ราชันเร้นลับ 2 : วัฏจักรแห่งชะตา (Circle of Inevitability) - ตอนที่ 1125 คำร้องขอ
- Home
- ราชันเร้นลับ 2 : วัฏจักรแห่งชะตา (Circle of Inevitability)
- ตอนที่ 1125 คำร้องขอ
ตอนที่ 1125 คำร้องขอ
ภายในคฤหาสน์หรูของลูเมี่ยนและพรรคพวก
อ็องโตนีเฝ้ามองนาโปริดิสลีที่นั่งอยู่บนโซฟายาวฝั่งตรงข้ามเยื้องๆ อย่างเปิดเผย พบว่าอีกฝ่ายสงบนิ่งยิ่งนัก ไม่รีบร้อน ไม่หงุดหงิด เพียงถือถ้วยกาแฟจิบแผ่วเบา
นี่ไม่เหมือนกับผู้วิเศษเส้นทาง ‘ปีศาจ’ ในความทรงจำของเขา อารมณ์มั่นคง ท่าทางผ่อนคลาย ปกติจนทำให้รู้สึกผิดปกติ
เอื๊อก! ลุดวิกที่นั่งข้างอ็องโตนีถึงกับกลืนน้ำลาย
เขาก็กำลังพินิจนาโปริดิสลีที่สวมชุดสูทผูกหูกระต่ายเช่นกัน
นาโปริดิสลีมิได้ถามว่า ลูเมี่ยนจะกลับมาเมื่อไร เพียงคุยเรื่อยเปื่อยกับอ็องโตนีถึงสถานการณ์ปัจจุบันของเขตคุ้มครองอย่างเป็นธรรมชาติ
ไม่รู้ผ่านไปนานเท่าใด ร่างของลูเมี่ยนและฟรังก้าปรากฏ ณ ริมห้องรับแขก
ลูเมี่ยนมองนาโปริดิสลีตามสัญชาตญาณ ยิ้มพร้อมความประหลาดใจที่ไม่ปิดบัง
“ฉันนึกว่าคุณถูกลากกลับนรกไปแล้วเสียอีก”
นาโปริดิสลีลุกขึ้นยืน ยิ้มอย่างไม่ถือสา
“สภาพของข้ากลับยิ่งดีขึ้นด้วยซ้ำ”
“พระแม่ธรณีไม่ได้ตกอยู่ในภวังค์แล้วหรือ?” ลูเมี่ยนนั่งลงบนโซฟาอีกตัว
ฟรังก้านั่งชิดติดเขา สีหน้าฉายความอยากรู้อยากเห็น
ปีศาจนาโปริดิสลีผู้มีดวงตาสีน้ำเงินเยือกแข็ง นั่งลงใหม่ อธิบายอย่างสงบ
“ก่อนพระจันทร์แดงเสด็จเยือน ยังเกิดเรื่องใหญ่อีกเรื่องหนึ่ง พวกคุณน่าจะจำได้ นั่นคือ จิตสำนึกของพระเจ้าดั้งเดิมเริ่มหวนคืน จิตวิญญาณกลายเป็นกระฉับกระเฉง”
“นี่เกี่ยวอะไรกับการช่วยให้สภาพของคุณดีขึ้น?” ฟรังก้าถามด้วยจิตวิญญาณใฝ่รู้
นาโปริดิสลียิ้มน้อยๆ ไม่ตอบ
ลูเมี่ยนมองฟรังก้าแวบหนึ่ง แล้วหันสายตาไปทางอ็องโตนีและลุดวิก
พวกฟรังก้าลุกขึ้นอย่างเข้าอกเข้าใจ คนหนึ่งกลับไปห้องทำงานชั้น 2 คนหนึ่งเข้าครัว อีกคนไปห้องนั่งเล่น จัดการงานของนิกายโรค
นาโปริดิสลีจึงยิ้มพลางกล่าวกับลูเมี่ยน
“ตอนนั้น ในร่างของข้าก็มีจิตสำนึกความชั่วร้าย และจิตบ้าคลั่งของพระเจ้าดั้งเดิมฟื้นคืนเช่นกัน ถ่วงดุล ‘มารดาพฤกษาแห่งแรงกระหาย’ ที่กัดกร่อนได้ในระดับหนึ่ง ช่วยให้ข้าพบความสงบที่ห่างหายไปนาน”
“น่าเสียดาย การฟื้นคืนของพระเจ้าดั้งเดิมหยุดลงเร็วไปหน่อย จิตสำนึกรวมศูนย์ไปยัง ‘ทะเลแห่งความโกลาหล’ เหลือทิ้งไว้เพียงจิตวิญญาณอันเปี่ยมด้วยเจตนาร้าย จนข้าไม่อาจบรรลุความสมดุลที่แท้จริง ยังคงหลุดพ้นจากการควบคุมของ ‘มารดาพฤกษาแห่งแรงกระหาย’ ได้ยาก เพียงแต่สภาพดีขึ้นพอสมควร ไม่ต้องพึ่งพาความช่วยเหลือของลิลิธอีกต่อไป”
“ฮะๆ แม้แต่การรักษาสภาพปัจจุบันนี้ก็ไม่ง่ายเลย หาก ‘มารดาพฤกษาแห่งแรงกระหาย’ ทะลุหรืออ้อมบาเรียโลกดาราได้สำเร็จ เสด็จเยือนโลกของเรา เชือกที่ดึงข้าไว้ไม่ให้ตกต่ำลงไปอีก ก็จะขาดสะบั้นทันที”
“ในร่างคุณมีจิตสำนึกความชั่วร้าย รวมถึงจิตบ้าคลั่งของพระเจ้าดั้งเดิมฟื้นคืนกลับมา?” ลูเมี่ยนถามย้อน พลางเข้าใจคร่าวๆ ถึงเหตุผล
มุมปากของศีรษะกลางของเขาฉายรอยยิ้ม ยกมือขวาดีดหน้าผากหน้ากากประหลาดสีทองเข้มนั้นอีกครั้ง
ท่ามกลางเสียงดังปึก นาโปริดิสลีเผยแววตาความชื่นชม พลางยิ้มตอบ
“ถูกต้อง”
“คนอื่นอาจนึกไม่ถึงสาเหตุ แต่เจ้าน่าจะเดาได้ไม่ยาก”
“นี่เพราะพระเจ้าดั้งเดิมในยุคที่หนึ่ง เคยรองรับแก่นแท้ต้นกำเนิดที่สอดคล้องกับเส้นทาง ‘ผู้ถูกล่าม’ และ ‘นรก’ ทั้งสองสาย นั่นคือ ‘โลกเงามืด’”
“เคยรองรับ ‘โลกเงามืด’ ด้วยเชียว” ลูเมี่ยนแม้จะเดาออกแล้ว แต่ก็ยังประหลาดใจอยู่บ้าง
เส้นทาง ‘นรก’ ของ ‘โลกเงามืด’ กับเส้นทาง ‘สุริยัน’ ของ ‘ทะเลแห่งความโกลาหล’ เข้ากันไม่ได้เหมือนน้ำกับไฟ เอามารวมกันได้ยังไง?
หรือตอนนั้นพระเจ้าดั้งเดิมเสียสติแล้ว ควบคุมสัญชาตญาณการรวมตัวไม่อยู่?
พระองค์รองรับ ‘นครภัยพิบัติ’ ก่อนหรือ?
นาโปริดิสลีใช้น้ำเสียงรำลึกความหลังกล่าว
“ก่อนยุคที่หนึ่ง ในยุคที่เก่าแก่กว่า เคยมีตำนานเทพเช่นนี้”
“พระเจ้าแห่งสวรรค์สร้างบุตรแห่งเทพ เทวทูตหลายองค์ภายใต้การนำของเทวทูตใหญ่องค์หนึ่ง ได้ก่อการกบฏ จากนั้นพวกพระองค์พ่ายแพ้ ตกลงสู่นรก สร้างปรภพ กลายเป็นปีศาจ”
“ข้าศึกษานามอันทรงเกียรติทุกท่อนของเจ้าในนิกายโรคมาแล้ว จึงเชื่อว่าน่าจะเคยได้ยินตำนานนี้”
“เคยได้ยินจริง” ลูเมี่ยนตอบอย่างสงบ
นาโปริดิสลีพยักหน้ารับ
“เท่าที่ข้าทราบ ตำนานนี้อาจไม่ได้เกิดขึ้นจริง แต่มันแสดงถึงแนวโน้มหนึ่ง แนวโน้มที่สวรรค์กับนรกเชื่อมโยงกัน ดังนั้น เวลาสัญชาตญาณรวมตัว พระองค์จะพิจารณาตัวเลือกที่สอดคล้องก่อน”
“นี่ก็สอดคล้องกับศาสตร์เร้นลับจริงๆ คุณคงเคยได้ยินประโยค ‘ธาตุแท้อันเสื่อมทรามของสรรพชีวิตทั้งหลาย’ มาแล้ว นรกมีทางเข้าสองทาง ทางหนึ่งอยู่บนทวีปจมของโลกความจริง อีกทางอยู่ในส่วนลึกของจิตใจทุกคน อยู่ในธาตุแท้อันเสื่อมทราม”
“มิน่า ‘พระแม่ธรณี’ จึงหลับไป สภาพของคุณกลับดีขึ้น” ลูเมี่ยนพยักหน้าเบาๆ
เขาเปลี่ยนเรื่องถาม
“คุณก็เป็นผู้รอดชีวิตจากยุคก่อนเหมือนกัน?”
จุดนี้ฟรังก้าเคยคาดเดา เพราะนามแฝงของร่างแบ่งภาคหลายร่างของราชาปีศาจฟาโบธี คล้ายกับชื่อมหาปีศาจในตำนานยุคเก่ามาก
นาโปริดิสลียิ้ม
“จู่ๆ ก็หายไป จู่ๆ ก็มืดมิด”
“พอข้าเรียกคืนความคิดและความทรงจำกลับมาได้บ้าง ตัวเองก็กลายเป็นมหาปีศาจไปแล้ว ส่วนความคิดกับความทรงจำเล็กน้อยเหล่านั้น ได้ถูกความบ้าคลั่งและความโหดเหี้ยมกลบทับอีกครั้งทันที จนกระทั่งยุคที่หนึ่งใกล้จบจึงค่อยหวนกลับมาใหม่”
“ยุคเก่าถูกกวาดล้างหมดสิ้นแล้ว เหลือแต่พวกเราเหล่าผู้รอดชีวิต”
“ฮะๆ สำหรับข้ากลับเป็นเรื่องดี ยังมีชีวิตต่อไปได้อีกหลายพันปี ข้าเคยปกครองนรกและแผ่นดิน เคยลิ้มรสทุกสิ่งที่ไม่เคยได้ลิ้มรสในยุคเก่า”
นาโปริดิสลีหัวเราะอย่างเปิดเผย ไม่ปิดบังความปรารถนาและเจตนาร้ายของตนเลย ต่างจากท่าทางสงบอ่อนโยนเมื่อครู่โดยสิ้นเชิง
นี่อาจเป็นตัวตนจริงๆ ของพระองค์
ลูเมี่ยนไม่แปลกใจ รอให้ราชาปีศาจองค์นี้หัวเราะเสร็จจึงเอ่ยถาม
“คุณมาหาฉันมีธุระอะไร?”
นาโปริดิสลีกลับสู่สภาพสงบนิ่ง กล่าวอย่างจริงใจ
“ข้าอยากขอให้เจ้าช่วยเรื่องหนึ่ง หากสำเร็จ ร่างแบ่งภาค ‘เทพหายนะ’ ของข้าที่ถูกผนึกไว้จะตาย ตะกอนพลังที่แยกออกมาก็ยกให้เจ้าเลย”
หลังพระจันทร์แดงมาเยือน คนส่วนใหญ่ของทวีปใต้ได้ถูกดึงเข้ามาในเขตคุ้มครอง รวมถึง ‘เทพหายนะ’ ฟาโบธีที่ซ่อนอยู่ในสุสาน ‘เทศกาลฝัน’
สมาชิกฝ่ายปล่อยตัณหาของ ‘โรงเรียนกุหลาบ’ และผู้ศรัทธา ‘ปฐมจันทรา’ ส่วนใหญ่อยู่นอกเขตคุ้มครอง โดยเฉพาะพวกที่มีตะกอนพลังเส้นทางดังกล่าว
ส่วนสาวกลัทธิเทพมารบางคนที่ถูกดึงเข้ามาในเขตคุ้มครองอย่างเร่งรีบ ภายหลังก็ทยอยถูกกำจัดไป
“ใจกว้างจังนะ เรื่องอะไรล่ะ?” ลูเมี่ยนยิ้มมองนาโปริดิสลี
นาโปริดิสลียกกาแฟขึ้นจิบหนึ่งอึก
“ข้าต้องทำเรื่องหนึ่งเกี่ยวกับทวีปตะวันตก ก่อนที่ ‘เทวมารดาเสื่อมทราม’ จะรองรับ ‘รังมารดา’ เสร็จ ก่อนที่บาเรียโลกดาราจะแตกสลายโดยสมบูรณ์”
“ตอนนี้ที่ช่วยข้าได้มีแค่ ‘เดอะฟูล’ กับเจ้า”
“ฉัน? ฉันช่วยคุณผ่านตราผนึกของราชันสวรรค์ไม่ได้หรอกนะ” ลูเมี่ยนตั้งข้อสงสัย “แม้แต่มิสเตอร์ฟูล ตอนนี้ก็ทำไม่ได้ เพื่อปกป้องทวีปตะวันตก เขาเสริมตราผนึกของราชันสวรรค์ให้ยิ่งแข็งแกร่ง หากจะส่งคุณเข้าไป ก็ต้องรอโอกาส…โอกาสที่ตราผนึกสามารถถอนชั่วคราวได้”
นาโปริดิสลียิ้ม
“ต้องขอบคุณอลิสต้า·ทูดอร์และชีคที่ลองผิดลองถูกอย่างบ้าคลั่ง จนเชี่ยวชาญวิธีทำพันธลับกับ ‘นครภัยพิบัติ’ และสภาพของเจ้าตอนนี้ ไม่ต้องอาศัยเทียนน้ำมันศพของพวกพระองค์ ก็ทำพันธลับระดับลึกได้”
“นี่ก็เท่ากับสร้างการเชื่อมโยงกับทวีปตะวันตกแล้ว”
“ที่ข้าต้องการให้เจ้าช่วยคือ หลังจากนี้ เมื่อใดก็ตามที่เจ้าทำพันธลับระดับลึก ส่งจิตและจิตสำนึกเข้าสู่ ‘นครภัยพิบัติ’ ให้นำรอยประทับทางจิตของข้าไปด้วย”
“เจ้าต้องทำพันธลับระดับลึกอีกแน่ เพราะต้องเสี่ยงรองรับ ‘นครภัยพิบัติ’”
“นำรอยประทับทางจิตของคุณไปด้วย…มันมีประโยชน์อะไร?” ลูเมี่ยนถาม
เขาไม่ได้โต้แย้งประโยคครึ่งหลังของนาโปริดิสลี
นาโปริดิสลีอธิบายอย่างจริงจัง
“ข้าต้องสร้างการเชื่อมโยงกับ ‘โลกเงามืด’ ไว้ล่วงหน้าในระดับหนึ่ง”
“ปกติไม่มีทาง แต่พระเจ้าดั้งเดิมเคยรองรับ ‘นครภัยพิบัติ’ ด้วย”
“ทีนี้ ‘นครภัยพิบัติ’ และ ‘โลกเงามืด’ ที่ถูกรองรับพร้อมกัน ได้ปนเปื้อนมลทินใส่กัน ข้าอยากอาศัยมลทินของ ‘โลกเงามืด’ ภายใน ‘นครภัยพิบัติ’ เพื่อสร้างการเชื่อมโยงเบื้องต้น”
“นี่เป็นเรื่องดีสำหรับเจ้าด้วย หลังจากรอยประทับทางจิตของข้ารวมกับมลทินของ ‘โลกเงามืด’ แล้ว เมื่อถึงตาเจ้ารองรับ ‘นครภัยพิบัติ’ ย่อมสามารถหลีกเลี่ยงอันตรายแฝงด้านนี้ได้ ลดความเสี่ยงลงในระดับหนึ่ง”
“คุณทำแบบนี้ จะข้ามลำดับได้หรือ?” ลูเมี่ยนถามอย่างครุ่นคิด
นาโปริดิสลีส่ายหน้า
“ไม่ได้ ขาดเอกลักษณ์ที่จำเป็น สภาพของข้าตอนนี้ก็ไม่อนุญาต”
พระองค์เสริมอย่างสงบ
“แต่ถึงอย่างนั้น ข้าก็สามารถช่วยให้ ‘โลกเงามืด’ สำแดงพลังที่แข็งแกร่งกว่าเดิมได้”
ลูเมี่ยนพยักหน้ารับ ยิ้มพลางถามย้อนนาโปริดิสลี
“คุณคิดว่าฉันจะตกลงหรือ?”
“การปล่อยให้มหาปีศาจฝากรอยประทับทางจิตไว้ในจิตสำนึกและจิตของตัวเอง เป็นเรื่องอันตรายมาก”
พันธลับคือการให้จิตสำนึก จิตวิญญาณ ผสานเข้ากับสิ่งเฉพาะ ไม่เกี่ยวกับร่างกาย ดังนั้นในประสบการณ์พันธลับ สิ่งต่างๆ ย่อมเกิดจากจิตของตนเอง ไม่ใช่ของจริง
กล่าวคือ หากนาโปริดิสลีต้องการให้รอยประทับทางจิตของตนเข้าร่วมพันธลับ ก็ต้องฝากไว้ในดวงวิญญาณ จิต และจิตสำนึกของลูเมี่ยนเท่านั้น
นาโปริดิสลีมองดวงตาของลูเมี่ยน ยิ้มพลางกล่าว
“ข้าเชื่อว่าเจ้าจะตกลง”
“เพราะเจ้าตอนนี้ก็เหมือนกับข้า ยามบ้าคลั่งกลับ ‘ปกติ’ ที่สุด ยามมีสติกลับบ้าคลั่งที่สุด”
ลูเมี่ยนหัวเราะร่วน หัวเราะอยู่พักใหญ่
จากนั้นเขาเก็บรอยยิ้ม กล่าวกับนาโปริดิสลี
“ได้ ฉันตกลง”
“เมื่อฉันทำพันธลับระดับลึกอีกครั้ง จะแจ้งให้คุณทราบล่วงหน้า”
นาโปริดิสลีลุกขึ้นยืนอย่างพอใจ ยื่นฝ่ามือขวาออกไป
“ยินดีที่ได้ร่วมมือ”
“ยินดีที่ได้ร่วมมือ” ลูเมี่ยนจับมือพระองค์อย่างไม่ใส่ใจ
นาโปริดิสลีหยิบหมวกผ้าไหมทรงกึ่งสูงของตน สวมใส่พลางยิ้มกล่าว
“คุณไม่กังวลหรือ ว่าการสร้างปีศาจอย่างข้า จะเป็นอันตรายต่อสังคมมนุษย์?”
ลูเมี่ยนยิ้มอ่อน พลางกล่าวด้วยน้ำเสียงสงบ
“หากข้ามวันสิ้นโลกไม่ได้ ก็ไม่มีสังคมมนุษย์ให้คุณทำอันตราย”
“หากข้ามวันสิ้นโลกได้ แต่ฉันกำลังจะไม่รอด ก็จะลากคุณไปตายด้วยกัน”
“หากเรื่องพวกนี้ไม่เกิดขึ้น ไม่ว่าจะเป็นฉันหรือมิสเตอร์ฟูล สุดท้ายก็จะจัดการคุณ สังหาร ผนึก จองจำ หรือเนรเทศ”
นาโปริดิสลีไม่แปลกใจกับคำตอบนี้เลย
พระองค์ถอนหายใจพร้อมรอยยิ้ม
“ขอบคุณสำหรับความจริงใจ”
พระองค์ผู้สวมหมวกผ้าไหมทรงกึ่งสูง เดินออกจากคฤหาสน์หรูแห่งนี้ด้วยฝีเท้าสม่ำเสมอ
……………………………………………………..