชา·อาดัมเอียงไปด้านข้าง แก้มยุบ ปากแตก เลือดเนื้อเละเทะ
ทันใดนั้น หมัดขวาของลูเมี่ยนก็ตวัดออกไป เปลวไฟสีม่วงที่ลุกโชนปกคลุมแก้มซ้ายของกรีชา·อาดัมในบัดดล
เปรี้ยง!
เลือดสีเหลืองทองสาดกระเซ็น กะโหลกแตกหัก ดำไหม้ไปทั่ว
สำหรับ ‘เทวทูตโชคชะตา’ โอโรเลอุส นับตั้งแต่ลูเมี่ยน ‘เทเลพอร์ต’ มาหน้ากรีชา·อาดัม ก็เอาแต่ก้มศีรษะลง สวดวิงวอนด้วยความศรัทธาและถ่อมตนยิ่ง ครั้งแล้วครั้งเล่า
ลูเมี่ยนดึงหมัดกลับ ลอยอยู่กลางอากาศ กล่าวด้วยรอยยิ้มหยิ่งผยอง
“หมัดเมื่อครู่เป็นของเมดีซี”
เขาจ้องมองดวงตาของกรีชา·อาดัม กล่าวด้วยน้ำเสียงเย้าแหย่
“อย่าโกรธกันเลย นี่เป็นการเสียสละที่จำเป็น”
ดวงตาสีเหลืองทองของกรีชา·อาดัมใสสะอาด ไม่โกรธแค้น ไม่ขุ่นเคือง ไม่เย้ยหยัน ไม่ตำหนิ ยังคงใสกระจ่างจนสะท้อนร่างของลูเมี่ยนได้
เปลวไฟบนใบหน้าของพระองค์ยังคงลุกไหม้ บาดแผลไม่ได้รับการซ่อมแซม
รอยยิ้มบนใบหน้าลูเมี่ยนค่อยๆ จางลง
สบตากันสองสามวินาที เขาก็ยิ้มแล้วกล่าว
“ความหวังนั้นคือ…”
เขายกมือขวาขึ้น กดลงบนหน้ากากประหลาดสีทองเข้มตรงกึ่งกลางเศียรบนไหล่ซ้าย
“ฉันจะถอดมันออก”
กรีชา·อาดัมมองเขาอย่างอ่อนโยน ไม่ได้ถาม ไม่ได้เร่ง
ลูเมี่ยนพูดต่อราวกับพูดกับตัวเอง
“ใบหน้านี้แต่เดิมควรเป็นของพระผู้สร้างต้นกำเนิด แต่หลังจากสูญเสียสมดุลไป แล้วมีพลังของ ‘มารดา’ เข้ามาเกี่ยวข้อง จนเกิดสมดุลใหม่ มันก็กลายเป็นสิ่งที่ ‘พระเจ้าดั้งเดิม’ เตรียมการเพื่อคืนชีพ”
“หากฉันถอดหน้ากากที่ราชันสวรรค์ทิ้งไว้ออก จะมีเรื่องสนุกมากเกิดขึ้นตามมา”
รอยยิ้มกลับมาปรากฏบนใบหน้าลูเมี่ยนอีกครั้ง พลางกล่าวกับกรีชา·อาดัมด้วยน้ำเสียงสบายๆ
“จิตสำนึกของ ‘พระเจ้าดั้งเดิม’ กำลังแย่งชิงการควบคุม ‘ทะเลแห่งความโกลาหล’ และร่างกายนี้กับคุณอยู่”
“แต่บัดนี้ หากจู่ๆ โอกาสในการคืนชีพปรากฏขึ้น พระองค์จะเลือกทางใด?”
“หากพระองค์แบ่งจิตมาสร้างอิทธิพลต่อใบหน้านี้บนเศียรนี้ คำนึงจากความหมายเชิงสัญลักษณ์แล้ว นั่นเท่ากับว่า พระองค์เลือกที่จะยอมแพ้ในการแย่งชิงกับคุณ จุดเสียเปรียบของคุณจะพลิกกลับทันที กลายเป็นฝ่ายถือไพ่เหนือกว่ามาก”
“หลังจากนั้น เราอาจจะได้ต้อนรับเสาหลักใหม่ เสาหลักที่อยู่ฝ่ายเรา ความหวังในการผ่านพ้นวันสิ้นโลกย่อมเพิ่มขึ้นอย่างแน่นอน”
“แต่หาก ‘พระเจ้าดั้งเดิม’ ไม่ยอมถอยร่น หรือยอมแพ้ในการแย่งชิงกับคุณ การคืนชีพบนใบหน้านี้เศียรนี้ก็จะหยุดชะงัก แต่ยังคงหลงเหลือความพิเศษเพียงพอ”
“ด้วยความพิเศษเหล่านี้ ฉันสามารถดลบันดาลหลายสิ่งให้สำเร็จ ความหวังที่จะช่วยโลกนี้สำเร็จ ก็จะเพิ่มขึ้นจากเดิมเหมือนกัน ปรากฏขึ้นจากสิ่งนี้ หึๆ…คิดว่าละนะ”
ลูเมี่ยนหันกลับไปมองดวงตาสีเหลืองทองของกรีชา·อาดัมอีกครั้ง กล่าวด้วยรอยยิ้มเต็มหน้า
“ฉันล่ะอยากรู้จริงๆ ว่าพระเจ้าดั้งเดิมจะเลือกทางไหน”
พูดจบ ลูเมี่ยนกดหน้ากากโดยไม่ลังเลหรือรีรอแม้แต่น้อย แล้วออกแรงดึง
ประตูแสงสีดำอมเขียวพลันปรากฏในส่วนลึกของหน้ากากสีทองเข้ม ไม่นานก็หลุดออกมา บินกลับเข้าไปในหมอกสีเทาขาวที่ไม่รู้ว่าปกคลุมอยู่บนท้องฟ้าสูงตั้งแต่เมื่อใด
วินาทีถัดมา ลูเมี่ยนถอดหน้ากากประหลาดสีทองเข้มนั้นออก
ใต้หน้ากากคือใบหน้าที่เป็นรูปวังวน ไม่มีตา ไม่มีจมูก ไม่มีปาก และไม่มีกระดูก วังวนนั้นประกอบด้วยของเหลวโกลาหลที่บรรจุสีสันทั้งหมด
ลูเมี่ยนมองใบหน้านี้ด้วยความคาดหวัง รอให้มันเกิดการเปลี่ยนแปลงตามมา
แต่ทว่า วังวนปฐมกาลกลับไม่หมุนแต่อย่างใด ไม่ได้ปรากฏใบหน้าเพิ่มขึ้นมา
ใบหน้าทูดอร์และชีคทั้งสองข้างของเศียรนี้เริ่มบิดเบี้ยว ประหนึ่งสัมผัสถึงความทุกข์บางประการ
ลูเมี่ยนบิดปาก ส่งเสียง ‘จิ๊’ แล้วกล่าว
“น่าเสียดาย…”
เขาไม่ปิดบังความผิดหวังของตน แล้วหันกายกลับ เดินไปยืนข้างๆ ‘เทวทูตโชคชะตา’
ด้านหลังของเขา มนุษย์แสงตัวใหญ่ค่อยๆ จมลง พร้อมกับเงาที่มีห้าเศียร และพระอาทิตย์สีเหลืองทองอันเจิดจ้า จมหายเข้าไปใน ‘ทะเลแห่งความโกลาหล’ อีกครั้ง
ด้านบนเขา หมอกสีเทาขาวบนท้องฟ้าสูงเริ่มเลือนราง หวนคืนสู่ความว่างเปล่า
ลูเมี่ยนโยนหน้ากากสีทองเข้มขึ้นแล้วรับ รับแล้วโยน พลางถอนหายใจ มองไปยัง ‘เทวทูตโชคชะตา’ โอโรเลอุสแล้วกล่าว
“ทำไมคุณไม่ไปไล่ตามประธานของ ‘โรงเรียนชีวิต’ ล่ะ?”
ใบหน้าของลูเมี่ยนเอง รวมถึงใบหน้าที่มีวังวนโกลาหลเป็นหน้า หันไปทางโอโรเลอุสพร้อมกัน
‘เทวทูตโชคชะตา’ โอโรเลอุสตอบด้วยสีหน้าอ่อนโยน น้ำเสียงเฉยเมย
“จังหวะได้สูญเสียไปแล้ว”
“สิ่งที่ต้องทำต่อไปคือ รอคอยและตัดสินใจ”
ลูเมี่ยนหัวเราะ ‘เฮอะๆ’ ไม่ได้ถามไถ่สิ่งใดต่อ
บนใบหน้าของชีค ดวงตางดงามยิ่งกว่าไพลินสีน้ำเงิน สะท้อนภาพโลกมืดดำที่ซ้อนทับกันอย่างเลือนราง
ร่างของลูเมี่ยนอันตรธานไปจากตำแหน่ง อาศัยโลกในกระจกพิเศษ ท่องผ่านไปยัง ‘เมืองเนรเทศ’ โมโรลาอย่างหยิ่งผยอง
ผนึกของที่นี่เปิดช่องว่างให้เขาจริงตามคาด
เท้าทั้งสองของลูเมี่ยนเหยียบลงบนถนนโมโรลา ซึ่งผ่านการชะล้างด้วยหายนะนานาชนิด
ท่ามกลางความขรุขระ เขาเดินทีละก้าวไปยังทางเข้าอนุสาวรีย์บรรจุศพใต้ดิน
สายตาของเขามองไปรอบๆ อย่างผ่อนคลาย พบว่าเหล่าชาวโมโรลารูปร่างน่าเกลียดน่ากลัว เมื่อเห็นว่าตนมีสามเศียร ต่างก็ตื่นตระหนก พยายามหลีกเลี่ยง
แต่ความคิดของพวกเขาไม่ได้ถูกลงมือทำ บางคนถูกดึงดูดด้วยใบหน้างดงาม เปี่ยมด้วยรัศมีแห่งมารดาของ ‘นางมารสิ้นโลก’ ชีค ไม่ยอมละสายตาแม้แต่วินาทีเดียว บางคนภายใต้การจ้องมองของ ‘จักรพรรดิโลหิต’ อลิสต้า·ทูดอร์ รีบก้มศีรษะต่ำ คุกเข่าลงกับพื้นดังโครม แสดงความยอมสยบอย่างสมบูรณ์ บางคนจ้องมองใบหน้าวังวนอย่างไม่ละสายตา
ปัง! ปัง! ปัง!
บางคนถูกจุดไฟ บางคนกลายเป็นกระจก บางคนผุดเกล็ดปลาหนาแน่น บางคนผิวหนังแตกเป็นชิ้นๆ งอกดวงตาเฉยเมยออกมาดวงแล้วดวงเล่า…
พวกเขาเสียสติ คลุ้มคลั่ง หลังจากจ้องมองใบหน้าที่เกิดจากวังวนโกลาหล
ห้ามจ้องมองเทพ!
ลูเมี่ยนสัมผัสถึงการระบายอารมณ์ดุร้าย บ้าคลั่ง และทำลายล้าง เยื้องย่างทีละก้าวเข้าไปในอนุสาวรีย์บรรจุศพใต้ดิน
เขามาถึงทุ่งร้างอันมืดมิด มาถึงหน้าภูเขาซากศพนั่น
เขาแหงนหน้ามองไปยังธงที่มีเสาธงสีดำเหล็ก มีรอยไหม้เกรียมชัดเจน และมีจุดเลือดอันตรายปกคลุม
0-01 ธงโลหิตซาลินเจอร์!
ลูเมี่ยนอมยิ้ม กล่าวด้วยน้ำเสียง ‘ถ่อมตน’
“บอส ฉันมาหาแล้ว”
เสียงเพิ่งจะขาด ใจกลางหน้าผากของเขา สีแดงสดราวกับจะหยดย้อยก็ซึมออกมา เสมือนก่อตัวเป็นธงสีเลือด
เขาทำการวิงวอนเสร็จสิ้น เป็นการวิงวอนขอพลังจาก ‘รากเหง้าแห่งภัยพิบัติ’ ‘หายนะล้างโลก’
เขากลายเป็นนักบวชแห่งสงครามและวันสิ้นโลก กลายเป็นอวตารแห่งการทำลายล้างและโกลาหล
……………………………………………………..