ราชันเร้นลับ 2 : วัฏจักรแห่งชะตา (Circle of Inevitability) - ตอนที่ 1127 คำแนะนำ
- Home
- ราชันเร้นลับ 2 : วัฏจักรแห่งชะตา (Circle of Inevitability)
- ตอนที่ 1127 คำแนะนำ
ตอนที่ 1127 คำแนะนำ
………………..
วันรุ่งขึ้น ณ เขตถนนหลวงทรีอาร์ ภายในบ้านพร้อมสวนหลังหนึ่ง ซึ่งอยู่ไม่ไกลจากพระราชวังใหญ่
ลูเมี่ยนและฟรังก้าเดินตาม ‘เฮอร์มิท’ แคทลียานำทาง มาถึงระเบียงชั้น 3 พบเห็น ‘ราชินีเงื่อนงำ’ แบร์นาแดตในชุดล่าสัตว์กำลังถือบัวรดน้ำ รดน้ำกระถางต้นไม้หลายใบที่วางอยู่
“ไม่ได้เจอกันนาน” ราชินีเงื่อนงำวางบัวรดน้ำ หันมามองผู้มาเยือนทั้งสอง
“ไม่ได้เจอกันนาน” ตอนอยู่ในเมืองแดนฝัน ฟรังก้าและ ‘ราชินีเงื่อนงำ’ ไม่เพียงร่วมมือกัน แต่ยังพูดคุยกันหลายครั้ง ระหว่างกันมี ‘ผู้ข้ามมิติ’ เป็นสายใยเชื่อมโยง เมื่อเห็นอีกฝ่ายจึงไม่ค่อยหวาดกลัว ส่วนใหญ่เป็นความเคารพ กระทั่งความรู้สึกใกล้ชิดก็มีไม่น้อย
“ฉันนึกว่าคุณอยู่กลางทะเล” เธอเริ่มพูดคุย
‘ราชินีเงื่อนงำ’ แบร์นาแดตยิ้มออกมาบ้าง
“ช่วงเวลาก่อนวันสิ้นโลกมาถึง ฉันยังหวังจะอยู่ในทรีอาร์”
“อีกอย่าง ในฐานะ ‘ผู้ทรงปัญญา’ ในฐานะองค์หญิงเก่าของอินทิส ฉันหวังจะปกป้องพลเมืองที่นี่ ขัดขวางหายนะต่างๆ รักษาความสงบและเสถียรภาพของสังคม สภาพแวดล้อมแบบนี้เหมาะสำหรับย่อยโอสถ ‘ผู้ทรงปัญญา’ มาก โดยเฉพาะช่วงสองสามเดือนแรก”
ขณะพูดประโยคนี้ แบร์นาแดตมองไปที่ ‘เฮอร์มิท’ แคทลียา ราวกับกำลังสอน
“อย่างนี้นี่เอง” ฟรังก้าเข้าใจในทันที “โอสถ ‘ผู้ทรงปัญญา’ ของคุณใกล้จะย่อยเสร็จแล้วสินะ?”
“ใกล้แล้ว” ‘ราชินีเงื่อนงำ’ แบร์นาแดตตอบสั้นๆ
เธอหันไปมองลูเมี่ยน
“คุณหวังให้ฉันทำนายที่อยู่ของ ‘นางมารต้นกำเนิด’ ใช่ไหม?”
“ใช่ ต้องรบกวนแล้ว” ลูเมี่ยนพูดอย่างจริงใจ
ดวงตาของ ‘ราชินีเงื่อนงำ’ แบร์นาแดตค่อยๆ ลึกล้ำ ราวกับผืนทะเลก่อนพายุเข้า เวิ้งว้างไม่มีจุดโฟกัส
ภาพอันคลุมเครือรางเลือนปรากฏวูบหนึ่ง แม่น้ำเงินปรอทเลือนรางดูคล้ายมีคล้ายไม่มี
น้ำตาสีเลือดสองสายไหลรินจากหางตาของแบร์นาแดต เสียงของเธอดังขึ้นอย่างล่องลอย
จันทร์เพ็ญสีแดงฉาน…ไม่เพียงลูเมี่ยนและฟรังก้า แม้แต่ ‘เฮอร์มิท’ แคทลียาเมื่อได้ยินวลีสั้นๆ นี้ ก็อดสั่นสะท้านไม่ได้
สำหรับผู้วิเศษที่รู้ความจริงของเขตคุ้มครอง ‘จันทร์เพ็ญสีแดงฉาน’ ราวกับบาดแผลที่ฝังลึกในจิตสำนึก เพียงถูกกล่าวถึง ก็จะปรากฏออกมา
สิ่งนี้แตกต่างอย่างชัดเจนกับคำทำนายของมาดามเฮอร์มิท กระทั่งขัดแย้งกันบางประการ…นึกแล้วเชียว การหาผู้มีศักดิ์สูงที่ถนัดด้านนี้มาทำนายและพยากรณ์หลายๆ คน จะช่วยให้ปะติดปะต่อผลลัพธ์ที่มีประโยชน์ได้มากขึ้น…เหมือนกับเรื่องที่โอลัวร์เล่าให้ฟัง คนตาบอดใช้วิธีลูบคลำเพื่ออธิบายรูปร่างช้าง ย่อมมีความลำเอียง ไม่สมบูรณ์ ถูกจำกัดแค่รูปลักษณ์บางส่วน ยากที่จะบรรยายความจริงได้เพียงพอ แต่หากนำผลที่คนตาบอดซึ่งคลำในตำแหน่งต่างกัน มาปะติดปะต่อกัน บางทีก็อาจเข้าใกล้คำตอบที่แท้จริงได้…ลูเมี่ยนพยักหัวตรงกลางเล็กน้อยจนแทบมองไม่เห็น
เขาคิดอย่างเรียบง่าย ถึงความเชื่อมโยงระหว่างคำทำนายทั้งสาม
“‘คัมภีร์วิวรณ์ภาคต่อ’ บอกว่า จะพบเจอชีคในโลกซากปรักหักพัง นี่อาจเป็นเรื่องเท็จ แต่หากมองว่ามันจริงแล้วเตรียมตัวตามนั้น มันก็จะกลายเป็นจริง ตัวแปรเดียวคือ มันจะส่งผลต่อเทพแท้จริงได้หรือไม่”
“คำทำนายของมาดามเฮอร์มิทคือ ป่าดงดิบในทวีปใต้ ซึ่งโดยพื้นฐานแล้วสอดคล้องกับ ‘คัมภีร์วิวรณ์ภาคต่อ’”
“คำทำนายของ ‘ราชินีเงื่อนงำ’ มองไม่ออกว่าอยู่ในเขตคุ้มครองหรือโลกซากปรักหักพัง แต่หากโลกซากปรักหักพังมีจันทร์เพ็ญสีแดงฉาน เรื่องก็ยุ่งยากแล้ว ปัญหาร้ายแรง การตีความที่ดีที่สุดก็คือ ‘เทวมารดาเสื่อมทราม’ ส่งสายตามองมา…”
ลูเมี่ยนตัดสินใจเล่าคำทำนายทั้งสองก่อนหน้านี้ อยากดูว่าอดีต ‘ผู้หยั่งรู้’ ปัจจุบัน ‘ผู้ทรงปัญญา’ แบร์นาแดตและแคทลียาจะตีความอย่างไร
“ในโลกกระจก ที่ใดที่หนึ่งของโลกซากปรักหักพัง หรือแม้กระทั่งอยู่ภายในโลกในกระจกพิเศษ” ‘ราชินีเงื่อนงำ’ มอบดุลพินิจของตัวเอง
‘เฮอร์มิท’ แคทลียาพูดตาม
“ลักษณะเฉพาะของที่นั่นคือ สะท้อนภาพป่าดงดิบของทวีปใต้”
“อา…จันทร์เพ็ญสีแดงฉานอาจเป็นผลผลิตที่โลกในกระจกสะท้อนมา ยังไม่รู้ชั่วคราวว่าหมายถึงอะไร เป็นสัญลักษณ์ของอะไร”
ลูเมี่ยนพยักหน้า พูดกับฟรังก้าและมาดามเฮอร์มิท
“มิสเตอร์ฟูลมอบหมายให้ฉันปรึกษาเรื่องหนึ่งกับราชินี”
แม้จะเป็นเทวทูตแล้ว แต่ ‘เฮอร์มิท’ แคทลียาไม่ได้แสดงท่าทีทำนอง ‘มีอะไรที่ฉันฟังไม่ได้?’ เธอพาฟรังก้าไปที่ห้องรับแขกเล็กชั้น 1 เพลิดเพลินกับชาแดงและขนมหวาน
“มิสเตอร์ฟูลมีเรื่องอะไร?” ‘ราชินีเงื่อนงำ’ แบร์นาแดตเก็บสายตาจากทางออกระเบียงกลับมา ถามลูเมี่ยน
เธอไม่มีการหยั่งรู้ใดๆ เกี่ยวกับเรื่องนี้เลย แต่ปัจจุบันเริ่มเกิดการคาดเดาบ้างแล้ว
ลูเมี่ยนยิ้ม
“มิสเตอร์ฟูลฝากข้อความมาถึงจินนี่”
แบร์นาแดตพยักหน้าแผ่วเบาพร้อมกับยื่นมือขวา ร่ายคำยาวๆ จนเกิดแสงดาวในอากาศ แล้วเสกให้มันประสานกันเป็นสัญลักษณ์ประหลาด เปิด ‘ประตูลับ’ นำไปสู่สถานที่ไม่รู้จัก
‘ประตูลับ’ เปิดออกรวดเร็ว ลมแรงพัดหวีดหวิวออกมา รวมตัวเป็นชายที่มีผ้าขาวพันบนศีรษะ ร่างกายท่อนบนเป็นมนุษย์ท่อนล่างเป็นกระแสลม
“ตะเกียงวิเศษประทานพร” แบร์นาแดตพูดด้วยน้ำเสียงปกติ
ชายผู้นั้นหยิบสิ่งของที่เหมือนกาน้ำขนาดย่อม สีทองล้วน เต็มไปด้วยลวดลายลึกลับซับซ้อน ออกมาจากผ้าขาวที่พันรอบตัวอย่างนอบนอม
0-05 ตะเกียงวิเศษประทานพร
แบร์นาแดตใช้นิ้วลูบไล้ผิวสีทองของตะเกียงวิเศษซ้ำๆ พลางเอ่ยชื่อออกมา
“จินนี่”
ไส้ตะเกียงที่ปากกาน้ำ ติดไฟฉับพลัน เปล่งแสงสีทองราวกับน้ำข้นหนืด
แสงนั้นลอยขึ้นอย่างไม่เต็มใจและต่อต้าน ก่อตัวเป็นร่างอันเลือนรางบิดเบี้ยว ภายในเป็นสีเขียวอมขาว ภายนอกสีทองหม่นหมอง
พลังชีวิตของพวก ‘ผู้ปกครองแห่งวันวาน’ ช่างทนทายาดจริงๆ แม้ไม่มีแก่นแท้ต้นกำเนิด ไม่มีเอกลักษณ์ ไม่มีตะกอนพลัง เหลือแค่จิตสำนึก จิต และศักดิ์ หลังจากได้รับบาดเจ็บร้ายแรงขนาดนั้น ใช้เวลาแค่ปีกว่าๆ ก็ฟื้นฟูการตอบสนองเบื้องต้นได้ อา…ดูเหมือนอ่อนแอมาก แต่อย่างน้อยก็ไม่ตกอยู่ในภาวะหมดสติโดยสิ้นเชิง หรือหลับใหลระดับลึก…ลูเมี่ยนอดรู้สึกประทับใจไม่ได้
‘จินนี่’ มองไปรอบตัว กำลังจะพูดทิ้งไว้สองสามประโยคแล้วหดกลับเข้าไปใน ‘ตะเกียงวิเศษประทานพร’ ก็ได้ยินลูเมี่ยนชิงเอ่ยปาก
“ถ้าฉันเป็นคุณ ควรฟังให้จบว่ามิสเตอร์ฟูลฝากคำพูดใดมา มันเกี่ยวข้องกับอนาคตของคุณ หรือจะพูดว่าจุดจบก็ได้”
‘จินนี่’ พูดด้วยเสียงอันยิ่งใหญ่สง่างาม
“อนาคตของข้าถูกกำหนดแล้ว เว้นแต่พระองค์จะผิดคำสัญญาของตัวเอง”
ลูเมี่ยนได้ยินความอ่อนแอที่ปกปิดไม่อยู่ในเสียงของ ‘จินนี่’ ยิ้มแล้วพูด
“มิสเตอร์ฟูลย่อมทำตามคำสัญญาแน่นอน แต่นี่ยังไม่ถึงเวลาไม่ใช่หรือ?”
“เขาสมมุติความเป็นไปได้หนึ่ง ก่อนเวลาที่สัญญาไว้มาถึง หากเขาสิ้นชีพไปเสียก่อนเล่า? ในเรื่องการทำตามสัญญานี้ มันเรียกว่าเหตุสุดวิสัย และ ‘ผู้สืบทอด’ ของเขาอาจเป็นคนที่คุณไม่อยากเห็น การจะฉีกคำสัญญา หรือหลอกลวงกฎเกณฑ์ ก็ง่ายดายราวกับกินข้าวดื่มน้ำ”
ลูเมี่ยนหยุดแล้วพูดต่อ
“เราลองมาสมมุติพัฒนาการอีกแบบหนึ่ง หากพวก ‘วันวาน’ ทำลายบาเรียก่อนที่เราจะมีความสามารถรับมือ สังหารมิสเตอร์ฟูล กรีชา อาดัม และเทพแท้จริงอื่นๆ ในหมู่ ‘วันวาน’ เหล่านั้น จะมีใครเพ่งเล็ง ‘แคว้นแห่งความยุ่งเหยิง’ กันบ้าง?”
“พระองค์ไม่สามารถรองรับ ‘ปราสาทต้นกำเนิด’ หรือ ‘ทะเลแห่งความโกลาหล’ ได้อีกก็จริง แต่ตราบใดที่ข้างเคียงกัน ย่อมรองรับ ‘แคว้นแห่งความยุ่งเหยิง’ ได้แน่นอน ถึงตอนนั้น ผู้ที่ประสบความสำเร็จจะมีท่าทีอย่างไรต่อคุณที่อยู่ในสภาพอ่อนแอ? พระองค์หากปล่อยคุณออกจาก ‘ตะเกียงวิเศษประทานพร’ คุณกล้าออกไปหรือ? ไม่สิ ถึงตอนนั้น ‘ตะเกียงวิเศษประทานพร’ ก็คงปกป้องคุณไม่ได้อีกแล้ว”
“ในภายหลัง พระองค์ยังจะไปตามรอย ‘หมอกไม่จีรัง’ ทำให้ ‘บุตรแห่งปฐมกาล’ สมบูรณ์ จิตของคุณแน่นอนว่าจะไม่สลาย แต่จะคร่ำครวญในท้องของพระองค์ตลอดกาล รับความทรมานชั่วนิรันดร์”
‘จินนี่’ ไม่พูดอะไร รักษาความเงียบ
ลูเมี่ยนยิ้มอ่อนๆ แล้วพูดต่อ
“ความน่าเชื่อถือของ ‘เดอะฟูล’ เป็นอย่างไรคุณรู้ดี ตราบใดที่เขายังมีชีวิต โลกนี้ยังดำรงอยู่ เขาย่อมทำตามสัญญา ให้คุณกลับสู่นภาดาว”
เห็น ‘จินนี่’ กำลังจะตอบสนอง เขาเสริมอีกประโยค
“ไม่ต้องโต้เถียงกับฉัน และไม่ต้องบิดเบือนความคิดของฉัน เพราะทางนี้แค่ช่วยมิสเตอร์ฟูลส่งสาร ไม่ใช่คนตัดสินใจ”
‘จินนี่’ เงียบไปสองสามวินาที เสียงอันสง่างามก้องกังวาน
“พระองค์ต้องการพูดอะไร?”
ลูเมี่ยนยิ้ม
“มิสเตอร์ฟูลหวังให้คุณมอบคำแนะนำเล็กน้อยสำหรับวันสิ้นโลกที่กำลังจะมาถึง”
“เขารู้ว่าตอนนี้คุณอ่อนแอยิ่ง ไม่อาจทำให้คำอธิษฐานเป็นจริง ไร้พลังในหลายด้าน แต่ศักดิ์และความรอบรู้ของคุณยังอยู่”
‘จินนี่’ มองหัวด้านซ้ายของลูเมี่ยนอยู่ครู่หนึ่ง แล้วพูดด้วยเสียงอันยิ่งใหญ่
“คำใบ้สามข้อ”
“หนึ่ง ‘วัฏจักรแห่งชะตา’ ทั้งนำมาซึ่งภัยพิบัติ และเป็น ‘เทวทูตไถ่ถอน’ ที่แข็งแกร่งและแท้จริงที่สุดในจักรวาล”
จะบอกให้ใช้ประโยชน์จากเทวบารมีและสัญลักษณ์ของ ‘วัฏจักรแห่งชะตา’? ลูเมี่ยนไม่ได้ถามต่อ เพราะเขารู้ว่า ‘จินนี่’ จะไม่อธิบาย
“สอง” เสียงของ ‘จินนี่’ ดังก้องหึ่งๆ สง่างามยิ่ง “ความพิเศษบนตัวเจ้า และสัญลักษณ์ของ ‘ราชันเร้นลับ’”
ลูเมี่ยนมองหน้า ‘จินนี่’ รอให้พระองค์เล่าต่อ
“สาม ในช่วงเวลาสำคัญ จงเสริมพลัง ‘แคว้นแห่งความยุ่งเหยิง’ ชั่วคราว” ‘จินนี่’ พูดคำใบ้สุดท้าย
ได้ยินถึงตรงนี้ ‘ราชินีเงื่อนงำ’ แบร์นาแดตขมวดคิ้วเล็กน้อยจนแทบมองไม่เห็น
เสียงของ ‘จินนี่’ แฝงรอยยิ้มเล็กๆ
“คำแนะนำนี้มีประโยชน์กับข้าบ้าง แต่พวกเจ้าจะไม่ฟังก็ได้”
“รีบใช้เวลาให้ดีเถิด พี่สาวของข้ารองรับ ‘รังมารดา’ ได้เร็วกว่าที่พวกเจ้าคิด”
พูดจบ ร่างสีทองจางๆ ก็หดกลับเข้าไปใน ‘ตะเกียงวิเศษประทานพร’
‘จินนี่’ ที่อ่อนแอไม่อยากเผยตัวอยู่ข้างนอกนานนัก
‘ราชินีเงื่อนงำ’ แบร์นาแดตครุ่นคิดครู่หนึ่ง แล้วพูดกับลูเมี่ยน
“ฉันก็เข้าใจความหมายของมิสเตอร์ฟูลแล้ว”
ลูเมี่ยนพยักหน้ารับ ยิ้มแล้วลาจากไป
……………………………………………………..